ที่คฤหาสน์สกุลเผิง ในยามดึกเงียบสงัด พลันปรากฏเงาร่างสีดำ กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบนหลังคา มันพุ่งกระโจนไปมา ก่อนจะหยุดที่เหนือห้องแห่งหนึ่ง จากนั้นจึงค่อย ๆ ย่อตัวลง และงัดกระเื้ัคาออกมา 1 แผ่น เสร็จแล้วจึงจุดไฟใส่กระบอกไม้ พอเริ่มมีควันมันก็ก้มลงเป่าลงไปในห้องใต้หลังคา มันนั่งนิ่งรอชั่วอึดใจ ก็ก้มลงมองดู ก่อนที่จะลงมืองัดหลังคาออก พอที่ตัวมันลอดลงไปได้ ในห้องนั้นเห็นเงาร่างชุดดำสะท้อนแสงจันทร์เพ็ญ ที่ส่องผ่านลูกกรงหน้าต่าง มันตรงไปยังเตียงนอนที่มีสตรีนางหนึ่งนอนหลับอยู่ มันเอื้อมมือเขย่าร่างสตรีนางนั้น แต่นางก็ไม่ใตื่น เห็นมันยิ้มอย่างพอใจ จากนั้นมันก็เริ่มปลดสายรัดเสื้อของสตรีนางนั้นออก ค่อยๆ บรรจงแหวกแยกออกจากกันช้าๆ ก่อนที่จะรูดกางเกงตามออกมาติดๆ บัดนี้ร่างของสตรีนางนั้นเหลือแต่เอี๊ยมสีแดงปักลูกไม้ตัวน้อย ที่ไม่สามารถปกปิดความอวบใหญ่ของเนินอก ที่ล้นทะลักออกมา มันถูมือตัวเองไปมา พึมพำเบาๆ
“โอ้ นี่หรือบุตรสาวของไอ้มหาเศรษฐีอ้วน ช่างอวบใหญ่จริงๆ คืนนี้์เป็ของข้าแล้ว อันที่จริงเหลือเวลาอีกครึ่งก้านธูปก่อนจะถึงเวลาปล้น แต่ข้าอดใจไม่ไหวจึงล่วงหน้ามาก่อน พอขึ้น์เสร็จพี่ใหญ่คงบุกมาพอดี” ไอ้โจรชั่วเอ่ยขึ้นก่อนจะค่อย ๆ บรรจงปลดเอี๊ยมตัวน้อยออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ร่างที่ขาวโพลนสะท้อนแสงจันทร์ เห็นมันตาถลนแทบหลุดออกมาจากเบ้า เรือนร่างที่แสนโสภา เนินอกที่ขาวสล้างทั้งสอง อวบใหญ่จนล้นมือ หน้าท้องที่แบนราบปราศจากไขมัน ลดต่ำลงมา เนินสวาทกลางหว่างขา ที่มีหญ้าขึ้นรกประปราย ดูแล้วชวนให้แหวกค้นหาขุมทรัพย์ยิ่งนัก มือทั้งสองของมันลูบไล้อย่างแ่เบา จากลำคอลงมาถึงปทุมถันทั้งสอง ที่อวบใหญ่จนมันกำไม่มิด มันคลึงเคล้นเบาๆ เพียงชั่วครู่เม็ดบัวน้อยๆ กลางเต้า ก็แข็งสู้มือตามสัญชาตญาณ แล้วก็ลูบไล้ลงมาจนถึงเนินสวาทกลางหว่างขา พักใหญ่มันก็เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองออก
ทว่า...ใน่ขณะนั้นก็มีเงาร่างอีกสายหนึ่ง ค่อย ๆ ย่องเข้ามาด้านหลังจนห่างประมาณวาเศษ เงาร่างดำที่กำลังถอดเสื้อผ้าอยู่ ก็รู้สึกตัว มันหันร่างกลับสะบัดฝ่ามือเข้าใส่ทันที เงาร่างที่มาที่หลัง พบว่ามีฝ่ามือฟาดตรงเข้ามา ก็พลันพลิกร่างหลบ ฟาดฝ่ามือเข้าปะทะด้วย เสียงเพี๊ยะดังขึ้นครั้งหนึ่ง ก่อนที่เงาร่างทั้งสองจากแยกออกจากกัน ได้ยินเสียงตวาดดังก้อง
“ไอ้โจรชั่ว! บังอาจนัก คิดฆ่าคนวางเพลิงไม่พอ หนำซ้ำยังคิดจะข่มเหงสตรีอีก วันนี้ข้าจะให้เ้าชดใช้กรรม” เสียงเด็กหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยดังขึ้น
“หือ? แกเป็ผู้ใดกันไอ้หนู แล้วล่วงรู้แผนการของพวกข้าได้ยังไง” ไอ้โจรผู้นั้นตวาดเสียงดังลั่นห้อง ซึ่งเสียงนั้นก็ทำให้หวู่เซียนอี้ รู้สึกตัวตื่น ทว่า...นางมิอาจเอ่ยวาจาใด หรือขยับตัวได้ นี่เป็ผลมาจากควันพิษเมื่อครู่
