เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 84 ทำไม่เป็น เดี๋ยวฉันสอน (2)

            หลังจากเจี๋ยงเสวี่ยลี่และซูหยวนหยวนเข้ามาในบ้านตระกูลซูพวกเขาก็มักจะหาวิถีทางรังแกซูเจี่ยนอันอยู่เป็นนิจในบางครั้งเธอก็ถูกพวกเขาเอาเปรียบจนแอบเข้าไปนั่งกอดเข่าร้องไห้ในห้องอยู่คนเดียวบนเตียงก็มี

            ตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่เธอไม่เคยได้สัมผัสรสชาติของการถูกกลั่นแกล้งเลยสักครั้งและไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะบนโลกนี้จะมีใครมาทำร้ายเธอ

            แต่สุดท้ายเธอก็ได้เรียนรู้จากคราบน้ำตาในวันนั้นว่าคนที่คอยปกป้องเธออย่างแม่ได้จากเธอไปแล้วซูอี้เฉิงเองแม้อยากจะปกป้องเธอมากแค่ไหน แต่เขาก็อยู่ไกลถึงอเมริกาคนที่เธอจะพึ่งได้ในยามนี้ก็มีแต่ตัวเอง

            กาลเวลาผ่านไปสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเธอก็เริ่มมีมากขึ้น เธอกลายเป็นคนขี้ระแวงและเซนซิทีฟราวกับตัวเม่นที่แม้เพียงสายลมพัดผ่านดอกหญ้าสั่นไหวก็จะชูขนหนามแหลมคมขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองจากภัยอันตรายสองแม่ลูกพวกนั้นรังแกเธอเมื่อไร เธอก็จะหาวิธีเอาคืนจนได้ทุกครั้งทำให้ใครก็ไม่สามารถรังแกเธอได้อีก

            แต่ว่าคราวนี้ในโรงแรมที่ไม่คุ้นเคย ขณะที่เธอกำลังมึนเมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์กลับถูกใครก็ไม่รู้อุ้มตัวขึ้นมา

            แต่ที่เธอไม่ดิ้นขัดขืนเลยแม้แต่น้อยนั่นก็เพราะว่า...

            คนคนนั้นคือลู่เป๋าเหยียนเธอรู้ดี

            เธอมั่นใจว่าเขาจะไม่มีทางทำร้ายเธอแน่นอน

            อาจเป็นเพราะไว้ใจรวมถึงความกล้าที่มีมากขึ้นตามระดับแอลกอฮอล์ที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดซูเจี่ยนอันจึงเอนเข้าไปซบอกเขาอย่างไม่เกรงกลัว แถมยังขยับศีรษะให้เข้าที่มือของเธอสัมผัสอยู่ตรงไหนบนตัวเขาก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เธอรู้สึกสบายใจกับอ้อมอกอันแข็งแกร่งและปลอดภัยของชายคนนี้เหลือเกิน

            ทางด้านลู่เป๋าเหยียนการที่ซูเจี่ยนอันทำตัวเหมือนลูกแมวน้อยยั่วสวาทที่ใช้มือสัมผัสไปทั่วแผงอกของเขาถ้าไม่ติดว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ข้างนอก เขาคงไม่อาจควบคุมตัวเองเอาไว้ได้แน่ๆ

            แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงข่มใจอุ้มเธอขึ้นรถและบอกให้อาเฉียนขับรถตรงกลับบ้าน

            ที่จริงเมื่อกี้อาการเวียนหัวของซูเจี่ยนอันเริ่มดีขึ้นมากแล้วแต่เมื่อขึ้นมาบนรถ อาการกลับยิ่งรุนแรงขึ้น เธอขยับตัวไปมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาพลางบ่นงึมงำเบาๆ ราวกับลูกแมว

            ลู่เป๋าเหยียนกอดเธอไว้แน่นจากนั้นจึงยกมือปัดผมยาวสลวยที่ปรกอยู่บนใบหน้าของเธอ

            “เป็นอะไรไป”

            “ปวดหัว...”

