วิชาแปลงโฉมของเสี่ยวไป๋ถือเป็หนึ่งในสุดยอดแห่งยุค ซิงซิงเคยเห็นวิชานี้มาก่อน ทำให้เขาอยากลองเรียนรู้ด้วยตัวเอง
แต่เมื่อได้ลองสวมกระโปรงจริงๆ กลับไม่เป็อย่างที่จินตนาการไว้…
เป่ยอิ๋นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ ก่อนจะถามขึ้นด้วยน้ำเสียงขบขัน “เซียวจิ่วเอ๋อร์รู้หรือไม่ว่าเ้ามาที่นี่”
ทันทีที่ได้ยินคำถามนี้ ดวงตาของซิงซิงก็แดงก่ำขึ้นมาอีกครั้งราวกับจะร้องไห้ในทันที เป่ยอิ๋นเห็นดังนั้นก็พอจะเดาคำตอบได้ แต่ก็ยังสงสัยว่าเหตุใดเด็กน้อยคนนี้จึงหนีมาที่นี่เพียงลำพัง
เป่ยอิ๋นลากซิงซิงมาด้วยการจับคอเสื้อไปตลอดทาง และเมื่อซิงซิงเห็นเงาร่างของเป่ยมู่หานอยู่ในระยะไกล ความดื้อรั้นของเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
“ข้าไม่อยากไปทางนั้น! ข้าไม่อยากอยู่กับเขา!”
ซิงซิงดิ้นขลุกขลักอย่างเอาเป็เอาตาย แต่เป่ยอิ๋นกลับยิ้มขำ ราวกับมองว่าการดิ้นรนของซิงซิงเป็เื่สนุกเสียมากกว่า
“ทำอย่างไรดี! หนีไม่พ้นแล้ว!”
เป่ยอิ๋นยกมุมปากขึ้นอย่างขบขันเมื่อเห็นซิงซิงดิ้นรนสุดกำลัง พลางเย้า “กลัวเขาขนาดนี้ แต่ยังกล้ามาเล่นในจวนของเขาอีก?”
“ข้าไม่ได้มาเล่น! ข้ามาหาเนื้อ!” ซิงซิงร้องโอดครวญอย่างเสียใจ “ข้าอยากกินเนื้อกวาง เหมือนที่กินคืนนั้น...”
เมื่อได้ยินดังนั้น เป่ยอิ๋นก็หลุดหัวเราะออกมา เดินเข้ามาในลานก่อนจะโยนเ้าตัวน้อยลงตรงหน้าของเป่ยมู่หาน จากนั้นยืนกอดอกอยู่ข้างๆ เพื่อดูสถานการณ์ต่อไปด้วยความสนุกสนาน
ซิงซิงพอเท้าััพื้นก็เหลือบมองคนในลานเพียงชั่วครู่ ก่อนจะรีบวิ่งไปหาซูย่างทันที ท่าทางนั้นทำให้เป่ยมู่หานรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก
“คนโง่! รีบพาข้ากลับไปหาเซียวจิ่วเอ๋อร์เร็วเข้า!” ซิงซิงพูดพลางปีนขึ้นไปบนตัวซูย่างอย่างทุลักทุเล ทั้งมือและเท้าช่วยกันพยายามไต่ขึ้นไปอย่างจริงจัง “เรากลับไปหาเซียวจิ่วเอ๋อร์กันเถอะ!”
ซูย่างยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ขยับตัวไม่ได้ เมื่อเห็นซิงซิงปรากฏตัวก็อดประหลาดใจไม่ได้
“ซิงซิง? เ้ามาทำอะไรที่นี่ แล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้ แม่ของเ้าอยู่ไหน”
“แม่ของข้าคือใคร” ซิงซิงชะงักการเคลื่อนไหว ก่อนเงยหน้าถามด้วยความสงสัย
“ก็เซียวจิ่วเอ๋อร์น่ะสิ เ้าไม่ใช่ลูกของนางหรือ” ซูย่างหลุบตามองซิงซิง สีหน้าของเขาดูแปลกใจยิ่งขึ้น
“ไม่ใช่! ข้าบอกแล้วว่าพอโตขึ้นข้าจะแต่งนางเป็ภรรยา นางคือภรรยาของข้า!”
