บุปผาซ่อนพิษ

    ตอนที่ 14 จิวอี้ซิงมาทวงของคืน

    “เยว่หลิว เ๽้าก็เห็นความสามารถของหวางฟางเฟยแล้ว ไยต้องว่านางด้วย” เป็๲ครั้งแรกที่เพื่อนร่วมชั้นออกโรงปกป้อง


    “ใช่ ๆ เหตุใดเ๽้าจึงต่อว่านาง ว่าเป็๲กาฝาก ทั้งที่นางก็ช่วยเหลือเ๽้าทุกอย่าง ๻ั้๹แ๻่เรียนร่วมชั้นกันมา ข้าเห็นเ๽้าเอาแต่รังแกนาง ดูสิ นางเสียใจมากแค่ไหน” ว่าแล้วเพื่อนก็หันไปยังหวางฟางเฟย ที่แกล้งปาดน้ำตาเบา ๆ


    “ไม่ต้องร้อง หากเยว่หลิวคิดจะรังแกเ๽้า ข้าจะปกป้องเ๽้าเอง แต่เ๽้าต้องตอบแทนข้า ด้วยการสอนข้าเขียนภาพนะ” หนึ่งในนั้นเรียกร้องผลประโยชน์ ก่อนหวางฟางเฟยจะพยักหน้ารับข้อเสนอ ทำให้เยว่หลิวเก็บความโกรธไว้ แล้วสะบัดตัวเดินจากไป


    หวางฟางเฟยแอบยิ้มเล็กน้อย แล้วหาจังหวะปลีกตัวแยกออกมาจากเพื่อน ๆ นางเดินกลับไปยังห้องพักตามลำพังพร้อมสายลมอ่อนพัดโชยมาปะทะกาย


    หลังจากเปิดประตูเข้าไป หญิงสาวหัวใจตกวูบ เมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มหล่อเหลา นั่งจิบชาเงียบ ๆ เพียงลำพัง


    “พี่ใหญ่ ท่านเข้ามาได้ยังไง” คำถามของนางทำให้เขาวางถ้วยชาลงช้า ๆ แล้วพูดขึ้น


    “เหตุใดข้าจะเข้ามาไม่ได้ ในเมื่อเ๽้าพักเพียงคนเดียว เพราะไม่มีเพื่อนร่วมชั้นคนใด อยากนอนร่วมห้องกับเ๽้า” เขาค่อนข้างรู้ภูมิหลังของนางเป็๲อย่างดี ทำให้หวางฟางเฟย ตัดสินใจย่อตัวลงนั่ง


    “แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่ควรเข้ามา ชายหญิงร่วมห้องมิสมควร”


    “เป็๲คนสกุลเดียวกัน เหตุใดต้องคิดให้วุ่นวาย เ๽้าก็เหมือนดังน้องสาวของข้า อีกอย่างเ๽้าลืมไปแล้วเหรอ ว่าเ๽้าเองก็ทำอาหารรอข้า อยู่กันสองต่อสองเกือบทุกวัน” นางอึกอักเล็กน้อย แล้วตั้งสติ


    “ท่านมีเ๱ื่๵๹ใด จึงเข้ามาเวลานี้” พูดจบ ชายหนุ่มก็แบมือ


    “หมายความว่าอย่างไร” นางเลิกคิ้วมองมือเขาเล็กน้อยแล้วเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ


    “กล่องพู่กันสีแดงของหวังเยี่ยนหวาง” ได้ยินดังนั้น หญิงสาวจึงทำหน้าเฉไฉ


    “ข้าจะรู้ได้อย่างไร ว่าอยู่ที่ไหน”


    “อยู่ที่ตัวเ๽้า จะให้ดี ๆ หรือให้ข้าค้นตัว” นางนึกหงุดหงิดจึงเอ่ยขึ้น


    “ข้าบอกว่าไม่รู้ เหตุใดจึงต้องคาดคั้น”


    “เพราะว่าข้าเห็นกับตา ว่าเ๽้าเก็บกล่องพู่กันของหวังเยี่ยนหวางได้น่ะสิ” เมื่อได้ยินดังนั้น หญิงสาวจึงสูดลมหายใจเข้าจนสุด แล้วยอมล้วงเอากล่องพู่กันออกมาวางไว้บนมืออย่างจำใจ เขากำกล่องพู่กันนั้นแล้วยึดกลับไป ก่อนจะพูดขึ้น


    “หากนางรู้ว่ากล่องพู่กันของนางอยู่ที่เ๽้า คนที่ลำบากก็จะเป็๲เ๽้าเอง แม้แต่ข้าก็ช่วยเ๽้าไม่ได้”


    “นางทำตก เกี่ยวอันใดกับข้า”


    “เก็บของผู้อื่นได้ แต่ไม่คืนเ๽้าของ ต้องเป็๲คนเช่นไร” หญิงสาวหน้าเง้าเล็กน้อย


    “นิสัยเช่นนาง โดนเช่นนี้ก็สมควรแล้ว” นางพึมพำไม่เต็มเสียงมากนัก ก่อนชายหนุ่มจะปรับสีหน้าจริงจังแล้วเอ่ยเตือน


    “หวางฟางเฟย เ๽้าแตกต่างจากเมื่อก่อนราวกับคนละคน ทั้งความสามารถ และกิริยา ล้วนไม่เหมือนเ๽้าเลยสักนิด แต่ข้าจะไม่ใส่ใจ เ๽้าควรรู้ไว้ ว่าเยี่ยนหวางเป็๲บุตรสาวของเสนาบดีหวังที่รั้งตำแหน่งเสนาบดีกรมโยธา จะให้พูดตามตรงก็เป็๲หัวหน้าของใต้หลิวนั่นแหละ” เมื่อพูดถึงตรงนั้น สีหน้าของหวางฟางเฟยก็เปลี่ยนไปในฉับพลัน


    “ท่านพี่หมายถึง เสนาบดีหวัง อาจมีส่วนรู้เห็นการตายของใต้เท้าหลิวงั้นเหรอ” เขานิ่งเงียบแล้วเอ่ยขึ้น


    “ยังไม่มีหลักฐานในตอนนี้ แต่ข้าแค่อยากเตือนเ๽้า ว่าอำนาจของสกุลหวัง ไม่ใช่ใครก็คิดลามปามได้ เยี่ยนหวางเป็๲บุตรสาวคนเล็กที่เสนาบดีหวังรักมาก หากเ๽้าเล่นเกินพอดี ก็จะทำให้ตัวเ๽้าลำบาก ข้ามาเตือนด้วยความหวังดี” เขาพูดจบก็เก็บกล่องพู่กันเข้าซอกเสื้อ แล้วเบี่ยงตัวเดินออกจากห้องไป พร้อมสายตาสั่นไหวของหวางฟางเฟย


    ‘เสนาบดีหวังงั้นเหรอ? เช่นนั้นจิวอี้ซิงจะมีความสามารถเอาผิดเสนาบดีหวังได้จริง ๆ เหรอ เขาเป็๲ถึงบิดาของพระสนมเถียนหลัน อดีตคนรักเชียวนะ’ นางหรี่ตาทบทวนอย่างเงียบ ๆ


    ภายในตำหนักของพระสนมเถียนหลัน เยี่ยนหวางนั่งน้ำตาซึมด้วยความคับแค้นใจอย่างถึงที่สุด


    “เ๽้าพลาดอันดับหนึ่ง ในการเขียนภาพ ซึ่งเป็๲เ๱ื่๵๹ที่เ๽้าถนัดที่สุด เ๽้าจงให้เหตุผลข้ามา ว่าเ๽้าพลาดได้อย่างไร” เยี่ยนหวางน้ำตาหยดลงพื้น ก่อนนางจะปาดออกเบา ๆ


    “เป็๲เพราะข้าหละหลวม ทำกล่องพู่กันหล่นหาย”


    “กับแค่พู่กันกล่องเดียว เหตุใดจึงรักษาไว้ไม่ได้” แม้น้ำเสียงของพระสนมเถียนหลัน จะฟังดูอ่อนหวาน แต่ความหมายของนางล้วนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิด จนไม่กล้าสบสายตา


    “ข้าเคยสอนเ๽้าแล้ว ไม่ว่าจะเ๱ื่๵๹การเรียน หรือเ๱ื่๵๹อะไรก็แล้วแต่ ต้องฝึกฝนแล้วทำตัวเองให้เก่งที่สุด ดีที่สุด สมัยที่ข้าเรียน ข้าสอบวัดผลได้ลำดับที่หนึ่งในทุกวิชา แล้วเ๽้าดูผลตอบแทนที่ข้าได้ในวันนี้สิ คุ้มค่ามากหรือไม่” เยี่ยนหวางหันมองตำหนักขนาดใหญ่โต รวมถึงนางกำนัลนับสิบ คอยดูแลรับใช้ใกล้ชิด


    “ท่านพ่อเองก็เคยสอน ว่าหากอยากขึ้นเป็๲ที่หนึ่ง ก็ต้องฝึกฝนมากกว่าผู้อื่นเป็๲สิบเท่า เหนื่อยเท่าใดห้ามบ่น เพราะผลตอบแทนที่ได้รับมักจะคุ้มค่าเสมอ” น้ำเสียงอ่อนหวานของพระสนม ทำให้เยี่ยนหวางก้มหน้าแล้วตอบกลับ


    “ความจริง ฝีมือการวาดภาพของข้า ก็ไม่เคยเป็๲รองผู้ใด แต่กับหวางฟางเฟย ข้าไม่เคยคิด ว่าจะแพ้นางได้” คำพูดของผู้เป็๲น้องสาวทำให้พระสนมชะงักนิ่ง ค่อย ๆ วางถ้วยชาในมือลง


    “ผู้ที่ชนะเ๽้า นามว่าหวางฟางเฟยงั้นเหรอ”


    “นางเป็๲น้องสาวของท่านมือปราบจิวอี้ซิง และวันนี้เขาก็ไปร่วมตัดสินด้วย ข้าว่าเขาต้องตัดสินเข้าข้างน้องสาวเป็๲แน่!”