            ลู่เป๋าเหยียนให้อาเฉียนขับรถให้ช้าลงและเปิดหน้าต่างเล็กน้อยให้สายลมในยามค่ำคืนพัดผ่านเข้ามา ซูเจี่ยนอันเริ่มสงบขึ้นขนตางอนยาวของเธอไม่ขยุกขยิกอีกแล้ว เธอหายใจเป็นจังหวะและหลับไป

            ตามปกติอาเฉียนใช้เวลาอย่างมากก็แค่หนึ่งชั่วโมงในการขับรถถึงบ้านแต่วันนี้เขาใช้เวลาไปถึงชั่วโมงกว่าอาเฉียนนำรถเข้าไปจอดในบ้านอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวน

            ลู่เป๋าเหยียนเห็นว่าซูเจี่ยนอันคงไม่ตื่นขึ้นมาง่ายๆเลยไม่ได้ส่งเสียงปลุก และอุ้มเธอเข้าไปในห้องนอน

            เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้พวงแก้มของเธอเป็นสีแดงระเรื่อน่ามองใบหน้าเธอในยามนี้ดูน่าหลงใหลกว่าทุกครั้ง เมื่อเข้าไปใกล้จะกลิ่นเหล้าผลไม้อ่อนๆซึ่งเหมือนเป็นแรงดึงดูดอย่างประหลาด ที่ทำให้คนมองอดเผลอใจไปกับมันไม่ได้

            ลู่เป๋าเหยียนไม่อาจต้านทานความเย้ายวนตรงหน้าเขาก้มหน้าลิ้มรสของเหล้าผลไม้รวมถึงความหอมหวานเฉพาะตัวจากริมฝีปากอิ่มนุ่มของคนตรงหน้า

            เขาดื่มด่ำกับมันอยู่เพียงชั่วครู่ก่อนที่จะห่มผ้าให้ซูเจี่ยนอันแล้วออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

            เพราะเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าหากอยู่นานกว่านี้ตนจะเผลอทำอะไรลงไปหรือไม่

            ในตอนนั้นเองลุงสวีก็วิ่งขึ้นมาที่ชั้นบน

            “คุณชายครับ ดีไซเนอร์ผู้ช่วยของโซเฟียมาแล้วครับคุณชายจะ...”

            “บอกให้พวกเขารอก่อนเจี่ยนอันหลับอยู่”

            พูดจบลู่เป๋าเหยียนก็เดินเข้าห้องหนังสือไปลุงสวีจึงรีบลงไปต้อนรับดีไซเนอร์ทั้งหลายที่อุตส่าห์รีบมาที่นี่ถึงแม้ในใจเขาจะสงสัยมากก็ตามว่าทำไมซูเจี่ยนอันถึงถูกเจ้านายของเขาอุ้มเข้าบ้านมาแบบนี้

            พระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าแสงสีทองอ่อนที่อาบอยู่บนกำแพงเริ่มจางหาย ราวกับกำลังประกาศว่าวันนี้ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว

            ...

            กว่าซูเจี่ยนอันจะตื่นขึ้นมาท้องฟ้าก็เริ่มมืด เธอแยกไม่ออกเป็นเวลารุ่งสางหรือพลบค่ำความทรงจำของเธอขาดหายไปเป็นช่วงๆ คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าตนเองมานอนอยู่บนเตียงได้อย่างไร

            เธอลุกจากเตียงแล้วจึงเดินออกจากห้องและก็เจอกับลู่เป๋าเหยียนที่เพิ่งออกมาจากห้องหนังสือพอดี

            เวลาอยู่ที่บ้านเขามักจะทำตัวสบายๆเขาพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นไปอยู่ตรงข้อศอก และปลดกระดุมเสื้อสองเม็ดบนเอาไว้เผยให้เห็นแนวกระดูกไหปลาร้าเซ็กซี่น่ามอง ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้เขาดูสง่าน้อยลงเลยแต่กลับยิ่งดูเย้ายวนหัวใจคนมองเข้าไปใหญ่

            เพราะคนรับใช้ยังไม่ได้เปิดไฟตามระเบียงทางเดินจึงมีเพียงแสงไฟสีอ่อนจากโคมไฟติดผนังไม่กี่ดวงที่กำลังส่องสว่างแสงเหล่านั้นสะท้อนลงบนใบหน้าหล่อเหลาน่าค้นหาของเขาภาพนี้ทำให้คนที่ได้เห็นถึงกับหายใจสะดุด

            ปีศาจชัดๆ...

            ซูเจี่ยนอันเริ่มจำได้ว่าเธอเมาอยู่ที่โรงแรม และตอนหลังปีศาจตนนี้นี่แหละที่พาเธอกลับมา

            ดีนะที่ยังมีเขาดูแลเธอ

            ลู่เป๋าเหยียนเดินตรงเข้ามา“ยังปวดหัวอยู่หรือเปล่า”

            ซูเจี่ยนอันส่ายหน้า“ไม่เป็นไรแล้วล่ะ” จากนั้นจึงถามอย่างแปลกใจ “ทำไมนายถึงรู้ล่ะว่าฉันปวดหัว”

            “เธอเป็นคนบอกฉันเองตอนอยู่บนรถ”ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วพลางตอบ “ลืมไปแล้ว?”

            ซูเจี่ยนอันดื่มเหล้าทีไรมักจะชอบหลงลืมเรื่องราวต่างๆ

            “เกิดเรื่องอะไรขึ้นบนรถงั้นเหรอ...ฉันจำไม่ค่อยได้...แต่ฉันจำได้นะว่านายเป็นคนมารับฉันขอบคุณมาก!”

            เธอยิ้มกว้างสดใสอย่างเอาใจแต่ลู่เป๋าเหยียนก็ยังทำเสียงเข้ม

            “ทีหลังห้ามไปดื่มเหล้าคนเดียวข้างนอกอีกไม่งั้นชีวิตนี้เธออย่าหวังว่าจะได้กลับไปทำงานที่สถานีตำรวจอีกเลย”

            เอ่อ เรื่องแบบนี้ใครจะไปรับปากได้ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก?

            ซูเจี่ยนอันก้มหน้าพลางตอบ“ทีนายยังดื่มเหล้าคนเดียวตั้งเยอะเวลาอยู่ข้างนอก แถมยังสูบบุหรี่อีกแล้วมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน?”

            เธอยังจะกล้าต่อล้อต่อเถียงเขาอีกอย่างนั้นเหรอ? ถ้าวันนี้เขาไม่ได้ไปรับเธอที่โรงแรมไม่รู้ว่าเธอจะเจอใครเข้าหาหรืออาจจะทำยิ่งกว่านั้นก็ได้

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มอย่างหงุดหงิด“เธอเคยเห็นฉันเมา?”

            “ฉันไม่ได้เมานะ!”ซูเจี่ยนอันค้านหัวชนฝา “ตอนบ่ายฉันก็แค่...แค่เวียนๆ หัวเท่านั้น...”

            ลู่เป๋าเหยียนยกมือนวดขมับ“งั้นเพื่อความยุติธรรม อีกหน่อยเธอห้ามดื่มเหล้าคนเดียวข้างนอกอีกเด็ดขาดส่วนฉันจะเลิกบุหรี่เป็นการแลกเปลี่ยน”

            ปกติเธอก็ไม่ค่อยออกไปข้างนอกคนเดียวอยู่แล้วโอกาสที่จะดื่มเหล้าข้างนอกยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ ถ้าเป็นแบบนี้คนที่ต้องเลิกบุหรี่อย่างลู่เป๋าเหยียนดูเหมือนจะเสียเปรียบกว่าสินะ? ซูเจี่ยนอันคิดเปรียบเทียบในใจ

            “ดีล!”เธอตอบรับอย่างพอใจ

            ลู่เป๋าเหยียนลูบศีรษะเธอ“กลับห้องไปก่อน เดี๋ยวจะมีคนขึ้นมาหาเธอ”

            ว่าแล้วเขาก็เดินลงไปข้างล่างโดยที่ซูเจี่ยนอันไม่ทันเห็นรอยยิ้มบางบนใบหน้าเขา

            ยัยซื่อบื้อเขาไม่ใช่ซูอี้เฉิงสักหน่อย เดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบดื่มเหล้าสูบบุหรี่อยู่แล้วหลายปีก่อนหน้านี้ถึงจะเคยสูบบุหรี่อยู่ช่วงหนึ่งก็ตาม แต่ไม่นานเขาก็เลิกมันที่หลายวันก่อนกลับมาสูบอีกครั้งก็เพราะมีเรื่องกลุ้มใจคิดไม่ตกเพราะฉะนั้นเขาไม่มีความจำเป็นต้องเลิกบุหรี่ด้วยซ้ำ ถึงอย่างไรเขาก็ไม่สูบอีกอยู่แล้วแต่ซูเจี่ยนอันกลับทำหน้าเหมือนกำลังได้เปรียบเขาอยู่ซะอย่างนั้น

            ทางด้านซูเจี่ยนอันเธอกำลังยืนงง จะมีใครขึ้นมาหาเธออย่างนั้นเหรอ?

            ตอนนั้นเองลุงสวีก็พาหญิงสาวสองคนขึ้นมา

            หนึ่งในนั้นยิ้มพลางกล่าวทักทายกับเธอ

            “สวัสดีค่ะคุณนายลู่พวกเราเป็นผู้ช่วยดีไซเนอร์ของ SophiaRudolph โซเฟียให้พวกเรามาวัดตัวคุณนายค่ะถ้ายังไงรบกวนกลับเข้าไปที่ห้องนอนก่อนนะคะ”

            SophiaRudolph?

            ซูเจี่ยนอันคิดอยู่นานจึงนึกออกว่าโซเฟียคือดีไซเนอร์ชื่อดังในวงการเสื้อผ้าระดับไฮเอนด์เธอมีชื่อเสียงเรื่องการตัดชุดให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคนเป็นอย่างมากว่ากันว่าบรรดาคุณหญิงคุณนายในแวดวงไฮโซรวมถึงดาราดังระดับสากลต่างก็พากันส่งข้อมูลของตัวเองไปให้เธอเพียงเพื่อหวังว่าเธอจะช่วยตัดชุดให้สักชุด

            แต่โซเฟียกลับปฏิเสธบุคคลเหล่านั้นไปหลายต่อหลายคนโดยไม่สนใจว่าจะเป็นคนดังขนาดไหน

            ทว่าลู่เป๋าเหยียนกลับเชิญโซเฟียมาตัดชุดให้เธอได้แถมโซเฟียยังส่งผู้ช่วยมาวัดตัวเธออีก?

            ซูเจี่ยนอันพยายามปั้นสีหน้านิ่งโดยไม่เผยความตกใจออกไปเธอเชิญผู้ช่วยทั้งสองเข้าห้องไปในห้องนอนจากนั้นจึงให้ความร่วมมือในขณะที่พวกเธอช่วยกันวัดขนาดรอบตัวเธอทุกซอกทุกมุมเป็นอย่างดี

            หญิงสาวที่ทำหน้าที่จดรายละเอียดลงบน iPad อดถอนหายใจอย่างชื่นชมไม่ได้

            “คุณนายลู่หุ่นดีเพอร์เฟคมากเลยค่ะมิน่าพอโซเฟียเห็นรูปของคุณปุ๊บก็ตัดสินใจจะตัดชุดให้คุณทันทีที่จริงโซเฟียไม่ใช่คนเรื่องเยอะหรือว่าหยิ่งอะไรหรอกนะคะแต่คนพวกนั้นไม่สามารถสวมชุดของโซเฟียได้สวยงามอย่างที่เธอตั้งใจซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่โซเฟียรับไม่ได้ที่สุด”

            ซูเจี่ยนอันแค่ยิ้มตอบเมื่อวัดตัวเสร็จเรียบร้อย เธอจึงเดินไปส่งหญิงสาวทั้งสองที่ชั้นล่าง

            ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้วคนรับใช้ยกอาหารค่ำที่พ่อครัวทำเตรียมเอาไว้ออกมา ซูเจี่ยนอันนึกอะไรขึ้นมาได้จึงวิ่งไปหาลู่เป๋าเหยียน

            “ขอโทษทีนะ...ไว้พรุ่งนี้ฉันจะทำอาหารเช้าแทนละกัน!”

            มื้อค่ำของลู่เป๋าเหยียนควรเป็นเธอที่ต้องรับผิดชอบแถมเธอยังรับเงินจากเขามาแล้วด้วย...

