รถยนต์คันหรูสีขาวแล่นมาและชะลอเมื่อมีคนมุงที่ด้านหน้าเลยจอดรอดูเหตุการณ์แล้วลองเดินเข้าไปถามและก็ทราบว่ามีรถชนกันแต่สายตาก็พลันมองไปที่รถซึ่งคุ้นๆเลยลองเข้าไปดูใกล้ๆเพราะเห็นว่ามีคนเจ็บรอรถโรงพยาบาลมารับ
“คนเจ็บอยู่ด้านในต้องให้เ้าหน้าที่กู้ภัยมาก่อนเราทำอะไรไม่ได้หรอกเดี๋ยวเกิดกระดูกหักจะแย่กว่าขึ้นไปอีกนะ”ชายวัยกลางคนหันมาบอกไพลิน
“ค่ะหนูแค่คุ้นๆรถคันนั้น” ไพลินยืนมองด้านข้างและชะโงกหน้ามองคนเจ็บชัดๆหญิงสาวจำเสื้อตัวนั้นได้แม่นแม้หน้าจะเลอะเืแต่นาฬิกาและสีเสื้อสีรถยี่ห้อรถคือใช่ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นจริงๆด้วย
“ไม่นะ!” หญิงสาวถอยกรูดด้วยความใ
“รู้จักเหรอหนู”
“ปะเปล่าค่ะ”ไพลินเอามือทาบอกหรือเพราะตนแช่งชักหักกระดูกเขาเลยต้องมาเจอเื่เลวร้ายแบบนี้
“รถกู้ภัยมาแล้วหลบๆก่อน”ผู้ชายอีกคนะโบบอกทำให้ไพลินรีบหลบแล้วมองตามหลังเ้าหน้าที่กู้ภัยที่นำเขาออกมาจากรถได้สำเร็จแล้วรีบพาส่งโรงพยาบาล
“ขอให้คุณปลอดภัยนะฉันไม่น่าแช่งคุณเลย” ไพลินมองตามรถที่พาเขาไปโรงพยาบาลจนรถแล่นไปจนลับสายตา
เช้าวันรุ่งขึ้นข่าวหน้าหนึ่งทุกสำนักพาดหัวข่าวนักธุรกิจสุดหล่อขับรถชนรถบรรทุกหญิงสาวร่างเพรียวในชุดนักศึกษาเลื่อนปลายนิ้วบนสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดและแพงที่สุดพร้อมทำหน้านิ่วเพราะเมื่ออ่านประวัติเขาแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็คนเลวที่ทำเื่ชั่วๆในคืนที่ตนเมา
“มีอะไรลูก”นางพจมานเอ่ยปากถามลูกสาว
“ข่าวพวกคนรวยที่ชอบซิ่งรถค่ะคุณแม่”
“ข่าวรถชนหรือเปล่าพ่อว่าหน้าคุ้นๆนะลูก”นายไกรสรหันไปบอกลูกสาว
“ไหนพี่ดูหน่อย”อลันขอโทรศัพท์จากน้องสาวไปอ่านดูข่าวไม่ทันไรเขาก็หน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออ่านข่าวนั้น
“มีอะไรคะพี่อลัน”
“พะเพื่อนพี่เอง”เขาตอบแล้วก็รีบกดโทรหาเพื่อนแต่ก็ติดต่อไม่ได้
“ปะเป็เพื่อนพี่อลันเหรอคะ”ไพลินแทบเข่าทรุดหัวใจหล่นไปที่ตาตุ่มเมื่อความจริงแล้วผู้ชายเฮงซวยที่พรากความสาวไปตอนที่ตนเมาคือเพื่อนของพี่ชาย
“คุณหนูลินคะป้าทำขนมไว้จะรับไหมคะเห็นบ่นว่าอยากทาน”ป้าใบตองวัยหกสิบเอ่ยปากถามคุณหนูของบ้านหลังใหญ่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและเอ็นดูเพราะตนดูแลมาั้แ่แบเบาะ
“ไม่ทันแล้วค่ะหนูต้องไปแล้วป้าแช่ตู้เย็นไว้ได้ไหม”
“ได้ค่ะ”ป้าใบตองยิ้มแล้วเดินกลับเข้าครัวไป
“พี่จะไปเยี่ยมมันหน่อยน้องลินเคยเจอหรือเปล่าเพื่อนพี่คนนี้เคยมาที่บ้านสองสามครั้งแต่ตอนนั้นน้องอายุราวๆสี่ขวบ”
“ไม่เคยเจอเลยค่ะพี่อลัน”ไพลินภาวนาให้เื่ระหว่างตนกับเขาเป็ความลับตลอดไปแค่คิดว่าถ้าพี่ชายรู้ว่าน้องสาวมีอะไรกับเพื่อนตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างแค่คิดไพลินก็กลัวไปเสียทุกอย่าง
“พ่อนึกออกล่ะลูกคุณอุทิศใช่ไหมอลัน แต่ลูกก็เป็เพื่อนกันมานานแล้วนี่”
“ครับเคยเรียนด้วยกันตอนมอต้นแล้วก็มาเจอกันอีกตอนเข้ามหาวิทยาลัยลุงอุทิศเลยมาเสนองานให้บริษัทคุณพ่อไงครับตอนนั้นเราร่วมโปรเจกต์ไปหนึ่งโปรเจกต์”
“พ่อก็เจอตามงานสังคมเรื่อยๆนะคุยกันบ้างนิดหน่อยแต่ลูกชายเขาไม่เคยเจอเลยได้ข่าวว่าเที่ยวผู้หญิงเก่งจนป่านนี้ยังไม่มีแฟนเป็ตัวเป็ตนเลยใครเอาเป็ลูกเขยนี่หาเื่ให้ลูกสาวตัวเองเลยล่ะแต่บริษัทเข้าเติบโตแบบก้าวะโเลยเห็นปีล่าสุดกำไรเพิ่มหลายเท่าตัวเลยนะลูก”
“ครับแต่มันเที่ยวเก่งนอนกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าผมเลยไม่ชอบไปเที่ยวด้วย”
“ถ้าเป็แบบนั้นต่อให้รวยแค่ไหนฉันคนหนึ่งล่ะค่ะไม่เอาลูกเขยแบบนั้น”
“คุณแม่ครับไอ้อัครมันไม่ได้มาจีบน้องลินสักหน่อยคิดอะไรกันมากมายครับ”
“ลินไม่เคยเห็นและไม่รู้จักเขาเลิกพูดถึงเขาแล้วโยงมาใส่ลินนะคะพี่อลันไปส่งลินที่มหาลัยก่อนนะ” ไพลินเริ่มรู้สึกว่าทุกคนกำลังสนใจในตัวผู้ชายที่ชื่ออัครวิชช์มากจนเกินไป
“ไปสิ”เขาหันไปไหว้พ่อกับแม่และพาไพลินไปส่งที่มหาลัยก่อนจะวนรถกลับไปเยี่ยมเพื่อนชายที่เพิ่งย้ายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ
ศินีมาดักรอเพื่อนรักที่หน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยเพราะมีเื่ด่วนจะเล่าให้เพื่อนสาวฟังเมื่ออลันจอดรถหญิงสาวก็รีบปรี่ไปหาแล้วคว้าข้อมือเพื่อนสาวไปที่นั่งประจำใต้ต้นไม้ข้างๆคณะ
“อะไร”
“แกรู้ไหมว่าคืนนั้นเพื่อนเราบางคนเอายาปลุกเซ็กหยอดใส่เหล้าให้แก”
“ใคร”
“ยังไม่รู้แต่ก็พอเดาๆได้ก็ไอ้คนที่มันแอบชอบแกไง”
“แล้วใครบอกเื่นี้”
“ก็พวกผู้ชายที่ไปด้วยกันล่ะพอหายเมานึกได้มันก็พูดออกมาฉันนี่เกือบต่อยหน้ามันแหกล่ะและบอกเลิกคบห้ามมาสุงสิงกับแกอีก”
“กรเวชแกกล้าดียังไงมาทำแบบนี้กับฉัน”ไพลินกำมือแน่นเดินตรงไปที่กลุ่มเพื่อนชายนั่งรวมตัวกันเป็ประจำหญิงสาวมองหาเป้าหมายแล้วก็ซัดกำปั้นไปที่หน้าหนึ่งครั้ง
“อะไรลิน”กรเวชผู้ที่ถูกทุกคนตราหน้าว่าทำเื่ไม่ดีทำสีหน้าใและมองผู้หญิงตรงหน้าที่ใครๆก็รู้ว่าเป็ลูกคุณหนูสวยและรวยมากแต่เวลาจะเอาเื่ใครไพลินจะสลับคราบคุณหนูทิ้งไปทันที
“แกเอาอะไรใส่เหล้า”
“เปล่า”
“อยากเจอดีใช่ไหมคนอย่างไพลินแค่ยกหูคุณพ่อก็จัดการให้หมดหรือแกจะลอง”
“อย่านะลินฉันแค่ลองผสมไม่คิดว่ามันจะทำให้เธอเมาแล้วก็เคลิ้มแบบนั้น”กรเวชพูดจบไพลินก็ตบที่หน้าเขาสองข้างอย่างรวดเร็ว เพื่อนคนอื่นๆได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะรู้ดีว่ากรเวชทำเื่แบบนั้นจริง
“ฟังนะถ้าแกอยากจีบผู้หญิงคนไหนก็ตามจำไว้เลยนะสมัยนี้ชีวิตผู้หญิงทุกคนขับเคลื่อนด้วยแบ๊งค์สีเทาไม่ใช่แบ๊งค์สีเขียว”ไพลินไม่เคยพูดจาดูถูกกรเวชเลยนี่เป็ครั้งแรกเพราะรู้สึกเขาทำเกินไปทั้งที่ตนก็ไว้ใจเขาเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆในกลุ่ม
“ฉันขอโทษ”กรเวชรู้ดีว่าฐานะของเขายากจนมากการที่ได้มาเรียนที่นี่ซึ่งเป็มหาลัยปิดก็เพราะเขาสอบติดและกู้ยืมเรียนส่วนเื่ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเขาต้องทำงานแลกเงินมาด้วยตัวเองเพื่อนๆในกลุ่มรู้ดีและส่วนมากก็ไม่ค่อยให้เขาออกเงินสักเท่าไรเวลานัดเจอกันหรือไปเที่ยวเป็กลุ่มใหญ่ๆ
“ฉันไม่เคยดูถูกแกเลยนะไม่ว่าเื่อะไรแต่เื่นี้ฉันรับไม่ได้ เรียนด้วยกันยังกล้าทำแบบนี้อย่าให้มีครั้งที่สองนะไม่อย่างนั้นพ่อแม่แกได้ขายบ้านหลังเล็กๆเพื่อไปประกันตัวแกแน่”ไพลินกำมือแน่นรู้สึกชีวิต่นี้เจอแต่ผู้ชายเฮงซวยไหนจะเพื่อนพี่ชายและก็เพื่อนของตัวเอง
‘ผู้ชายเฮงซวย’