บทที่ 2 : ทัวร์อวกาศสหัสวรรษที่ 3
ณ ยาน Journey 1 ระบบสุริยะ ใกล้ดวงจันทร์จูโน่ 1ใน79บริวารของดาวพฤหัสบดี
ปีนี้เป็ปีที่ 3000 นับั้แ่ประวัติศาสตร์มนุษยชาติบัญญัติตัวเลขปีขึ้นมาใน่ปีที่พระเยซูเกิด เป็่เวลา 3 สหัสวรรษที่มนุษย์เปลี่ยนแปลง พัฒนา ต่อยอดตัวเองขึ้นมาจากตอนแรกที่ยังขัดแย้งเื่ความเชื่อ ศาสนา เทพเ้า ร่างทรง ศาสดา นิกาย จนเกิดเป็าใหญ่หลายครั้ง และความขัดแย้งยิบย่อยอีกมากมาย
แต่ในที่สุด มนุษยชาติก็รวมใจเป็หนึ่งได้สำเร็จ และโปรเจคแรกที่ฉลองปีที่ 3000 ของประวัติศาสตร์โฮโมเซเปี้ยนยุคใหม่ก็คือ การท่องเที่ยวอวกาศ !
มันคือขั้นกว่าของความฝันมนุษย์ยุค 2000 หรือเมื่อพันปีที่แล้ว ที่พวกเขาอยากจะออกสำรวจอวกาศกัน แต่ปัญหา่ปี 2020 เื่โรคระบาด ลามไปสู่าชิงยารักษา ต่อด้วยาศาสนาอีกรอบ กว่าจะสงบก็ปี 2100 และ่ปี 2200 ก็เจอโรคระบาดอีกรอบ ที่แพร่กระจายผ่านน้ำดื่ม ที่ปนเปื้อนสารเคมี ดัดแปลงพันธุกรรมผู้ดื่มให้กลายเป็ตัวตนสุดฮิตในเกมแนว VR-Shooting นั่นก็คือซอมบี้
กว่าโลกจะกลับมาสงบ พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศอีกทีก็ปี 2500 กันเลยทีเดียว และปัญหาการพื้นที่บนดวงจันทร์ ดาวอังคารก็เกิดขึ้น เหมือนหยิบยกากลางเมืองอเมริกา แผ่นดินใหม่มาใช้อีกครั้ง เมื่อเราพบว่าบนดาวอังคารมีสิ่งมีชีวิตอยู่ก่อนแล้ว แม้จะไม่ฉลาด แต่ก็มีระบบการสื่อสารของพวกมันเอง ส่วนรูปลักษณ์นั้น ดูไม่ต่างจากแมวป่าตัวโตเท่าไหร่ แถมยังเคลื่อนที่รวดเร็ว พ่นไฟได้ราวกับสัตว์เวทมนตร์ ทำให้เป็าย่อม ๆ ที่มนุษย์บุกเบิกดาวอังคารไม่ได้เตรียมอาวุธอะไรไปด้วยพินาศกันยกยาน
าอวกาศเกิดขึ้นใน่ 2550 ถึง 2600 กว่าจะสงบลงได้ด้วยการมอบกัญชาแมวCatnip ให้ จนผูกมิตร พร้อม Tera Forming ดาวอังคารให้กลายเป็โลกอีกใบได้สำเร็จ
2800 เกิด Super Solar Storm ทำลายดาวอังคาร์พินาศ ราวกับพระเ้าไม่้าให้มนุษย์ขยายถิ่นฐานไปที่อื่นยังไงยังงั้น โชคดีที่วิทยาการยุคนั้นคาดการณ์ไว้แล้ว เลยอพยพทั้งคนและแมวั์ดาวอังคารมาอยู่ที่โลก ที่ตอนนี้ Ozone ได้รับการรักษาจนเป็ม่านพลังป้องกันธรรมชาติ สะท้อนรังสีพายุสุริยะออกไปได้จนหมด แถมมีบาเรียร์วิทยาศาสตร์อีก5ชั้นเตรียมรับมือไว้แล้ว มนุษยชาติเลยปลอดภัย
2900 ยานสำรวจ Voyager X-17 ได้ทำสถิติ เดินทางรอบระบบสุริยะได้ใน 1 วันเรียบร้อยเท่ากับปลดล็อกระดับเทคโนโลยี 2.0 ตามที่นักวิทยาศาสตร์ใน่ปี 2000 ตั้งเอาไว้ได้สำเร็จ แต่ใช้เวลาถึง 900 ปี จากที่คาดการณ์กันว่าน่าจะสำเร็จในปี 2500 มันทำให้ทุกคนรู้สึกทั้งดีใจ ภูมิใจและหดหู่ที่พวกเขาทำให้บรรพชนผิดหวังนิดหน่อย
ตามข้อมูลที่ผมอ่านมา ระดับ 1 คือเทคโนโลยีใช้ได้แค่บนโลก เดินทางไปนอกโลกไม่ได้ ระดับ 2 คือเดินทางในระบบสุริยะตัวเองได้ ระดับ 3 คือเดินทางรอบระบบสุริยะตัวเองในรัศมี 10 ปีแสงได้ในเวลา 1 วันตามเวลาของโลกนั้น ๆ และระดับ 4 คือเดินทางได้ไกล 100 ปีแสงในเวลา 1 วันของโลกนั้น ๆ โดยนับจากเทคโนโลยียานอวกาศโดยตรง ไม่นับการใช้ความรู้ด้านเดินทางผ่านรูหนอนธรรมชาติ
ซึ่งตอนนี้. . . ปี 3000 เดือน 1 วันที่ 1 เป็ฤกษ์งามยามดีที่ทัวร์อวกาศจะเปิดให้นักท่องเที่ยวที่จองไว้ล่วงหน้าเป็ 10 ปีได้ขึ้นยานท่องเที่ยวระบบสุริยะกันแล้ว !
