ตอนที่ 5
อาหารเย็นวันนี้ เป็มื้ออาหารที่ทุกคนมีความสุขไม่น้อยเลย เพราะนานๆ ถึงจะมีอาหารที่ทำจากเนื้อให้ทุกคนได้กิน เพราะส่วนมากแล้ว จะต้องนำไปขายเพื่อที่จะหาเงินสำหรับซื้ออาหารมากกว่า แต่ในวันนี้ที่ตัดสินใจทำอาหารเพราะทุกคนคิดว่าจะทำอาหารเพื่อที่จะบำรุงคนป่วยอย่าง รั่วเหลียนฮวา
ส่วนสมุนไพรที่ได้มานั้น รั่วเหลียนฮวา นำมาต้มทำยารักษา ส่วนที่เหลือ พรุ่งนี้เธอคิดว่าจะนำไปขายในเมืองดู ถ้าขายได้ จะได้มีเงินมาซื้ออาหารเข้าบ้าน เพื่อที่จะบำรุงทุกคน
ตอนนี้ได้กินอาหารรวมกัน ทำให้เธอคอยรอบสังเกตดูทุกคน ด้วยร่างกายที่ผอมแห้ง บ่งบอกได้ว่าทุกคนเป็โรคขาดสารอาหาร เนื่องจากรับอาหารไม่เพียงพอ อย่างนั้นแล้ว เธอต้องหาทางให้พวกเขาได้มีอาหารกินให้ได้ก่อน ไม่อย่างนั้นโรคอื่นๆ ต้องตามมาอย่างแน่นอน แม้ทุกคนจะไม่ได้เป็อะไรกับเธอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นเดียวกันว่าตอนนี้เธออยู่ในร่างของรั่วเหลียนฮวาแล้ว ทุกคนต่างก็มีความสำคัญกับเธอทุกคน และอีกอย่างหนึ่งคือ ทุกคนรักและดีกับเธอมากๆ อีกด้วย
"พี่ใหญ่ ต้องบำรุงให้มากหน่อยนะครับ"
ซิ่งิเฟย ที่เป็น้องรองของเธอ บอกพร้อมทั้งคีบไก่ของตัวเองมาให้ แม้จะมองตามด้วยความเสียดาย แต่ด้วยความรักพี่สาวจึงยอมเสียสละของตัวเองให้ไป
"เอาของผมไปด้วยดีกว่าครับ พี่ใหญ่จะได้หายเร็วๆ"
และนี่ก็เป็น้องเล็กของเธอ เมื่อมองคนอื่นต่างก็เตรียมที่จะคีบไก่ของตัวเองมาให้เธอกันทุกคน ทำให้คนที่จะได้รับไก่มากมาย จำต้องให้ทุกคนหยุดก่อนที่เธอจะไม่สามารถกินอะไรได้อีกเพราะมีไก่เต็มถ้วย
"ไม่ต้องเอาไก่มาให้แล้วค่ะ น้องรอง น้องเล็ก เอาไก่ชิ้นนี้คืนไป ทุกคนต้องกินบำรุงเหมือนทุกคน จะให้แข็งแรงอยู่คนเดียวได้อย่างไรกัน กินกันเลยค่ะ"
บอกทุกคนพร้อมทั้งคีบไก่กลับไปใส่ถ้วยของน้องๆ ทุกคน ด้วยความซาบซึ้ง การกระทำทุกอย่างบ่งบอกเป็อย่างดีว่า รั่วเหลียนฮวา เป็ที่รักของทุกคน
"พ่อเห็นลูกต้มยากินเอง มันจะกินได้อย่างนั้นหรือลูก พ่อกลัวว่าจะเป็อันตราย อย่ากินเลยนะ เดี๋ยวพ่อจะลองไปยืมเงินบ้านลุงใหญ่ของลูก เพื่อที่จะนำไปซื้อยาให้ลูกเอง"
บอกกับลูกสาวด้วยความหวังดี แม้ความหวังที่จะได้เงินนั้น ไม่มีเสียด้วยซ้ำ พวกเขาไม่เคยสนใจพวกเขานานแล้ว ยิ่งเื่เงินด้วยแล้ว คงไม่ต้องพูดถึง ไม่ได้เงินไม่ว่า คงต้องถูกพี่สะใภ้ดูถูกเหยียดหยามกลับมาเสียด้วยซ้ำ แต่เขาเองก็ไม่มีทางเลือก เพราะตอนนี้ที่บ้านไม่มีเงินแม้จะซื้ออาหารเสียด้วยซ้ำ เื่อื่นจึงไม่ต้องพูดถึง
"ใช่แล้ว ถ้าไม่ได้ แม่จะไปหายืมคนอื่น แม่เป็ห่วงลูกมากๆ เลยนะ"
เธอเองก็กลัวว่าสมุนไพรที่ลูกบอกจะเป็พิษ แล้วทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตเสียมากกว่า จึงรู้สึกกลัวมาก
ส่วนหยางเฟยอวี่ ที่ตอนนี้ไม่ได้พูดอะไร มีแต่หน้าตาที่รู้สึกไม่สบายใจ ที่ไม่สามารถทำอะไรได้ และไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย เขาอยากจะทำทุกอย่างให้ดีกว่านี้ แต่ก็ไม่สามารถทำได้
"โธ่ พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็ห่วงค่ะ ฉันมั่นใจว่ามันเป็ยาสำหรับการรักษาจริง"
"แล้วลูกมั่นใจได้อย่างไรกัน ในเมื่อลูกไม่เคยเห็นและศึกษาเลย"
รั่วหลิงเฟยถามลูกสาวด้วยความสงสัย จะให้เขาวางใจง่ายๆ นั้นเขาไม่อาจที่จะทำได้จริงๆ
ส่วนรั่วเหลียนฮวา คิดว่าคงจะต้องบอกเื่ที่เธอรู้เื่สมุนไพรให้พ่อกับแม่ฟังดีกว่า ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงจะได้เป็ห่วงเธอไม่เลิกอย่างแน่นอน
"เอ่อ คืออย่างนี้นะคะ พ่อ แม่ ตอนที่ฉันลื่นตกเขาไป จนสลบ ฉันเหมือนจะฝันว่า ฉันได้เรียนรู้เื่สมุนไพรต่างๆ และการรักษามาบ้างค่ะ ฉันจำได้อย่างแม่ยำเลยค่ะ มันเหมือนกับว่าฉันฝันไป แต่เมื่อตื่นขึ้นมานั้น ฉันกลับสามารถจำทุกอย่างได้อย่างแม่ยำ จึงเป็อย่างที่เห็นนั่นล่ะค่ะ ที่ฉันเก็บสมุนไพรกลับมาได้หลายชนิดเลย ฉันคิดว่ามันต้องเป็สมุนไพรที่มีประโยชน์ในการทำยารักษาโรคอย่างแน่นอนเลยค่ะ"
"ลูกคิดว่าสมุนไพรที่ลูกเก็บมานั้นเป็ของจริงอย่างนั้นหรือ"
"แน่นอนค่ะฉันจำพวกมันได้"
"ถ้าลูกคิดว่าแน่ใจ พ่อก็จะไม่ห้าม แต่ถ้ามีอะไรที่ผิดปกติ ลูกต้องรีบบอกพวกเราเลยนะ ลูกเขยช่วยดูให้ดีด้วยนะ"
แม้จะไม่อยากที่จะวางใจสักเท่าไร แต่ก็ไม่สามารถห้ามอะไรได้เช่นเดียวกัน
"ได้ครับ"
เขาต้องดูแลให้ดีอยู่แล้ว
หลังจากอาหารมื้อเย็นเสร็จสิ้นไปแล้ว รั่วเหลียนฮวาจึงได้กินยาที่ได้ต้มเอาไว้แล้ว และหลังจากนั้นจึงได้อาบน้ำเพื่อที่จะเข้านอน เธอรู้ว่าตัวยาอาจจะทำให้ง่วงได้ และตอนนี้เธอเริ่มเจ็บแผลที่หัวและรอยเขียวช้ำตามตัวแล้ว จึงคิดว่านอนหลับน่าจะดี เมื่อเข้ามาในห้องก็เห็นสามีนั่งรออยู่บนเตียงแล้ว ความประหม่าจึงมีมากขึ้น ก็ชีวิตจริงเธอเป็โสดอยู่นี่นา โผล่มาที่นี่มีสามีเสียแล้ว แม้จะรู้ว่าเื่ของสามีภรรยาคงไม่ได้เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ แต่ก็คงต้องมีสักวันอย่างแน่นอน แม้จะทำใจเอาไว้แล้ว แต่ก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้นี่นา
"พี่จะรอฉันทำไมกันคะ ทำไมถึงไม่นอนก่อนเลย เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"
"ไม่เป็ไร รอนอนพร้อมกันได้ น้องนั่นล่ะ รีบมาพักผ่อนเถอะ ยังเจ็บแผลอยู่มากไม่ใช่หรือ"
ถามออกไปอย่างเป็ห่วง ยิ่งเห็นรอยเขียวช้ำแม้จะมีเสื้อปกปิดเอาไว้ แต่เขาก็ไม่อยากที่จะได้เห็นเลยสักนิดเดียว
"ค่ะ แต่ได้กินยาไปแล้ว เดี๋ยวก็ดีขึ้นเองล่ะค่ะ อย่างนั้นเรารีบนอนกันดีกว่า พรุ่งนี้จะได้รีบเข้าเมืองไป"
"น้องจะไปด้วยหรือ แต่ว่ามันไกลน้องจะเดินไหวหรือ"
"ฉันเดินไหวค่ะ"
เธออยากจะไปดูว่าในเมืองตอนนี้เขาขายของอะไรกันบ้าง ตอนนี้ทุกอย่างดูแปลกไปมากสำหรับคนที่มาจากยุคที่ทุกสิ่งทุกอย่างเจริญเติบโตไปมาก แต่เธอเองอยากจะรู้เหมือนกันว่าตอนนี้มันจะแตกต่างกันมากแค่ไหน
"อืม อย่างนั้นก็ตามใจ แต่ถ้าพรุ่งนี้ลุกไม่ไหวก็อย่าได้ฝืนตัวเองเด็ดขาดเข้าใจหรือเปล่า"
"ได้ค่ะ"
เธอเองก็มั่นใจกับยาที่เธอต้มเหมือนกันว่ามันต้องได้ผลอย่างแน่นอน แต่ไม่อยากที่จะทำให้ทุกคนเป็ห่วงไปมากกว่านี้
หลังจากนั้นทั้งสองคนจึงได้เข้านอน และหลับไปในเวลาอันรวดเร็ว เพราะว่าต่างเหน็ดเหนื่อย และเมื่อยล้ากันมาก
รั่วเหลียนฮวา ที่เข้าสู่การนอนหลับไปแล้วนั้น เธอกลับเหมือนกับฝันไป ว่าได้กลับไปยังที่เธอจากมา เธอเห็นทุกคนที่เธอรักกำลังร้องไห้กันด้วยความเสียใจ ไม่เว้นแม้แต่ อาจารย์ และกิรณาเพื่อนของเธอก็อยู่ด้วย
ไม่รู้ว่าทุกคนร้องไห้เื่อะไรกัน แต่เมื่อมองไปที่รูปภาพที่พี่ชายของเธอถือเอาไว้ เธอจึงได้เข้าใจในที่สุด เพราะว่ามันเป็รูปภาพขาวดำของเธอนั่นเอง เมื่อมองไปรอบๆ ทุกคนแต่งชุดสีดำ และรวมตัวกันอยู่ที่หน้าเมรุเผาศพ เพราะเห็นควันจากการเผาไหม้ ยิ่งเห็นอย่างนั้นทุกคนจึงได้มีน้ำตาแห่งความเสียใจไหลออกมาไม่หยุด โดยเฉพาะแม่ที่ตอนนี้มีทั้งพ่อและพี่สะใภ้คอยประคองเองไว้ ไม่อย่างนั้นคงต้องลงไปกองที่พื้นอย่างแน่นอน
เธอมองภาพความเสียใจของทุกคน วันนี้คงเป็วันเผาศพของเธอแล้วสินะ เธออยากที่จะโอบกอดทุกคนเอาไว้ แต่ไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะเธอเหมือนร่างโปร่งแสง ไม่มีใครสามารถเห็น มีแต่เธอที่ได้เห็นและมารับรู้ว่าตัวเองตายจากโลกนั้นไปแล้ว เหลือเพียงเถ้ากระดูก ตอนแรกที่คิดว่าจะสามารถกลับไปยังโลกปัจจุบันได้อีกครั้ง แต่ตอนนี้ความหวังที่มีได้จบลงแล้ว ทำไมชีวิตของเธอถึงได้เศร้าอย่างนี้นะ
"ไม่มีอีกแล้วคนชื่อ กนกนุช"
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )