หลังจากเหตุการณ์าเ็นั้น วาไม่ได้บอกศาว่าเห็นอะไรมากไปกว่าที่เคยบอกไว้ เพราะไม่อยากให้เฮียกังวลไปด้วย และจากเื่ราวที่เห็นมันเกิดขึ้นที่เมืองU และเมืองK ถ้าหากวาไม่ฝันและเห็นอนาคตก่อนไม่แน่ว่าเหตุการณ์จะดำเนินไปในทิศทางนั้นก็ได้ ในสถานการณ์ที่ไม่แน่ใจว่าเป็หรือตายเช่นนั้น
คนที่ควรตายก็ต้องตาย ไม่มีอะไรเกี่ยวรั้งได้ หากวาต้องตายหลังจากนี้อีก 5 ปีจริงๆ ก็เป็เื่ที่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากใช้ชีวิตจากนี้ให้คุ้มค่าที่สุด จะห่วงก็แต่เฮีย...
เฮ้อ งั้นก็ปล่อยให้มันเป็เื่ในอนาคตไปก่อน เพราะตอนนี้ยังมีอีกอย่างให้ต้องห่วงมากกว่านั้นอีก
“เฮีย...”
“หืม? มีอะไรครับวา”
“เราอายุแค่ 17 ปี ยังไม่จบมัธยมปลายเลยด้วยซ้ำ...”
“...” เ้าแฝดมองหน้ากันไปมา เพราะเหมือนทั้งคู่จะลืมเื่สำคัญเช่นนี้ไปชั่วขณะ
“เราจะไปหาซื้อของมากมายขนาดนั้นได้ยังไงครับ...”
“เฮียลืมเลย...เรายังทำธุรกรรมทางการเงินไม่ได้”
“ถ้าอย่างนั้นเราชวนหยางเกอ ิเกอมาอยู่ด้วยกันดีไหมครับ?” หากชวนอวี๋ลี่หยาง อวี๋ลี่ิลูกพี่ลูกน้องฝั่งคุณยายที่เหลืออยู่ 2 คนเหมือนกันมาอยู่ด้วย ก็เป็ความคิดที่ดีเหมือนกัน มีคนช่วยจัดการซื้อสิ่งของที่้าเพิ่ม และสิ่งที่สำคัญที่สุดเลย หากวาต้องตายจริงๆ อย่างน้อยก็ยังมีคนอยู่กับเฮีย
“เฮียว่าจะถามเราอยู่เหมือนกันว่าเกอเกอรอดจากการติดเชื้อหรือเปล่า”
“รอดครับ ดูเหมือนจะเป็ผู้ใช้พลังพิเศษที่ดีเลยครับ” หยางเกอกับิเกอเป็หลานของน้องชายคุณยาย ถือว่าเป็ญาติที่เหลืออยู่ตอนนี้ ตอนเด็กๆ เคยเล่นด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง เวลาที่บินไปบ้านเก่าคุณยายหรือเวลาที่เกอเกอมาหา ่หลังๆ มานี้ไม่ค่อยได้พูดคุยกันเท่าไรนัก
“ชวนมาก็ดีครับ หลายหัวดีกว่าหัวเดียว” ศาไม่คิดให้มากความ พลางหยิบมือถือขึ้นมากดหมายเลขโทรศัพท์ของหยางเกอ รอเพียงไม่นานปลายสายก็รับสาย
“ว่าไงัน้อย โทรหาเกอมีอะไรหรือเปล่าเอ่ยย” ปลายเสียงเอ่ยขึ้นอย่างร่าเริง
“จะดีมากถ้าเกอหยุดเรียกผมแบบนั้น” ศาเอ่ยอย่างเหนื่อยหน่ายคนเป็พี่ที่เรียกแบบนั้น
“อะไรกัน ตอนเด็กๆ ก็ชอบให้เรียกแบบนี้นี่หน่า” วาได้ยินก็หัวเราะออกมา มองเฮียศาอย่างหยอกล้อที่ถูกเรียกเช่นนั้น
“โอ๊ะ! นั้นเสียงหงส์น้อยหรือเปล่า เด็กดีคิดถึงเกอเกอไหมครับ”
“หยางเกอออ คิดถึงจังเลยครับบ” วาเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนคนพี่
“เกอก็คิดถึงหงส์น้อยเหมือนกัน สัปดาห์หน้าเกอจะแวะไปหานะ” วาที่ได้ยินดังนั้นก็ครุ่นคิดถึง่เวลาที่ต้องรออีกสัปดาห์
“เกอแวะมาเลยได้ไหมครับ พาิเกอมาด้วย วามีเื่สำคัญที่ต้องบอก” วาเอ่ยถามออกไป เผื่อหยางเกอจะเลื่อนเวลามาให้เร็วหน่อย
“ด่วนมากเลยหรอครับ?” วาส่งเสียงตอบกลับว่าด่วนมาก “งั้นเดี๋ยวเกอบินตอนนี้ได้เลยครับ น่าใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง”
“วารอนะครับบ” ลี่หยางส่งเสียงหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงออดอ้อนของเ้าหงส์ตัวน้อย ก่อนจะตอบรับและวางสายไป
ที่เหลือก็แค่รอลี่หยาง ลี่ิมาหาเพื่อพูดคุยและวางแผนเื่ราวในอนาคตเท่านั้น
หลังจากวางสาย ลี่หยางก็โทรตามลี่ิให้เตรียมตัวบินไปประเทศT ด้วยกัน ทั้งคู่ไม่เอ่ยถามถึงธุระหรือเื่ราวอันใดที่ทำให้เ้าแฝดเรียกร้องให้ไปหาให้ไวที่สุดเช่นนี้ เพราะต้องเป็เื่ที่สำคัญมากพอและถึงแม้ว่ามันจะไม่สำคัญพวกเขาก็จะไปอยู่ดี
ระหว่างที่รออวี๋ลี่หยางและอวี๋ลี่ิมา วาก็แยกกันกับเฮียศาที่ไปค้นหาข้อมูลสิ่งของที่จำเป็เพิ่มเติม ส่วนตนเองก็กลับเข้ามาในมิติอีกครั้งก่อนจะขึ้นไปยังชั้น 3 เข้าห้องหนังสือเพื่อนำตำราที่เป็มรดกตกทอดมาอ่านเผื่อจะมีอะไรที่เป็ประโยชน์และสามารถนำมันมาใช้ได้
หลังจากอ่านตำราคร่าวๆ ทั้งหมดแล้ว วาสนใจอักขระอาคมมากเป็พิเศษ เพราะมันสามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ที่มีประโยชน์มากมาย เช่น แหวนมิติ อันนี้จำเป็จริงๆ หากสร้างได้เกอทั้งสองก็จะมีที่เก็บของเป็ของตัวเองถึงจะไม่สามารถเข้าไปอาศัยในนั้นได้ แต่ก็ยังเก็บสิ่งของสำคัญต่างๆ ที่จำเป็ต่อการใช้ชีวิตได้โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกแย่งชิง ไหนจะมีอักขระอาคมอาณาเขตต่างๆ ที่ช่วยป้องกันจากภัยอันตรายอีก
เมื่อตัดสินใจแล้ววาก็ลงมือศึกษาตำราอย่างละเอียด ถึงวิธีการใช้อักขระอาคมในการสร้างแหวนมิติทันที เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้วาจึงตัดสินใจว่าจะทดลองสร้างและลงมือทำไปด้วยจะได้เข้าใจมากขึ้น
ในตู้ข้างๆ ชั้นหนังสือที่วานั่งอ่านมีชั้นวางของที่ข้างในมีอุปกรณ์สำหรับทดลองสร้างอาคมอย่างแหวนอยู่ในกล่องมีไม่ต่ำกว่าร้อยวงแน่ๆ และยังคงเป็คุณแม่ที่เข้าใจนิสัยของลูกๆ เสมอ ถึงเตรียมของให้พร้อมเช่นนี้
“ไม่ได้อีกแล้ว...” วาบ่นออกมาทันทีที่แหวนวงที่ 56 พังลงหลังจากพยายามสร้างแหวนมิติ ที่น่าหัวเสียที่สุดคือครั้งนี้เกือบจะสำเร็จแล้วหากไม่เกิดข้อผิดพลาดบางอย่างที่วายังไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้นทั้งๆ ที่ผมก็ทำตามตำราถูกทุกขั้นตอนแล้วแท้ๆ
“มันผิดพลาดตรงไหนกันนะ” นิ้วมือเรียวยาวลากนิ้วไปตามอักษรทีละบรรทัด อ่านทวนขั้นตอนการสร้างทุกอย่างอีกครั้ง
เพล้ง!
“...ไม่ได้” แหวนวงที่ 60 พังลง ทิวากรเริ่มรู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อยที่ทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จเสียที
“วาลองทำใจให้สงบ ปล่อยจิตใจให้ผ่อนคลายแล้วลองดูอีกครั้งนะครับ” ศาที่ยืนมองอยู่สักพักเอ่ยแนะนำ เพราะวารีบร้อนอยากจะทำให้สำเร็จเกินไปจิตใจไม่นิ่งพอ พลังที่ใช้ในการสร้างจึงแปรปรวน
วาหันไปมองศา พลางคิดว่าตนรีบร้อนเกินไปจริงๆ จิตไม่สงบมากพอต่อให้ลองทำไปอีกร้อยวงก็น่าจะทำไม่ได้อยู่ดี
ศายืนมองวาหลับตาทำสมาธิอยู่สักพักก่อนแฝดคนน้องจะลงมือสร้างอีกครั้ง แต่ครั้งนี้วาสงบมาก มือบางแบ่ออกมาก่อนจะกำหนดจิตรวบรวมพลังให้เป็เข็มเล่มเล็กแล้วใช้จิตลากเข็มลงบนแหวน สลักอาคมพร้อมใส่พลังส่วนหนึ่งให้ค่อยๆ เข้าไปในแหวน ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงตัวอักษรตัวสุดท้าย...