พรวิเศษ
ความเดิมตอนที่แล้ว
“ฉันบอกให้ออกไป!!!”
เมนิลาะโใส่เตชินทร์อย่างเหลืออด ก่อนจะก้มลงไปหยิบเศษซากขยะที่เตชินทร์ทำทิ้งไว้ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ขว้างปาใส่เขาเพราะ้าจะไล่ให้ออกห่างจากตัวเธอ ทำเอาคนที่พยายามจะปากแจ๋วก่อนหน้านี้ วิ่งตาลีตาเหลือกออกมาสตาร์ทรถหน้าบ้านแล้วขับหนีแทบไม่ทัน
ในขณะเดียวกัน สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นภาพถ่ายสติกเกอร์ของเมนิลาที่ติดอยู่บนกระจกมองหลังเข้าพอดี เตชินทร์จึงหรี่ตามองเธออย่างเคียดแค้น
ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยปีศาจ!
----------------------------------------------------------------------
ปี๊น! ปี๊น!
เสียงแตรรถยนต์ดังลั่นเป็ระยะ เพราะถูกรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นคันหนึ่งที่กำลังขับฉวัดเฉวียนไปมาอย่างน่าหวาดเสียว ตัดหน้าไปอย่างกะทันหัน และทันทีที่รถคันนั้นขับผ่านจุดตรวจจับความเร็ว ตัวเลขบนป้ายสัญญาณก็แสดงผลขึ้นเป็ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทันที
เพราะอารมณ์ของเตชินทร์ที่ยังร้อนคุกรุ่นอยู่ จึงทำให้เขาเผลอเหยียบคันเร่งจนเกือบมิดไมล์โดยไม่รู้ตัว แม้จะขับออกมาจากบ้านได้สักพักแล้ว แต่เขาก็ยังคงตกอยู่ในภวังค์ของความเกรี้ยวกราด พอมานึกย้อนกลับไปแล้ว เขาไม่เคยเอาชนะเมนิลาได้เลยสักครั้งเดียว มิหนำซ้ำ ยังต้องอยู่ภายใต้อาณัติของนางมารหน้าสวยอย่างเธออยู่ร่ำไป ราวกับว่าเขาถูกเธอร่ายมนตร์ไม่ให้เขาขัดคำสั่งใดๆ จากเธอได้
เตชินทร์ได้แต่คิดว่า มันคงเป็คำสาปชนิดรุนแรงที่มนุษย์เพศผู้ส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ต้องโดนต้องสาปหลังจากมีเมียแล้วแน่นอน!
แต่จะว่าไป เขาเพิ่งจะเคยออกจากบ้านคนเดียวในยามวิกาลหลังจากที่คบกับเมนิลาเป็ครั้งแรกมิใช่หรือ เมื่อหมาหลุดพ้นจากพันธนาการที่เ้าของจองจำมันไว้เป็แรมปีแบบนี้ มีหรือที่มันจะรีบวิ่งกระดิกหางเข้ากรงอย่างง่ายดายเหมือนเคย
ไม่มีทาง…
‘โหล เพื่อน’
เสียงจากปลายสายดังขึ้น ‘Hey what’ s up , bro? (ว่าไงเพื่อน) ’
‘แดกเหล้ากัน’
คนถูกเชิญถึงกับประหลาดใจ เพราะถ้าเขาจำไม่ผิด ั้แ่เพื่อนมีเมีย… แก๊ง ‘40ดีกรี’ ก็ไม่ได้กลับมารวมตัวกันอีกเลย เห็นทีจะ 10 ปีได้
‘โอ้โหหห!! จารย์ชินหนีเมียเที่ยวว่ะ’
เตชินทร์ไม่สนคำแซวของเพื่อนซี้ ‘มึงโทรชวนไอ้ปั้นด้วยละกัน’
‘จัดไปอย่าให้เสียคร้าบบ’
เตชินทร์วางสายแล้วกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เขาหลับตานึกถึงภาพบรรยากาศร้านเหล้าที่คลอไปด้วยเสียงดนตรีสด พร้อมๆ กับได้ดื่มด่ำรสชาติสุดละมุนของน้ำสีอำพัน
วันนี้แหละ เขาจะซัดให้เกลี้ยงร้าน ถ้าภาพยังไม่ตัด เขาจะเทอาบให้เมาแถ่ดจนลืมทางกลับบ้านเลยคอยดู!
แต่แล้ว รถของเขาก็ดูเหมือนจะมีปัญหา เพราะจู่ๆ ก็ดับกลางทางไปเสียดื้อๆ เขาพยายามจะสตาร์ทเท่าไรก็ไม่เป็ผล เมื่อมองไปที่เกจ์วัดน้ำมันก็ยังเหลืออีกตั้งครึ่ง เตชินทร์เลยทำได้เพียงประคองรถให้เคลื่อนไปจอดที่ข้างทางอย่างไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก
เตชินทร์เอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำที่เบาะข้างหลัง แล้วเดินลงไปเปิดกระโปรงหน้ารถเพราะคิดว่าหม้อน้ำน่าจะแห้ง แต่ปรากฏว่าไม่เป็อย่างที่เขาคิด และไม่ว่าจะเช็กเท่าไร เขาก็ไม่เจอต้นตอของสาเหตุเลยแม้แต่น้อย
เมื่อมองไปรอบๆ ก็พบว่าเป็ศาลเ้าที่ค่อนข้างโทรมเอาการ บรรยากาศรอบๆ ข้างจึงดูเปลี่ยวไปถนัดตา เขาเลยตัดสินใจเสิร์ชหาเบอร์โทรอู่ซ่อมรถที่ใกล้ที่สุด แล้วโทรเรียกช่างให้รีบมาดูอาการทันที
เขารึอุตส่าห์ออกมาข้างนอกได้แล้วแท้ๆ หรือว่าจะเป็คำสาปจากนางมารร้ายไม่ให้เขาหนีเที่ยวกัน?
เพ้อเจ้อ…
เขาสลัดความคิดไร้สาระออกจากหัว ก่อนตัดสินใจเปิดประตูรถเพื่อที่จะเข้าไปนั่งรอ แต่ปรากฏว่า ประตูรถกลับถูกล็อกไปเสียอย่างนั้น เตชินทร์ขมวดคิ้วมุ่น เขาค่อนข้างมั่นใจว่าหลังจากที่ลงจากรถ เขาไม่ได้กดล็อกเลย ส่วนกุญแจก็ยังคงเสียบค้างอยู่ข้างใน
เขาถอนหายใจเป็รอบที่ร้อย…อีกไม่กี่อึดใจก็จะได้ไปปลดปล่อยแล้ว ทำไมวันนี้เขาถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนเช่นนี้กัน แต่คิดไปก็เท่านั้น ปวดหัวเปล่าๆ เขาจึงทรุดตัวลงนั่งบนริมฟุตบาท พลางยกน้ำขึ้นกระดกเพราะคอแห้ง
ขณะเดียวกัน สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็น ชายชราเนื้อตัวมอมแมม อายุราวๆ 70 ปี นอนคว่ำหน้าอยู่ไม่ไกล และนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงใดๆ ด้วย เตชินทร์ค่อยๆ เอาขวดน้ำออกห่างจากปาก ในขณะที่สายตาก็จับจ้องไปที่ชายชราคนนั้นอย่างระแวดระวัง
แต่ทันใดนั้น ชายชราคนนั้นก็หันขึ้นมามองแล้วคลานมาทางเขาอย่างรวดเร็ว! และเพราะได้ฟังเื่หลอนๆ ชวนขนหัวลุกจากเดอะโกสต์มาก็มาก กอปรกับสิ่งที่ได้เห็นอยู่ตรงหน้า เขาไม่มีทางคิดไปอื่นไกลได้เลยว่านั่นคือ …
ผีแน่นอน!!
เขารีบหมุนตัว หมายจะลุกขึ้นวิ่งหนี แต่ก็ช้าเกินกว่ามือชายชราที่คว้าหมับเข้าที่ขาของเขาได้อย่างรวดเร็ว
“อ๊ากกกก”
เตชินทร์หลับตาปี๋และร้องดังลั่นจนฝูงนกบินแตกตื่นออกจากรัง เขาถึงกับยกมือขึ้นพนมพร้อมเปล่งบทสวดออกมาอย่างไม่เป็ภาษา
“น้ำ….”
“ฮะ?”