“รู้ได้อย่างไรกระนั้นหรือ... เช่นนั้นเ้าก็ลองมองดูหน้าข้าให้ดี ๆ” จ้าวเยียนกล่าวพร้อมก้าวเท้ามาข้างหน้าเพื่อให้แสงของดวงจันทร์สาดมากระทบใบหน้า เมื่อนั้นเองไอ้โจรชั่วจึงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง
“ปะ...เป็ไปไม่ได้...เป็เ้า...เป็เ้าได้อย่างไร ข้านึกว่าเ้าถูกไอ้แก่บ้านั้นพาตัวไปไหนต่อไหนแล้ว”
“พาไปจริง แต่ท่านผู้าุโพาข้าไปฝึกวิชา ฝึกมาเพื่อกำจัดคนชั่วอย่างพวกเ้าอย่างไรเล่า!!” จ้าวเยียนคำรามลั่นก่อนที่มันจะโคจรกำลังภายใน และพุ่งทะยานเข้าใส่โจรชั่วตรงหน้า
“นะ...หน็อย... อย่ามาทำเป็อวดเก่งไปหน่อยเลย ไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างเ้านะหรือ จะเอาชนะคนอย่างข้าได้ ตายซะ” ไอ้โจรชั่วบ้ากามคำรามลั่น ก่อนที่มันจะถีบเท้าพุ่งเข้าปะทะกับจ้าวเยียนอย่างเดือดดาล ตัวมันยามนี้ไร้อาวุธ เนื่องจากเร่งจะมาหาความสำราญในกามราคะกับหวู่เซียนอี้เพียงอย่างเดียว หากแต่ด้วยรูปร่างอันใหญ่โต กับมัดกล้ามที่มากกว่าคนปรกติ ไอ้โจรชั่วก็มั่นใจพอตัวว่าจะจัดการจ้าวเยียนได้
กำปั้นมหึมาของมันพุ่งเข้าใส่จ้าวเยียนเต็มแรง ทว่า...เขาก็สามารถเบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่จ้าวเยียนจะสวนกลับด้วยหมัดสุดแรงเข้าไปที่ท้องน้อยจนมันตาเหลือก กระอักน้ำลายคำโตออกมาจากปาก ร่างกำยำเซถอยไปหลายก้าวพร้อมความเ็ปที่แผ่ซ่าน จ้าวเยียนไม่รอช้า พลันพุ่งเข้ามาประเคนหมัดใส่อีกชุดใหญ่ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเตะเข้าไปที่ก้านคอ จนร่างของไอ้โจรชั่วกระเด็นพุ่งทะลุออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดเสียงดังโครมคราม จนเวรยามที่เดินตรวจตราไปมาอยู่ตื่นใ พวกมันต่างพากันส่งเสียงเอะอะโวยวาย และกำลังจะวิ่งมาดู หากแต่...ดันเกิดเื่ไม่คาดคิดขึ้นเสียก่อน
“บุกเข้าไป!!!!! ปล้น ฆ่า เผามันให้เฮี้ยน!!!”
เสียงของเจียงซุนะโดังลั่น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงพี่น้องสหายโจรของมันอีกมากมายหลายสิบคน จากนั้นก็เกิดเสียงดังอึกทึกคึกโครม พร้อมเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วคฤหาสน์ จ้าวเยียนอยากออกไปช่วยคนอื่น ทว่า...ก็มิอาจปล่อยหวู่เซียนอี้ไว้ในสภาพนี้ได้ มันจึงพลันใส่เสื้อผ้าให้นาง ก่อนจะพาไปซ่อนในที่ปลอดภัย และรีบกลับช่วยคนอื่น ๆ แต่ช่างน่าใยิ่งนักเพราะ เพียงแค่ชั่วอึดใจ ทั่วคฤหาสน์ก็เต็มไปด้วยเปลวไฟอันร้อนแรง กับร่างของทหารยามที่นอนตายกันเกลื่อนกลาด พวกของเจียงซุนลงมือโเี้ยิ่งนัก
จ้าวเยียนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ก่อนที่จะพุ่งฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปช่วยคนที่ยังรอดชีวิต...
