ฉินซู่ถึงกับตะลึงไปชั่วขณะเขาไม่คิดว่าตนเองจะเข้าใจต่งเสี่ยวเสี่ยวผิดไป
ที่ผ่านมาทุกครั้งเวลาที่กลับบ้าน ลูกๆมักจะฟ้องว่าถูกเธอตีพวกเขาจนเนื้อตัวเขียวช้ำเดิมทีการกลับมาครั้งนี้ของเขาเป็การตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะหย่ากับต่งเสี่ยวเสี่ยว
แต่ทำไมเธอถึงได้เปลี่ยนนิสัยหันมาปกป้องลูกๆ และยังขยันขันแข็งขึ้นมาเสียได้?
เมื่อเห็นแววตาของฉินซู่เริ่มสั่นคลอนฉินไห่หยางก็รีบฟ้องด้วยความโมโหทันที "แต่ว่าวันนี้ผู้หญิงใจร้ายคนนั้นขโมยเงินในบ้านไปครับ! ป้าหนิวบอกว่า เธอจะเอาไปปรนเปรอไอ้ผู้ชายหน้าขาว!ผมเลยเข้าไปแย่งมาได้! ผมว่าที่วันนี้เธอทำดีกับเราก็เพราะอยากจะหลอกให้เราเอาเงินให้เธอนั่นแหละ!"
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินไห่หยางสีหน้าของฉินซู่ที่เริ่มอ่อนลงเล็กน้อย ก็แปรเปลี่ยนเป็ดำคล้ำดูดุดันขึ้นทันตา
มือที่ถือแก้วกระเบื้องเคลือบกำแน่นขึ้นกำจนเส้นเืปูดโปน ข้อนิ้วซีดขาว อุณหภูมิรอบตัวเขาลดลงอย่างน่ากลัว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งจะกวาดลานบ้านเสร็จเธอเดินกลับเข้ามาในบ้าน ตั้งใจจะทำความสะอาดบ้านต่อแต่กลับได้ยินคำพูดของฉินไห่หยางพอดีและเห็นสีหน้าบึ้งตึงราวกับคนใกล้ตายของฉินซู่
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกผิดขึ้นมาในใจเล็กน้อย
เวรกรรมแท้ๆ ปัญหาที่ร่างเดิมก่อเอาไว้ตอนนี้เธอคงต้องค่อยๆ สะสางไปทีละเื่
หลังจากที่ร่างเดิมมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านชิงซานหลายปีมานี้เธอแทบจะไม่ได้ออกไปนอกเมืองเลย และตอนนี้เธอยังไม่มีที่ไปจึงทำได้เพียงอาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลฉินไปก่อนเธอต้องศึกษาเื่ราวให้กระจ่างกว่านี้ แล้วค่อยหาทางทำมาหากินดังนั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเธอกับฉินซู่ยิ่งแย่ลงเธอจึงรีบอธิบายว่า "พูดจาเหลวไหล!พวกเธอยังเด็กอยู่! ไปฟังคนอื่นพูดมั่วซั่วมาได้ยังไงกัน!เงินนั่นฉันจะเอาไปซื้อข้าวสาร ในบ้านไม่มีทั้งข้าวสาร ไม่มีทั้งแป้งแล้ว!"
เธอพยายามกอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา
เธอยังพูดหว่านล้อมฉินซู่ไม่ทันสำเร็จเสียงหวานหยดย้อยก็ดังมาจากนอกประตู
“พี่ฉิน พี่อยู่บ้านหรือคะ? ที่บ้านของฉันมีไข่ไก่เยอะ ่นี้ฉันเป็หวัด กินไข่ไม่ได้ อากาศก็ร้อนกลัวว่าไข่จะเสียซะก่อน พี่เอาไปให้ลูกๆ ทำไข่ตุ๋นกินเถอะค่ะ”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหันหน้าไปตามเสียงก็เห็นหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน สวมเสื้อเชิ้ตผ้าเส้นใยสังเคราะห์ลายดอกเดินเข้ามาพร้อมกับหิ้วตะกร้าไม้ไผ่ แววตาเป็ประกายสดใส บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มหวานผมเปียสองข้างแกว่งไปมา เต็มไปด้วยความอ่อนโยนสดใส
จากความทรงจำของร่างเดิมผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่าหลี่เจียวเจียว เป็ลูกสาวของผู้นำหมู่บ้านชิงซานทั้งยังเป็ดาวเด่นประจำหมู่บ้านอีกด้วย เพราะมีความสัมพันธ์เป็ญาติห่างๆกับบ้านฉิน เธอจึงคอยดูแลเอาใจใส่ฉินซู่เป็พิเศษ
แต่ในสายตาของต่งเสี่ยวเสี่ยว ญาติห่างๆอะไรนั่นเป็เพียงข้ออ้างเท่านั้น ถ้าดูจากสายตาที่หลี่เจียวเจียวมองฉินซู่แทบจะเห็นรูปหัวใจลอยออกมา เธอจะไม่เข้าใจเื่นี้ได้ยังไงกัน?
ผู้หญิงคนนี้มีใจให้ฉินซู่สินะ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหรี่ตาลงเล็กน้อย
เธอไม่ใช่ต่งเสี่ยวเสี่ยวตัวจริงดังนั้นจึงไม่ได้มีความแค้นหรือความรักใคร่ต่อฉินซู่
แต่ถึงอย่างไรทั้งสองก็เป็สามีภรรยากัน
ในยุคสมัยนี้การมีสัมพันธ์คบชู้ถือเป็เื่ใหญ่ โทษอาจถึงขั้นถูกประณามหากถึงตอนนั้นเธอคงต้องเดือดร้อนไปด้วยแน่
การเอาชีวิตรอดเป็เื่ยากเธอจะไม่ยอมแบกหม้อดำอย่างแน่นอน [1]
“มันจะดีเหรอ? ถึงแม้บ้านเธอจะมีฐานะดีกว่าแต่ไข่ไก่เป็ของราคาแพง เธอเก็บไว้กินเองเถอะ” ฉินซู่ขาพิการอีกทั้งยังตรากตรำทำงานมาทั้งวัน จึงไม่ได้ลุกขึ้นยืนแต่ก็ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
หลี่เจียวเจียวทำราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดเธอรีบยื่นตะกร้าให้ฉินไห่หยาง พร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน“ไห่หยาง เอาไข่ไปไว้ในครัวเถอะ อย่าฟังพ่อเธอเลยไข่ไก่กินแล้วดีต่อร่างกาย จะได้ตัวสูงๆ นะ”
ฉินไห่หยางถือตะกร้าไว้ในมือเขามองหลี่เจียวเจียวสลับกับมองฉินซู่ เขาไม่รู้ว่าควรจะเชื่อใครดี
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินเข้าไปหยิบตะกร้าจากฉินไห่หยาง ยื่นคืนให้หลี่เจียวเจียว“เจียวเจียว ถึงแม้ว่าบ้านเราจะฐานะไม่ดี แต่เราก็หาเงินใหม่ได้ท่านผู้นำยังบอกว่า แม้จะยากจน แต่จิตใจต้องไม่ต่ำต้อยตามเรากินของที่คนอื่นหยิบยื่นให้ไม่ได้ เธอเอาไข่ไก่คืนไปเถอะ”
เมื่อเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวปฏิเสธไข่ไก่ของตนหลี่เจียวเจียวก็รู้สึกโกรธเคืองขึ้นมาทันที
เธอชี้หน้าต่งเสี่ยวเสี่ยวพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “วันนี้เป็วันเกิดของเฮ่อเจี้ยนิไม่ใช่เหรอ?ฉันได้ยินป้าหนิวบอกว่าเธอวุ่นวายหาของขวัญไปให้เขาอยู่หลายวันแล้ว!ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ผู้หญิงหน้าไม่อาย เอาเงินของครอบครัวฉินไปปรนเปรอคนอื่น!ครอบครัวฉินจะลำบากขนาดนี้ได้ยังไง!! ฉันสงสารที่เด็กๆ สองคนไม่มีอะไรจะกิน!เธอกลับไม่สำนึกบุญคุณอีกงั้นเหรอ เธอมีสิทธิ์อะไรมาปฏิเสธฉัน?”
จากนั้นฉินไห่หยางรีบพูดเสริมยิ่งเป็การยืนยันคำพูดของหลี่เจียวเจียวเข้าไปอีก!
“มิน่าล่ะ คุณถึงได้ขโมยเงินในบ้าน!ถ้าผมไม่มาเจอก่อน เงินคงเข้าไปอยู่ในกระเป๋าคนอื่นแล้ว! พ่อต่อไปอย่าเอาเงินไว้ในบ้านอีกเลยนะครับ!”
วันนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวขโมยเงินก็เพราะ้าจะเอาไปซื้อของขวัญวันเกิดให้เฮ่อเจี้ยนิ!
ถ้าไม่ใช่เพราะลูกชายแย่งกลับมาได้ป่านนี้เธอคงไม่ได้อยู่ที่บ้านแล้ว! แต่คงกำลังอยู่ที่บ้านเฮ่อเพื่อฉลองวันเกิดให้กับเฮ่อเจี้ยนิ!
สีหน้าที่ไม่สู้ดีอยู่แล้วของฉินซู่ยิ่งดำคล้ำลงไปอีกมือที่วางอยู่บนตักกำแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
ั้แ่เมื่อห้าปีก่อนที่เขาพลั้งพลาดมีความสัมพันธ์กับต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วถูกเพื่อนของต่งเสี่ยวเสี่ยวที่มาเยี่ยมเห็นเข้าทำให้เขาต้องแต่งงานกับเธออย่างเสียไม่ได้ ทั้งสองก็แยกห้องนอนกันมาโดยตลอด
เขารู้ว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้มีใจให้เขาแถมยังรังเกียจเขาอีกด้วย
ต่อให้เป็ผู้ชายทั่วไปก็ทนไม่ได้ที่บนหัวตัวเองจะมีทุ่งหญ้าสีเขียวอย่างแน่นอน[2]!
เฮ่อเจี้ยนิเป็ยุวชนของหมู่บ้านชิงซานและเป็ครูสอนหนังสืออยู่ในตัวอำเภอ ต่งเสี่ยวเสี่ยวมักจะฝากเขาส่งจดหมายเสมอทำให้ทั้งสองคนไปมาหาสู่กันอย่างสนิทสนม ในหมู่บ้านมีข่าวลือมานานแล้วแต่ฉินซู่ก็ไม่เคยเชื่อและไม่เคยถามไถ่ถึงเื่นี้สักคำ
เมื่อก่อนเขาเป็ฝ่ายผิดต่อเธอจะให้เขาเชื่อคำพูดของคนอื่นแล้วไปใส่ร้ายต่งเสี่ยวเสี่ยวได้อย่างไร
แต่วันนี้เื่ราวนี้กลับถูกเปิดโปงต่อหน้าคนนอก แม้แต่ลูกชายยังพูดแบบนั้นอีกฉินซู่รู้สึกว่าศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายถูกเหยียบย่ำจนแหลกละเอียดใบหน้าของเขาร้อนผ่าว เหมือนถูกตบหน้ากลางที่สาธารณะ
เขาจ้องมองต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยสีหน้าถมึงทึงแววตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นท่าทางของเขาที่เหมือนกับก่อนพายุฝนจะมาเธอรู้สึกใจหายวาบ และเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาทันที
เป็ไปตามคาดฉินซู่มองต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยสายตาเ็าน้ำเสียงของเขาเย็นะเืราวกับมีดน้ำแข็งกรีดแทง “ต่งเสี่ยวเสี่ยวพรุ่งนี้เราสองคนไปจดทะเบียนหย่ากัน เงินที่เหลืออยู่ในบ้านเท่าไหร่ เธอก็ลองนับดูฉันยกให้เธอทั้งหมด ตอนนี้รัฐบาลก็เปิดกว้างแล้วพวกยุวชนจากในเมืองอย่างเธอที่มาอาศัยอยู่ที่นี่ ต่อให้หย่าแต่เธอก็กลับบ้านได้หลังจากหย่ากันเสร็จ เธอก็กลับบ้านไปซะ ฉันจะไปส่งเธอขึ้นรถที่ตัวเมืองถ้าเธออยากจะแต่งงานใหม่ ฉันก็จะไม่ขัดขวาง”
พูดจบ เขาก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนสายตาของเขาแน่วแน่ ก่อนจะพูดต่อว่า “ต่อจากนี้ไปเราสองคนต่างคนต่างอยู่”
เชิงอรรถ
[1] แบกหม้อดำ (背黑锅)หมายถึง รับผิดแทนคนอื่น ตรงกับสุภาษิตไทยที่ว่า แพะรับบาป
[2] แปลงมาจากคำว่า สวมหมวกสีเขียว ( 戴绿帽子)ที่หมายถึง การถูกนอกใจ