หยกสีทองเปล่งประกายเรืองรอง ในหมู่หยกนับร้อยชิ้นในมิติเอกเทศนี้ เรียกว่าสดุดตาเป็อย่างยิ่ง ยาวกับความหวังในความมืดมิดชั่วนิรันดร์
ร่างิญญาของไดนัสพุ่งเข้าไปหาหยกชิ้นนั้นทันที เพราะเขารู้ว่าอะไรที่เปล่งประกายยิ่งกว่าในหมู่เดียวกัน มันต้องเป็ของล้ำค่าแน่นอน
ร่างมาหยุดอยู่ข้างหน้าหยกชิ้นนั้น มือหนึ่งเอื้อมไปคว้ามาไว้ในกำมือ จากนั้นเด็กหนุ่มจึงส่งพลังชมปราณอันน้อยนิดออกตนเขาไปในหยกสีทองทันที
ร่างมาหยุดอยู่ข้างหน้าหยกชิ้นนั้น มือหนึ่งเอื้อมไปคว้ามาไว้ในกำมือ จากนั้นเด็กหนุ่มจึงส่งพลังชมปราณอันน้อยนิดออกตนเขาไปในหยกสีทองทันที
ตอนนั้นเอง ิญญาปริศนาก็ลืมตาขึ้นมา พร้อมกับกล่าวว่า"ลูกหลานของข้า ในที่สุดเ้าก็ได้อาชีพเป็ผู้ฝึกตนเสียที ส่วนข้าในตอนนี้นั้นเป็เพียงเสี้ยวจิติญญาหนึ่งในพันของร่างต้นเท่านั้น"เหลือบดูปฏิกิริยาของทายาทตนเอง เมื่อเห็นแววตาที่ตื่นตระหนกของอีกฝ่ายชายชราก็ยังกล่าวต่อ"ลูกหลานของข้าเอ๋ย จงฟังข้าให้ดี เมื่อครั้งกระโน้นในตอนที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าได้ทิ้งถุงพหุเซียนไว้ให้กับลูกหลานของข้า ข้าได้บอกกับพวกเขาไว้ว่ามีเพียงแค่ทายาทที่เป็ผู้ฝึกตนหรือมีอาชีพผู้ฝึกตนเท่านั้นจึงจะเปิดมันออกมาได้ และในที่สุดทายาทผู้มีอาชีพผู้ฝึกตนก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว นั่นก็คือเ้า"
ตอนนี้ดวงตาของไดนัสเผยควาตกตะลึงออกไปอย่างสมบูรณ์ แม้แต่ตอนนี้ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าตนลงไปคุกเข่าตอนไหน ที่เขาตกตะลึงนั้นก็เพราะว่าิญญาของหน้าตนนี้เป็ิญญาของบรรพบุรุษตน อีกเหตุผลก็คือ.....ิญญานี่ก็คือผีดีดีนี่เองน่ะสิ! แต่ก็ช่างเถอะ
ไม่เปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มได้เอ่ยปาก เยาเจวี๋ยเทียนก็กล่าวต่อทันที"ในตอนที่เ้าได้รับอาชีพผู้ฝึกตนมา เ้าก็คงจะได้เห็นระดับบ่มเพาะของตนเองแล้ว นั่นก็คือตอนนี้เ้าอยู่ในขอบเขตปราณเริ่มต้นขั้นที่หนึ่ง ซึ่งถ้าเทียบกันตามขีดขั้นพลังแล้วถือว่าต่ำที่สุด ถ้าอย่างงั้นข้าก็จะบอกเ้าไปเลยแล้วกันว่าตอนนี้เ้าควรจะรู้ว่าขอบเขตไหนสูงหรือต่ำก่อน"
"ตอนนี้เ้าก็คงจะรู้แล้วว่าขอบเขตปราณเริ่มต้นขั้นที่หนึ่งนั้นเป็ระดับบ่มเพาะที่ต่ำที่สุด แต่เ้าก็คงจะไม่รู้ว่ามันมีกี่ขั้นกันแน่? สำหรับขั้นย่อยของมันนั้นมีทั้งหมดเก้าขั้น เรียงกันหนึ่งถึงเก้า เอาล่ะสำหรับขอบเขตปราณเริ่มต้นก็จบแค่นี้"
เยาเจวี๋ยเทียนมองไปที่ลูกหลานของตนซึ่งยังคุกเข่าอยู่ข้างหน้าอยู่ เขาเอ่ยเสียงเรียบออกมา"ยืนขึ้น" เมื่อเห็นเด็กหนุ่มยืนขึ้น และดูเหมือนว่าจะย่อยข้อมูลเสร็จแล้ว เขาก็กล่าวต่อทันที"สำหรับขอบเขตที่สูงกว่าขอบเขตปราณเริ่มต้นนั้นมี ขอบเขตแก่นแท้ปราณ ระดับย่อยก็คือแก่นชีพทั้งเจ็ดระดับ ต่อจากนั้นจะเป็ขอบเขตปราณิญญา มีสาม์เป็ขั้นรองก็คือขั้นปราณแท้จริง,ขั้นิญญาแม้จริงและแท้จริงไร้ที่ติ ส่วนระดับย่อยนั้นแบ่งออกจากต่ำไปสูงคือ ระดับต่ำ กลาง สูง สูงสุด"องค์บรรพบุรุษหยุดเล่าไปครู่หนึ่งเพื่อให้ไดนัสได้ย่อยข้อมูลอีกครั้ง
ผ่านไปสักพัก เมื่อเห็นว่าไดนัสย่อยข้อมูลเสร็จแล้วก็กล่าวต่อทันที"ต่อจากขอบเขติญญาก็คือขอบเขตกำเนิดแก่นแท้ ขอบเขตนี้จะแปลกแยกจากขอบเขตอื่น เนื่องจากว่ามันมีขั้นรองเป็ขอบเขตกำเนิดแก่นแท้ระดับต่ำ และขอบเขตกำเนิดแก่นแท้ระดับสูง ในระดับต่ำนั้นจะเรียกง่ายๆกันว่าาา ส่วนระดับสูงคือมหาราช ระดับย่อยของขอบเขตนี้ก็คือ่ต่ำ ่กลาง ่สูง ่ปลาย ระดับที่สูงขึ้นไปกว่าขอบเขตกำเนิดแก่นแท้ก็คือ ขอบเขตปราณศักดิ์สิทธิ์ ขั้นรองของมันก็คือยอดปรมาจารย์และมหาปรมาจารย์เหตุผลที่เรียกกันแบบนี้ก็เพราะว่า ขอบเขตนี้เป็จุดสูงสุดของมนุษย์ก่อนจะเข้าสู่วิถีแห่งเซียนและเทพ ด้วยเหตุนี้ปรมาจารย์ก็เป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่มนุษย์ธรรมดายังไงละ"
"ตอนนี้เหลืออีกสองขอบเขตที่เ้าควรจะนั่นก็คือนั่นก็คือขอบเขตเทวะแท้จริงและขอบเขตสู่เทวราชฟ้า ส่วนขอบเขตที่เหลือนั้น ในตอนนี้เ้ายังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะรู้ถึงมัน"เสี้ยวิญญาบรรพบุรุษกล่าวจบคำ ไดนัสก็ร้องถามขึ้นมาทันที
"ท่านบรรพบุรุษขอรับ แล้วสายเืจักรพรรดิอสูรกลืน์มันคือสิ่งใดกัน? ใช่สายเืที่สืบทอดกันมาตามตระกูล'เยา'หรือไม่ขอรับ อีกอย่างคือทำไมชื่อของข้าถึงมีสองชื่อ ชื่อแรกของข้าคือไดนัสอีกชื่อก็คือเยาหวังเล่อ ทำไมมันถึงเป็แบบนี้ขอรับท่าน
บรรพบุรุษ"
"ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมเจ้าถึงมีอีกชื่อว่าเยาหวังเล่อนั้น มันก็เป็นเพราะว่าเจ้าเป็นคนของตระกูล มีสายเลือดของจักรพรรดิอสูรกลืนสวรรค์ อีกสาเหตุสำคัญก็คือเจ้าเป็น[ผู้ฝึกตน]อย่างไรล่ะ!"
คำถามของเด็กหนุ่มได้รับการไขข้อสงสัยทันที แต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แล้วโพล่งถามออกไปทันที"แล้วพวกบรรพชนของข้าละขอรับ อย่างท่านทวดหรือท่านปู่ของข้าพวกเขาไม่ได้มีอาชีพเป็นผู้ฝึกตนหรือเป็นผู้ฝึกตนโดยตรง ดังนั้นแล้วพวกเขาสามารถใช้แซ่เยาหรือไม่ขอรับ"ได้ยินคำถามนี้เข้าไป เยาเจวี๋ยเทียนก็อดที่จะรู้สึกชื่นชมทายาทตรงหน้าของตนคนนี้ไม่ได้ มันฉลาดอย่างแท้จริงที่ถามคำถามนี้ออกมา เพราะเด็กในวัยเดียวกันที่อายุห้าขวบก็คงไม่สามารถที่จะคิดคำถามแบบขึ้นมาได้
จากนั้นจึงตอบออกไปด้วยเสียงราบเรียบ"ลูกหลานของข้าที่ไม่ได้มีอาชีพเป็นผู้ตนอย่างนั้น..."