TheLibrary of lost souls
บทที่4: ร่องรอยที่ถูกซ่อน
อพาร์ตเมนต์ของริน– เวลาตี 2
ผมทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรงข้อมูลเกี่ยวกับลูคัสถูกลบไปหมด เสียงกระซิบที่ไม่ควรมีอยู่มันยังคงก้องอยู่ในหูของผมผู้หญิงลึกลับที่รู้เื่ของลูคัส แต่ไม่ยอมบอกอะไร ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนี้หนักเกินไป
"บางครั้งการลืมก็ดีกว่าการจำ"
ผมขมวดคิ้วคำพูดของเธอยังคงติดค้างอยู่ในหัว แต่ร่างกายของผมไม่ยอมทำงานต่อแล้ว เปลือกตาของผมหนักขึ้นเรื่อยๆ
"ฉันต้องหาคำตอบให้ได้..."
นั่นคือความคิดสุดท้ายของผมก่อนที่สติจะถูกดึงเข้าสู่ความมืดมิด
เสียง ติ๊ก… ติ๊ก… จากนาฬิกาทำให้ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้น แสงอาทิตย์ยังไม่ส่องผ่านม่านหน้าต่างอากาศยังคงเย็นชื้นเหมือนตอนที่ผมล้มตัวลงนอน ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู… เวลา 03:12AM
ผมหยุดนิ่งไปชั่วครู่ มันควรจะเช้าแล้วไม่ใช่เหรอ?
ผมเปิดนาฬิกาบนแล็ปท็อป 03:12AM
นาฬิกาข้อมือของผม 03:12 AM
เวลาตรงกัน แต่ผมต้องเช็คให้แน่ใจ ผมหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดข่าว BBC News บนทีวีเสียงของผู้ประกาศข่าวดังขึ้น แต่แถบเวลาตรงมุมจอ ทำให้ผมขนลุก
"03:12AM"
ผมรีบเดินไปหยิบนาฬิกาข้อมือแล้วลองหมุนเข็มนาฬิกาไปข้างหน้า แต่เมื่อผมหันกลับมาดู
เข็มนาฬิกากลับมาอยู่ที่เดิม "03:12AM"
"นี่มันอะไรกันแน่? ผมกำลังฝันอยู่ หรืออะไรกำลังเล่นตลกกับผม? ผมขยี้ตาตัวเองแรงๆ เพื่อให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่ฝัน
ผมสูดลมหายใจลึก “ไม่... มันไม่ควรเป็แบบนี้”
ผมดึงตัวเองขึ้นจากเตียงเดินไปเปิดหน้าต่าง ลมเย็นพัดเข้ามาปะทะใบหน้า เมืองทั้งเมืองยังคงเงียบสงัด ทุกอย่างดูเหมือนจะปกติผมเงี่ยหูฟัง ไม่มีเสียงรถ ไม่มีเสียงคน ทุกอย่างเงียบสนิท
บางทีผมอาจเครียดเกินไป ผมไม่ได้นอนเต็มที่มาหลายวันความอ่อนล้าสะสมอาจทำให้การรับรู้ของผมเพี้ยนไป แต่ก็ยังไม่สามารถสลัดความคิดลบออกไปได้
"ผมแค่เหนื่อย หรือมีบางอย่างพยายามบิดเบือนการรับรู้ของผม?"
ผมเดินกลับไปที่โต๊ะคว้าปากกาเขียนบันทึกลงสมุด
บันทึกทุกอย่างที่จะนึกออก ถ้ามันหายไป หรือเปลี่ยนไปเองในตอนเช้าผมจะรู้ว่ามันไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้า ผมทิ้งตัวลงบนเตียงอีกครั้ง คราวนี้ผมพยายามจะพักผ่อนจริง ๆ ผมต้องตั้งสติ เพราะเมื่อรุ่งเช้ามาถึงผมจะได้คำตอบ
เช้าวันใหม่ควรนำมาซึ่งความสงบ...แต่ไม่ใช่สำหรับผม
ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แสงแดดส่องลอดผ่านผ้าม่านผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา – 07:46 AM
เมื่อคืนผมจดทุกอย่างไว้ในสมุดบันทึกของตัวเองก่อนจะหลับไปผมตั้งใจว่าเมื่อตื่นขึ้นมา ผมจะตรวจดูว่า มันยังคงอยู่เหมือนเดิมหรือถูกเปลี่ยนแปลงไป
ผมหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา...
ผมนิ่งไป ข้อความที่ผมเขียนเมื่อคืนยังอยู่ครบทุกคำ
ไม่มีอะไรเปลี่ยน ไม่มีร่องรอยการแก้ไขไม่มีช่องว่างลึกลับที่หายไป
"นี่ผมคิดมากไปเองอย่างงั้นหรือ?"
“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น”
เหตุการณ์เมื่อคืนไม่ใช่ครั้งแรกของเื่แปลกๆที่ผมเจอใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา มันทำให้ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้คิดไปเองผมแค่...ยังหาคำตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร
ผมถอนหายใจ เก็บสมุดบันทึกลงกระเป๋าก่อนจะลุกขึ้นไปล้างหน้าเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว หลังจากที่แต่งตัวเสร็จผมหยิบเสื้อโค้ทขึ้นมาสวม และก้าวออกจากห้อง
LondonChronicle (ลอนดอน โครนิเคิล) - สถานที่ทำงานของริน
เสียงล้อรถที่บดกับพื้นถนนดังก้องไปทั่วกรุงลอนดอนผมดึงปกเสื้อโค้ทขึ้นเพื่อกันลมเย็นที่พัดมาปะทะใบหน้า
เช้านี้แสงแดดไม่ได้ช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลยหลังจากคืนอันสับสนวุ่นวาย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ผมเดินผ่านทางเข้าของLondon Chronicle ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองอาคารกระจกสะท้อนภาพของท้องฟ้า ผมก้าวเข้าไปในลิฟต์กดปุ่มขึ้นไปยังชั้นของกองบรรณาธิการ ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลงเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาทันพอดี
"ไง ริน"
ผมหันไปมอง เธอคือ เอมิลี่ คาร์เตอร์(EmilyCarter) บรรณาธิการสาวของแผนกข่าวสืบสวนของที่นี่เธอเป็คนที่เก่งกาจและเฉียบแหลม ยืนอยู่ในชุดสูทเรียบหรูสายตาของเธอมองสำรวจผมราวกับจะอ่านความคิด
"เมื่อคืนอดนอนอีกแล้วเหรอ?"เธอถาม ขณะกดปุ่มปิดลิฟต์
"ก็... ประมาณนั้น"ผมตอบกลับสั้น ๆ พยายามซ่อนความสับสนในน้ำเสียง
"ดูไม่ดีเลยนะ รู้มั้ย? แต่ก็ดีแล้วล่ะ" เอมิลี่พูดขณะพิงผนังลิฟต์ "ฉันหมายถึง ถ้าคุณกำลังทำงานใหญ่อะไรสักอย่างก็คงต้องยอมอดหลับอดนอนบ้าง"
ผมขมวดคิ้ว “ทำไมถึงพูดแบบนั้น?”
เอมิลี่ยิ้ม “เพราะเมื่อเช้านี้ฉันเพิ่งได้รับ ข้อมูลบางอย่างส่งถึงคุณ”
หัวใจของผมเต้นแรงขึ้น
“ข้อมูล?”
ลิฟต์ดังติ๊งก่อนที่ประตูจะเปิดออกเอมิลี่ก้าวออกไปก่อน ทิ้งท้ายไว้เพียงรอยยิ้มของเธอ
"ไปที่โต๊ะทำงานของคุณสิ ริน ฉันวางมันไว้ตรงนั้น"
ผมเร่งฝีเท้าตามไปขณะที่ภายในหัวของผมเริ่มเต็มไปด้วยคำถาม
ข้อมูลอะไร?
เกี่ยวข้องกับลูคัสหรือไม่?
และ... ใครเป็คนส่งมันมา?
ผมก้าวเข้าไปในห้องข่าวเสียงโทรศัพท์และเสียงพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดดังก้องไปทั่ว ผมพยายามเพ่งสมาธิ ไม่ปล่อยให้เสียงเ่าั้ทำให้ผมไขว้เขว
ที่โต๊ะทำงานของผมมีซองเอกสารสีน้ำตาลวางอยู่ ท่ามกลางกองเอกสารและกระดาษโน้ตที่กระจัดกระจาย
ผมเลื่อนสายตาไปยังมันช้า ๆก่อนจะหยิบขึ้นมาเปิดดู ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีข้อความกำกับด้านหน้า มีเพียงชื่อของผมที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ "ริน เอเวอร์ฮาร์ท"
ผมหยิบมีดเปิดจดหมายจากลิ้นชัก ค่อย ๆกรีดปลายซองออก ก่อนจะดึงกระดาษด้านในออกมาแต่สิ่งที่ทำให้ผมหยุดหายใจไม่ใช่เอกสาร
มันคือภาพถ่าย
ภาพแรก:ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้ม ยืนอยู่หน้าอาคารเก่าแก่
ภาพที่สอง: เขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางชั้นหนังสือขนาดมหึมา
ภาพที่สาม: เขานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในสำนักงานที่รินไม่รู้จัก
แต่สิ่งที่น่าใที่สุด
"ผมไม่รู้จักเขา"
ชายหนุ่มในภาพมีโครงหน้าคม ผมสีเข้ม ดวงตาแฝงไปด้วยความฉลาดและความมุ่งมั่นแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน ผมพยายามขุดหาความทรงจำในหัว แต่กลับพบเพียง ความว่างเปล่า
"ใครกัน? หรือว่านี่คือ... ลูคัส?”
“พี่ชายของฉันงั้นเหรอ?"
เสียงฝีเท้าดังขึ้นข้างหลังผมเงยหน้าขึ้นจากภาพถ่าย แล้วพบว่า เอมิลี่ ยืนอยู่ตรงนั้น
“เห็นแล้วสินะ”เธอพูดขณะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ
“ของคุณงั้นหรือ คุณได้มันมากจากไหน?!”
“มันไม่ใช่ของฉัน”
เธอทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างโต๊ะทำงานของผม“เอกสารพวกนี้... มันถูกวางไว้ที่โต๊ะของฉันเมื่อเช้านี้ โดยไม่มีชื่อผู้ส่ง”
“คุณไม่เห็นว่าใครนำมันมาวางไว้ใช่ไหม”
"ไม่เลย ฉันมาถึงที่โต๊ะตอนเช้าและมันก็อยู่ตรงนั้นแล้ว" เธอตอบ "ฉันถามคนในแผนกแต่ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็คนวางเอาไว้"
“งั้นเรามาเช็คกล้องกัน” ผมพูดขณะที่เก็บซองเอกสารใส่กระเป๋า ผมเดินตรงไปยังฝ่าย IT ซึ่งอยู่ที่ชั้นล่างสุดของอาคารเ้าหน้าที่ฝ่าย IT ที่ผมรู้จักดีชื่อ มาร์ติน (Martin)กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ที่เต็มไปด้วยฟีดจากกล้องวงจรปิด
"ริน?" มาร์ตินเลิกคิ้ว "มีอะไรให้ช่วยรึเปล่า?"
"ฉันอยากดูฟุตเทจของเมื่อเช้านี้ที่ชั้นบรรณาธิการ"
"เกิดอะไรขึ้น?"
"มีคนทิ้งซองจดหมายไว้ที่โต๊ะของเอมิลี่แต่ไม่มีใครเห็นว่าใครเป็คนวางมัน"
มาร์ตินพยักหน้าก่อนจะเริ่มเลื่อนย้อนภาพจากกล้องวงจรปิดของแผนกข่าวสืบสวนไปที่่เช้าตรู่
หน้าจอแสดงภาพของห้องทำงาน โต๊ะของเอมิลี่อยู่ตรงมุมห้องมองเห็นได้ชัดเจน
"06:45 AM" โต๊ะยังว่างเปล่า
"06:50 AM" กล้องเกิดสัญญาณสะดุด วูบหนึ่ง
"06:52 AM" ซองจดหมายอยู่ตรงนั้นแล้ว
"เดี๋ยว ๆ ย้อนกลับไปที่ 06:50AM" ผมพูด
มาร์ตินกดย้อนกลับไปที่่เวลาก่อนหน้าที่ภาพจะเปลี่ยน
06:49:59AM – ทุกอย่างปกติ
06:50:00 - 06:51:59 AM – (ไม่มีข้อมูล, หน้าจอเป็สีดำวูบไป 2 นาทีเต็ม)
06:52:00 AM – ซองจดหมายปรากฏขึ้นบนโต๊ะ
“นั่นไงล่ะ ตรงนั้น” ผมพูดเสียงดัง
มาร์ตินจ้องหน้าจอด้วยสีหน้าสงสัย"แปลกแฮะ..."
"มีอะไร?" ผมถาม
"กล้องตัวนี้ไม่เคยมีประวัติตัดสัญญาณเองมาก่อน"
ผมจ้องหน้าจอ "โดนแฮกหรือ"
"ไม่มีร่องรอยของการแฮกหรือเจาะเข้าระบบเลยทุกอย่างทำงานปกติ ยกเว้น่สองนาทีนั้น"
“เวรเอ้ย” ผมสบถ
ผมกลับไปที่โต๊ะทำงาน หยิบภาพถ่ายของลูคัสขึ้นมาดูอีกครั้งคราวนี้ผมพยายามมองหาทุกสิ่งที่อาจถูกมองข้ามไป
"ต้องมีอะไรบางอย่างที่ฉันยังไม่เห็น"
“สถานที่ในภาพทั้ง 3 ใบนี้มันคือที่ไหนกัน?”
ผมเพ่งมองรายละเอียดของภาพแต่ละใบพยายามหาบางอย่างที่อาจช่วยให้ผมเข้าใจตอนแรกผมสนใจแค่ใบหน้าของเขา แต่เมื่อมองดี ๆผมเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาด
ภาพแรก – อาคารเก่า
อาคารดูเหมือนเป็สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
มีตราสัญลักษณ์แกะสลักอยู่เหนือประตู เป็ตราอะไรซักอย่าง ลูคัสยืนอยู่ที่นั่น…แต่สีหน้าของเขาดูกังวล
ภาพที่สอง – ห้องสมุดเก่า
ชั้นหนังสือสูงตระหง่าน เต็มไปด้วยหนังสือที่ดูเก่าแก่ผิดปกติ โต๊ะที่ลูคัสยืนอยู่มีหนังสือเปิดค้างไว้ บนหน้ากระดาษมีหมึกซีดจางราวกับเป็ลายลักษณ์อักษรที่เลือนหายไป
"ข้างหลังเขา... นั่นมันอะไร?" มีเงาของใครบางคนสะท้อนอยู่ในกระจกแต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น
ภาพที่สาม – ห้องทำงานปริศนา
เป็ห้องทำงานของลูคัสหรือเป็ที่ที่เขาเคยค้นคว้าอะไรบางอย่าง
มีเอกสารที่ถูกฉีกขาด และดูเหมือนมีร่องรอยการต่อสู้ หน้าต่างบานหนึ่งเปิดอยู่...มันเกิดขึ้นโดยตั้งใจ หรือมีคนบุกรุกเข้ามา?
หลังจากที่นั่งจองภาพทั้งสามอยู่นาน ผมตัดสินใจหยิบไฟฉายUVจากลิ้นชักออกมาและลองส่องลงไปที่ภาพของหนังสือที่เปิดอยู่ในห้องสมุด
"นายจำฉันไม่ได้ก็ไม่แปลกเพราะพวกมันลบฉันไปจากนายแล้ว"
"ถ้านาย้าหาคำตอบ ให้ไปที่ ห้อ...." ข้อความส่วนที่เหลือหายไป
“ห้อง...หรือ”
“ห้องอะไรกัน....เอ๊ะ หรือว่าห้องสมุด”
ผมตัดสินใจเดินไปถามเอมิลี่ที่โต๊ะทำงานของเธอเผื่อว่าเธอจะรู้จักสถานที่ในภาพ
ผมวางภาพถ่ายลงบนโต๊ะหลังจากที่เดินมาถึงห้องทำงานของเธอเอมิลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นมัน
"คุณเคยเห็นสถานที่พวกนี้ไหมหรือรู้จักไหม?" ผมถามเสียงเรียบ ขณะที่ใช้นิ้วเคาะเบาๆ บนภาพที่ลูคัสยืนอยู่หน้าตึกเก่า เอมิลี่เลื่อนสายตามองรูปแต่ละใบพลิกภาพหนึ่งขึ้นมาดูใกล้ ๆ ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อย
"ดูคุ้น ๆ นะ" เธอพูด
ผมรอฟัง
"ฉันไม่เคยไปที่นี่ด้วยตัวเองหรอก"เอมิลี่พูด ขณะที่ใช้นิ้วแตะไปที่ขอบอาคารในภาพ"แต่ฉันเคยเห็นมันมาก่อน"
"เห็นที่ไหน?" ผมถาม
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองผม
"ในหนังสือเล่มหนึ่งที่ฉันเคยอ่าน"
"นายเคยได้ยินเื่ของ สถานที่ที่เก็บความลับของโลกไว้หรือเปล่า?"
