ณ หมู่บ้านหนานซาน ตำบลหวงเจียง แคว้นฉี
ตุลย์รู้สึกเวียนหัว ภาพแรกหลังจากที่พยายามลืมตาคือห้องดินขนาดไม่ใหญ่มาก กั้นกลางโดยไม่ไผ่ ในห้องไม่มีอะไรเลยน้องจากเตียงเก่าๆ ฟูกนอนที่เก่าจนแทบจะเป็ก้อน เขารู้สึกเหมือนมีอะไรทุบลงมาตรงศีรษะซ้ำๆ เมื่อมองข้างเตียงพบเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งหลับอยู่
ตุลย์ขยับตัวทำให้เด็กผู้หญิงตรงหน้าตื่นขึ้นมา
“น้องเล็ก น้องเล็ก เ้าตื่นแล้วเหรอ”
เด็กคนนี้ตื่นขึ้นมาก็สวมกอดเขาแล้วร้องไห้
“ฮึก ฮึก พี่หญิงรองดีใจมากเลย พวกเรานึกว่าเ้าจะไม่ตื่นอีกแล้ว เ้าหิวไหม รอเดี๋ยวนะข้าจะไปตามท่านแม่”
เด็กผู้หญิงพูดจบก็ผลักประตูออกไปเลย โดยไม่รอให้ตุลย์ถามอะไร ตุลย์พยายามลุกขึ้นนั่ง สายตาเริ่มปรับสภาพก็มองเห็นเท้าเล็กๆ ที่ยื่นออกมานอกผ้าห่ม อะไรกันเนี่ย ตุลย์รีบเอามือสองข้างออกมาดู ก็พบกับมือเล็กๆ ขาวๆ
“ให้ตาย เราทะลุมิติมาเหมือนที่ระบบบอกไว้จริงๆ เหรอเนี่ย”
ในนิยายคนอื่นเค้าทะลุมิติไปเป็ชายหนุ่ม นี่ร่างกายเล็กๆ นี่มันเด็กทารกเหรอเนี่ย คิดแล้วก็กลุ้มหันไปเห็นอ่างน้ำที่วางไว้เช็ดตัว เลยยื่นหน้าไปดู
โอ้โห เ้าตัวกะเปี๊ยกนี่กี่ขวบกันนะ
หลังจากสำรวจตัวเองอยู่สักพัก ตุลย์ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งมาอย่างรีบเร่ง “เหวินเออร์ ฟื้นแล้วเหรอลูก”
ผู้หญิงผอมแห้งแต่ยังคงเค้าความงาม โผเข้ากอดเ้าของร่างพลางร้องไห้ “ฮึก ฮึก ขอบคุณ์”
ตุลย์นิ่งไปเขาไม่รู้สึกถึงอ้อมกอดที่อบอุ่นขนาดนี้นานเท่าไหร่แล้วนะ เอาเถอะไหนๆ ก็มาอยู่ที่นี่แล้ว ก็ใช้ชีวิตต่อไปละกัน ไม่ต้องเป็ห่วงนะเ้าหนูน้อยข้าจะดูแลครอบครัวของเ้าเอง
“ท่านแม่...”
