"กึ๊ก~" เสียงเปิดประตูห้อง
ชายร่างสูงเปิดประตูห้องแล้วยืนรอให้ผมเดินเข้าไป ก่อนจะปิดประตูและกดล็อค
"เข้าไปสิคับ" ผมยืนนิ่งหันไปมองคนพูดที่ยืนบังประตูทางออกไว้ รู้สึกตื่นเต้นและกังวนมาก นี่เป็ครั้งแรกที่ได้มาที่นี่ ผมค่อยๆกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ดูสะอาดเป็ระเบียบ ต่างจากห้องผมโดยสิ้นเชิง
"มานั่งนี่สิคับ อยู่ไกลขนาดนั้นจะทำแผลให้พี่ได้ยังไง" พี่เขาเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วส่งเสียงเรียก ในขณะที่ผมยังไม่ได้ก้าวขาไปจากหน้าประตูเลยแม้แต่ก้าวเดียว
"คับ" ผมสูดหายใจเข้ายาวๆก่อนจะเดินถือถุงยาที่เพิ่งแวะซื้อมา ไปนั่งลงข้างๆพี่เขาอย่างกล้าๆกลัวๆ
"ถอดออกสิคับ ไม่งั้นผมจะทำแผลได้ยังไง" พอผมพูดจบก็ก้มหน้าหยิบเตรียมหาน้ำเกลือกับสำลีที่จะใช้ล้างแผล พอเงยหน้ามาก็เจอพ่อคนเจ็บกำลังแกะกระดุมกางเกง แต่เสื้อก็ยังอยู่ดีเฉย
"เสื้อ ถอดเสื้อไม่ใช่กางเกง" นี่ขนาดเจ็บอยู่ยังจะมีอารมณ์เล่นอยู่อีกจนผมต้องดุใส่ เ้าคนเจ็บก็ขำแล้วก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ด
"ครับๆ อย่าดุสิครับ" พี่เขาค่อยๆ เปิดเสื้อ่บนออกจนเผยให้เห็นไหล่กว้างและแผ่นอกแน่น เหมือนคนที่ออกกำลังกายเป็ประจำ
ไม่รู้พี่เขาจะรู้ตัวหรือเปล่า ว่าั้แ่ปลดกระดุมเม็ดแรกจนถึงตอนนี้ ผมแทบจะยังไม่ได้กระพริบตาเลย เพราะมัวแต่ไล่มองลำตัวท่อนบนของพี่เขาอยู่
"หันหลังมาสิครับ" ผมพูดให้เขาหันหลังมาให้ผมทำแผล แต่จริงๆคือตอนนี้ผมไม่อยากให้พี่เขามองมาเห็นใบหน้าของผม ที่ไม่ว่าจะพยายามทำหน้านิ่งยังไง แต่เวลาเขินมันก็จะเปลี่ยนเป็สีชมพูอ่อนๆอยู่ดี
"เจ็บหน่อยนะครับ" ผมพูดบอกให้คนเจ็บรู้ตัวก่อนว่ากำลังจะเริ่มเช็ดแผลด้วยน้ำเกลือและแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจจะทำให้แสบนิดหน่อย ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะกดสำลีลงบนแผลอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ซี๊ดดส..." เสียงซีดส์ปากทำให้ผมต้องหยุดชะงักและดึงมือออก
"เจ็บไหม?" ผมถามชายที่นั่งหันหลังอยู่
"เจ็บครับ" พี่เขาหันมามองตาผม ตอบว่าเจ็บด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ไหวไหม?" ผมถามต่อเพราะไม่รู้ว่าพี่เขาเจ็บมากแค่ไหนจากสีหน้านิ่งๆนั้น
"ไหวครับ" คราวนี้พี่เขาหันกลับมาทั้งตัว มองหน้าผมใกล้ๆแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ จะให้ผมตีความคำพูดกับสายตาแบบนั้นยังไง ตอนนี้ใจผมมันสั่นไปหมดพี่เขาจะฆ่าผมให้ตายด้วยสายตาคู่นี้เลยหรือไง พอสักทีเถอะ
"พี่...." ผมยกมือขึ้นมาดันอกพี่เขาที่นั่งอยู่ตรงหน้าไม่ให้ขยับใกล้เข้ามาอีก
"ครับ" แต่ไอ้น้ำเสียงอ่อนโยนที่ตอบกลับมาแค่สั้นๆ นั้นมันกลับทำให้เส้นบางๆที่กั้นผมกับพี่เขาไว้ ที่แต่เดิมก็ถูกกัดกร่อนจนบางลงเรื่อยๆอยู่แล้ว ขาดลงในที่สุด
"จ๊วบบ..." ผมเอื้อมมือสองข้างดึงคอคนที่ตัวสูงกว่าลงมาจูบ พี่เขาก็เปิดปากตอบสนองเป็อย่างดี เขาจูบตอบผมพลางถกเสื้อที่ยังคาอยู่ที่แขนตัวเองออก แล้วใช้สองแขนนั้นกอดรัดผมไว้แน่น
"อื้อ..." พี่เขาค่อยๆสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปากซึ่งผมก็ยอมเปิดปากให้อย่างอัตโนมัต แล้วใช้ปลายลิ้นของตัวเองตอบรับหยอกล้อกับลิ้นอุ่นๆของพี่เขาอยู่นาน ความรู้สึกวาบหวิวมันก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ
"อ้าาส์..." ผมเผลอใช้มือขยำผมที่ท้ายทอยพี่เขาตอนที่รสจูบมันหนักหน่วงขึ้น จนพี่เขาร้องครางออกมา นั่นยิ่งกระตุ้นให้ผม้ารสััของพี่เขามากขึ้นไปอีก
ชายคนนั้นกดริมฝีปากจูบผม สลับกับร้องครางออกมาไม่หยุด จนผมต้องเอนหลังไปพิงกับโซฟาให้พี่เขาขึ้นคร่อมตัวผมไว้ เพื่อจะได้จูบถนัดขึ้น
"ซี๊ดสส์...อื้มมม..." ไม่นานผมรู้สึกถึงมืออุ่นๆที่เริ่มลูบไล้ั้แ่แผ่นหลัง ไล่ไปหน้าท้อง แล้วค่อยๆล้วงเข้าไปลูบข้างในเสื้อของผม ผมก็ไม่ได้ขัดขืนนะ ัันั้นมันทำให้ผมรู้สึกดีแบบแปลกๆ
"พี่... อื้มม" ผมผละริมฝีปากออกหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดแล้วเอียงคอเล็กน้อยเชิดหน้าขึ้นปล่อยให้พี่เขาได้ทำตามใจ สูดดมกลิ่นกายที่เขาเคยบอกว่าหอม
"โอ๊ย!" เพราะความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นจากทุกััของพี่เขา ทำให้ผมเผลอใช้มือลูบไปโดนแผลที่ไหล่กว้างนั้น จนเ้าตัวร้องออกมา
"ฮาร์ปครับ" พี่เขาหายใจหอบแรงไม่ต่างจากผม เขาเงยหน้าขึ้นจากซอกคอมามองตาผมแว๊บหนึ่งด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความ้า แล้วทำท่าจะก้มลงมาจูบผมต่อ
"แผล" ผมพูดขึ้นพร้อมยกมือปิดปากคนข้างบนไว้ คนเจ็บก็ไม่ยอมหยุดง่ายๆ กดริมฝีปากสวยจูบมาที่ฝ่ามือผมก่อนจะจับมือผมออก แล้วยื่นหน้าหล่อๆเข้ามาอีก
