บทที่ 3 องครักษ์เงาต้าเซี่ย
"พี่ใหญ่เป็อะไรไป!?" ฟางจื่อเสวี่ยชะงักไปชั่วครู่ เหตุใดฟางเฉินถึงได้ค้อมคำนับไปในทิศทางที่ว่างเปล่าเช่นนั้นล่ะ? แม้แต่เหล่าคนรับใช้ในจวนแม่ทัพก็ไม่เข้าใจ ต่างพากันแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา
"เฉินเอ๋อร์..." ฟางชางไห่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
"ท่านพ่อ พวกท่านมาได้อย่างไร" ฟางเฉินหันกลับมามองฟางชางไห่
ในชั่วขณะนั้น ทุกคนเหมือนเห็นประกายแสงวูบหนึ่งพาดผ่านดวงตาที่เคยไร้แววของฟางเฉิน พวกเขาคิดว่าตนเองคงตาฝาดไปเอง เพราะอย่างไรเสียดวงตาของฟางเฉินก็บอดสนิทมาถึงห้าปีแล้ว
"เ้ายืนอยู่ตรงนี้มาหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว พ่อเป็ห่วง หากในใจเ้ามีความคิดอะไร ก็บอกพ่อมาเถอะ" ฟางชางไห่กัดฟันพูด "ไม่ว่าอย่างไร พ่อก็จะช่วยเ้า!"
"ท่านพ่อคิดว่าข้ากำลังกังวลเื่การแต่งเข้าตระกูลอื่นงั้นหรือ?" ฟางเฉินยิ้มออกมาเล็กน้อย
"หรือไม่ใช่เื่นี้ที่ทำให้เ้ากลัดกลุ้มจนมายืนอยู่ที่นี่ทั้งวันทั้งคืน?" ฟางชางไห่ชะงักเล็กน้อย
ฟางเฉินส่ายหน้าเบา ๆ "ไม่ใช่เื่นี้หรอกขอรับ ลูกแค่คิดทบทวนบางอย่างจนกระจ่างแจ้งแล้ว เื่นี้ท่านพ่อไม่ต้องกังวล ลูกจะจัดการให้เรียบร้อยเอง" ฟางเฉินประสานมือ "ลูกขอตัวก่อน"
"ท่านพ่อ ท่านว่าพี่ใหญ่กระจ่างแจ้งเื่อะไรกันแน่?" ฟางจื่อเสวี่ยมองเงาร่างของฟางเฉินที่กำลังเดินจากไป บนใบหน้าปรากฏแววครุ่นคิด
"พี่ชายของเ้าฉลาดเกินวัยมาั้แ่เด็ก ความคิดในสมองของเขาแตกต่างจากพวกเราคนธรรมดา บางทีเขาอาจจะรู้แล้วว่าควรจะรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้านี้อย่างไร" ประกายอันเฉียบคมวาบดผ่านดวงตาของฟางชางไห่ บุตรชายของเขาคนนี้ ไม่ใช่คนพูดจาเลื่อนลอย ยามนี้เขาบอกว่าจะจัดการเื่ให้เรียบร้อย ก็ย่อมจะไม่มีอะไรผิดพลาด
ความผิดพลาดครั้งเดียวในชีวิตของเขา คือศึกทีู่เาสามภพเมื่อห้าปีก่อน ชาวบ้านทั่วไปอาจไม่รู้ แต่เขารู้ดีว่า ‘าครั้งนั้นมียอดฝีมือจากอาณาจักรระดับแปด’ เข้าร่วมด้วย จึงทำให้สถานการณ์เกินความควบคุม!
"เฉินเอ๋อร์มีไพ่ตายอะไรอีก? หรือว่าเขาคิดจะพึ่งพาคนกลุ่มนั้น? แต่วรยุทธ์ของเขาถูกทำลายไปแล้ว แม้ว่าคนพวกนั้นจะเป็คนที่เขาสร้างมาเองกับมือ แต่ในเื่ครั้งนี้เกรงว่าคงไม่มีกำลังพอที่จะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้..."
ฟางชางไห่จมอยู่ในห้วงความคิด แม้ฟางจื่อเสวี่ยจะเรียกเขาหลายครั้งก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ฟางจื่อเสวี่ยเห็นดังนั้น จึงได้แต่กระทืบเท้าเบา ๆ แล้วหันหลังเดินจากไป
......