เตชินทร์ชะงัก
“น้ำ ขอน้ำหน่อย”
เตชินทร์ค่อยๆ หรี่ตาข้างหนึ่ง ก่อนจะพบว่า ชายชราคนนั้นมองขวดน้ำที่อยู่ในมือของเขาอย่างไม่วางตา เมื่อพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว พบว่า เขาคืุ์ ไม่ใช่ผีอย่างที่เตชินทร์คาด เพียงแต่เนื้อตัวดูสกปรกเหมือนคนไร้บ้านมากไปหน่อย เมื่อรู้ว่าไม่ใช่ดังที่คิด เตชินทร์จึงหายกลัวแล้วยื่นขวดน้ำให้อย่าง งงๆ
เมื่อได้น้ำจากเตชินทร์แล้ว เขาก็รีบยกกระดกขึ้นดื่มอย่างรวดเร็วจนหมดในคราวเดียว ท่าทีของเขาราวกับไม่ได้ดื่มน้ำมานานสักหนึ่งชาติ
“อ๊าาา!!! สดชื่นสุดๆ ขอบใจมากไอ้หนุ่ม”
พูดจบก็ตบไหล่เ้าของน้ำดื่มเบาๆ ทำเอาเตชินทร์ถึงกับปรายตามองเหยียดไปที่มือมอมๆของตาเฒ่าโดยไม่ได้ตั้งใจ
ชายชราไม่รอให้เตชินทร์ได้พูดอะไร เขาถามขึ้นมา “ว่าแต่ พอจะมีสักร้อยสองร้อยไหม”
หน็อยแน่ นี่เขาเสียท่าให้กับตาเฒ่ามิจฉาชีพคนนี้แล้วใช่หรือไม่ ทำทีมาขอน้ำดื่ม แต่ความจริงแล้ว้าจะมาขอเงินจากเขาต่างหาก! นี่มันวันอะไรของเขากันแน่ ั้แ่ทะเลาะกับเมียแล้ว รถก็ดันมาเสียกลางทาง ไหนจะตาลุงที่กำลังแบมือไถเงินจากเขาอยู่อีกคน
หงุดหงิดเป็บ้า
เตชินทร์ยกมือขึ้นปัดไล่ชายชราคนนั้นให้ออกไปอย่างไม่สบอารมณ์
“ไม่มีหรอกลุง จะไปไหนก็ไป ไป๊”
ชายชราคนนั้นเห็นท่าทีฟึดฟัดจากเตชินทร์ก็พูดขึ้นมา “โว๊วๆๆ ทะเลาะกับเมียแล้วอย่ามาลงกับคนแก่สิไอ้หนุ่ม”
เตชินทร์ชะงัก รีบหันขวับไปถามชายชราคนนั้น
“ลุงรู้ได้ไงว่าผมเพิ่งทะเลาะกับเมียมา”
คนถูกถามไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยักคิ้วเหมือน้าจะสื่อว่า เพียงแค่มองเตชินทร์ปราดเดียว เขาก็รู้แล้ว…
เตชินทร์ที่เบื่อหน่ายกับเื่นี้เป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน แล้วตัดสินใจเปิดปากระบายความในใจเื่ชีวิตคู่ให้กับชายชราฟัง ถึงแม้เขาจะรู้ว่าไม่ควรเล่าเื่ส่วนตัวให้ใครฟัง แต่เพราะชายชราคือคนแปลกหน้าที่เขาคงได้เจอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว เตชินทร์เลยเล่าให้ฟังอย่างไม่คิดอะไรมากนัก
ในขณะเดียวกัน เตชินทร์ก็แปลกใจตัวเองอยู่หน่อยๆ ที่ดันรู้สึกสบายใจหลังจากที่ได้เล่าเื่นี้ให้ตาเฒ่าคนนี้ฟัง อาจเป็เพราะทั้งคู่คือผู้ชายเหมือนกันกระมัง เลยทำให้ต่างคนต่างเข้าใจหัวอกของผัวที่อยู่ใต้อำนาจเมีย
เมื่อฟังจบ ชายชราก็ยกมือขึ้นแตะไหล่เขาอย่างเข้าใจ “ผู้หญิงก็เป็แบบนี้แหละ ทำใจเถอะ”
แต่เตชินทร์ไม่ยอมแพ้ เขาหันไปมองชายชราคนนั้น “ไม่ได้ลุง ยิ่งยอมยิ่งได้ใจ”
พูดจบก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะพูดออกมาอย่างแน่วแน่ “ชายชาติชาตรีอย่างเรา ต้องไม่ยอมก้มหัวให้กับพวกผู้หญิงอีกต่อไป”
ชายชราได้แต่หัวเราะในลำคอ “แล้วเอ็งจะทำยังไง?”
