พี่จินแสนซื่อจู่ๆ ก็ลืมสิ้นคำสั่งของนายสาว “พี่ไปล้างห้องน้ำเดี๋ยวนี้...และทำเป็ล้างเสร็จแสร้งถือถังน้ำหรืออะไรและออกมาเดินเป็ปกติ” คำสั่งของนายสาวพี่จินลืมสิ้น
“นั่นอะไร” เรโนลต์ที่เห็นความผิดปกติหลังอ่างก่อน ชฎายุมองตามทันทีและเขาก็เห็นเหมือนใครผลุ๊บๆ โผล่ๆ ทำลับๆล่อๆเช่นกัน เขาเป็ฝ่ายเดินเข้าไป ค่อยๆ และใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
“ขอโทษเ้าค่ะ” เสียงสำเนียงแปร่งๆ ด้านหลังของเรโนลต์ดังแทรกขัดจังหวะชฎายุ สองนายบ่าวหันไปมองพร้อมๆ กับสิ่งที่ผลุ๊บๆ โผล่ๆ ก็ชูคอขึ้นมาเพราะแม้เ้านายสาวจะดัดเสียงอย่างไรแต่พี่จินก็จำได้
น้ำขิงเดินก้มหน้าผ่านเรโนลต์มุ่งตรงไปยังพี่จินอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมของเธอแน่นนอนว่าต้องอยู่ในสายตาของสองนายบ่าว ชฎายุแค่มองผ่านๆ และเป็ฝ่ายถอย แต่เรโนลต์กลับจับจ้อง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันในทันที ในใจเขาตอนนี้กำลังครุ่นคิดบางอย่าง
“ฉันมาช่วยจ่ะ” น้ำขิงทำทีไปช่วย เธอกวาดตามองรอบตัวเจอถังน้ำใบเล็กก็รีบยัดใส่มือพี่จินและขยิบตาให้พี่จินเดินออกไปก่อน
พี่จินเหมือนได้สติรีบพยักหน้าหลายทีและผละเดินออกจากห้องน้ำไปโดยไม่มีใครขวางเลย เมื่อพี่จินรอดออกไปแล้วน้ำขิงก็ทำทีจะเดินออกตามไปเช่นกัน เธอก้มหน้าไว้ตลอดเวลา พรึ่บ! น้ำขิงในร่างแปลงเกือบเบรคไม่ทันเมื่อร่างสูงมายืนขวาง “เรามีหน้าที่อะไร” เรโนลต์กวาดตามองหญิงสาวคนงานตลอดร่าง แม้เธอจะสวมเสื้อผ้าหลวมโพรกแต่เมื่อสักครู่ที่เขารู้สึกผิดปกตินั่นก็เพราะว่าเขาได้กลิ่นหอม เป็กลิ่นน้ำหอมแบรด์ดังที่เขาคุ้นเคยดี เพราะมันเป็กลิ่นที่ผลิตออกมาให้ใช้ได้ทั้งผู้หญิงผู้ชายต่างกันนิดเดียวตรงที่ของผู้ชายเมื่อได้กลิ่นแล้วจะรู้สึกถึงความเย็นสดชื่น ส่วนของผู้หญิงจะมีความละมุนแบบซ่อนเปรี้ยว
“เอ่อ...หนู...ทำความสะอาดค่ะ” น้ำขิงพยายามรักษาสำเนียงแปร่งๆ ไว้ และเธอไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเเลย
“อ่อ ทำได้ดีมาก” เรโนลต์ยกยิ้มมุมปาก ซึ่งรอยยิ้มนี้น้ำขิงไม่มีทางได้เห็น “ไปเถอะ” เรโนลต์หลีกทางให้อย่างว่าง่าย น้ำขิงที่เหงื่อซึมถึงกับงง แต่เธอก็ไม่รีรอที่จะขยับขาเดินออกไปในทันที
“ยิ้มอะไรเหรอครับ” ชฎายุเอ่ยพร้อมปรายตามองตามสายตาเ้านายที่มองจนแผ่นหลังคนงานหญิงจนลับไป
“ถ้ำเสือถูกบุกแล้ว” ชฎายุเข้าใจโดยทันที เขาขยับและเดินออกจากห้องน้ำและออกจากห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่เห็นหญิงสาวคนงานคนนั้นแล้ว
“ไม่เห็นแล้ว” เขารีบกลับมารายงาน “เ้านายปล่อยไปทำไมครับ”
“จะจับให้เสียเื่ทำไม ในเมื่ออีกแค่เดือนกว่าๆ เธอก็ต้องมาเป็เ้าสาวของฉันแล้ว ถึงตอนนั้นคิดอยากจะหนีก็ได้แต่คิดเท่านั้น” คิดจะแต่งงานเพียงในนามอย่างงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ! เขาไม่ใช่ไก่อ่อนที่จะยอมจ่ายเงินมากมายนี้และทำเป็เพียงมอง หล่อนคงต้องไปหาสุภาพบุรุษคนดีๆ จากที่อื่นแล้ว ถ้าคิดจะหนีก็ต้องเร็วให้มากกว่าเขาเพราะเขาพร้อมยื่นแขนไปรั้งเธออย่างแน่นอน
อีกสองอาทิตย์ต่อมาไม่ใช่วันแต่งงานเพราะวันแต่งงานยังอีกหนึ่งเดือนจากนี้ แต่วันนี้เขาต้องลงนามในกระดาษยินยอมรับนางสาวพันธ์ธีรา พงศ์พิพัฒน์ เป็ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยที่เห็นเพียงเอกสาร ทนายความและคุณพ่อที่มาคุมการดำเนินการด้วยตัวเอง
คุณพ่อคิดมากไปหรือเปล่า เรโนลต์คิดในใจ เขาจ่ายไปกว่า 50 ล้าน แล้ว ไม่ลงนามรับสินค้าชิ้นนี้มาก็อย่ามาเรียกเขาว่าเรโนลต์ แม้จะหวงความโสดมากแค่ไหนก็ตามที เสียงปลายปากกาที่ถูกลากลายเซ็นต์อันหนักแน่นก็ดังขึ้น ทนายรับเอกสารไปตรวจสอบเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเขาก็เก็บเอกสารและกล่าวคำอำลาจากไปโดยทันที
“แปลก” คุณอำพลเอ่ยขึ้น สายตาจับจ้องมองลูกชายอย่างค้นหาความจริงที่ซ่อนใต้ใบหน้านั้น
เรโนลต์เลิกคิ้วและมองตอบสายตาคุณพระบิดากลับไป และเขาก็ยิ้มเห็นฟันสวยงาม เป็รอยยิ้มที่เขามีให้เพียงคนตรงหน้าเท่านั้น “อะไรแปลกครับ”
“ช่างมันเถอะ...ฉันจะกลับแล้ว” คุณอำพลเงียบไปไม่นานนัก ก็เอ่ยขึ้น แม้ในใจจะรู้ว่ามันแปลก เขารู้จักลูกชายดี ทั้งๆ ที่รู้ว่าไอ้ลูกชายต้องมีแผนร้ายเตรียมไว้อยู่แน่ แต่เขาก็เลือกที่จะเงียบไว้ และคิดว่าคงต้องไปเตือนน้ำขิงให้ระวังและคอยรับมือก็เป็พอ
“คุณพ่อพาทนายมาถึงบ้านผม นี่เป็ครั้งที่เท่าไหร่กันที่คุณพ่อมาที่นี่ นานแล้วนะครับที่ไม่ได้มา ผมอยากจะชวนคุณพ่อทานมื้อเที่ยงกันก่อน”
“แม่ครัวบ้านแกทำอาหารไม่ถูกปากฉัน”
“ตอนนี้ยังมีเวลาตั้งชั่วโมง ผมสั่งอาหารจากครัวบ้านคุณพ่อมาส่งก็ได้นะครับ”
“ฉันว่าแกเอาเวลานั้นไปเครียร์คนร่วมบ้านของแกดีกว่า” เรโนลต์ไม่ได้มีทีท่าเคร่งเครียดทุกข์ร้อนแต่อย่างใด กับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทั้งๆที่รู้ว่า คุณพ่อตั้งใจเลือกวันที่เขาหยุดพักอยู่บ้านพาทนายมาทำเื่จดทะเบียนสมรส
“ก็จริงอยู่ครับ ว่าผมต้องจัดการเคลียร์” แต่ั้แ่ที่เขาสร้างบ้านอีกหลัง เขาก็ไม่ได้เอ่ยหรือให้รายละเอียดใดๆ กับงามตาสักคำ เธอยังเป็งามตาคนเดิมที่ยังดูแลเขาโดยเฉพาะเื่บนเตียง เมื่อเขา้าเธอ เธอก็จะทุ่มเทให้เขาอย่างไม่มีบกพร่อง
คุณอำพลมองใบหน้าลูกชายอย่างวิเคราะห์ เฮ้ย! ทำไมกันนะ เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนเขาถึงดูไม่ออกเื่ความสัมพันธ์ระหว่างลูกเลี้ยงแม่เลี้ยง เ้าเด็กคนนี้ก็ปิดปากเงียบ
“คุณหนูเป็อะไรไปคะ” พี่จินอดไม่ได้ที่จะต้องถามเมื่อหลายวันแล้วที่นายสาวถูกความกลุ้มกัดกินจนปิดไม่อยู่เสียแล้ว
น้ำขิงไม่ได้ตอบอะไรกับพี่เลี้ยงที่อยู่และติดตามเธอมาหลายปี เธอทำเพียงยิ้มให้และหันไปมองวิวนอกผนังกระจกมุมสูงของคอนโดริมแม่เ้าพระยาเธอมองผิวน้ำเพื่อคิดกลัดกลุ้มอีกครั้ง เธออดยอมรับอยู่ลึกๆ ว่าั้แ่ที่เจอกับเขาแบบระยะพูดกันสองประโยคในวันนั้นเธอรู้สึกหวาดหวั่นแปลกๆ ใจหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่าเหมือนเขารู้ว่าเธอเป็ใคร แต่ใจหนึ่งก็ประท้วงว่าจะเป็ไปได้อย่างไรกัน แบบนี้หลายครั้งหลายวันที่ผ่านมา