ฟางเฉินเดินออกจากจวนแม่ทัพ แม้ดวงตาทั้งสองจะปิดสนิท แต่เขากลับเดินเหินได้เหมือนคนปกติ เขามีประสาทััที่เฉียบคมมาก ซึ่งเป็ความสามารถที่เขาได้มาหลังจากตาบอด หรืออาจกล่าวได้ว่า เป็ความสามารถที่เขาได้รับหลังจากที่ได้เห็นเทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์องค์นั้น ต่อให้ไม่ได้ถอดจิตออกจากร่าง แต่ในสมองของเขาก็สามารถฉายภาพทุกสิ่งรอบตัวออกมาได้อย่างชัดเจน
"เทพแห่งาฟางออกมาเดินเล่นอีกแล้ว"
"เหอะ ห้าปีมานี้ แคว้นต้าเซี่ยของเราถูกแคว้นชิงซงเหยียดหยามสารพัด มีแต่ท่านเทพาฟางนี่แหละ ที่ยังออกมาเดินเล่นจิบชาราวกับว่าเื่นี้ไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อเขา หรือว่าในใจของเขาไม่มีความละอายใจเลยแม้แต่น้อย?"
"ทหารหกแสนนายยังต้องฝังร่างทีู่เาสามภพ แต่เขายังมีอารมณ์ออกมาเดินเล่น จิบชา ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาพูดจริง ๆ" ชาวบ้านรอบข้างต่างพากันชี้หน้าวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความโกรธแค้น
"เอ้า นี่ไม่ใช่เทพาฟางของพวกเราหรอกหรือ? ไม่ใช่สิ อีกไม่กี่วันนี้ พวกเราเหล่านักรบของแคว้นชิงซงคงต้องเรียกเ้าว่า ‘ท่านเขย’ แล้วล่ะมั้ง” ทันใดนั้น ชายร่างกำยำสวมเสื้อคลุมหนังสัตว์หลายคน ก็ปรากฏตัวบนถนนและขวางทางของฟางเฉินเอาไว้ ชายที่เป็หัวหน้าแสดงสีหน้าดูแคลน มองหน้าฟางเฉินด้วยท่าทีเยาะเย้ย
มีเพียงนักรบชิงซงเท่านั้นที่นิยมสวมชุดหนังเช่นนี้ ชาวเมืองต้าเซี่ยที่อยู่รอบ ๆ เมื่อเห็นเหตุการณ์ก็หลบเลี่ยงไปด้านข้าง มองพวกเขาด้วยแววตาที่แฝงความเกลียดชัง แต่ไม่กล้าแสดงออกมา
"นักรบชิงซงพวกนั้นกำลังพูดอะไรกัน?"
"เรียกเทพแห่งาฟางว่าบุตรเขย? นี่มันเื่อะไรกัน?" เสียงซุบซิบดังขึ้นเรื่อย ๆ
นักรบชิงซงผู้นั้น เมื่อเห็นสถานการณ์เป็เช่นนี้ จึงประกาศด้วยความลำพองใจว่า "พวกเ้าทั้งหลายยังไม่รู้ข่าวนี้หรือ? แม่ทัพหมาป่าเซียวได้ส่งคนมาสู่ขอกับฮ่องเต้ของพวกเ้าแล้ว อีกไม่นานเทพแห่งาฟางของพวกเ้าก็จะต้องแต่งเข้าตระกูลเซียว กลายเป็สามีของเทพธิดาเซียวไข่มุกล้ำค่าของท่านแม่ทัพหมาป่าอันดับหนึ่ง!" ให้แต่งงานกับ...เทพธิดาเซียว?
ตู้ม!-
ชาวบ้านโดยรอบต่างะเืใจ และมองไปที่ฟางเฉินด้วยสายตาที่ไม่อาจเชื่อได้
"เ้าพูดเหลวไหล! เทพาฟางจะต่างเข้าตระกูลเซียวได้อย่างไร!" บัณฑิตผู้หนึ่งใบหน้าแดงก่ำะโด่าด้วยความโกรธ
"เ้าบัณฑิตคร่ำครึ กล้าหาว่าข้าพูดเหลวไหลรึ? ช่างขวัญกล้านัก!"
นักรบจากชิงซงเดินตรงไปหาบัณฑิตคนนั้นแล้วตบหน้าไปนับสิบครั้ง จนอีกฝายหัวหมุนติ้ว ฟางเฉินมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ผู้คนโดยรอบข้างได้แต่โกรธแค้นแต่ไม่มีใครกล้าปริปาก
หลังจากตบบัณฑิตเสร็จ นักรบชิงซงผู้นั้นก็ชี้ไปที่ฟางเฉิน "พวกเ้าไม่เชื่อใช่หรือไม่ งั้นก็ถามเทพแห่งาของพวกเ้าดูสิ ว่าสิ่งที่ข้าพูดนั้นเป็เื่จริงหรือเื่โกหก!"