เตชินทร์ชะงัก เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรเช่นกัน “นั่นสิลุง ต้องทำไงอะ”
ชายชราจึงลุกขึ้นยืนแล้วแบมือมาทางเขา “เอามาสองร้อย เดี๋ยวบอก”
พอถูกขอเงิน เตชินทร์ก็หรี่ตามองตาเฒ่าเ้าเล่ห์คนนี้อย่างไม่ไว้ใจ
“แล้วแต่นะ” ชายชราทำทีจะเดินหนี
เตชินทร์ที่อยากรู้คำตอบจึงรั้งแขนเขาไว้ ก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาเปิดหวังจะเอาเงินให้ แต่พบว่าภายในนั้นมีเพียงธนบัตรสีเทานอนแอ้งแม้งอยู่ใบเดียวเท่านั้น เตชินทร์เหลือบสายตาขึ้นมองตาเฒ่าที่ยื่นหน้าเข้ามาดูเงินในกระเป๋าเขาพอดี
เตชินทร์เห็นว่าชายชรากำลังฉีกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ เขาจึงทำได้เพียงถอนหายใจแล้วยื่นให้อย่างจำใจ
“ค่อยเอาไปแลกแบงก์ย่อยกับช่างละกัน”
ทันทีที่ชายชรารับเงินไป เขาก็บอกให้เตชินทร์หลับตา แม้ในใจจะกลัวว่าตาแก่อาจเชิดเงินหนี แต่เขาก็เดิมพันด้วยการเลือกทำตามคำสั่งอย่างไม่ขัดขืน
“ข้าให้พรเอ็งหนึ่งข้อ อยากขออะไรก็ว่ามา”
เตชินทร์มุ่นคิ้วอย่างฉงน ตาลุงคนนี้มาไม้ไหนกันแน่…
“อย่าคิดนาน”
หลังถูกชายชราเร่งเอาคำตอบ จู่ๆ ภาพใบหน้าของนางมารร้ายอย่างเมนิลาก็ปรากฏขึ้นกลางมโนทัศน์ของเตชินทร์ นั่นเลยทำให้เขาเผลอพลั้งปากออกไปอย่างไม่คิดว่า…
“ขอให้เมียผมหายไปตลอดกาล!!”
ชายชรายิ้มมุมปาก “จัดให้ตามคำขอ…แต่ถ้าครบ 3 เดือนเมื่อไร”
เตชินทร์นิ่งฟัง
“นั่นจะกลายเป็ ตลอดกาล ตามที่เอ็ง้า”
ทันทีที่ชราพูดจบได้เพียงไม่นาน เตชินทร์ก็ััได้ถึงลมที่พัดเข้ามาภายในศาลเ้าอย่างรุนแรง ส่งผลให้อาณาบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยความเย็นะเื อีกทั้งฝูงนกที่อยู่บนต้นไม้ต่างพร้อมใจส่งเสียงร้องขึ้นมาอย่างระเบ็งเซ็งแซ่จนน่าขนลุก
“ลืมตาได้ยังเนี่ยลุง”
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากชายชรา เตชินทร์รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เลยตัดสินใจลืมตาขึ้น ก่อนจะพบกับความว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนชรา
เขาถึงกับกำหมัด ขบกรามแน่น ถ้าพินิจอย่างละเอียดจะพบว่า ที่ขมับทั้งสองข้างของเขามีเส้นเืปูนขึ้นมาอยู่หน่อยๆ เขาในตอนนี้ไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้อีกต่อไป
เตชินทร์อดไม่ได้ที่จะะโก้องดังลั่นศาลเ้าด้วยความโมโห
“เงินกู!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
โปรดติดตามตอนต่อไป
----------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น :
โอ๊ยยย เฮียชินเสียท่าให้มิจฉาชีพเข้าซะแล้ว
เห็นคนคุยด้วยแล้วสบายใจเข้าหน่อย ก็ไว้ใจเขาไปทั่วเลยน้า