"พอได้แล้ว นี่พี่เจ็บอยู่นะ" ผมต้องจับคนข้างบนตัวเหวี่ยงลงมานั่งบนโซฟาดีๆ เ้าตัวก็ทำท่าอิดออดเหมือนไม่อยากลงไป
"ทำแผลก่อน อย่าดื้อสิครับ" ผมที่ต้องข่มอารมณ์ไว้มากพอๆกัน จับพี่เขาหันหน้าไปทางอื่นแล้วทำแผลให้จนเสร็จ
"อ้าปาก" ผมหยิบยาขึ้นมาป้อนคนเจ็บก็กินอย่างว่าง่าย แล้วกระดกน้ำตาม ทั้งที่สายตาคมก็ยังจ้องมองมาที่ผมตลอด
"อาบน้ำให้พี่หน่อยสิครับ" พอกินยาเสร็จพี่เขาก็ยืนขึ้นดึงแขนผมจะให้ลุกไปอาบน้ำให้
"ไม่ต้องมาทะลึ่งเลย พี่ก็ไปอาบเอง แค่ไม่ต้องราดน้ำตรงแผลก็ได้แล้วป่ะ" ผมรีบผลักพี่เขาเข้าไปในห้องน้ำ ไม่ไหวหรอกครับ ขนาดแค่จูบผมยังหยุดตัวเองไว้แทบไม่ได้ แล้วถ้าผมเข้าไปอาบน้ำเห็นพี่เขาแก้ผ้า ไม่ไหวครับ ยังไงก็ไม่ไหว
"อย่าเพิ่งกลับนะครับ นอนนี่กับพี่นะ" เขาดึงแขนผมไว้ทำหน้าตาอ้อนผมเหมือนเด็กๆ ซึ่งนั่นก็ได้ผล
"อื้อ" พอผมพยักหน้าตอบพี่เขาถึงยอมปล่อยแขนแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
พอพวกเราอาบน้ำเสร็จผมก็ขึ้นมานั่งอยู่บนเตียง และไม่ลืมที่จะเช็คแผลให้พี่เขาอีกครั้งหนึ่งก่อนจะนอน
"ไหนดูซิแผลเปียกหรือเปล่า?" พี่เขาก็เอี้ยวตัวให้ผมดูว่ามันปลอดภัยดี ผมก็กำลังจะล้มตัวลงนอน
"ชอบนะครับ" เสียงพูดดังขึ้นทั้งๆที่พี่เขายังหันหลังอยู่อย่างนั้น
"หึ?" ชอบที่เจ็บตัวเนี่ยนะผมนึกในใจ แปลกคนจริงๆ
"พี่ชอบฮาร์ปนะครับ ชอบมาั้แ่วันนั้น" พี่เขาหันตัวกลับมานั่งมองหน้าผมตรงๆ ผมอึ้งกับสิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่ เขาบอกว่าชอบผมงั้นหรอ?
"ั้แ่วันนั้น?" ผมขมวดคิ้วถาม วันนั้นหมายถึงวันไหน
"ก็วันนั้น ที่พี่เอาเสื้อให้เรา" ผมนั่งนึกย้อนถึงสิ่งที่พี่เขาทำกับผม ตลอดเวลาที่ผ่านมา มันก็เริ่มชัดเจนขึ้นมาทุกอย่าง ว่าเขาดีกับผมมาั้แ่ตอนนั้นจริงๆ แล้วหน้าผมก็เริ่มแดงขึ้นอีกครั้ง
จริงๆผมน่าจะรู้ตัวเองนานแล้ว ั้แ่ที่ทำบททดสอบ ผมใจเต้นแรงก็เพราะเขา ยอมให้เขาจับมือ ยอมให้กอดง่ายๆ แล้วก็ที่ชัดเจนที่สุดเมื่อกี้ผมจูบพี่เขาก่อน!
ผมนอนมองคนตรงหน้า ไล่ั้แ่เส้นผม ลงมาเรื่อยๆ หรือว่าจะชอบพี่เขาเพราะคิ้มเข้ม หรืออาจจะเป็ดวงตาคมที่กำลังจ้องผมอยู่ ผมคิดหาเหตุผลอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้คำตอบหรอกคับ ผมแค่รู้สึกดีกับทุกๆอย่างของเขา การกระทำ จูบ......