ผมเลิกคิ้ว "หมายถึงอะไร?"
เธอเหลือบมองไปรอบ ๆ ห้องก่อนจะพูด
"บางสถานที่มีไว้เพื่อเก็บรักษาความรู้...แต่บางสถานที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเก็บรักษาบางสิ่ง ในหนังสือว่าไว้อย่างนั้น"
“ห้องสมุดใช่มั้ย?”
เธอหยิบปากกาขึ้นมาพร้อมกับชี้ไปตรงบริเวณหน้าต่างของอาคารในภาพ"นายเห็นตรงนี้ไหม? โครงสร้างของมัน ฉันเคยอ่านเจอว่ามันเป็เอกลักษณ์เฉพาะของสถานที่บางแห่งที่เก็บเอกสารทางประวัติศาสตร์เอาไว้"
"ที่นี่เคยมีการปรับปรุงครั้งใหญ่...ฉันคิดว่าน่าจะ่กลางศตวรรษที่ 20 หรือราว ๆ ปี 1950นี่แหละ"
"แล้วมันอยู่ที่ไหน?"ผมเร่งถาม
เอมิลี่พยักหน้าเล็กน้อย"ก็ต้องอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยเื่ราวทางประวัติศาสตร์น่ะสิ"
"หมายถึงออกซฟอร์ด?"
เธอยิ้มเล็กน้อย "ฉลาดนี่ริน"
"งั้น..."ผมหยิบภาพขึ้นมาดูอีกครั้ง "ถ้ามันเป็อาคารในออกซฟอร์ดจริง ๆแล้วมันสำคัญยังไง?"
“ฉันก็ไม่ได้รู้เื่มากนักหรอกนะริน แต่มันจะสำคัญยังไง มันก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณเชื่อเื่พวกนี้มากแค่ไหนนั่นแหละแล้วคุณเชื่อไหมล่ะ?”
ผมไม่ตอบ แต่เลือกที่จะลุกออกจากมาจากห้องทำงานของเธอแต่ก่อนที่จะก้าวออกจากห้อง
“ผู้ชายที่อยู่ในรูปนั่นน่ะ เหมือนคุณมากเลยนะพี่ชายคุณอย่างงั้นหรือ” เธอพูดขึ้นมา
“....ผม ก็ไม่มั่นใจ” สิ้นเสียงผมก็เดินออกมาจากห้องของเธอ
แต่ทันใดนั้นผมขมวดคิ้วรู้สึกถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาดขึ้นมาในใจ
“1950...1950”
มันเหมือนกับตอนที่ผมไปค้นข้อมูล
ข้อมูลในระบบของหอจดหมายเหตุแห่งชาติเคยมีบันทึกเกี่ยวกับปี1950...แต่จู่ ๆ มันก็ถูกลบออกไป
“หรือมันจะมีความเกี่ยวข้องกัน?!”
ผมหยิบภาพถ่ายขึ้นมาดูใหม่ คราวนี้ผมไม่ได้มองแค่ตัวลูคัส แต่ผมมองสิ่งที่อยู่รอบตัวเขา
มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด...
"...ห้องสมุดโบลดเลียน"
"ถ้าสิ่งที่ผมคิดถูก...มันต้องเป็ที่นั่น"
ความคิดนั้นแล่นเข้ามาในหัวแต่ผมหยุดตัวเองไว้ทันที "ผมต้องหาหลักฐานเพิ่มก่อนจะไปที่นั่น"