ผม วิทยะ เมลเบิร์น ผู้ได้รับชื่อภาษาไทยโบราณ ที่แปลว่าวิทยาศาสตร์ กำลังนั่งจิบบลูฮาวายโซดาอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง ทัศนียภาพที่คนทั่วไปคิดว่าผู้ที่ดื่มน้ำสีฟ้าสดใส รสหวานอมเปรี้ยวคงไม่พ้นริมชายหาด ติดทะเล หรือโรงแรมติดแม่น้ำใช่ไหม? แต่นี่มันปี 3000 แล้วทัศนียภาพที่ผมกำลังชื่นชมระหว่างจิบเครื่องดื่มชิล ๆ ในตอนนี้คือทะเลดวงดาวล่ะ !
“ เกิดมา 30 ปี ไม่คิดว่าจะถูกรางวัลใหญ่ ได้ตั๋วราคา 500,000 เครดิตตอนอายุ 20ปี แม้จะต้องรอเป็ทศวรรษ แต่ในที่สุดก็ได้ขึ้นมาเป็แขกชุดแรกทัวร์ 3 สถานีนำร่องท่องเที่ยวอวกาศแบบนี้” ผมพูดเบา ๆ กับตัวเองขณะหลับตาลง ปล่อยน้ำตาออกมาเป็สายธารจากความรู้สึกยินดีที่ได้มาเที่ยวอวกาศ ก่อนจะยกนิ้วชี้มือขวามาปาดน้ำตาออกอย่างลวก ๆ
นอกจากผมแล้ว ก็มีผู้โชคดีคนอื่น รวมถึงคนที่จ่ายเงินจองล่วงหน้าเป็ 10 ปีมาเองกำลังดื่มด่ำกับอาหารและทัศนยีภาพนอกยานกันอย่างมีความสุข โดยทุกคนแต่งกายธีมเดียวกันคือ ชุดทูนิคสไตล์กรีกโรมันสีขาวสะอาดตา บางคนก็แต่งแต้มสีสันตามความชอบ ซึ่งตรงนี้จะแยกออกเป็สองขั้วชัดเจน ระหว่างคนรักสีขาว Minimal กับคนเคารพคนกรีก โรมันโบราณที่ชอบแต่งแต้มสีสันฉูดฉาดให้เสื้อผ้า อาภรณ์ รูปปั้น อาคาร สถานที่ แต่พอเวลาผ่านไป สีผุกร่อน จนหลงเหลือแต่สีขาวซีด จนคนยุค 2000 มองว่าคนโรมันเป็ชนชาติ Minimal ไป
แม้เสื้อผ้า หน้าผมจะดูแตกต่างกันไปตามความชอบ แต่นั่นเป็แค่ภาพโฮโลแกรมที่แสดงออกมาบนชุดนักบินอวกาศแนบเนื้อแบบหุ้มทั้งตัว เพื่อความปลอดภัย เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้อยู่รอดในอวกาศได้อย่างน้อย 10 วัน เพราะในชุดนี้มีทั้งอากาศหายใจ น้ำเสบียงฉุกเฉินให้พร้อม
ผมไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่ว่าการเหยียดว่าใครขึ้นตั๋วฟรี ตั๋วจ่ายเงินไม่เกิดขึ้นเลยเพราะทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า ทุกคนคือโฮโมเซเปี้ยนที่ตัวเล็กจิ๋วท่ามกลางอวกาศอันกว้างใหญ่ จะมัวทะเลาะกันเอง เหยียดเื่ทรัพย์สิน เงินทอง ฐานะที่เป็สิ่ง “สมมุติขึ้นมา” ในสังคมตัวเองกันไปทำไมให้เสียเวลา ที่จะร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมระดมความคิดพัฒนาสังคมของเราให้ก้าวไปข้างหน้าให้ได้มากกว่านี้
เพราะปี 3000 ในอดีตเมื่อ 1 พันปีที่แล้ว ถูกบรรพชนของพวกเราทำนายว่าจะเป็ปีที่มนุษย์ตั้งถิ่นฐานบนดาว Prima Proxima ที่อยู่กาแล็กซี่ข้างเคียงได้สำเร็จแล้วด้วยซ้ำ แต่ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้น ั้แ่าแมวั์ดาวอังคาร หรือปัญหายิบย่อยที่ทะเลาะกันระหว่างประเทศ ทวีปใน่ 200 ปีมานี้ ทำให้การพัฒนาด้านอวกาศถดถอยกว่าที่คาดไว้ถึง 80% ซึ่งทุกคนลงความเห็นตรงกันว่าเป็ความรับผิดชอบของคนยุคนี้ ที่มี่อายุเฉลี่ย 140 ปี