ั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่เราทั้งคู่เผลอหลับไป ทั้งๆที่มือของเราสองคนก็ผสานกันไว้อย่างนั้น
#เื่ของวันนั้น
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ2เดือนก่อน
"ขอเสียงปรบมือเป็กำลังใจให้กับวง CRUX ด้วยค่ะ"
"อร้ายยยย...กรี๊ดดด...ฮือ...." เสียงกรีดร้องของพวกสาวๆที่มารอชมการแสดงอยู่ด้านหน้าเวที แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคับ งานนี้มันไม่ใช่คอนเสิร์ตของศิลปินดังจากที่ไหนหรอกครับ แต่มันเป็งานประกวดวงดนตรีของค่ายเพลงแห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังเฟ้นหาศิลปินหน้าใหม่ จากการแข่งขันในครั้งนี้ ผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นนักเรียน นักศึกษา ที่อายุยังพอกรุบกริบอย่างพวกผม และผมกับเพื่อนๆที่ยืนอยู่ด้วยกันตอนนี้ก็เป็หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันเช่นกัน
"สวัสดีคร๊าบบบ พวกเรา CRUX เป็กำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ" (เสียงแนะนำตัว) ไม่ใช่นะคับนี่ไม่ใช่ชื่อวงผม แต่เป็วงที่กำลังเล่นอยู่บนเวทีตอนนี้
"เห้ย ไอ้ผู้ชายคนนั้นมัน..." ผมหลุดเผลออุทานออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจตอนที่มองขึ้นไปบนเวที ทำเอาเพื่อนๆร่วมวงและแฟนผมที่ยืนอยู่ใกล้ๆ หันมามองกันเป็ตาเดียว
"ใครวะ?" ไอ้อาร์เพื่อนสนิทของผมหันมาถาม
"ป่าวๆ ไม่มีไร" ผมพูดตัดบทไปอย่างนั้น แล้วหันไปมองคนที่อยู่บนเวทีอีกครั้ง
" ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก" หัวใจของผม มันเต้นแรงและเสียงดังมากจนผมรู้สึกได้ แม่งเอ้ยสาวๆนมโตๆในงานมีเป็ร้อย ไหนจะแฟนผมที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แต่ผมดันใจเต้นกับไอ้ผู้ชายที่อยู่บนเวทีคนนั้น
"ฮาร์ปคะ...ฮาร์ป" เสียงเรียกดังขึ้นเป็ครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้
"ฟางว่าไงนะคับ" ผมรีบตอบกลับหลังจากดึงสติตัวเองได้แล้ว
"ฮาร์ปโอเคไหม"
"อื้ม เราโอเค" เอาจริงๆมันก็ไม่ค่อยโอเคหรอกคับ คือ...
#ไม่กี่นาทีก่อนหน้า
หลังเวที
"น้องๆคะ เตรียมตัวกันให้พร้อมนะคะวงต่อไปอีกห้านาทีแสตนบายข้างเวทีได้เลยคะ เดี๋ยวพี่จะมาเรียกอีกทีนึง" เสียงสตาฟในงานะโบอกผู้เข้าแข่งขันหลังเวที
"กูตื่นเต้นว่ะ คนแม่งโคตรเยอะ" ผมหันไปพูดกับกลุ่มเพื่อนนักดนตรีที่มาด้วยกัน
"นี่ถ้ามึงร้องเพลงผิดบนเวทีนะ กูจะแคปคลิปมึงไปแฉในเพจที่มอเลยไอ้ฮาร์ป" ไอ้อาร์ เพื่อนสนิทผมที่เป็มือกีต้าร์ หันมาพูดตอกย้ำผมที่เป็นักร้องนำ ให้ตื่นเต้นหนักกว่าเดิมเข้าไปอีก
ตุ๊ป!!
"คำพูดมึงแม่ง ไม่ได้ช่วยเลยนะไอ้อาร์" ผมตอบกลับพร้อมต่อยเข้าที่ไหล่มันเบาๆ
"โอ้ย... กูเจ็บนะเนี้ย"
"ไอ้สัส..สำออยนะมึง"
"เดี๋ยวเราขึ้นวงต่อไปแล้วอ่ะ กูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" ไอ้เกวสาวสวยหนึ่งเดียวในวงที่เป็มือเบส พูดจบก็เดินออกจากห้องแต่งตัวไป
"เดี๋ยวดิ รอกูด้วย" ผมวิ่งตามไอ้เกวออกไป คงเป็เพราะความตื่นเต้น ผมไปเข้าห้องน้ำเป็รอบที่สองแล้วั้แ่มาถึง เผื่อมันจะทำให้ผมสงบใจลงได้บ้างก่อนขึ้นเวที
การแข่งรอบนี้เป็รอบแรก วงที่ผ่านรอบนี้จะต้องมาแข่งรอบชิงอีกครั้ง วงที่ชนะการแข่งจะได้เซ็นสัญญาและเป็ศิลปินน้องใหม่ของค่ายนี้จริงๆ
"โอ้ย...ขอโทษคับ" เสียงชายคนนึงเอ่ยปากขอโทษหลังจากเดินมาชนผมที่เพิ่งออกจากห้องน้ำอย่างจัง แล้วก็เดินเลยผมไปอย่างลุกลี้ลุกลน
"แม่งจะรีบไปไหนของมันว่ะ" ผมหันมองไปทางชายคนนั้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่บ่นพึมพัมกับตัวเอง
"เชี้ย!! เสื้อกู" ผมอุทานออกมาดังลั่น เพราะไอ้หมอนั่นมันดันทำน้ำที่ถือมาด้วยหกใส่เสื้อผม เห้อ ผมรีบหันกลับไปในห้องน้ำหยิบทิชชู่มาเช็ด แต่มันก็ยังเป็รอยเห็นชัดอยู่ดี
"วง ATOM แสตนบายค่ะ" อ่าวนั่นแหละชื่อวงผมเองคับ ซวยแล้วไง เสียงสตาฟเรียกนักดนตรีให้ไปรวมตัวข้างเวทีแล้ว มันยิ่งทำให้ผมลนลานหนักกว่าเดิม
"เอาไงดีว่ะ เชี้ยเอ้ย ไม่ได้เอาชุดมาเผื่อด้วย" หรือว่าเมื่อเช้าจะก้าวขาผิดข้างออกจากบ้าน? เอาไงล่ะทีนี้ผมเป็นักร้องนำซะด้วย ผมคงขึ้นเล่นสภาพแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ
"ถ้าไม่รังเกียจ เอานี่ไปใช้ก่อนไหมคับ?" ผมเงยหน้าขึ้น หันมองทางเสียงที่ได้ยิน ไล่ขึ้นมาั้แ่ขาเรียวยาวคู่นั้น ผ่านแผ่นอกแน่นๆที่มองเห็นเพราะเสื้อที่พี่แกใส่ ปลดกระดุมบนออกทั้งสามเม็ด จนเห็นลึกเข้าไปถึงไหนต่อไหน ผมต้องเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยมองใบหน้าของชายคนนั้นเพราะความสูงที่ต่างจากผมประมาณซักสิบเซ็นเห็นจะได้
ใครว่ะ? หน้าไม่เห็นจะคุ้นเลย
"เรา...รู้จักกันหรอคับ?" ผมเอ่ยถามต่อหน้าตรงๆ ในขณะที่สายตาของผมจ้องไปที่ ดวงตาเรียวคม ขนตาที่เรียงตัวสวยไม่แพ้ผู้หญิง และคิ้วเข้มรับกับใบหน้านั้น
ตอนแรกผมก็ไม่คิดอะไรหรอกคับก็เป็ผู้ชายเหมือนๆกัน แต่ที่มันเริ่มแปลกคือผมละสายตาออกมาจากใบหน้านั้นไม่ได้
"คุณ..." ชายร่างสูงเรียกผมที่ทำลังยืนนิ่ง เขาค่อยๆเอียงคอเล็กน้อยมองมาที่ผมผม ริมฝีปากอวบอิ่มได้รูปนั้นยิ่งเสริมให้ใบหน้าเขาดูมีเสน่ห์ จนผมไม่ทันได้สังเกตุมือของเขาที่กำลังยื่นเสื้อตัวนึงให้
"คือ...." ผมพยายามตั้งสติกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันกระทันหันมากจนไม่รู้จะเรียบเรียงคำพูดอะไร หรือควรรับเสื้อไว้ไหม ผมไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ แล้วทำไมเขาถึงเสนอตัวจะช่วยผมล่ะ? แต่ถึงผมอยากจะพูดอะไรก็ไม่ทันแล้ว ได้เวลาขึ้นเวทีแล้ว!!!
"เอาไปเถอะคับ ผมมีเสื้อสำรองอีกตัว รีบอยู่ไม่ใช่หรอ?" ชายร่างสูง ยื่นมือหนามาคว้าข้อมือผมไป เขาค่อยๆเลื่อนมือมาช้อนใต้มือของผม สายตาของผมก็ยังไม่ทันได้ผละออกจากดวงตาคู่นั้นของเขา พอรู้ตัวอีกทีเสื้อของเขาก็มาอยู่ในมือผมแล้ว
"ไอ้ฮาร์ป...ไอ้ฮาร์ป...มึงอยู่ไหนเนี้ย ได้เวลาขึ้นเวทีแล้วนะเว้ย" ผมได้ยินเสียงไอ้เกวะโเรียกดังแว่วมาจากทางห้องแต่งตัว
"สู้ๆนะ" ชายคนนั้นมองมาพร้อมกับส่งยิ้มให้ผม มันเป็รอยยิ้มที่ไม่ได้ยิ้มแค่เรียวปากสวยนั่นเท่านั้น ทั้งดวงตาและใบหน้าก็ยิ้มไปด้วย หลังจากนั้นเขาก็หันหลังเดินไปทางห้องแต่งตัวอีกห้องที่อยู่ไม่ไกลกันนัก เห็นความสูงบวกกับหน้าตาแบบนั้นแล้วก็คิดได้แค่ว่าเค้าคงเป็นักดนตรีวงไหนซักวงที่มาแข่งในงานนี้แน่ๆ
"ตึกตั๊ก...ตึกตั๊ก...ตึกตั๊ก"
นี่ผมตื่นเต้นกันการแข่งขนาดนี้เลยหรอเนี้ย หัวใจถึงได้เต้นแรงขนาดนี้?
"ไอ้ฮาร์ป มาอยู่นี่เอง พวกกูก็ตามหามึงให้ทั่ว"เกวเดินมาคว้ามือผมแล้วลากมาที่ข้างเวที
"มึงไปฟัดกับหมาที่ไหนมาว่ะ" เจเดนท์ มือกลองเอ่ยถามผมที่กำลังถอดเสื้อตัวที่เปื้อนออก เปลี่ยนเป็ตัวใหม่
"เออน่า"
"ป่ะขึ้นเวที พวกเราเต็มที่นะเว้ย"
หลังจากจบการแสดงของพวกเรา ผมกับเพื่อนๆก็เดินมาดูการแสดงของวงต่อไปข้างๆเวที
ก็นั่นแหละคับ ไอ้มือกีต้าร์หน้าหล่อบนเวทีคนนั้น คือเ้าของเสื้อ ที่ผมใส่อยู่ตอนนี้ ผมไม่รู้จักเขาหรอกครับ ไม่รู้ว่าเขาเป็ใครมาจากไหน แค่ชื่อผมยังไม่รู้เลย
-
-
-
-
-
#ฝากกดไลท์ คอมเม้นท์เป็กำลังใจให้ด้วยนะคะ