รินไม่พูดกับพ่อั้แ่รันจากไปแต่มีแม่เป็คนกลางแต่พอแม่จากไปอีกคนรินไม่พูดกับพ่ออีกเลยพ่อเองก็ไม่รู้จะรับมือกับเื่นี้อย่างไรจึงได้แค่คุยกับนรี
และเมื่อรินย้ายออกมาอยู่บ้านริมน้ำนี้ยิ่งดูเหมือนพ่อจะมีแค่นรีเป็ลูกสาวคนเดียว
ที่จริงเธอมีคู่แฝด เขาเป็คนที่คอยดูแลเธอ แต่ในคืนนั้นสองพี่น้องนอนกอดกันแน่น เธอร้องไห้ไม่หยุด
ส่วนพี่ชายที่เหมือนจะเพ้อยังเรียกชื่อเธอไม่หยุดแฝดพี่รันเทวินทร์และแฝดน้องรินรพี
นอนกอดกันท่ามกลางความหนาวเย็นเพราะถูกญาติผู้พี่แกล้งเอาผ้าห่มไปชุบน้ำจนเปียก พ่อแม่ที่ยังไม่กลับจากการทำงานที่ลากยาว
เมื่อทั้งสองกลับมาก็พบว่าสองพี่น้องนอนกอดกันกลมท่ามกลางความหนาวเหน็บของกลางคืนในฤดูหนาว ตัวแฝดพี่นั้นใช้ตัวเองบังลมให้น้องสาวและตัวเขาก็ถูกน้ำสาดจึงทำให้มีอาการไข้ และปอดบวม
คืนนั้นเมื่อพ่อกับแม่กลับมาจึงรีบพารันไปโรงพยาบาล แม่หันมาบอกว่าไม่เป็ไรนะลูกพี่รันแค่เป็ไข้ แล้วพ่อก็อุ้มรันออกไป
ก่อนออกไปทั้งที่แทบไม่มีสติเหลืออยู่ รันให้น้องเน่าที่เป็หมอนข้างแล้วบอกน้องว่าเอาหมอนข้างกอดแทนที่ไปก่อนนะแล้วรินจะไม่เป็อะไร
คืนนั้นย่าเข้ามานอนเป็เพื่อนกับรินแต่รินไม่ยอมให้ย่าแตะตัวเพราะคนที่เอาน้ำมาสาดพวกเขาคือหลานคนโปรดของย่า เธอไม่เชื่อว่าย่าจะดูแลเธอเป็อย่างดี
หลังจากวันนั้น รันไม่เคยได้กลับมา พ่อบอกต้องอยู่ในไอซียู รินรอแล้วรอเล่า รันก็ไม่กลับมา
จนวันหนึ่งพ่อและแม่เก็บข้าวของที่มีรวมถึงของรันด้วยและพวกเขาก็พารินออกจากบ้านไปอยู่ที่ใหม่และหลังจากนั้น ก็ไม่เคยได้เห็นย่ากับปู่อีก
และที่สำคัญรันก็ไม่เคยกลับเข้ามาอีกเลย เป็ที่รู้กันว่ารันจากไปอยู่โลกอื่นแล้ว นั่นคือสิ่งที่แม่บอก และหลังจากนั้นสองปี แม่ก็ตามพี่รันไปอีกคน
ดังนั้นในครอบครัวจึงเหลือแค่ พ่อ รินและนรีเท่านั้น นรีนั้นรักทั้งพ่อและพี่สาวเป็อย่างมาก ถึงแม้ความอึดอัดใจในการเป็ตัวกลางทำให้บางครั้งเธอหายใจแทบไม่ออกแต่เธอก็พยายามให้ทั้งสองฝ่ายปรองดองกันให้มากที่สุด
วันนี้เป็วันแรกหลังปิดเทอมเธอกำลังเก็บกระเป๋าจัดข้าวของและเตรียมบัตรต่าง ๆ รวมทั้งกระเป๋าใส่เงินสดสามใบตามที่พี่สาวสั่ง เธอบอกเผื่อโดนกรีด เผื่อหล่น เผื่อหาย
ทั้งที่เธอเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวแต่เธอต้องแวะซื้ออาหารทั้งของสดของแห้งรวมไปถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่พี่สาวเธอแจ้งมา
ก๊อก ก๊อก
