ตอนพิเศษ ตอนที่ 1 แหวนและสิน
“แหวนไปทำแท้งซะ เอาเด็กออกเหอะ”
“หา! หมายความว่าไง.....นี่มันลูกเรานะ ฟลุ๊ค”
“ก็ใช่.....แต่แหวนก็รู้ดีนี่ว่าพวกเราเลี้ยงเด็กคนนี้ไม่ไหวหรอก เรายังเรียนกันไม่จบเลยนะ”
“แล้วทำไมตอนนั้นที่แหวนให้ฟลุ๊คใส่ถุงยาง......ฟลุ๊คถึงไม่ใส่หล่ะ”
“เฮ้ยเรื่องมันผ่านมานานแล้ว จะเอามาพูดทำไมวะ....แต่ไม่ว่ายังไงแหวนก็ไปเอาเด็กออกเหอะเชื่อฟลุ๊ค”
“แม่งเป็นผู้ชายภาษาอะไรวะ ทำอะไรไว้ก็ไม่รับผิดชอบซักอย่าง”
“โว๊ะ....ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องก็แค่นี้แหล่ะ”
“เฮ้ยฟลุ๊คจะไปไหน เฮ้ย เดี๋ยวก่อน....ฟลุ๊ค ไอ้ฟลุ๊ค”
แหวนสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝันก่อนจ้องมองเพดานห้องนอนของตัวเองพลางคิดในใจ‘เฮ้ออออ ฝันถึงไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นอีกแล้วหรอเนี่ย’
แหวน ณัชชา เด็กสาวจากต่างจังหวัดที่หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมต้นก็เข้ามาเรียนต่อในเมืองหลวงตามการชักชวนของน้าสาวที่เข้ามาทำงานเป็นสาวโรงงานก่อนหน้าและด้วยที่ความที่บ้านของเธอนั้นค่อนข้างยากจนเธอจึงเลือกที่จะเรียนสายอาชีพเพื่อที่จะได้เรียนจบเร็วๆจะได้ออกมาทำงานเลี้ยงดูแม่บังเกิดเกล้าไวๆ
แต่ทว่าพอเธอเรียนมาจนถึงแค่ปวส.ปีแรกเธอก็เกิดท้องกับแฟนหนุ่มที่ชื่อฟลุ๊คขึ้นมาจนได้แถมพอเค้ารู้ว่าเธอตั้งครรภ์ก็แจ้นหายไปโดยไม่บอกลากันซักคำในทีแรกแหวนก็ตั้งใจจะเอาเด็กออกแต่ทว่าพอเธอได้มาพูดคุยกับน้าสาวเข้าน้าสาวก็เอาเรื่องไปบอกแม่ของแหวนอีกทีก่อนที่จะมาพูดคุยกันจนในท้ายที่สุดแหวนก็ได้ให้กำเนิดเด็กน้อยน่ารักนามว่า‘เฟย์’ ขึ้นมา
พอคลอดแล้วแหวนก็อยู่ดูแลลูกน้อยต่อมาจนเธออายุได้ขวบเศษแหวนจึงได้กลับมาเรียนต่อปวส.จนจบก่อนจะเข้าทำงานเป็นพนักงานบัญชีในบริษัทแห่งนึงและถึงแม้ว่าการห่างลูกน้อยจะทำให้แหวนเหงาอยู่บ้าง แต่เธอก็ขยันทำงานเก็บเงินจนมากพอที่จะย้ายตัวเองจากห้องเช่ารูหนูแล้วไปรับลูกน้อยที่ตอนนั้นอายุได้เจ็ดขวบเข้ามาอยู่ด้วยกันในบ้านเช่าหลังน้อยที่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวกับลูกสาวสองคนพอจะอาศัยอยู่กันได้
แหวนเดินลงมาที่ห้องครัวด้วยหวังว่าจะตรงเข้าไปทำอาหารเช้าให้ลูกสาวที่ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นได้กินแต่ปรากฏว่าพอเธอไปถึงที่นั่นลูกสาวคนเก่งก็ยืนอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว
“อรุณสวัสดิ์ลูกจ๋า.....ทำอะไรอยู่น่ะ”แหวนถามเมื่อเห็นเฟย์กำลังยืนอยู่ที่ซิงค์ล้างจาน
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ...หนูหุงข้าวอยู่น่ะ” เฟย์หันมาตอบแม่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“โห! ตื่นแต่เช้ามาหุงข้าวรอแม่หรอเนี่ย....ลูกสาวใครนะขยันจังเลย” แหวนเดินตรงปรี่เข้าไปกอดรัดสาวแว่นตัวน้อยด้วยความภาคภูมิใจ
“พอแล้วแม่....รีบไปทำกับข้าวได้แล้วค่ะ” เฟย์พูดในขณะที่กำลังยืนซาวข้าวอยู่
“รู้แล้วจ้า” แหวนตอบรับก่อนจะยกมือขึ้นมาสางผมที่ยุ่งเหยิงปิดบังใบหน้าของเฟย์พร้อมกับพูด“ทำไมชอบปล่อยให้ผมมันปิดหน้าอย่างนี้นะ....ให้แม่รวบผมให้ไหมลูกจ๋า”
“ไม่ต้องค่ะ.....คุณแม่รีบไปทำกับข้าวได้แล้ว....เดี๋ยวก็ไปทำงานที่บริษัทใหม่ไม่ทันหรอก” เฟย์ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย……………
ด้วยความที่ค่าใช้จ่ายในเมืองหลวงค่อนข้างจะเยอะทำให้แหวนนั้นไม่สามารถที่จะซื้อรถเป็นของตัวเองได้จึงทำได้แค่ใช้บริการรถประจำทางเพียงเท่านั้นและหลังจากที่เธอไปส่งลูกสาวตัวน้อยที่โรงเรียนเรียบร้อยแล้วแหวนก็ตรงมาที่บริษัทใหม่ที่ตัวเองจะมาทำงานวันนี้เป็นวันแรกทันที
“เอ่อ...งานหลักๆส่วนใหญ่พี่ว่าแหวนก็เคยทำมาแล้วอ่ะเนอะ....ไม่น่าจะต้องสอนอะไรกันมาก....มันก็เหมือนกับที่เก่าที่แหวนทำนั่นแหล่ะ....แต่ว่าถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามพี่ได้เลยนะ” ผู้จัดการฝ่ายบัญชีสาววัยกลางคนหันมาอธิบายเนื้องานให้แหวนฟัง
“ค่ะ....ขอบคุณมากค่ะ” แหวนพยักหน้าพร้อมตอบรับอย่างสุภาพ
“อ้าว? พนักงานใหม่หรอครับ พี่พิศ” เสียงของผู้ชายคนนึงที่ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังทำให้ทั้งสองคนต้องหันไปมอง
“ใช่ย่ะ....เพิ่งมาทำงานวันนี้เป็นวันแรก” หัวหน้าแหวนพูดตอบผู้ชายคนนั้นไป
พอพิศพูดจบผู้ชายที่แต่งตัวดีแถมมีกลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งอยู่รอบตัวก็เดินตรงมาหาแหวนก่อนจะกล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้ม“งั้นก็ยินดีตอบรับนะครับ พี่ชื่อสิน....เป็นผู้จัดการฝ่ายขายน่ะ”
“อ๊ะ! ขะ...ขอบคุณค่ะ.....หนูชื่อแหวนค่ะ....ฝากเนื้อฝากตัวด้วย” แหวนรีบตอบรับพลางก้มหัวปลกให้สิน
“จ๊ะ....ต่อจากนี้เราสองคนคงได้เจอกันบ่อยๆ....งั้นพี่ขอตัวก่อนนะน้องแหวน” พูดจบสินก็ส่งยิ้มแล้วเดินจากไปในทันที
“นี่....แหวน...พี่ขอเตือนอะไรเกี่ยวกับไอ้ผู้ชายคนนั้นไว้หน่อยนะ....สินน่ะมันเจ้าชู้...ระวังมันไว้หน่อยก็ดี” หัวหน้าพูดกับแหวนด้วยความเป็นห่วงซึ่งแหวนก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย…………….
เย็นวันนั้น ที่หน้าบริษัท
งานในวันแรกในบริษัทใหม่ไม่ได้ทำให้แหวนเหนื่อยหน่ายซักเท่าไหร่เพราะสิ่งที่ทำให้เธอเหนื่อยหน่ายที่สุดกับเป็นการที่ต้องคอยปฏิเสธผู้ชายในบริษัทหลายคนที่ต่างผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาแจกขนมจีบให้กับเธออยู่ทั้งวันนั่นต่างหากเพราะว่าในหัวของแหวนตอนนี้ก็มีเพียงแค่เรื่องที่จะเลี้ยงดูลูกสาวคนเดียวของเธอยังไงมากกว่าจึงไม่ได้ทำให้เธอคิดถึงเรื่องที่จะมีสามีใหม่เลยซักนิด
แหวนยืนรอรถประจำทางอยู่ที่หน้าบริษัทอยู่นานสองนานแต่ก็ยังไม่มีท่าทีที่จะมีรถมาซักคัน สาวสวยยืนรอด้วยความหงุดหงิดเพราะเธอจะต้องตรงไปรับลูกสาวที่โรงเรียนอีก
“อ้าว? แหวนยังไม่กลับบ้านอีกหรอ” เสียงของผู้ชายที่ฟังดูคุ้นๆดังลอดช่องหน้าต่างของรถเก๋งที่ขับมาจอดอยู่ตรงหน้าของแหวนทำให้แหวนรีบก้มหน้าลงไปมองก่อนจะเห็นสินจึงตอบไป “ค่ะ....กำลังรอรถอยู่”
“เอ่อ....ถ้าไม่รังเกียจให้พี่ขับไปส่งไหม” สินพูดพร้อมยิ้มออกมา
แหวนลังเลใจนิดหน่อยเพราะด้วยคำเตือนของหัวหน้าเธอยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวแต่ถ้าเธอไม่ไปกับเค้าเธอก็อาจจะไปรับลูกสาวที่โรงเรียนไม่ทันอีก แหวนจึงตอบไป “จะดีหรอคะ...บ้านแหวนอยู่ไกลนะ”
สินฉีกยิ้มกว้างก่อนจะตอบ “ดีซิ....ขึ้นมาเถอะ”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา บนรถของสิน
“อ๋อ...อย่างนั้นหรอกหรอพอเค้ารู้ว่าแหวนท้องก็ทิ้งไปเลย....ผู้ชายอะไรนะ...แย่จริงๆ” สินตอบรับหลังจากที่แหวนเพิ่งจะเล่าเรื่องที่ตัวเองกลายมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวให้เค้าฟัง
“แล้วพี่สินหล่ะคะ.....มีภรรยาหรือยัง” แหวนถามขึ้นมาบ้าง
สินทำหน้าเศร้าก่อนจะตอบ “เคยมีน่ะ...แต่เค้าทิ้งพี่ไปแล้ว....เอาลูกชายพี่ไปด้วย”
“เอ๊ะ! แหวนขอโทษนะคะที่ถามอะไรโง่ๆออกไป” แหวนรีบพูดขอโทษออกมา
“ไม่เป็นไรหรอก...เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วด้วย” สินตอบรับพร้อมยิ้มออกมาก่อนจะพูดต่อ “จะว่าไปจริงๆแล้วเราสองคนก็เหมือนกันเนอะ....ต่างกันตรงที่แหวนยังมีลูกส่วนพี่ไม่มีแล้ว”
พอสินพูดจบแหวนที่รู้สึกสงสารสินขึ้นมาจับใจจึงเอื้อมมือไปจับที่ท่อนแขนของเค้าพร้อมกับพูดปลอบ“แหวนเป็นกำลังใจให้นะคะ”
“ขอบคุณนะครับน้องแหวน” สินหันมายิ้มก่อนจะพูดตอบแหวน……………….
หลังจากวันนั้นแหวนที่ไม่ได้รู้สึกว่าสินจะมีท่าทีเจ้าชู้ใส่เธอเลยแม้ซักนิดก็ไว้ใจสินมากจนยอมให้เค้าขับรถจากบริษัทมาส่งที่หน้าโรงเรียนของเฟย์ทุกเย็น
สองเดือนต่อมา
“พรุ่งนี้พี่อาจจะไม่ได้มาส่งแหวนนะ...เพราะว่ามีนัดคุยงานกับลูกค้าทั้งวัน คงไม่ได้กลับมาที่บริษัทนะ” สินหันมาพูดบอกแหวนในขณะที่รถจอดติดไฟแดงอยู่
“ไม่เป็นไรค่ะ” แหวนก็หันไปตอบพร้อมยิ้มให้
“อ๋อ...แต่ว่าวันนี้พี่มีอะไรจะให้แหวนนะ” สินพูดพร้อมกับเอื้อมมือมาทางช่วงล่างของแหวน
“ดะ....เดี๋ยวพี่....พี่สินจะทำอะไรน่ะค่ะ” แหวนร้องลั่นตกใจเมื่ออีกไม่ถึงคืบมือของสินก็จะเดินทางมาถึงขาอ่อนที่โผล่พ้นชายกระโปรงของเธอแล้ว
สินรีบดึงมือกลับก่อนเงยหน้าขึ้นมามองแหวนพร้อมกับพูด “พะ....พี่ขอโทษพี่แค่จะเอื้อมมือไปเปิดเก๊ะหน้ารถเฉยๆ พี่...พี่ไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินแหวนเลยนะ”
แหวนจ้องมองสีหน้าที่ตื่นตกใจปนสำนึกผิดของสินจากนั้นก็หันมามองที่เก๊ะหน้ารถก่อนจะหันกลับไปพูดกับสิน “วะ...แหวนขอโทษค่ะ คือแหวนแค่....”
แหวนพูดยังไม่ทันจบสินก็พูดแทรก “พี่เข้าใจๆชื่อเสียงพี่มันไม่ค่อยดีอ่ะนะ ทั้งบริษัทเค้าก็เรียกพี่ว่าไอ้เจ้าชู้ๆทั้งๆที่พี่ก็แค่อยากหาใครซักคนมาคบเฉยๆเอง....แต่พอคบกันไปแล้วไม่ถูกใจกัน...พี่ก็เลิกกับเค้าก็แค่นั้น...แต่พี่ก็โดนคนตราหน้าว่าเป็นผู้ชายเจ้าชู้ไปซะได้”
พอเจอสีหน้าที่เศร้าสร้อยของสินเข้าไปแหวนจึงรีบพูดขึ้นมา “แต่...แต่ว่าแหวนไม่เคยคิดกับพี่สินในแง่นั้นเลยนะคะ”
สินเงยหน้าขึ้นมามองแหวนก่อนจะถาม “จริงเหรอ”
แหวนก็ยิ้มรับก่อนตอบ “จริงค่ะ”
สินก็ฉีกยิ้มกว้างตามก่อนจะพูดต่อ “อืมมม..งั้นพี่รบกวนแหวนหยิบกล่องของขวัญในเก๊ะให้พี่หน่อยซิ”
“ดะ...ได้ค่ะ” แหวนตอบรับก่อนจะหันไปเปิดเก๊ะหน้ารถแล้วหยิบกล่องของขวัญกล่องนึงที่อยู่ในนั้นยื่นส่งไปให้สินพร้อมกับพูด“นี่ค่ะ พี่สิน”
สินไม่ได้ยืนมือมารับแต่กลับพูด “ลองเปิดดูซิ”
“หา! อะไรนะคะ” แหวนถามขึ้นด้วยความงุนงง
“นี่เป็นของขวัญของแหวนไง....วันนี้เป็นวันเกิดแหวนไม่ใช่หรอ....พี่ซื้อมาให้” สินพูดพร้อมรอยยิ้ม
“เอ๊ะ! พี่สินรู้วันเกิดแหวนด้วยหรอคะ” แหวนถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“อื้อ...รู้ซิเห็นอย่างนี้พี่ก็มีเส้นสายเยอะแยะน่า” สินตอบกลับอย่างภาคภูมิก่อนจะพูดต่อ“ไม่ต้องสนใจเรื่องของพี่หรอก....ลองเปิดของขวัญดูซิว่าถูกใจไหม”
แหวนละสายตาจากสินแล้วหันมาแกะกล่องของขวัญที่อยู่ในมือด้วยความตื้นเต้นแล้วสิ่งที่อยู่ในกล่องนั่นก็คือจี้สร้อยคอสีสวยที่ดูแล้วน่าจะราคาแพง
“โอ้โห...ท่าทางจะแพงนะคะเนี่ย” แหวนหยิบมันมาวางไว้บนมือก่อนเอ่ยถามสิน
“เรื่องแพงหรือไม่แพงไม่ต้องไปสนใจมันหรอก...พี่แค่เห็นว่ามันสวยดีดูท่าจะเหมาะกับแหวน พี่ก็เลยซื้อมาให้น่ะ.....สุขสันต์วันเกิดนะ” สินหันมาพูดพร้อมยิ้มหวาน…………………
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาสินก็จะมอบของใช้ฟุ่มเฟือยให้กับแหวนอยู่เนืองๆไม่ว่าจะทั้งกระเป๋านาฬิกาหรือรองเท้าแพงๆเค้าก็นำมามอบให้เธออยู่เรื่อย
“เอ๊ะ? แล้วนี่ให้แหวนเนื่องในโอกาสอะไรหล่ะคะเนี่ย” แหวนเอ่ยถามเมื่อสินยื่นกระเป๋าใบแพงให้กับเธอหลังจากที่มาจอดส่งเธอที่หน้าโรงเรียนของเฟย์แล้ว
“ก็เนื่องในโอกาสที่เรารู้จักกันครบห้าเดือนยังไงหล่ะ” สินหันมาตอบแหวนก่อนจะพูดต่อ “เอ่อ....แหวนลองเปิดดูของข้างในซิ”
พอสินพูดจบแหวนก็รีบเปิดกระเป๋าดูตามที่เค้าบอกในทันที แล้วในนั้นเองเธอก็ได้เห็นเงินปึกนึงวางนอนอยู่ที่ก้นกระเป๋า
“เอ๊ะ? นี่พี่สินให้เงินแหวนหรอคะ” แหวนร้องลั่นน้ำเสียงสั่นเครือ
“อืมม...ใช่....แต่พี่ไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกแหวนหรอกนะ....เพียงแต่ว่าพี่น่ะรู้ดีว่าเงินเดือนแหวนมันน้อยแล้วพี่ก็รู้ด้วยว่าการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวน่ะมันหนักหนาแค่ไหน..พี่ก็เลยอยากจะช่วยเหลือแหวนเฉยๆน่ะ” สินพูดพร้อมยิ้มหวาน
“แหวน....แหวนเกรงใจพี่สินจังเลยค่ะ...ทั้งซื้อของทั้งให้เงินแหวน....จนแหวนไม่รู้จะตอบแทนพี่สินยังไงแล้วนะคะเนี่ย” แหวนพูดพร้อมแสดงสีหน้าลำบากใจ
สินเอื้อมมือลงมาวางทาบลงบนหลังมือของแหวนก่อนจะพูดบอกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“แหวน อย่าไปคิดมากเลยนะ....ที่พี่ซื้อของให้ที่พี่ให้เงินแหวนเนี่ย ก็เป็นเพราะว่าพี่เห็นว่าแหวนเป็นคนขยันแถมยังเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอีก...พี่ก็แค่อยากช่วยเหลือเอง”
“แต่ว่ามันก็มากเกินไปนะคะ” แหวนยังคงลำบากใจจึงพูดต่อ
“แหวนอยากตอบแทนพี่จริงๆหรอ” สินถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง จนแหวนถึงกลับผงะไปเล็กน้อย
“ชะ....ใช่ค่ะ” แหวนลำล่ำละลักตอบออกมา
“งั้นพรุ่งนี้ไปดูหนังเป็นเพื่อนพี่หน่อยได้ไหมหล่ะ” สินหันมามองหน้าแหวนก่อนพูดบอกเธอ…………………
วันรุ่งขึ้น
“แหวน” เสียงเรียกของสินที่นั่งเคียงข้างกับแหวนบนโซฟาสวีทในโรงหนังแห่งนึงทำให้เธอต้องละสายตาจากจอหนังที่กำลังฉายอยู่มายังเค้าก่อนจะถาม“คะ พี่สิน”
สินชูสร้อยคอที่อยู่มือขึ้นมาให้แหวนดูก่อนจะพูดบอกเธอ “พี่ซื้อสร้อยเส้นใหม่มาให้แหวนน่ะ....เดี๋ยวพี่ใส่ให้นะ”
“เอ๊ะ? ขะ....ขอบคุณค่ะ” แหวนตอบรับอย่างงงๆ
แล้วสินก็โน้มตัวเข้ามาใกล้แหวนจนใบหน้าของเค้าแทบจะชนเข้ากับต้นคอของเธอและเพียงไม่นานจากนั้นสินก็ปลดจี้เส้นเก่าก่อนจะยื่นส่งให้กับแหวน “อ่ะ จี้เส้นเก่า แหวนเก็บไปก่อนนะ”
และพอแหวนรับจี้เส้นเก่าไปแล้วสินก็อ้อมมือมาใส่สวมสร้อยเส้นใหม่ที่ดูท่าจะแพงกว่าจี้เส้นเก่าให้กับแหวนก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปกระซิบบอกเธอ“สวยมากเลย”
แต่ยังไม่ทันที่แหวนจะได้พูดตอบอะไรออกไปสินก็ฝังหน้าเข้ามาจูบพรมที่ซอกคอของเธอพลางพูดบอก “ฟอดด คอของแหวนสวยมากเลย ฟอดด”
แหวนรู้ดีว่าตัวเองกำลังถูกลวนลามแต่เธอก็ไม่คิดจะขัดขืนเนื่องด้วยเหตุผลว่าหากเธอขัดขืนไปสินก็อาจจะรู้สึกแย่แล้วเลิกยุ่งเกี่ยวกับเธอไปเลยก็ได้...............