“คุณฟ้ารดา” เสียงเรียกดังมาจากข้างหลังไม่ใกล้ไม่ไกล ฟ้ารดาในชุดนักศึกษาหันขวับไปตามเสียงเรียกทันที
“ลุงมี ป้าพร” ฟ้ารดาเรียกคู่สามีภรรยาหน้าตาคุ้นเคยก่อนจะวิ่งเข้าไปกอดทั้งสองคน ลุงมีและป้าพรเป็คนงานในบ้านของเธอเอง เธอเห็นพวกเขามาั้แ่เล็กแต่น้อย ฟ้ารดาเลยมองว่าทั้งสองเป็ผู้หลักผู้ใหญ่ของเธอไปด้วย
“คิดถึงจังเลยค่ะ”
“ป้าก็คิดถึงคุณฟ้าค่ะ”
“ลุงเก็บผลไม้ที่คุณฟ้าชอบไว้เต็มเลย เดี๋ยวกลับไปจะรีบให้ป้าพรจัดใส่จานไปเสิร์ฟเลยครับ”
“น่ารักที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะลุงมี ป้าพร”
“ป้าเต็มใจค่ะ ยังไงก็ไปคุยกันต่อในรถเถอะค่ะ คุณพ่อคุณแม่เองก็ตั้งตารอคุณหนูอยู่ค่ะ” พูดเสร็จ ฟ้ารดาก็ยิ้มกว้างตอบรับพร้อมเดินเข้าไปคล้องแขนป้าพรไปยังที่จอดรถภายในสนามบิน
ร่างสะโอดสะองในชุดนักศึกษามองข้างทางด้วยความตื่นเต้น เธอเริ่มจำทางเข้าไร่พื้นที่กว่า 100 ไร่ของครอบครัวเธอได้แล้ว กลับมากี่ครั้งก็รู้สึกดีเสมอ เธอไม่ได้กลับบ้านเลยั้แ่ขึ้นมหาวิทยาลัยปีที่สอง ตอนนี้ก็ปีสี่แล้ว เมื่อมีเวลาว่าง่ปิดเทอมหลังสอบไฟนอลเสร็จเธอก็รีบตีตั๋วเครื่องบินกลับบ้านทันที
หญิงสาวนั่งมองวิวเพลินๆ สลับพูดคุยกับลุงมีป้าพรบ้าง ฟ้ารดาเสียพ่อไปั้แ่เด็ก เนื่องจากธุรกิจล้มละลาย แม่ต้องใช้เงินเก็บทั้งหมดจ่ายชดเชยให้ลูกจ้างของบริษัทจนครบทุกคน รู้ตัวอีกทีแม่ก็พาเธอและลุงมีป้าพรย้ายมาอยู่ที่จังหวัดนี้เสียแล้ว ผ่านไปสองสามปี แม่ได้พาพ่อเลี้ยงมาให้เธอรู้จัก เขามีชื่อคือว่า พล อายุมากกว่าแม่เธอเพียง 3 ปี แต่ฐานะนั้นไม่ธรรมดาเลย เรียกว่าเศรษฐีคนหนึ่งของจังหวัดเลย คบกันได้ปีเดียว ทั้งครอบครัวก็อพยพมาอยู่ที่อาณาจักร 100 ไร่ของพ่อเลี้ยง เธอได้ใช้ชีวิตอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงเพียงสามปีก่อนที่เธอจะถูกส่งไปเข้าโรงเรียนประจำที่กรุงเทพ นานๆ จะได้กลับบ้านที มีแค่่ขึ้นมหาวิทยาลัยนี่แหละที่เธอโตพอจะนั่งเครื่องบินกลับบ้านคนเดียวได้