“ยะ...อย่าทำอะไรข้ากับลูกเลย พะ...พวกข้าเป็แค่บ่าวรับใช้เท่านั้น”
“ไอ้ข้าก็ไม่อยากจะทำหรอกนะ แต่ถ้าขืนปล่อยพวกเ้าไป แล้วพวกเ้าไปแจ้งทางการ พวกข้าก็แย่กันพอดี เพราะงั้นหากจะโทษ ก็จงโทษที่เกิดมาเป็คนรับใช้ของไอ้มหาเศรษฐีอ้วนนั่นก็แล้วก็” โจรร่างใหญ่ ใบหน้าดุดันเอ่ยออกมา ก่อนที่มันจะยกดาบขึ้นเหนือหัว และเตรียมสังหารสองบ่าวรับใช้พ่อลูก ทว่า...ยังไม่ทันที่ดาบจะฟันลงมาถึง ร่างของโจรผู้นั้นก็ถูกใครบางคนฟาดด้วยมือเข้าที่กลางหลังอย่างแรง จนมันกระอักเืคำโตออกมา ไอ้โจรชั่วเกือบล้มหน้าทิ่ม ดีว่าใช้ขายันตัวเองไว้ มันกัดฟันแน่นก่อนจะพลันหันมามองด้วยความโกรธ ทว่า...ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไร ปลายเท้าของจ้าวเยียนก็เตะเสยเข้าเต็มปลายคาง จนร่างของไอ้โจรชั่วกระเด็นไปกระแทกกำแพง และร่วงลงมานอนกองที่พื้นสลบเหมือด
“จะ....เ้า...จ้าวเยียน!!”
“เป็ข้าเองพี่หม่า โชคดีนักที่ข้ามาทัน ท่านกับถิงถิงไม่เป็อันใดใช่หรือไม่”
“ไม่เป็อันใด ไม่เป็อันใดข้ากับถิงถิงปลอดภัยดี”
“แล้วคนอื่น ๆ ล่ะอยู่ไหนกัน”
“ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก พวกเราหนีตายกันจ้าล่ะหวั่น หลายคนถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด และอีกหลายคนเหมือนจะถูกจับไปรวมกันที่ห้องโถงใหญ่”
“แปลว่าไอ้อ้วน...ข้าหมายถึง นายท่านของพี่ก็อยู่ที่นั่นด้วยสินะ”
“ถูกต้องแล้ว ดูเหมือนจุดประสงค์ของพวกมันคือทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่นายท่านเก็บซ่อนไว้ในคฤหาสน์ ดังนั้นพวกมันจึงจับคนไปรวมกันที่นั่นเพื่อบังคับให้นายท่านบอกที่ซ่อน”
“หึ บังคับให้คนอย่างมันเปิดปากด้วยวิธีนี่หรือ คงได้ผลหรอก” จ้าวเยียนแสยะยิ้มก่อนจะแค่นเสียงพูดด้วยท่าทางดูถูกเหยียดหยาม
“ใจข้าอยากปล่อยมันถูกสับเป็หมื่นชิ้นนัก แต่ผู้อื่นไร้ความผิด ข้ามิอาจนิ่งดูดายปล่อยพวกเขาตายได้ พี่กับลูกรีบหนีไปซะ ส่วนคนที่เหลือข้าจะช่วยเอง”
“ขะ..เข้าใจแล้ว เ้าเองก็ระวังตัวด้วยนะ” หม่าอี้เอ่ยขึ้น ก่อนจะพลันพาลูกสาวตัวน้อยของมันหนีออกไปนอกคฤหาสน์ ส่วนจ้าวเยียนก็รีบมุ่งหน้าไปยังห้องโถงใหญ่ เพื่อช่วยคนอื่น ๆ
...
ณ ห้องโถงใหญ่ยามนี้ เต็มไปด้วยคนของที่เขียงซุนยืนถือดาบล้อมรอบห้อง ส่วนตรงกลางห้องก็มีร่างของคนในคฤหาสน์นั่งรวมกันอยู่ บางคนาเ็มีเืไหลซึม บางคนมีแผลไฟไหม้ เสื้อผ้าขาดวิ่นมีควันไฟลอยคุกรุ่น และแน่นอนว่ารวมถึงเ้า หวู่เผิงหลงด้วย
“กะ....แกเ้าเจียงซุน เหตุใดถึงทำกับข้าแบบนี้”
“เหตุใดหรือ...? เพราะเหตุใด เ้ายังมีหน้ามาถามอีกหรือ ไอ้อ้วนจอมละโมบ!! พวกข้าทำงานสกปรกให้เ้านับครั้งไม่ถ้วน แต่สุดท้ายเ้ากลับหักหลัง ส่งทางการมาไล่จับจนพวกข้าต้องหนีหัวซุกหัวซุนอยู่เกือบครึ่งปี ยังจะหน้าด้านมาถามอีกหรือว่าเพราะเหตุใด...” คำตอบของเจียงซุนทำเอาหวู่เผิงหลงหน้าชา พูดอันใดต่อไม่ออก เพราะทุกอย่างที่ว่ามาล้วนเป็ความจริงทุกประการ มันเกรงว่าสักวันความผิดที่เคยสั่งพวกของเจียงซุนทำทุกอย่าง จะถูกขุดคุ้ยจนลามมาถึงตัวมัน หวู่เผิงหลงจึงคิดตัดไฟแต่ต้นลม ทว่า...ทุกอย่างกลับผิดถนัด
“เอาล่ะ เลิกพล่ามไร้สาระ แล้วบอกที่ซ่อนสมบัติของเ้ามาได้แล้ว!” เจียงซุนตวาดเสียงแข็งก่อนจะจ่อคมดาบมาที่คอของหวู่เผิงหลง
“สะ...สะ....สมบัติของข้างั้นหรือ ฝะ...ฝันไปเถอะ ข้าไม่มีวันบอกเ้าหรอก”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ข้านึกแล้วว่าคนอย่างเ้าต้องตอบแบบนี้ งั้นข้าจะนับหนึ่งถึงสิบ หากเ้าไม่บอก ทุกครั้งที่นับถึงสิบ ข้าจะฆ่าคนรับใช้ของเ้าหนึ่งคน” เจียงซุนเอ่ยขึ้นก่อนมันจะหันคมดาบไปจ่อคอ คนใช้รับใช้ชราผู้หนึ่งซึ่งนั่งก้มหน้าอยู่ด้วยท่าทางหวาดกลัว เผิงหลงได้เห็นเช่นนั้นมันก็นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เนื่องจากคนรับใช้ผู้นี้อยู่มาั้แ่รุ่นของ หวู่ฟู่ไช บิดาของมัน
“นะ...นายท่านช่วยข้าด้วย ข้ายังไม่อยากตาย” คนรับใช้ชราส่งสายตาอ้อนวอนที่ยังหวู่เผิงหลง ก่อนจะเอ่ยเสียงแ่
“หะ...หวงอี้เทียน...ขะ...ข้า....”
“หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...” เจียงซุนเอ่ยนับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ส่วนเผิงหลงนั้นได้แต่ อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ซึ่งดูท่าทางแล้วต่อให้นับถึงร้อยมันก็คงไม่ปริปากบอกถึงที่ซ่อนสมบัติเป็แน่ เจียงซุนจึงทอดถอนหายใจยาว ๆ ก่อนจะนับข้ามไปที่เลขแปดเลย
“แปด...เก้า....สิบ” พอครบสิบมันจึงขยับข้อมือเบา ๆ เพื่อให้คมดาบเฉือนคอหอยของผู้เฒ่าหวงอี้เทียนคนรับใช้เก่าแก่ ทว่า...ในยามนั้นก็พลันเกิดเสียงดัง ตัง! ขึ้น ดาบที่กำลังจะถึงลำคอคนรับใช้เฒ่าก็พลันกระเด็นไปอีกทาง มองบนพื้นพบเศษหินก้อนเล็กที่ใครบางคนดีดเข้ามาสกัดไว้
“ผู้ใดบังอาจสอดมือขัดขวาง!!” เจียงซุนหันไปมองพร้อมคำรามลั่นด้วยความโกรธจัด ก่อนที่สองตาของมันจะเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง เมื่อได้พบเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ซึ่งมีใบหน้าอันคุ้นเคยกำลังยืนอยู่ตรงประตูหน้าห้อง
จ้าวเยียนนั้นเอง...
จบบท