จริง ๆ อายุมนุษย์ตอนนี้ จะอยู่เป็พันปีก็ได้ แต่ไม่มีใคร้าแบบนั้น ทุกคน้าพักผ่อนหลังใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ไม่เกิน 200 ปีก็เลือกจะปล่อยิญญาตัวเองออกจากร่างกายไปหลับใหลในภพภูมิหลังความตายตามความเชื่อของแต่ละบุคคล
พูดถึงความเชื่อ จู่ ๆ ก็มีเสียงบรรยายถึงดาวจูโน่ที่อยู่ตรงหน้าไม่เกิน 2,000 กิโลเมตรจากยานขึ้นมา โดยอธิบายข้อมูลพื้นฐานที่ผมรู้ และจำได้ดีเพราะศึกษาอย่างละเอียดด้วยความตื่นเต้นั้แ่รู้ว่าโชคดีได้รับตั๋ว ก่อนจะลืม ๆ ไปบ้าง แต่พอได้รับแจ้งเตือนว่าอีก 1 เดือนจะได้เดินทางมากับ Journey 1 ผมก็อ่านเพิ่มเติมอีกรอบทันที เลยเลือกจะฟังผ่าน ๆ
แต่เมื่อข้อมูลพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ถูกบรรยายจบ ผู้บรรยายก็เปลี่ยนตัวจากเสียงผู้ชายแนวนักวิทยาศาสตร์บรรยายในที่ประชุม เป็เสียงสตรีที่ใช้โทนเสียงเล่าเื่ลี้ลับ ตำนานโบราณ ที่คนยุคนี้ไม่ค่อยจะเชื่อว่าเป็จริง แต่ก็มีกลุ่มคนที่ชื่นชอบมันไม่น้อย ซึ่งผมอยู่ในกลุ่มนั้น เพราะโควตาตั๋วฟรีที่ได้รับมานั้น มาจากการสุ่มแจกในกิจกรรมของกลุ่ม “ตำนานเทพกรีก-โรมัน” ล่ะ และผมจำได้ดีเลยว่าผมได้ตั๋วมาเพราะขอพรกับเทพีเพอร์ซีโฟเน่ เทพีแห่งฤดูใบไม้ผลิมา ก่อนจิ้มส่งตั๋วเข้าไปชิงโชค 233 ใบ
“ จูโน่ คือชื่อภาคโรมันของเฮร่า ราชินีแห่ง์ ชายาคู่กายเทพซุส ที่ชื่อในภาคโรมันคือจูปิเตอร์ ที่มาของชื่อดาวพฤหัสแห่งนี้. . .” เสียงบรรยายเนิบนาบ ฟังชวนเคลิ้มฝันดังต่อเนื่องผมที่รู้เื่มาบ้างก็ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง พร้อมความสงสัยที่ผุดขึ้นในใจว่า
“ ชื่อดาวต่าง ๆ เป็ชื่อเทพกรีก โรมัน แต่ทำไมชื่อวันทั้ง 7 ไม่ใช่ชื่อเทพกรีกโรมันนะ?เรารู้แค่ Thursday วันนี้ วันพฤหัสบดี เป็ชื่อมาจาก Thor เทพสายฟ้าเท่านั้น” ระหว่างคิด ๆ อยู่ผมก็รู้สึกโหวง ๆ รอบตัว เหมือนกำลังลอยอยู่ในสระน้ำ และห้องจำลองสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงตอนเรียนรู้คอร์ส Pre-Space Journey สำหรับนักท่องเที่ยวก่อนขึ้นยาน 7 วัน ยังไงยังงั้น . . .จากนั้นเสียงกรีดร้องดังออกมาจากทั่วทิศ สิ่งสุดท้ายที่ผมเห็นคือภาพผู้คนมากมายที่วิ่งมาหาผม พร้อมเอื้อมมือมาหมายจะคว้าตัวผมไว้ . . .
ทว่าร่างผมกลับหายไปต่อหน้าต่อตาพวกเขา !
_____________________________________________
บทที่ 2 มุมมองเปลี่ยนไป กลายเป็มนุษย์ในปี 3000
ที่กำลังเที่ยวทั่วระบบสุริยะกับทัวร์อวกาศ
เขาโดนดูดเข้าช่องว่างระหว่างมิติไป
เพื่ออะไรกันนะ?
พูดคุย / ติดตามข่าวสารกันได้ที่
Kuronekoyuriya | Facebook
https://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya