เวลาผ่านไปสองชั่วโมง
.
.
แช๊ะ แช๊ะ
"คุณจะบอกว่าจู่ๆเขาก็เข้ามาทำร้ายคุณอย่างนั้นเหรอ?"
"ใช่ครับ วันนี้พวกเรามีนัดกับคุณยาจิซึ่งเธอนัดหมายไว้ที่นี่ แต่เมื่อมาถึงก็พบว่าที่นี่กลายเป็โรงงานร้างไปแล้ว พอเดินเข้ามาหวังจะเจอคนดูแลก็พบกับคนๆนี้ก่อน จากนั้นเขาก็เข้ามาทำร้ายผมแต่โชคดีที่เพื่อนร่วมงานจัดการเขาได้ก่อน ไม่งั้นผมคงไม่รอดแล้วครับ" ขนาดนี้ผมและนายเคย์กำลังยืนให้ปากคำกับเ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเป็หลักฐานในความบริสุทธิ์ใจของพวกเรา ตอนนี้คนร้ายอาการสาหัส มีเืไหลออกมาจำนวนมากบริเวณลำคอจึงต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ส่วนผมไม่เป็อะไรมาก มีเ้าหน้าที่เข้ามาตรวจอาการให้เรียบร้อยรวมถึงเคย์ด้วยเช่นกัน
แต่พ่อหนุ่มเคย์กลับมีท่าทีกระวนกระวายใจเมื่อเ้าหน้าที่กำลังเข้ามาตรวจร่างกายของเขา เคย์เอาแต่ยืนหลบอยู่ข้างรถมอเตอร์ไซค์ของเขาโดยมีเ้าหน้าที่หญิงซักประวัติเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆสำรวจตามเนื้อตัวของเขาเพื่อตรวจสอบาแตามจุดต่างๆ ถึงแม้เ้าหน้าที่จะทำงานแค่แปบเดียวแต่สีหน้าของเคย์กลับไม่ดีขึ้นเลย เป็อะไรของเขา?
"นายโอเคเปล่า?"
"ฮะ? อ่า...แล้วทางนั้นว่าไงบ้าง?"
"เ้าหน้าที่ไม่ได้เอาผิดเื่ที่นายไปปาดคอคนร้าย เขาให้เหตุผลว่าเป็การป้องกันตัว ส่วนตัวคนร้ายทางเ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็โจรที่หวังจะเข้ามาขโมยชิ้นส่วนเครื่องจักรไปขาย แล้วบังเอิญพวกเราเข้ามาพอดีคิดว่าเป็ตำรวจ ก็เลยเกิดการเข้าใจผิดกัน"
"เหอะ! โง่เขลาชะมัด ถ้าแอบเอาชิ้นส่วนไปเงียบๆก็ไม่ต้องเจ็บตัวหรอก"
"เขาคงใแหละ เห็นทางเ้าหน้าที่บอกว่าแถวนี้มีแต่เื่ลักขโมยเกิดขึ้นบ่อยๆ เลยเข้ามาตรวจตราเป็พิเศษ แต่โชคดีที่คนร้ายมีคนเดียว ไม่งั้นพวกเราไม่รอดแล้ว"
"มึงคนเดียวมากกว่า ปล่อยให้มันทำตามใจได้ยังไง หัดตอบโต้มันบ้างดิ"
"นายดูสภาพตอนนี้ด้วย จะเอาแรงที่ไหนไปสู้ละ (-_-)"
"อาวุธหัดพกบ้าง เตะต่อยไม่เป็ก็ต้องใช้เครื่องมือช่วยดิ"
"ไม่เอาหรอก เดี๋ยวโดนตำรวจค้นตัวเข้าจะซวยเอา"
"เออ! ตามใจ งั้นก็ตายห่าไปซะไป๊" ไม่รู้หมอนี่หงุดหงิดเื่อะไรกันแน่แต่ตอนนี้สีหน้าของเคย์ไม่สู้ดีนัก ถึงแม้ปากของเขาจะเต็มไปด้วยสุนัขตัวใหญ่แต่ในฐานะเพื่อนร่วมงานก็ไม่อยากละเลยความรู้สึก จึงลองถามออกไปตรงๆพร้อมขยับมายืนใกล้ๆมากขึ้น
"นายดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ เป็อะไรหรือเปล่า?"
"เปล่า ไม่ได้เป็อะไร"
"ตอนที่เ้าหน้าที่ตรวจร่างกายของนายก็ดูกระวนกระวายใจ นายมีาแที่ไม่ได้บอกเ้าหน้าที่หรือเปล่า?"
"เปล่า ไม่ใช่เื่นั้นหรอก...เดี๋ยว! แล้วทำไมกูต้องบอกมึงด้วยละ!" เคย์ทิ้ง่คำพูดเอาไว้ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับคนตรงหน้า จากนั้นเขาลุกขึ้นยืนอย่างไม่สบอารมณ์พร้อมมองค้อนที่ผมพยายามยุ่งเื่ของเขา และนั้นก็ทำให้ผมรู้ว่าเขามีเื่ปิดบังเอาไว้นั่นเอง
"ก็แค่ถามไถ่เฉยๆ ในฐานะที่เราเป็เพื่อนร่วมงานกันก็ต้องเป็ห่วงเป็ธรรมดา"
"มาหงมาห่วงอะไร น่าขนลุกชะมัด! แล้วก็อย่าเรียกว่าเรา จบงานนี้แยกย้ายทันที"
"งั้นกลับไปรายงานกับคุณลุ...หัวหน้าให้เรียบร้อยเถอะ จะได้แยกย้ายและไม่ต้องเจอหน้ากันอีก" ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยพร้อมกดโทรศัพท์มือถือเพื่อเรียกรถอีกครั้ง ตอนนี้สถานการณ์ในโรงงานปล่อยให้เ้าหน้าที่จัดการจะดีที่สุด ส่วนผมและนายเคย์ต้องกลับไปรายงานความคืบหน้าในการทำงานวันแรกให้เรียบร้อย จากนั้นคู่หูอย่างเคย์ก็จะไปจากชีวิตของผมทันที ซึ่งก็ดี จะได้หายประสาทเสียสักที
"นำไปก่อนเลย เดี๋ยวตามไป"
"ไม่ มึงต้องไปก่อน ี้เีไปนั่งรอเสียเวลา"
"ก็นั่งรถยนต์เนอะ ไม่ใช่มอเตอร์ไซค์จะรวดเร็วได้ดั่งใจ (-_-)"
"ก็ถึงให้ไปก่อนไง ช้าชิบหายเลย" เคย์เอาแต่บ่นไม่เลิกพร้อมะโขึ้นรถมอเตอร์ไซค์คันโปรดเพื่อกดดันให้ผมรีบไปสักที ผมจึงต้องมองหารถแท็กซี่แถวนั้นแทนก่อนจะเหลือบไปเห็นแท็กซี่คันสีเหลืองจอดอยู่ใกล้ๆโรงงาน จึงเดินเข้าไปสอบถามระยะทางที่ตั้งใจไว้
"สวัสดีครับ ไปบริษัทสุมิโตะครับ"
คนขับรถไม่ได้พูดอะไรแต่ทำมือโอเคผ่านกระจกมองหลัง ผมจึงหันไปหาเคย์โบกมือลาแต่เ้าเคย์กลับไล่ให้รีบขึ้นรถไวๆจะได้ไปสักที เพราะงั้นจึงไม่ได้สื่อสารอะไรกับเขาอีกเลย
ติ๊ด~
ในระหว่างที่โดยสารรถแท็กซี่ก็มีข้อความส่งมาจากคุณลุงนั่นเอง ผมจึงเปิดข้อความของเขาที่พิมพ์มาเพื่อตอบบทสนทนาตามที่คิดไว้
[ข้อความ]
[คุณลุง:งานราบรื่นดีมั้ย?]
[ฮาจิมะ:ไม่เลยครับ ผมกับเคย์มาตามที่นัดหมายแต่ไม่เจอใครเลย แถมยังโดนโจรเข้ามาทำร้ายอีก]
[คุณลุง:จริงเหรอ!? แล้วหลานเป็ไงบ้าง?]
[ฮาจิมะ:ผมสบายดีครับ ตอนนี้กำลังกลับบริษัทครับ]
[คุณลุง: โอเค ถึงเมื่อไหร่โทรมาละ ต้องไปประชุมก่อน]
[ฮาจิมะ:ได้ครับ]
"คุณลุงงานยุ่งตลอดเลยแหะ" ผมยิ้มออกมาบางๆหลังจากได้พูดคุยกับคุณลุงซึ่งเป็หัวหน้างานของผมด้วยเช่นกัน ถึงแม้เขาจะใส่ใจในเื่งานแต่ก็ไม่ทิ้งในฐานะคุณลุงของผม เขาเป็คนที่เก่งรอบด้านและเป็สุภาพบุรุษ ทำให้ผมอยากเป็เหมือนคุณลุงที่เพอร์เฟคไปซะทุกอย่าง แต่มันคงไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอก เฮ้อ...
"หืม?" ในระหว่างที่ผมเอาแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือก็ไม่ได้สังเกตรอบๆตัวว่าผ่านที่ไหนมาบ้าง รู้ตัวอีกทีคืออยู่ในป่าที่ไหนสักแห่ง ซึ่งผมจำได้ว่าทางมาจากบริษัทมีแต่ตึกสูงใหญ่ แต่ทำไมคนขับแท็กซี่ถึงพามาที่นี่ละ?
"พี่มาผิดทางหรือเปล่าครับ?"
"ไม่ผิดๆ ทางนี้ทางลัด"
"อ๋อ..." เมื่อได้คำตอบแบบนั้นก็ทำให้โล่งอกเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองด้านหลังที่ควรมีเ้าเคย์ขับตามหลังมาด้วย แต่ตอนนี้ว่างเปล่าไม่มีแม้แต่รถตามมาสักคัน ส่งผลให้ความรู้สึกกระวนกระวายใจเริ่มตื่นตัว ผมพยายามมองตามทางเพื่อหาทางที่คุ้นเคยที่สุดเพื่อหวังจะให้คนขับแท็กซี่จอดรถตรงนี้ เพราะผมรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ
"เดี๋ยวพี่จอดข้างหน้านี้ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมไปต่อเอง"
"อ่าว? ยังไม่ถึงเลยนะ"
"ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวผมไปเอง"
กึก
"บอกว่ายังไม่ถึงไง ฟังไม่รู้เื่เหรอวะ!"
"!!" ในระหว่างที่ผมกำลังจะเปิดประตูก็ได้ยินเสียงกลไกแปลกๆดังมาจากทางคนขับแท็กซี่ เมื่อผมหันไปมองก็พบว่าเขากำลังถือปืนกระบอกสั้นสีดำเล็งมาทางผม คนขับแท็กซี่ขับมาจอดชิดข้างทางที่มีแต่ป่าไม้ทึบ ความรู้สึกอึดอัดเริ่มกัดกินหัวใจของผมก่อนจะทำใจเอ่ยปากถามออกไป
"้าอะไร?"
"มึงไม่ต้องรู้หรอก แค่นั่งเฉยๆก็พอ"
"แต่--"
ปัง!
"บอกให้นั่งเฉยๆ!" ผมสะดุ้งโหยงหลังจากที่คนขับแท็กซี่ลั่นไกปืนทะลุเบาะนั่งเต็มๆ ทำให้ผมต้องยกมือขึ้นเหนือหัวอย่างยอมแพ้ ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงกลายเป็ฝ่ายโดนเล็งแต่ตอนนี้ต้องหาทางออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
"ถ้าไม่อยากตายก็อยู่เงียบๆ" คนขับแท็กซี่จ่อกระบอกปืนมาทางผมก่อนจะยึดโทรศัพท์มือถือของผมเพื่อไม่ให้ขอความช่วยเหลือได้ จากนั้นเขาหยิบโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นมาโทรหาใครบางคน โดยรอไม่นานปลายสายก็พูดขึ้นมาทันที
"เออ ได้ตัวมาแล้ว แน่ใจนะว่าเป็หลานของมันจริงๆ?" สิ่งที่ผมได้ยินเป็เพียงบทสนทนาจากทางคนขับแท็กซี่ฝ่ายเดียว แม้จะพยายามตั้งใจฟังแต่ปลายกระบอกปืนที่ประสานเข้ากับดวงตาก็เตือนให้ผมอยู่เฉยๆจะดีกว่า
"เออๆกำลังไป แค่นี้แหละ"
ตู๊ด!
"เฮ้ย! ถ้าเอ็งคิดหนีโดนดีแน่"
"ครับ! (ToT)" เพราะคำขู่บวกกับรู้แล้วว่ากระบอกปืนนั้นคือของจริงทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะหนีในทันที จึงได้แต่นั่งรถไปเงียบๆและพยายามไม่พูดอะไรทั้งสิ้น
"หวังว่าหมอนั่นจะไม่ซื่อบื้อตามมานะ"
.
.
.