"ท่าน...ท่านเทพาฟาง บอกพวกเราทีว่าพวกเขากำลังโกหก! ตระกูลเซียวมีสิทธิ์อะไรมาให้ท่านแต่งเข้า!" บัณฑิตผู้นั้นถูกตบจนแก้มบวมแดง มีเืซึมออกมาที่มุมปาก แต่เขากลับจ้องมองฟางเฉินอย่างแน่วแน่ เพื่อรอคอยคำตอบ
"ตระกูลเซียวมาสู่ขอเป็เื่จริง" ฟางเฉินเอ่ยเสียงเรียบ
วิ้ง— บัณฑิตที่ฝืนยืนอยู่ได้แม้จะถูกตบไปหลายครั้ง กลับหมดแรงทรุดลงกับพื้นทันทีที่ได้ยินคำนั้น ชาวบ้านต้าเซี่ยต่างตกอยู่ในความสับสนและสิ้นหวัง
หากแม้แต่เทพาในอดีตยังต้องแต่งเป็บุตรเขยของตระกูลศัตรู แล้วต้าเซี่ยจะยังมีความหวังอะไรอีก?
"ฮ่า ๆ ๆ ์ประสงค์จะทำลายต้าเซี่ยของข้า ต้าเซี่ยของข้าย่อมไม่อาจหลีกหนีความพินาศได้!" บัณฑิตผู้นั้นก็แหงนหน้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พร่ำเพ้อคำพูดอัปมงคลออกมา แต่คนรอบข้างกลับเงียบงัน ไม่มีใครเข้าไปขัด
"ใครบอกว่าต้าเซี่ยกำลังจะล่มสลาย? ถึงแม้์จะ้าเช่นนั้นจริง ก็ไม่ควรมาถามข้าก่อนหรือ?" ฟางเฉินกล่าวพร้อมรอยยิ้มจาง
คำพูดของบัณฑิตขาดห้วงลงทันที เขามองไปที่ฟางเฉินด้วยความลังเล ฟางเฉินไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่หันไปถามนักรบชิงซงคนนั้นว่า "เ้าชื่ออะไร"
"แม้แต่์ยังต้องถามเ้าด้วยหรือ? ช่างโอหังเสียจริง เหอะ ๆ ข้าชื่อเหอหลงเซิง ท่านเขยมีอะไรจะสั่งหรือ?" นักรบชิงซงหัวเราะร่า
"รอข้าจับกระบี่อีกครั้ง คนแรกที่ข้าจะฆ่าก็คือเ้า" ฟางเฉินยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเดินผ่านคนกลุ่มนั้นไป
พวกนักรบชิงซงได้ยินดังนั้นก็คิดจะลงมือ แต่ฟางเฉินกลับหันมามองแวบหนึ่ง ดวงตาสีเทาขาวที่ดูไร้ชีวิต ราวกับรวบรวมความน่าเกรงขามบางอย่างที่สามารถจับจิติญญาผู้คนไว้ได้ ทำให้การเคลื่อนไหวของพวกเขามีอันต้องชะงักไปทันที กว่าจะรู้สึกตัว ฟางเฉินก็เดินลับตาไปเสียแล้ว
"เป็แค่คนไร้ค่า ยังจะมาพูดโอ่อวดอีก" เหอหลงเซิงสบถออกมาอย่างเสียหน้า ทว่าในใจของเขากลับรู้สึกหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ สายตาของฟางเฉินเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนจะมองทะลุใจคนและเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง
เดินเล่น จิบชา จนกระทั่งฟางเฉินมาหยุดอยู่ที่ลานบ้านเล็ก ๆ แถบชานเมือง ที่นี่ดูเหมือนจะไม่มีใครมาเยือนเป็เวลานานแล้ว ฝุ่นเกาะอยู่ทั่วทุกที่ ฟางเฉินยืนเงียบอยู่สักพัก แล้วจู่ๆ ก็เอ่ยปากขึ้น
"พวกเ้ามาแล้วรึ"
"ท่านชาย!"
สายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นหลายคู่จ้องมองมาที่ฟางเฉิน ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่ในลานบ้านเล็ก ๆ ปรากฏร่างนับสิบยืนอยู่ คนเหล่านี้แต่งกายหลากหลาย ทั้งพ่อค้าหาบเร่ข้างถนน ขุนนาง บัณฑิต สตรีในชุดสวยงามหรูหรา ไปจนถึงนักรบในชุดรัดกุมพร้อมกระบี่คู่กาย...
ทว่าในใจของฟางเฉิน พวกเขาคือ ‘องครักษ์เงาต้าเซี่ย’ ศาสตราวุธที่แหลมคมที่สุดที่เขาสร้างมากับมือ!