คำของเสี่ยวไป๋เคยสอนไว้ว่า หากพบหญิงสาวที่ตนชอบจะต้องรีบคว้าไว้ให้มั่น อย่าปล่อยให้หลุดมือไป เพราะไม่เช่นนั้นอาจต้องรอไปอีกนาน
ซิงซิงชอบเซียวจิ่วเอ๋อร์มากๆ! ไม่เคยมีใครทำให้เขาชอบได้ถึงเพียงนี้!
เขาต้องรีบโตขึ้น หาเงินมาเลี้ยงเซียวจิ่วเอ๋อร์ ซื้อของอร่อยให้นาง และขับไล่พวกคนที่รังแกนางออกไปให้หมด!
ซิงซิงคิดถึงเื่นี้แล้วแอบเหลือบมองไปทางเป่ยมู่หาน
ไม่รู้ว่าเขาต้องโตแค่ไหนจึงจะสามารถสู้กับชายคนนี้ได้
เป่ยมู่หานได้ยินคำพูดของซิงซิงก็ยิ้มเย้ยหยัน
“ใส่กระโปรงไปแต่งงานกับนางงั้นหรือ?”
“…เ้าหุบปากไป ข้าไม่อยากพูดกับเ้า!”
ใบหน้าเล็กๆ ของซิงซิงแดงก่ำ เขาหันหน้าหนี ไม่ยอมมองสบตากับเป่ยมู่หานอีก และลั่นคำสาบานในใจว่าเขาจะไม่มีวันใส่กระโปรงอีกเลยในชีวิตนี้!
“เอ๊ะ? พวกเ้าลองดูสิ ข้ารู้สึกว่าเ้าเด็กคนนี้แต่งตัวแบบนี้แล้ว ดูคล้ายเซียวจิ่วเอ๋อร์อยู่เหมือนกันนะ”
คาถาห้ามพูดของกู้เหยียนเพิ่งถูกคลาย เขาหรี่ตาเล็กน้อย มองหน้าซิงซิงอย่างพิจารณา
“โดยเฉพาะดวงตาคู่นี้ เหมือนกันมาก!”
“เซียวจิ่วเอ๋อร์ยังไม่เคยแต่งงาน” เป่ยมู่หานเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“แต่ก็น่าจะมีลูกได้อยู่! เ้าลองถามใจตัวเองดูสิ ว่าเด็กคนนี้ไม่เหมือนเซียวจิ่วเอ๋อร์ตรงไหน”
กู้เหยียนยืนกราน สายตามองสำรวจซิงซิงอย่างจริงจัง
กู้เหยียนยิ่งมองยิ่งรู้สึกว่าคำพูดของตัวเองสมเหตุสมผล
“เซียวจิ่วเอ๋อร์ไม่ใช่สตรีธรรมดาอยู่แล้ว พวกเ้าเคยเห็นสตรีบ้านไหนที่บรรลุขั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหก แต่ยังแกล้งทำตัวเป็คนไร้ค่าอยู่หรือ ข้าว่าที่นางทำแบบนั้น อาจเป็เพราะ้าปกปิดเื่ต้นกำเนิดของเด็กคนนี้ จึงจงใจลดความสำคัญของตัวเองลงก็ได้!”
คำพูดของกู้เหยียนฟังดูเหมือนมีเหตุผลอยู่บ้าง ผู้คนในลานต่างหันมามองซิงซิงอย่างพิจารณา เมื่อสังเกตอยู่นาน เป่ยอิ๋นก็เหลือบมองเป่ยมู่หานด้วยสายตาสงสัย แต่ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา
ทำไมเขารู้สึกว่าเด็กคนนี้คล้ายกับนายของเขาอยู่บ้างนะ? คงเป็เพราะเขาไม่ได้งีบตอนเที่ยงเลยคิดไปเอง
“เ้ามาที่จวนข้าทำไม”
เป่ยมู่หานเอ่ยเสียงเรียบยกมือขึ้นเล็กน้อย ร่างเล็กของซิงซิงที่เกาะอยู่กับซูย่างก็ลอยมาอยู่ในอ้อมแขนของเขา และร่วงลงนั่งในอ้อมกอดของเขาอย่างช่วยไม่ได้
ซิงซิงใจนหน้าซีดเผือด หวาดกลัวจนอยากหนีให้ไกล แต่กลับถูกเป่ยมู่หานกอดไว้แน่น
“พูดความจริงมา ข้าจะไม่ฆ่าเ้า มิฉะนั้นเ้าคงไม่ได้พบเซียวจิ่วเอ๋อร์อีกแน่”
“ข้ามาเพื่อกินอาหาร!” ซิงซิงตอบอย่างหัวเสีย พลางชี้ไปที่กู้เหยียน
“อาหารที่เขาทำเมื่อวันนั้น ข้ายังอยากกินอีก!” ใบหน้าดูตะกละตะกลามเหมือนแมวน้อยโลภอาหาร ทำเอากู้เหยียนยิ้มกว้างกว่าเดิม
กู้เหยียนเอ่ยถาม “เ้ามาด้วยตัวเองหรือ”
“อืม” ซิงซิงพยักหน้าอย่างจริงจัง
“เมืองหลวงใหญ่โตเพียงนี้ เ้าไม่หลงทางก็นับว่าเก่งแล้ว...เซียวจิ่วเอ๋อร์รู้หรือไม่ว่าเ้ามาที่นี่”
ซิงซิงนิ่งเงียบ ก่อนจะส่ายหน้า ทำเอากู้เหยียนหัวเราะเสียงดังขึ้น เขาหันไปทางเป่ยมู่หาน น้ำเสียงแฝงด้วยการขอร้องอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านเป่ย นี่คุณชายตัวน้อยก็อุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้ว จะให้เขากลับไปตัวเปล่าก็ดูใจร้ายไปหน่อย...ถ้าข้าขอให้ท่านปลดคาถาตรึงร่างของข้า เพื่อจะไปทำอาหารให้เขากิน ท่านว่าอย่างไร”
ซิงซิงได้ยินดังนั้น ดวงตาสว่างไสวขึ้นทันที ไม่รอให้เป่ยมู่หานตอบรับ เขาก็ยกสองมือขึ้นประกบกันเป็ท่ามุทราอย่างคล่องแคล่ว ปลดคาถาตรึงร่างของกู้เหยียนได้อย่างรวดเร็ว
ท่าทางของซิงซิงในครั้งนี้ทำให้ทุกคนถึงกับตกตะลึงอีกครั้ง แม้แต่เป่ยมู่หานเองก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า “ใครเป็คนสอนเ้า”
ซิงซิงเหลียวมองเขาอย่างระแวดระวัง หลังจากมั่นใจว่าเป่ยมู่หานไม่ได้แผ่รังสีอำมหิตออกมา จึงตอบด้วยเสียงเบาๆ “เสี่ยวไป๋เป็คนสอนข้า”
“เขายังสอนอะไรเ้าอีก” เป่ยมู่หานถามต่อ
“ข้าไม่บอก” ซิงซิงส่ายหน้าด้วยท่าทางปฏิเสธ “เ้าไม่ใช่คนดี เ้า้าฆ่าข้ากับจิ่วเอ๋อร์”
เป่ยมู่หานไม่ได้ปฏิเสธคำกล่าวนี้ แค่จ้องมองซิงซิงด้วยสายตาลึกล้ำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นโยนเด็กน้อยให้เป่ยอิ๋น พร้อมสั่งการด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “จับตาดูเขาไว้ให้ดี ห้ามให้เขาไปหาเซียวจิ่วเอ๋อร์เด็ดขาด”
กู้เหยียนและซูย่างถึงกับอึ้งงัน ไม่เข้าใจว่าเป่ยมู่หานคิดจะทำอะไร มีเพียงเป่ยอิ๋นที่เข้าใจทันที
เซียวจิ่วเอ๋อร์คงไม่รอดพ้นชะตากรรมจากการถูกเป่ยมู่หานกำจัดแน่ แต่สำหรับซิงซิง ดูเหมือนนายของเขาตั้งใจจะเก็บเด็กคนนี้ไว้ใกล้ตัว
หลังจากาครั้งใหญ่เมื่อพันปีก่อน จำนวนเผ่ามารลดลงอย่างฮวบฮาบ
เด็กคนนี้เป็อัจฉริยะหายากยิ่งนัก และเป่ยมู่หานก็ตั้งใจจะฝึกฝนเขา ซึ่งถือเป็การเตรียมตัวเพื่อฟื้นฟูเผ่ามารในอนาคต
ซิงซิงที่ถูกเป่ยอิ๋นจับอุ้มไว้ในอ้อมแขน ถึงกับร้องไห้เพราะคำพูดของเป่ยมู่หานทำให้เขาใจนกลัว
เด็กน้อยจับเสื้อของเป่ยอิ๋นไว้แน่น น้ำตาหยดโตพลันไหลออกมาอย่างน่าสงสารยิ่ง
“ข้าไม่ตะกละแล้ว ข้าจะไม่มาแอบกินของที่บ้านพวกเ้าอีก ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะนะ”
เขารู้ดีว่าขอร้องเป่ยมู่หานไปก็ไม่มีประโยชน์ จึงหันไปหาเป่ยอิ๋น กู้เหยียน และซูย่างแทน
“ข้าจะไม่เรียกเ้าว่าเ้าโง่อีกแล้ว ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถอะ ข้าต้องไปหาเซียวจิ่วเอ๋อร์”
ซิงซิงใช้มือเล็กๆ เช็ดน้ำตา เสียงอ้อนวอนปนสะอื้นอย่างไร้เดียงสานั้นทำให้กู้เหยียนและซูย่างรู้สึกปวดใจไม่น้อย
น่ารักเกินไปแล้ว! เป่ยมู่หานช่างใจร้ายยิ่งนัก! เด็กน่ารักอย่างนี้เขายังทำได้ลงคอ! นี่มันเกินไปจริงๆ!
เป่ยอิ๋นมองทั้งสองคนที่กำลังเดือดดาล แล้วถามยิ้มๆ ว่า “ถ้าอย่างนั้น พวกเ้าจะพาเขากลับไปเองไหม”
“...”
“...”
ทั้งสองคนกลับนิ่งเงียบ
พวกเขาไม่กล้าพอ
เพราะว่าทั้งสองเพิ่งไปล่วงเกินเป่ยมู่หานมาเมื่อครู่ และดูจากท่าทางของเป่ยมู่หานนั้น เขาไม่ได้พูดเล่นแม้แต่น้อย
หากพวกเขาตัดสินใจฝ่าฝืนคำสั่งตอนนี้ แล้วพาซิงซิงกลับไปหาเซียวจิ่วเอ๋อร์จริงๆ ผลลัพธ์ที่ตามมาคงจะ...
เลวร้ายยิ่งนัก
เลวร้ายถึงขั้นถูกหักขา ปิดผนึกพลังปราณไปหลายส่วน
ซิงซิงเห็นว่าไม่มีหวังจากทั้งสองคน ก็ยิ่งร้องไห้เสียงดังขึ้น
ทั้งเศร้า ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ
เขาไม่น่าปล่อยให้ความตะกละครอบงำตัวเองเลย! เขาคิดถึงเซียวจิ่วเอ๋อร์!