เมื่อมองดูดีดีผู้หญิงคนนี้เหมือนแม่ของเขาตอนสาวๆ มาก แค่คิดตุลย์ก็น้ำตาไหล แล้วกระชับอ้อมกอดไว้ด้วยความคิดถึง
“แม่ครับผมดีใจจัง ผมคิดถึงแม่มากๆ เลยครับ”
“แม่ก็เป็ห่วงเ้ามากๆ เลย”
ด้วยความเป็ห่วงลูกนางไม่ทันได้สนใจการพูดที่แปลกไปของลูกชายเลย
“หิวไหม เดี๋ยวแม่ให้พี่สาวเ้าไปยกข้าวมาให้นะลูก”
เมื่อเด็กผู้หญิงยกข้าวมา สิ่งที่เห็นคือข้าวต้มที่แทบจะไม่มีข้าวอยู่เลย ครอบครัวนี้ต้องจนขนาดไหนกันนะ ตุลย์กินข้าวที่แม่ป้อนให้ สายตาเหลือบไปเห็นเด็กผู้หญิงแอบกลืนน้ำลาย
“พี่สาวมากินข้าวด้วยกันเถอะ ข้ากินไม่หมดหรอก”
“ไม่ๆ เ้ากินเลยเดี๋ยวพอพี่ใหญ่กับพี่หญิงใหญ่มาข้าค่อยไปกินพร้อมกับพวกเขา”
ตุลย์ฝืนกินจนหมดไปครึ่งชามก็บอกว่าอิ่มแล้วขอนอนพักเพราะยังปวดหัว นางมองลูกด้วยความสงสาร ที่ยังไม่เคยแม้จะกินข้าวให้อิ่มสักมื้อ
เวลาผ่านไปสักพักก็ได้ยินเสียงคนเข้ามาในห้อง แต่ตุลย์ก็ยังทำเป็นอนหลับ เพราะกำลังคุยระบบ
“ฉันเอาของออกมาได้เลยไหม”
[ระบบต้องทำการอัพเดตและแก้ไขข้อผิดพลาดที่ตรวจพบ จึงไม่สามารถเปิดใช้งานฟังก์ชันต่างๆ เป็เวลา 48 ชั่วโมง หลังจากเสร็จแล้ว
ท่านจะได้รับความทรงจำและของรางวัลชดเชยจากระบบ] จากนั้นก็เงียบไป
“ระบบเฮงซวยมาถึงก็ทิ้งกันเลย แทนที่จะเอาของกินออกมาได้สักนิด เห้อ ทนๆ เอาก่อนละกัน”
ตุลย์ต้องนอนบนที่นอน เพราะมารดาไม่ให้ลุกไปไหนนางเกรงว่าลูกชายคนเล็กยังไม่แข็งแรง กลัวจะล้มป่วยอีกรอบเมื่อตุลย์ถามถึงบิดา ก็ได้ความว่าเขาออกไปล่าสัตว์ เพื่อหาค่าหมอที่มารักษาลูกชายคนเล็ก คงอีกหลายวันกว่าจะกลับบ้าน
_____________________________
หน่วยเงิน
1 ตำลึงทอง = 10 ตำลึงเงิน
1 ตำลึงเงิน = 1 ก้วน , พวงเหรียญทองแดง
1 ก้วน = 1,000 อีแปะ หรือ 1,000 เหวิน
1 อีแปะ หรือ เหวิน = 1 เหรียญทองแดง
**ในทีนี้จะเรียกตำลึง แทนตำลึงเงิน
_____________________________
มาตราชั่ง ตวง วัด
1 ชั่ง (จิน) = 500 กรัม/ 5 ขีด
1 เหลียง = 50 กรัม
1 หมู่ = 666.67 ตารางเมตร (1ไร่ไทย = 2.4 หมู่)
1 ฉิ่ง = 100 หมู่
1 ลี้ = 150 จั้ง = 500 เมตร
1 จั้ง ประมาณ 3.33 เมตร
_____________________________
หน่วยเวลา
1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง
ครึ่งชั่วยาม = 1 ชั่วโมง
หนึ่งก้านธูป = 60 นาที หรือ 1 ชั่วโมง
เค่อ = 15 นาที
หนึ่งถ้วยชา = 15 นาที
หนึ่งจิบชา = 5 นาที
เฟิน = นาที
_____________________________
การนับ่ยามแบบจีนโบราณ
23.00 น. - 10.59 น.
ยามจื่อ คือ 23.00 – 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 – 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 – 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 – 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 – 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 – 10.59 น.
11.00 น. - 22.59 น.
ยามอู่ คือ 11.00 – 12.59 น.
ยามเว่ย คือ 13.00 – 14.59 น.
ยามเซิน คือ 15.00 – 16.59 น.
ยามโหย่ว คือ 17.00 – 18.59 น.
ยามซวี คือ 19.00 – 20.59 น.
ยามห้าย คือ 21.00 – 22.59 น.