“ออกจากบ้านกี่โมงลูก ให้พ่อขับรถไปส่งมั้ยแล้วขากลับพ่อขับไปรับ” เสียงพ่อถามมาจากหน้าห้อง
พ่อคงอยากไปด้วยแต่พี่รินจะอยากให้ไปด้วยมั้ยนี่อีกเื่
“พ่อเปิดประตูเข้ามาได้เลยค่ะนรีไม่ได้ล็อก” เสียงเปิดประตูเข้ามา
การัณหนุ่มใหญ่อายุ 45 แต่ผมยังคงดกดำหน้าตาหล่อเหลาคมคาย รูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าที่แฝงความเ็าที่ตรงข้ามกับสายตาที่อบอุ่น
ใบหน้านี้ไม่เคยได้ยิ้มเต็มหน้ามาเป็สิบปีั้แ่วันที่เขาเสียลูกชายคนโตไปเพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเขา ที่เอาลูกไปฝากไว้กับพ่อแม่และพาภรรยาและลูกที่ยังเป็ทารกออกมาทำงานด้วย ทิ้งให้แฝดถูกกลั่นแกล้งจนถึงกับเกิดเื่ใหญ่
ั้แ่เหตุการณ์วันนั้นเขาไม่กลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกถึงจะถูกตราหน้าว่าอกตัญญูแต่ก็ไม่เ็ปเท่ากับสายตาที่ผิดหวังจากลูกสาวคนโตของเขา
ทั้งยังภรรยาที่จู่ๆ ก็หายไป เขาไม่ได้บอกลูกว่าแม่ของลูกหายตัวไปพร้อมกับจดหมายลานั่นคือเธอเลือกที่จะจากไปเขาทำได้แค่บอกลูกๆ ว่าแม่ตามไปอยู่กับพี่รันแล้ว
ถึงแม้เขาจะเจรจาธุรกิจใหญ่ที่ต้องใช้ความแหลมคมได้สบายๆ แต่การต้องเผชิญหน้ากับลูกๆ เป็เื่ยากเย็นสำหรับเขามาก
เขารักลูกทุกคนเพียงแต่เขาเหลือคนที่เดียวที่ยอมมีปฏิสัมพันธ์กับเขา เขาไม่รู้จะทาหางเข้าหาลูกได้อย่างไร ความอึดอัดเหล่านี้เขายังคงต้องทนรอต่อไป เพียงแต่เขาอยากรู้ว่าลูกของเขานั้นยังอยู่ดีมีสุขหรือไม่
“ให้พ่อไปส่งเถอะนะ เดินทางไกลขับรถเหนื่อยนะลูกเดี๋ยวหนูต้องแวะซื้อของด้วยนี่” พ่อพยายามเสนอตัว
นรี “……”
“เดี๋ยวพ่อช่วยขนของขึ้นรถเลยมั้ย” การัณถาม
ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“เดี๋ยวหนูขอโทรถามพี่รินก่อนได้มั้ยคะ” นรี
การัณ “……”
ว่าแล้วนรีก็โทรไปถามพี่สาวที่นอกระเบียงแล้วเดินกลับเข้ามา การัณรอคำตอบเหมือนรอคำพิพากษาเชียวนะ
เพราะมันคือ 4 ปีแล้วที่เขาไม่ได้เจอลูกหลังจากที่เธอย้ายออกไปอยู่บ้านริมน้ำและไม่เคยกลับเข้ามาในเมืองอีกเลย
“พี่รินบอกให้พ่อซื้อเครื่องนอนมาเพิ่มอีกสองชุดด้วยเอาสำหรับเตียง 5ฟุต สองชุดเพราะเพื่อนพี่รินจะไปด้วย ที่นอนพี่รินสั่งมาแล้วขาดแต่หมอน ผ้าปูและผ้าห่มค่ะพ่อ” นรียิ้มแฉ่งออกมา
เธอเองก็ดีใจไม่แพ้พ่อที่นานๆ จะยิ้มออกมาแบบนี้
หลังจากวางหูโทรศัพท์จากน้องสาวแล้ว รินก็วางแผนทำกับข้าวเพิ่ม พ่อขอบต้มยำกุ้งกับผัดเผ็ด พ่อทำอร่อยมากเพราะเมื่อก่อนพ่อมักจะเป็คนทำกับแกล้มในวงเหล้าเสมอ
อาหารของพ่อแม้จะรสจัดแต่ก็อร่อยมาก เธอเป็คนที่กินเผ็ดไม่ได้แต่ก็ชอบมาก เรียกได้อะไรที่กินไม่ได้มักจะโปรดปรานเพราะเหตุที่เธอเป็คนท้องเสาะและแพ้พริก
ริมฝีปากของเธอไม่สามารถทนทานกับความเผ็ดได้และท้องไส้เธอก็จะปั่นป่วนเอามากๆ เมื่อเจออาหารรสจัด แต่ดูเหมือนคนรอบๆ กายเธอมักจะชอบอาหารรสจัด
เธอจำได้ว่าั้แ่แม่จากไปพ่อจะทำแต่อาหารรสอ่อนๆ ทั้งๆ ที่ตัวเองชอบอาหารรสจัดผัดเผ็ดกบจะไหวเหรอว้า
เอาไงดี เอาไว้ให้พ่อมาแล้วทำเองไปเถอะ ว่าแล้วเธอก็วิ่งไปหาป้ามาที่บ้าน
“ป้ามาขาาาา”
“อะไรลูก” ป้ามาที่กำลังยกของไปขายในตลาดหันมา สายแล้วเดี๋ยวตลาดจะวายเอา แกไม่ได้หันมามองแต่ก็รู้ได้ว่าคือหนูรินที่แกเพิ่งจะเอาปลาไปขายให้
“ป้ามีกุ้งมั้ยคะ”
“ไปถามเ้าจั่นดูว่ามันไปตกมาได้บ้างมั้ย เห็นออกไปเอาดักเมื่อเช้ารีบไปเถอะมันอาจจะเข้าตลาดแล้วล่ะมั้งนั่น”
พยักหน้าขอบคุณแล้วหันหลังวิ่งไปทางทิศบ้านของน้าจั่นพร้ะโกนขอบคุณป้ามาอีกรอบ
“ขอบคุณค่ะป้า” ริน
พอวิ่งมาถึงหน้าบ้านก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์น้าจั่นขับสวนออกมาพอดี
“น้าจ่านนนน โห้ยเหนื่อย เดี๋ยวก่อนนน” น้าจั่นที่เห็นเด็กสาววิ่งดักหน้ารถโบกมือเรียกก็ชะลอแล้วจอดถาม
“หนูรินมีอะไรรึ”
“น้าจั่นมีกุ้งมั้ยคะ”
“มี” น้าจั่นตอบมาลุกออกจากมอเตอร์ไซค์แล้วเปิดถังน้ำที่ผูกเอาไว้
“มีหลายโลอยู่หนูเอาเท่าไหร่” น้าจั่นเตรียมเอากิโลออกมาชั่งพร้อมถุงก๊อบแก๊ป มืออาชีพเห็นๆ
“หนูเอาทั้งหมด น้าจั่นเหมามาเลย” ริน
“อยู่คนเดียวกินหมดเหรอ”
“วันนี้มีแขกมาบ้าน เออน้าจั่นพอจะหากบให้หนูได้มั้ย”
“ได้” น้าจั่นพยักหน้า
“งั้นน้าหาให้หนูหน่อยจัดการผ่าท้องล้างให้สะอาดด้วยนะคิดเท่าไหร่ก็ว่ามาเลย” ริน
พอตกลงราคากันได้แล้ว น้าจั่นก็บอกว่าเดี๋ยวขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งกุ้งให้ที่หน้าบ้านส่วนกบอาจจะเป็่ค่ำๆ พรุ่งนี้น่าจะได้ รินเองไม่มีปัญหาเพราะมีปลามีกุ้งแถมยังสั่งให้น้องสาวแวะซื้อเนื้อซื้อหมูระหว่างทางเข้าบ้านมาด้วย
น้าจั่นดีใจขายของได้หมดโดยไม่ต้องไปนั่งขายในตลาดแถมราคาก็ได้โดยไม่ต่อสักคำ ด้วยความที่รินเป็เด็กมีน้ำใจซื้อของไม่เคยต่อแกเลยแกจึงไม่เคยโก่งราคาเพราะลูกค้าดีๆ อย่างนี้แกอยากค้าขายด้วยนานๆ
———————————-
ขออนุญาตปูเื่หน่อยนะคะ เพราะตัวละครในเื่นี้ออกแนวข้างนอกแสดงอย่าง ข้างในเป็อีกอย่างทำให้คนเข้าใจผิดได้เรื่อยๆ เลย