ฟ้ารดาวิดีโอคอลกับผู้เป็แม่เกือบทุกวัน แต่กับพ่อเลี้ยงนี่สิ นอกจากโผล่เข้ามาในกล้องของแม่แล้ว ฟ้ารดาก็แทบไม่ได้พูดคุยกับพ่อเลี้ยงของเธอเลย ไม่รู้เลยว่าเจอกันรอบนี้เขาจะเป็อย่างไรบ้าง
“ฟ้าาาา” เสียงแม่ะโเรียกั้แ่ที่ขาเธอยังไม่ก้าวลงรถ ร่างอวบอัดในชุดเดรสรัดรูปของคุณแม่ยังสาววัย 44 ปี ตรงดิ่งเข้ามากอดเธอแแ่เสียจนหน้าอกหน้าใจเบียดทรงโตของฟ้ารดาจนจะเป็เนื้อเดียวกัน
“คิดถึงจังเลยค่ะแม่” ฟ้ารดาหอมแก้มแม่ทั้งสองข้างก่อนจะกอดอ้อนผู้เป็แม่ไม่ต่างอะไรจากสมัยก่อน ถึงแม้อะไรๆ จะโตขึ้นมากแต่เธอก็ยังชอบอ้อนแม่เสมอมา
“นี่แน่ะ! อ้อนไม่รู้จักโตสักที ทักทายพ่อรึยังจ๊ะ” พิญฟาดต้นแขนลูกสาวเบาๆ ก่อนจะพยักพเยิดไปทางพ่อเลี้ยงที่ยืนยิ้มมองอยู่ใกล้ๆ
“สวัสดีค่ะพ่อ” ฟ้ารดายกมือไหว้ผู้เป็พ่อเลี้ยงของตัวเอง พลเองก็ยกมือรับไหว้ลูกเลี้ยง เขาแอบกวาดสายตามองฟ้ารดา ชุดนักศึกษาของลูกสาวรัดรูปน่าดู เสื้อสีขาวรัดแน่นเสียหน้าอกใหญ่โตมันแทบจะปลิ้นออก กระโปรงทรงสอบก็สั้นจู๋ ถ้าหากก้มลงเล็กน้อยคงเห็นไปถึงไหนต่อไหน พ่อเลี้ยงกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างลำบาก เขาต้องแสร้งทำเป็ไม่สนใจเรือนร่างอวบอัดของลูกเลี้ยง โดยที่ไม่รู้เลยว่าฟ้ารดานั้นจับทางพ่อเลี้ยงตัวเองได้หมดแล้ว…
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ๊ะลูกสาวพ่อ” พลพูดอย่างใจดี ฟ้ารดายิ้มกว้างก่อนจะเดินเข้ามากอดพ่อเลี้ยงราวกับเป็พ่อที่แท้จริงของเธอ หญิงสาวในชุดรัดติ้วสวมกอดพ่อเลี้ยง บดเบียดหน้าอกใหญ่ๆ กับแผงอกแน่นของชายวัย 47 ปี ที่ยังฟิตแอนด์เฟิร์มจนมีสาวๆ เข้าหาไม่หยุดหย่อนอย่างที่แม่เธอชอบเล่าให้ฟัง
“แหม ยัยฟ้านอกจากอ้อนแม่แล้วยังไปอ้อนพ่ออีกเหรอ” พิญพูดพลางยิ้มพลาง เธอดีใจที่สามีและลูกสาวของเธอเข้ากันได้ดีมาั้แ่ฟ้ารดาเด็กๆ แค่เห็นพ่อลูกสนิทสนมกันเธอก็ไม่รู้สึกกังวลใจแล้ว
“ก็อ้อนพ่อแล้วได้ตังค์ค่าขนมเยอะนี่คะ” ฟ้ารดาแลบลิ้น เธอกอดพ่อเลี้ยงแน่นกว่าเดิมพลางช้อนสายตามองพล หนุ่มใหญ่พอเจอลูกอ้อนของสาวน้อยก็แสร้งทำหน้าตาเอ็นดูราวกับภายในลึกๆ ไม่เคยคิดอกุศลกับลูกเลี้ยงมาก่อน
“ไปค่ะ เข้าบ้านกันได้แล้ว แม่เตรียมอาหารไว้รอเยอะเลย” พิญไล่ต้อนสองพ่อลูกที่กอดกันกลมเข้าบ้าน
มื้ออาหารของครอบครัวที่ไม่พบหน้ากันนานยังอบอุ่นเหมือนเดิม ฟ้ารดาคอยเอาใจแม่ด้วยการตักอาหารให้ และยังเอาใจพ่อเลี้ยงด้วยการรินเครื่องดื่มให้เสมอๆ ในยามที่มันแทบจะค่อนแก้ว
“อากาศดีจัง” ฟ้ารดาหย่อนกายลงม้านั่งหลังบ้าน เมื่อตากลมมองออกไปก็พบกับวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของไร่เนื้อที่กว่าร้อยไร่ เวลานี้ก็เกือบห้าทุ่มแล้ว ฟ้ารดาที่ใส่เพียงชุดนอนบางๆ ยกมือลูบแขนตัวเองป้อยๆ กับอากาศเย็นของภาคเหนือ
“ทำอะไรอยู่ลูก ทำไมเดินออกมานั่งคนเดียวดึกๆ ดื่นๆ” พลเอ่ยทักลูกเลี้ยง ฟ้ารดาเอี้ยวใบหน้าไปมองจนกระทั่งพลเดินมานั่งลงที่ม้านั่งข้างกายเธอ ร่างสูงใหญ่สวมเพียงเสื้อกล้ามโชว์กล้ามเนื้อแน่นๆ ของชายวัย 47 น่าดูเสียจนฟ้ารดาไม่อยากละสายตา
“ฟ้ารู้สึกไม่ค่อยง่วงค่ะ เลยออกมานั่งรับลมสักหน่อย” ฟ้ารดาตอบกลับ เธอขยับกายเข้าไปนั่งแนบชิดพ่อเลี้ยงก่อนจะเอียงศีรษะพิงไหล่แกร่ง
“อะไรกันลูก ไหนบอกว่ายังไม่ง่วงไง” พลหัวเราะมองดูลูกเลี้ยงที่หลับตาพริ้มซบไหล่ตัวเอง แต่แล้วตาเ้ากรรมก็มองต่ำลงไปเห็นเนินหน้าอกขาวๆ ของฟ้ารดา ถึงบรรยากาศจะสลัวแต่เนินขาวเด่นชัดเหลือเกิน
“อากาศหนาวแบบนี้ทำไมหนูไม่ใส่เสื้อคลุมออกมาล่ะคะ ดูสิมันคงหนาวน่าดูถึงได้เป็แบบนั้น” พลพูดเสียงต่ำ เขาจงใจขยับเข้าไปพูดใกล้ๆ จนริมฝีปากเกือบชนกับแก้มเนียนของลูกเลี้ยง ฟ้ารดาขยับกายนั่งตรง เธอมองตามสายตาผู้เป็พ่อมาก็พบว่าหัวนมใหญ่รับเต้าอวบกำลังชูชันชี้หน้าพ่อเลี้ยงอยู่
“ว้าย พ่อล่ะก็ อย่ามองซี่” ฟ้ารดาทำเหนียมอายกอดอกปิดบังหน้าอกไร้บราเซียร์ของตัวเอง
“ปิดก็คงไม่ทันแล้วล่ะลูก แล้วถึงปิดก็คงปิดได้ไม่มิด” พลกลืนน้ำลายลงคอ เขาจับจ้องนมอวบที่ปลิ้นออกมาจากท่อนแขนยามฟ้ารดากอดอก
“ทำไมล่ะคะพ่อขา” ฟ้ารดาถามเสียงแ่ ตากลมช้อนมองพ่อเลี้ยง
“มันใหญ่โตขนาดนั้น พ่อไม่มองก็เห็นค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าหนูโตมาแล้วจะขนาดนี้” พ่อเลี้ยงพูดเสียจนฟ้ารดาหน้าแดง เธอขยับแขนที่กอดอก เลื่อนลงมาไว้ที่ฐานหน้าอกทำให้เต้าอวบอัดของเธอนูนเด่นมากกว่าเดิม
“พ่อนี่ล่ะก็ ตรงอื่นมีให้มองทำไมไม่มองล่ะคะ มามองนมฟ้าทำไมคะ” ฟ้ารดาทำท่าเกี่ยงงอนสะบัดตัวไปมา แต่สิ่งได้คือเต้าอวบสะบัดไปมาดูยั่วตายั่วใจพ่อเลี้ยงมากกว่าเดิมเสียอีก
“นมใหญ่ๆ ใครจะไม่มองล่ะคะลูก” พ่อเลี้ยงหื่นเริ่มแสดงสันดานดิบ ร่างโตขยับเข้ามาใกล้ลูกเลี้ยงทรงโต
"พ่อบ้า! นมยงนมใหญ่อะไรกันคะ"
“หนูแอบไปทำนมมาแล้วไม่บอกพ่อกับแม่หรือเปล่าคะ มันถึงได้ใหญ่ขนาดนี้” พ่อเลี้ยงแสร้งถาม ตาคมจับจ้องเต้าอวบไม่ลดละ ฟ้ารดาเห็นสายตาพ่อเลี้ยงก็ร้อนรุ่มในกายขึ้นมา
“จะบ้าเหรอคะพ่อ นี่ของแท้แม่ให้มาค่ะ แม่ก็ใหญ่ไม่ต่างจากฟ้า ทำไมพ่อถึงถามอย่างนั้นล่ะคะ งั้นเอาอย่างนี้ไหมคะ พ่อลองจับดูเลยค่ะ จะได้รู้ว่าของจริงหรือปลอม” ฟ้ารดาเมื่อเข้าทางก็เอาใหญ่ เธอเอ่ยท้าพร้อมแอ่นอกให้หัวนมใหญ่ชี้หน้าพ่อเลี้ยง
หมับ
พ่อเลี้ยงหื่นคว้าหมับเข้าที่เต้าอวบอย่างไม่ยั้งคิด มือหนาสากบีบนวดหน้าอกขาวเนียนของลูกเลี้ยงอย่างเผลอไผล ััมันนมหยุ่นเด้งสู้มือเหลือเกิน หน้าอกของสาวๆ เต่งตึงจนเขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“อื้ม พ่อขา บีบแรงๆ ก็ได้นะคะ” ฟ้ารดาหนีบขาเข้าหากันเมื่อความรู้สึกแปลกๆ ก่อตัวขึ้น เธอยื่นหน้าอกดุนเข้าหามืออุ่น
“ตรงนี้มันคงหนาวน่าดูถึงได้แข็งแบบนี้” พ่อเลี้ยงบีบเต้าอวบสองข้างพร้อมกัน หัวแม่โป้งที่ว่างเกลี่ยหัวนมใหญ่
“นั่นสิคะพ่อขา ทำไงดีคะพ่อ” ฟ้ารดาเสียงหวานถามพ่อเลี้ยงอย่างใสซื่อ เธอส่ายเต้าอวบไปมาปล่อยให้พ่อเลี้ยงบีบคั้นนมของเธอ
“อืมมม แบบนี้อุ่นขึ้นไหมคะ” พลถามพร้อมกับขยี้หัวนมผ่านเนื้อผ้าไปด้วย ฟ้ารดาครางซู้ดเด้งหน้าอกเข้าสู่มือร้อนของพ่อเลี้ยง
“ก็ดีค่ะพ่อ แต่ยังหนาวอยู่เลยค่ะ ไม่รู้ว่ามืออุ่นๆ ของพ่อจะช่วยอะไรฟ้าได้ไหม” หญิงสาวเดินเกมอย่างรัดกุม ฟ้ารดาช้อนสายตามองพ่อเลี้ยงพร้อมแอ่นหน้าอกขึ้น
“น่าจะช่วยได้นะคะ เดี๋ยวพ่อจะลองดู” เมื่อพูดจบพ่อเลี้ยงบ้ากามก็สอดมือเข้าไปในเสื้อตัวจิ๋วของลูกเลี้ยงทันที มือร้อนแหวกลงไปล้วงเต้าอวบใหญ่ดึงมันออกมาให้พ้นขอบเสื้อ เมื่อเต้าใหญ่ปรากฏในสายตา จุกสีชมพูเข้มก็ถูกพ่อเลี้ยงขยี้ เขาใช้สองนิ้วหนีบดึงมันเสียยืดติดมือ
“พ่อขาอย่าดึงสิคะ ซี้ด” ฟ้ารดาซู้ดปาก
“อ๊าาาย พ่อขาทำอะไรคะ อื้มม เสียวจังเลยค่ะพ่อ” ฟ้ารดาครางซี้ด เมื่อพลก้มลงไปครอบปากกับหัวนมใหญ่
“อย่านะคะพ่อ อ้าา” ปากเธอปฏิเสธแต่หน้าอกหน้าใจกลับกระเด้งเข้าหาปากอุ่นของพ่อเลี้ยงเสียนี่
“จ๊วบๆ หัวนมใหญ่จริงๆ จ๊วบ” พลบีบคั้นเต้านมอวบจนแทบจะแหลกคามือ เขาทั้งบีบทั้งคั้นราวกับกำลังนวดก้อนแป้ง ปากหยักบดขยี้กับหัวนมที่ชูชัน ปลายลิ้นหนาก็รัวถี่หยอกล้อรูเล็กๆ ที่หัวนมให้ฟ้ารดาได้ครางกระเส่า
“ซี้ด พ่อขาา” ฟ้ารดาช่วยพ่อเลี้ยงด้วยการจับหน้าอกตัวเองยัดปากพ่อเลี้ยง เธอเสียวซ่านร่างกายร้อนระอุต่างจากอากาศรอบกายหลายองศา หญิงสาวเริ่มใช้ขาวเรียวยกขึ้นเกี่ยวกับขาของพ่อเลี้ยงบ่งบอกถึงอาการกระสันอยาก
ครืดดดด
พ่อเลี้ยงที่กำลังดูดนมลูกเลี้ยงอย่างเอร็ดอร่อยรีบผลักออกจากกันทันที ฟ้ารดาดึงเสื้อขึ้นมาคลุมเต้าอวบ ในขณะที่พลรีบเช็ดปากตัวเองลวกๆ
“ฟ้าลูกกก ไปนั่งทำอะไรตรงนั้นจ๊ะ” เสียงพิญดังมาจากระเบียงห้องนอนของเธอ ถ้าหากมองจากมุมนั้นจะเห็นเพียงฟ้ารดาเท่านั้น
“นั่งเล่นค่ะแม่ แม่ลงมานั่งด้วยกันไหมคะ” ฟ้ารดาะโตอบกลับ
“ไม่ดีกว่าจ๊ะ แม่จะนอนแล้ว หนูก็อย่านั่งนานนะ เดี๋ยวจะไม่สบาย” พิญบอกฟ้ารดาด้วยความเป็ห่วง สาวน้อยส่งยิ้มตอบกลับแม่ก่อนจะบอกราตรีสวัสดิ์เธอ ฟ้ารดามองจนเธอปิดประตูปิดผ้าม่านเข้าห้องนอนไปแล้วจึงหันกลับมามองหน้าพ่อเลี้ยง
“พ่อลงมานานแล้ว เดี๋ยวแม่เขาจะตามหา พ่อไปก่อนนะลูก” พลบอกลาฟ้ารดาอย่างช่วยไม่ได้ ความจริงพ่อเลี้ยงหื่นแอบเสียดายที่ต้องจากลูกเลี้ยงไป แต่ก็เกรงว่าพิญจะสงสัยว่าเขาหายไปไหนนานๆ จึงจำใจต้องบอกลาและขึ้นห้องนอนไป และคืนนั้นฟ้ารดากับพ่อเลี้ยงก็สานสัมพันธ์พ่อ(เลี้ยง)ลูก(เลี้ยง)กันไม่สำเร็จ…