“นายท่านขอรับ เราใกล้จะถึงชายแดนแล้วขอรับ”
“หลงเปียว เจ้าลองบอกข้ามา เหตุการณ์วันนี้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้อย่างไร” จางฉีซื่อพูดเสียงดัง
“เป็นเพราะ...ผู้คุ้มกันที่อยู่ข้างกายท่านขอรับ ข้าพบพิรุธหลายอย่างจึงลอบติดตามเขา และพบว่าเขากำลังจะส่งสัญญาณให้กับฝ่ายหลินอ๋อง ข้าจึงลงมือกับเขาก่อนที่จะพานายท่านหลบหนีออกมาขอรับ” หลงเปียวพูดปิดบังความจริง
“ผู้คุ้มกันที่อยู่ข้างกายข้าอย่างนั้นหรือ เขาอยู่กับข้ามาหลายปี ข้าตรวจสอบประวัติของเขามาเป็นอย่างดี ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะปกปิดตัวตนได้ดีถึงเพียงนี้”
“เป็นความผิดของข้าที่ไม่สังเกตเขาให้เร็วกว่านี้ขอรับ” หลงเปียวแสร้งพูดอย่างรู้สึกผิด
“เขาปกปิดตัวตนของเขาไว้อย่างดี แม้แต่ข้ายังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติของเขา จะโทษว่าเป็นความผิดของเจ้าได้หรือ” จางฉีซื่อเว้นจังหวะก่อนที่จะพูดต่อด้วยน้ำเสียงดุดัน “ฉู่อัน...เจ้าคอยดูต่อไปเถอะ ข้าข้ามชายแดนได้เมื่อใด สงครามที่เจ้าไม่อยากให้เกิด เจ้าจะไม่มีทางหลีกพ้น และชาวเมืองที่เจ้าอยากจะปกป้องก็จะต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพราะเจ้า”
“นายท่านต้องการทำสงครามหรือขอรับ แคว้นโจวจะยอมร่วมมือกับเราหรือขอรับ” หลงเปียวเริ่มถามรายละเอียด
“เจ้าอย่าลืมสิว่าข้าปกครองเมืองหลินมานานเท่าใดแล้ว แผนที่ทางการทหาร หรือแม้แต่แนวป้องกันต่างๆ ของกองทัพ ข้าจะไม่รู้เลยหรือ”
“ท่านต้องการขายข้อมูลเหล่านี้ให้กับแคว้นโจวอย่างนั้นหรือขอรับ”
“ข้าจะใช้ข้อมูลนี้เพื่อต่อรอง หากฝ่ายโน้นต้องการยึดดินแดนเหนือให้ได้ พวกเขาต้องยอมทำตามเงื่อนไขของข้า เจ้าเร่งม้าให้เร็วขึ้นเถอะ เราต้องรีบไปจากที่นี่” จางฉีซื่อสั่งการ
หลงเปียวเร่งควบม้าตามคำสั่ง โดยไม่ลืมที่จะทิ้งสัญลักษณ์ไว้ตลอดทาง อีกทั้งยังได้ลอบส่งข่าวให้หลินอ๋องทรงทราบถึงแผนการของจางฉีซื่อที่ต้องการขายความลับทางการทหารให้กับฝ่ายตรงข้ามเพื่อจะเปิดศึกในเร็ววันนี้
หลินอ๋อง ตงอ๋อง แม่ทัพใหญ่เปาเฉินอวี้ รองแม่ทัพเปาเฉินจง และหัวหน้าหน่วยในค่ายอีกหลายคนกำลังนั่งเครียดเพื่อหาทางรับมือกับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น
“จางฉีซื่อมีข้อมูลทางการทหารอย่างที่สายของเรารายงานมาจริงหรือไม่” หลินอ๋องถามแม่ทัพเปา และไม่ได้บอกว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาจากหลงเปียว ในใจของเขายังต้องเหลือทางรอดให้ไว้เพื่อนร่วมสำนักของเขาคนนี้ด้วย
“ข้อมูลเกินครึ่งเป็นความจริงขอรับ ส่วนเรื่องแนวป้องกัน กองทัพของเราได้มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่มาสองปีแล้ว และเรื่องนี้ยังไม่มีรายงานออกไปข้างนอกขอรับ” แม่ทัพใหญ่เปาเฉินอวี้พูดขึ้น
“เราต้องเตรียมรับมือกับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น ท่านสั่งการอพยพชาวบ้านที่อยู่ใกล้แนวชายแดนให้ออกไปจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด เสบียงอาหารเตรียมการให้พร้อม ข้าจะส่งจดหมายไปแจ้งเมืองหลวงเพื่อขอกำลังหนุนมาสมทบ” หลินอ๋องสั่งการอย่างรวดเร็ว
