น้ำต้นกำเนิดหยดเล็ก ๆ เข้าสู่ร่างกายของหานเฟิง กำลังภายในของหานเฟิงพลันสับสนวุ่นวายพลุ่งพล่าน
สีหน้าของหานเฟิงเปลี่ยนจากซีดเผือดกลายเป็สีแดง
“เคล็ดวิชาเพลิงวิเศษเก้าเปลวไฟ ควบคุมมัน!!”
หานเฟิงใช้เคล็ดวิชาเพลิงวิเศษเก้าเปลวไฟควบคุมพลังงานนี้ให้สงบลงอย่างรวดเร็ว
กำลังภายในพลุ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์ ราวกับกำลังจะทะลวงผ่านเส้นลมปราณ ทว่าเพียงแค่กำลังภายในกำลังจะพุ่งชนผนังทั้งสี่ของเส้นลมปราณ จู่ ๆ พลังพิเศษสายหนึ่งก็เข้ามาปกป้องผนังลมปราณ เพิ่มความแข็งแกร่งกับการขยายตัวของเส้นลมปราณ
กำลังภายในที่แล่นพล่านไปทั่วถูกสกัดกั้นไว้ได้แล้วจริง ๆ
พลังพิเศษนี้มาจากน้ำยาต้นกำเนิดเช่นกัน
เมื่อทุกอย่างสงบลงก็ได้เวลารุ่งสางแล้ว
หานเฟิงลืมตา เปี่ยมไปด้วยกำลังวังชา เขาััได้ถึงกำลังภายในสายหนึ่ง หานเฟิงตรวจดูด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ร้ายกาจดี ข้าเข้าสู่ขั้นมนุษย์ระดับต้นขั้นปลายแล้ว!!”
จากการฝึกฝนก่อนหน้านี้กำลังภายในทั้งหมดของหานเฟิงมีเพียงห้าสิบกว่า นับว่าผ่านมาเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
ทว่าน้ำยาต้นกำเนิดอึกเดียวนี้ กลับเติมเต็มกำลังภายในของเขาจนถึงหนึ่งร้อยโดยตรง หรือก็คือถึงขั้นสามัญระดับต้นขั้นปลาย กล่าวได้ว่าช่วยประหยัดเวลาเขาได้มากถึงเกือบครึ่งเดือนเลยทีเดียว
อีกทั้งนี่ยังเป็เพียงศิลาิญญาชั้นต่ำระดับล่างที่มีความบริสุทธิ์เพียงร้อยละหนึ่ง
หานเฟิงได้แต่ถอนหายใจ “สมกับที่มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์เท่านั้นที่สามารถดูดซับศิลาิญญา ไม่ธรรมดาดังคาด”
“ตอนนี้ข้าเข้าสู่ขั้นสามัญระดับต้นขั้นปลายแล้ว ต่อไปคือเข้าสู่ขั้นสามัญระดับกลาง เปิดเส้นลมปราณที่แปด”
“น่าเสียดายที่ตอนนี้เช้าแล้ว ข้าทำได้เพียงต้องไปที่ลานฝึกยุทธ์ก่อน”
“ตอนนี้ข้ายังห่างไกลจากความสำเร็จวิชากรงเล็บสยบนิ่งอีกมาก สมกับเป็ทักษะวิชาขั้นสูงที่จะแสดงพลังที่แท้จริงของมันออกมาก็ต่อเมื่ออยู่ในขั้นสามัญระดับปลาย ไม่รู้จริง ๆ ว่าเมื่อไหร่ข้าจะสำเร็จวิชาโดยสมบูรณ์”
หลังจากผู้เฒ่าอวี่ตักน้ำเข้ามาให้ อาบน้ำชำระร่างกายเสร็จแล้ว หานเฟิงก็มายังลานฝึกยุทธ์ ฝึกฝนกรงเล็บสยบนิ่งอย่างเงียบเชียบ
ครั้งนี้เอง หานเฟิงกลับต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า ท่าร่างของเขาราบรื่นและเฉียบคมขึ้นกว่าเดิม
ภายในเวลาสั้น ๆ พลังของกรงเล็บสยบนิ่งก็เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า
หานเฟิงลอบกล่าวในใจ “เป็ดังคาด ระดับพลังเกี่ยวข้องกับการฝึกยุทธ์ เมื่อวานนี้ข้ายังเข้าใกล้ความสำเร็จขั้นเล็ก ๆ อยู่เลย แต่ยามนี้พลังของข้าเข้าสู่ขั้นสามัญระดับต้นขั้นปลายแล้ว แค่ใช้มันสองสามครั้งก็เกือบเข้าใกล้ความสำเร็จขั้นเล็ก ๆ แล้ว
หากข้าทะลวงไปอีกขั้น จากที่ข้าเข้าใจ นั่นคงไม่ไกลจากความสำเร็จวิชากรงเล็บสยบนิ่งขั้นสมบูรณ์”
“ยามนี้หานหลินอาศัยระดับพลังอันแข็งแกร่งของเขา ก็ยังเข้าใกล้ความสำเร็จขั้นเล็ก ๆ เท่านั้น ส่วนผู้อื่นนั้นยังห่างไกลอีกมาก”
“ด้วยระดับพลังในตอนนี้ของข้ากับวิชากรงเล็บสยบนิ่งที่ประสบความสำเร็จขั้นเล็ก ๆ แล้ว ไม่แน่อาจสามารถต่อกรหรือแม้กระทั่งเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญระดับกลางที่เปิดเส้นลมปราณที่หนึ่งแล้วก็เป็ได้ หรืออาจจะสามารถต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญระดับกลางที่เปิดเส้นลมปราณที่สองแล้ว”
“แต่หากข้าปล่อยไฟสามัญออกไป ต่อให้เป็หานหลินผู้ที่เปิดลมปราณสามเส้นแล้ว ก็อาจจะถูกข้าเอาชนะหรือแม้กระทั่งเด็ดหัวได้อย่างสบาย ๆ!”
หานเฟิงยังคงเป็คนแรกที่มาถึงเช่นเคย ขณะที่หานเฟิงใกล้ฝึกเสร็จแล้ว ผู้เยาว์ตระกูลหานคนอื่น ๆ ก็ทยอยกันมาถึง
เพียงแต่ยามนี้สายตาของเด็กหนุ่มเ่าั้ที่มองมายังหานเฟิงกลับแตกต่างออกไป
หานเฟิงฝึกฝนเพียงเจ็ดวัน กลับเทียบชั้นได้กับกู่ปาผู้ฝึกฝนมาถึงสามปี
บัดนี้ผ่านไปอีกเจ็ดวัน ไม่มีผู้ใดรู้ว่าหานเฟิงฝึกฝนไปถึงขั้นใดแล้ว
เด็กหนุ่มตระกูลหานมีไม่น้อยที่เชื่อว่า ภายในหนึ่งหรือสองเดือนนี้ หานเฟิงอาจเข้าสู่ขั้นสามัญระดับกลาง ไม่ใช่ผู้ที่พวกเขาสามารถจะต่อกรได้ด้วยแล้ว
ในเมื่อไม่อาจต่อกรด้วยได้ เช่นนั้นก็ต้องผูกมิตร
ฉับพลัน เด็กหนุ่มไม่น้อยรีบเข้ามารุมล้อมพูดคุยกับหานเฟิง
หานเฟิงยิ้มแย้มพูดจาโต้ตอบไปเช่นกัน
ไม่นานหลังจากนั้น หานหลินก็มาถึงลานฝึกยุทธ์
หานเฟิงเหลือบมองหานหลินแวบหนึ่ง แววตาของเขาพลันเข้มขึ้น “บรรยากาศรอบกายของหานหลินแตกต่างจากเมื่อก่อน หรือว่า....”
หานหลินมาถึงได้ไม่นาน ครูฝึกหลินก็ปรากฏตัว
ครูฝึกหลินเหลือบมองไปรอบ ๆ ก็พบในทันทีว่าบรรยากาศรอบกายของหานหลินแตกต่างออกไป รัศมีเฉียบคมผกผัน
ครูฝึกหลินพรั่งพร้อมด้วยประสบการณ์ จึงคาดเดาความจริงออกในทันที เขาเอ่ยด้วยสีหน้าประหลาดใจ “หานหลิน เ้าทะลวงผ่านระดับขั้นแล้วหรือ?”
หานหลินะเิหัวเราะ “ครูฝึกหลินสายตาแหลมคมยิ่งนัก ข้าเปิดเส้นลมปราณที่สี่ได้แล้ว”
ครูฝึกหลินหัวเราะอย่างพออกพอใจ “นั่นเป็เพราะระดับของเ้ายังไม่เสถียร รัศมีของเ้าจึงปล่อยออกมาโดยไม่รู้ตัว มิเช่นนั้น ถึงแม้ข้าจะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์ ใช้เพียงสายตาย่อมมองไม่ออก”
หานเฟิงลอบกล่าวในใจว่าเป็ดังคาด ใบหน้าของเด็กหนุ่มคนอื่นพลันเปลี่ยนสี
เมื่อเปิดเส้นลมปราณที่สี่แล้ว ก็สามารถกล่าวได้ว่ามาถึงครึ่งทางของการเข้าสู่ขั้นสามัญระดับกลาง อีกทั้งอายุเพียงสิบสี่สิบห้าปี นี่เป็่เจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กหนุ่ม ระหว่าง่วัยนี้ ความเร็วในการฝึกยุทธ์จะเพิ่มขึ้น ไม่นานนักเส้นลมปราณที่ห้าหรือแม้กระทั่งเส้นลมปราณที่หกก็จะเปิดออก
หากมียาวิเศษหรือของวิเศษช่วยเหลือ การจะเข้าสู่ขั้นสามัญระดับปลายก่อนอายุสิบห้า จึงใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้
ขั้นสามัญระดับปลาย เป็เพียงกระบวนการรวบรวมกำลังภายใน ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนกำลังภายในให้กลายเป็พลังปราณ
เมื่อพลังปราณสะสมถึงขั้นหนึ่งแล้ว จะสามารถเปิดเส้นลมปราณทั้งสิบสอง จากนั้นจึงก้าวเข้าสู่ขั้นมนุษย์
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์ในตระกูลหานนับว่าเป็บุคคลสำคัญ นับประสาอะไรกับทั่วทั้งเมืองเหรินจง
เมื่อคิดว่าหานหลินจะกลายเป็คนระดับนั้นภายในสองสามปีนี้ เด็กหนุ่มมากมายพลันมีสีหน้าสลับซับซ้อน ความอิจฉาริษยาแวบผ่านั์ตาของพวกเขา
เมื่อหันกลับไปมองหานเฟิงอีกครั้ง บรรดาเด็กหนุ่มที่มีสีหน้าซับซ้อนอยู่แล้วยิ่งซับซ้อนกว่าเดิม สองคนนี้ไม่มีผู้ใดที่พวกเขาสามารถเทียบเคียงได้แม้แต่น้อย
หานเฟิงทอดถอนใจในใจ “ผู้ที่เปิดเส้นลมปราณสี่สาย อาศัยเพียงไฟสามัญ ย่อมไม่อาจเอาชนะได้ ช่องว่างสามปีไม่อาจข้ามผ่านได้อย่างง่ายดายเพียงนั้นจริง ๆ”
“เพียงแต่เขาได้รับความช่วยเหลือจากเตาหลอมแผดเผาสรรพสิ่ง ไม่นานเขาก็จะทำสำเร็จ”
จู่ ๆ หานเฟิงััได้ถึงสายตาอาฆาตที่จ้องมองมา เขาจึงหันหน้ากลับไปก็เห็นกู่ปาเข้าพอดิบพอดี
ริมฝีปากหานเฟิงพลันกระตุก “าแของกู่ปารักษาหายแล้วหรือ?”
“หวังว่ากู่ปาคงไม่ได้มาหาเื่ข้าอีกหรอกนะ”
โชคไม่ดี หานเฟิงถูกกำหนดให้ต้องผิดหวังแล้ว
“หานเฟิง ข้าอยากประลองกับเ้า!” เมื่อถึงเวลาประลอง กู่ปาก็กัดฟันเดินอาด ๆ เข้ามาด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด
ผู้คนรอบ ๆ มองเขาด้วยสีหน้ายินดีในความทุกข์ของผู้อื่นระคนสงสาร กู่ปาผู้นี้ต้องพ่ายแพ้ยับเยินอีกแล้ว
หานหลินเห็นเช่นนี้สีหน้าก็พลันอึมครึม “หานเฟิงไม่มีทางใช้ดัชนีทะลวงทวารอีกครั้งกระมัง เขาทำให้บรรพบุรุษตระกูลหานอับอายขายขี้หน้าหมดแล้ว”
ครูฝึกหลินยกมือขึ้นปิดหน้า นี่จะให้เขาพูดอะไรดี
ทันทีที่หานเฟิงตอบตกลง กู่ปาก็รีบเอ่ยด้วยความทะนงตน “หานเฟิง อยู่บนเตียงหลายวันมานี้ มิใช่ว่าข้าไม่เตรียมตัว บัดนี้กำลังภายในของข้าพัฒนาขึ้น ข้ามีความสามารถในการตอบโต้ลูกไม้ของเ้าแล้ว วันนี้เ้าอย่าคิดว่าจะใช้ลูกไม้สกปรกนั่นกับข้าได้อีก”
หานเฟิงหางคิ้วกระตุก “เดิมทีข้าอยากเอาชนะเ้าอย่างผ่าเผย บัดนี้เ้ากล่าวเช่นนี้ ข้าชักอยากให้เ้าได้ััความผิดพลาดแบบเดิมอีกทีแล้วสิ”
หานเฟิงหมดคำกล่าวกับกู่ปา กู่ปาผู้นี้ชั่วร้ายจริง ๆ เขาจักต้องยั่วยุหานเฟิงให้ได้ หานเฟิงจึงจำต้องใช้ท่านั้นแล้ว
มิเช่นนั้นจะไม่เท่ากับยอมรับว่า 'วิชา' ของเขาสู้ผู้อื่นไม่ได้หรอกหรือ
เกิดเสียงฟึ่บหนึ่งครั้ง หานเฟิงหายวับไปอย่างรวดเร็วภายใต้สายตาประหลาดใจของทุกคน ก่อนจะโผล่มาที่ด้านหลังของกู่ปา
บัดนี้ระดับพลังของทั้งสองแตกต่างกันอย่างใหญ่หลวง กู่ปาไม่ทันได้ตอบสนองแม้แต่น้อย
แม้กระทั่งในบรรดาเด็กหนุ่มที่อยู่รอบ ๆ มีเพียงสิบคนเท่านั้นที่สามารถจับความเคลื่อนไหวของหานเฟิงได้
หานเฟิงใช้วิชาดัชนีทะลวงทวารออกไป กลับต้องใเมื่อพบว่ามันถูกสกัดไว้แล้วจริง ๆ
ครั้งนี้กู่ปาหัวเราะเสียงดังสะใจ “ข้าซ่อนแผ่นเล็กไว้ใต้กางเกงของข้า ด้วยกำลังภายในอันน้อยนิดของเ้า ไม่มีทางทะลวงผ่านมันไปได้!”