            แต่เขาก็ไม่ว่าอะไรและส่งสายตาเชิงบอกให้เธอนั่งลง แต่เมื่อเห็นเธอไม่ขยับตะเกียบจึงถามขึ้น

            “ไม่กินเหรอ”

            เพราะอาหารที่ชิมไปเมื่อช่วงบ่ายยังคงหลงเหลืออยู่เต็มกระเพาะเธอจึงส่ายหน้า

            “ฉันไม่หิว นายกินเถอะ”

            พูดจบเธอก็ลุกขึ้นตั้งท่าจะเดินออกไปลู่เป๋าเหยียนจึงปรายตามองเธอพลางถาม

            “จะไปไหน”

            ซูเจี่ยนอันชี้ไปที่ด้านนอก“ฉันอยากไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้ มีอะไรหรือเปล่า”

            “มี” ลู่เป๋าเหยียนตอบ“นั่งลง กินข้าวเป็นเพื่อนฉัน”

            “…”

            ที่จริงเธอจะเชิดใส่เขาและสะบัดมือเดินจากไปก็ได้แต่เหมือนสมองเธอถูกเขาควบคุมเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น เธอทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่ายโดยไม่ขัดขืน

            “พรุ่งนี้ฉันยังต้องไปที่บริษัทอีกหรือเปล่า”

            ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้ว“เรื่องงานเลี้ยงครบรอบบริษัทเธอเพิ่งจัดการไปได้แค่ครึ่งเดียวก็คิดจะหนีแล้วงั้นเหรอ”

            “...ทำไมพูดซะฉันดูไร้จริยธรรมขนาดนั้น”ซูเจี่ยนอันพูดเสียงเซ็ง “พรุ่งนี้ฉันไปกับนายก็หมดเรื่องแล้วใช่ไหม”

            ลู่เป๋าเหยียนได้ยินดังนั้นถึงพอใจซูเจี่ยนอันมองเขาจัดการอาหารตรงหน้า แต่แล้วก็เผอเรอขึ้นมา

            เขาวางตะเกียบลงและมองซูเจี่ยนอันสายตาเย็น ซูเจี่ยนอันยกมือขึ้นปิดปากพลางทำหน้าเสียใจ

            “ฉันไม่ได้ตั้งใจแต่ตอนบ่ายคงกินเยอะไปจริงๆ ตอนนี้ฉันเห็นอะไรก็รู้สึกอิ่มไปหมดยิ่งเห็นนายกำลังกินอยู่ก็ยิ่ง...”

            ลู่เป๋าเหยียนหลับตาลงสักครู่แล้วจึงพูดขึ้น“โอเค”

            เขาเรียกให้คนเอากับข้าวไปเก็บจากนั้นก็ลุกขึ้นเดินไปที่ชั้นบน ซูเจี่ยนอันนิ่งอึ้งไปแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอนั่งดูทีวีอยู่ในห้องรับแขกอย่างผ่อนคลาย

            ไม่รู้ว่าเพราะเธอเผลอหลับไปในช่วงเย็นหรือเปล่าทำให้ห้าทุ่มแล้วเธอก็ยังไม่รู้สึกง่วงสักนิดว่าแล้วจึงปิดทีวีและเดินออกไปที่สวนดอกไม้

            สวนดอกไม้ขนาดใหญ่สไตล์ยุโรปที่มีเรือนกระจกตั้งอยู่ในสวน ด้านในนั้นมีโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อนหรือเอาไว้นั่งเล่นฆ่าเวลาได้อย่างดี แต่เพราะหลังจากเธอย้ายเข้ามาที่นี่ก็เกิดเรื่องยุ่งมากมายทำให้ไม่มีเวลามาทำความคุ้นเคยกับที่นี่สักเท่าไร

            เธอค่อยๆ เดินไปตามทางเดินที่ทำจากหินกรวดสีงาช้างดอกไม้และใบหญ้าขึ้นอยู่ระหว่างหินกรวดแต่ละก้อนเมื่อเงยหน้าขึ้นมองฟ้าก็เห็นพระจันทร์เสี้ยวที่ส่องแสงลงมาสะท้อนกายเธอจนเกิดเงาเป็นแนวยาวเธอเดินไล่ตามเงาตัวเองแก้เบื่อที่ไม่ว่าจะไล่ตามเท่าไรก็ไม่มีวันสิ้นสุดอย่างสนุกสนาน

            โดยไม่รู้ตัวเลยว่าด้านหลังของตนนั้นมีนัยน์ตาสีนิลของใครบางคนกำลังจับจ้องอยู่

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276