“ท่านรองแม่ทัพ ท่านช่วยตามหมอและทหารผู้ช่วยที่จะประจำการอยู่กระโจมพยาบาลมาให้ข้าด้วย ได้คนเยอะเท่าไหร่ยิ่งดี หากไม่พอให้เจ้าไปขอความช่วยเหลือจากโรงหมอต่างๆ” ตงอ๋องสั่งการด้วยเช่นกัน
“ยาที่จะใช้ในกองทัพเรามีไม่มากแล้วขอรับ” รองแม่ทัพเปาเฉินจงพูดด้วยความหนักใจ
“น้องห้า ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าชายาของเจ้าได้เตรียมสมุนไพรไว้แล้วส่วนหนึ่งไม่ใช่หรือ” ตงอ๋องหันไปถาม
“ขอรับพี่สี่” หลินอ๋องรับคำ และหันไปสั่งการ “รองแม่ทัพเปา เจ้าส่งคนไปรับสมุนไพรพวกนั้นมาเก็บไว้ที่ค่าย และอย่าลืมกำชับทหารทุกนายให้ตรวจตราและเฝ้าเวรยามให้ดี อย่าให้มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเป็นอันขาด ผู้ใดฝ่าฝืนให้ลงโทษสถานหนัก”
“ขอรับท่านอ๋อง” รองแม่ทัพเปาเฉินจงรับคำ
“เราจะจัดการกับครอบครัวของเจ้าเมืองหลินอย่างไรหรือขอรับ” หัวหน้าหน่วยนายหนึ่งพูดขึ้น
“สั่งการลงไปให้ควบคุมตัวคนในจวนของจางฉีซื่อ รวมถึงผู้ที่เคยติดต่อใกล้ชิดกับเขาทั้งหมดไปไว้ที่คุกในค่ายทหาร รอจับตัวจางฉีซื่อกลับมาได้เมื่อไหร่ ค่อยตัดสินโทษทั้งหมดพร้อมกัน” หลินอ๋องตอบ
“พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาควบคุมตัวพวกข้า” เสียงฮูหยินใหญ่ดังขึ้น
“เป็นรับสั่งของท่านอ๋อง พวกเจ้าอย่าขัดขืนให้เหนื่อยเปล่า” หัวหน้าหน่วยผู้รับหน้าที่เข้าควบคุมตัวในครั้งนี้พูดขึ้นอย่างไม่เกรงใจ
“พวกเจ้าโกหก หลินอ๋องจะมีรับสั่งอย่างนั้นได้อย่างไร เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากล่วงเกินข้าแล้ว ท่านอ๋องจะสั่งลงโทษพวกเจ้าอย่างไร อีกทั้งท่านพ่อของข้าเป็นถึงเจ้าเมืองหลิน ความผิดที่เจ้ามาล่วงเกินพวกข้าถึงในจวนเช่นนี้เจ้าจะแบกรับมันไหวหรือ” จางฉีเซียนตะโกนขึ้น
“แม่นาง เจ้าคงยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของเจ้าเวลานี้กระมัง พ่อของเจ้ามีโทษในข้อหาขโมยเสบียงและสมคบคิดกับกบฏเพื่อก่อสงคราม อีกทั้งหลินอ๋องยังเป็นผู้ออกคำสั่งให้มาควบคุมตัวพวกเจ้าด้วยพระองค์เอง” หัวหน้าหน่วยพูดอย่างไม่ไว้หน้า
“เป็นไปไม่ได้ ท่านอ๋องทรงโปรดข้า หากพวกเจ้าล่วงเกินข้าแม้แต่นิดเดียว ข้าจะให้ท่านอ๋องลงโทษพวกเจ้าให้หมด อย่าเข้ามานะ ออกไป พวกเข้าออกไปให้หมด” จางฉีเซียนร้องโวยวายอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
“ทหาร จับนางมัดไว้ให้แน่น และหาอะไรมาปิดปากนางไว้ด้วย” หัวหน้าหน่วยออกคำสั่งเสียงดัง
คนในจวนเจ้าเมืองทั้งหมดจึงถูกควบคุมตัวไปขังไว้ที่ค่ายทหาร ขณะที่พวกเขาเดินไปตามท้องถนน ชาวเมืองมากมายได้ออกมายืนดูเหตุการณ์ ผู้คนส่วนใหญ่นำผักเน่าและก้อนหินมาขว้างปาใส่พวกเขาด้วยความโกรธแค้น เพราะก่อนหน้านี้มีคนกระจายข่าวว่าเจ้าเมืองหลินและพวกได้แอบขโมยเสบียงทหารไปมอบให้กับศัตรู รวมถึงแอบยักยอกเงินช่วยเหลือและเสบียงอาหารเมื่อคราวที่เมืองหลินเกิดภัยแล้ง ทำให้ชาวเมืองเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมาก กว่าคนทั้งหมดจะเดินทางไปถึงค่ายทหาร บางคนก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว