ขณะที่ลี่มี่กำลังปรึกษาเื่คดีความอย่างเคร่งเครียด ลี่ิเองก็กำลังปวดหัวอยู่กับนิสัยเอาแต่ใจของสหายใหม่อย่างหวังเยี่ยนอยู่
“ข้าได้ยินท่านพ่อเรียกเ้าว่าอาิ เ้ามีนามว่าอันใดหรือ”
“น้องมีนามว่า ลี่ิ ขอยับคุณชาย” ลี่ิพยายามขานชื่อของตนเองให้ชัดเจน
“โตป่านนี้แล้วยังจะขอยับ ขอยับ อยู่อีกหรือ ให้ข้าสอนเ้าพูดดีหรือไม่”
“น้องจะตั้งใจขอยับ” ลี่ิตื่นเต้นไม่น้อย เขามิอยากพูดไม่ชัดแล้ว หากว่ามีอาจารย์มาสอน เขาอาจจะพูดชัดขึ้นก็ได้
“อันดับแรก เรอะ เรอะ เรอะ ออกเสียงสิ”
“เยอะ เยอะ เยอะ”
“มิใช่ๆ เอาลิ้นขึ้น้าแบบนี้ ดูๆ ดูลิ้นข้า” เสียงพูดคุยของคุณชายกับสหายคนใหม่ทำเอาบ่าวรับใช้ที่อยู่บริเวณนั้นถึงกับยกยิ้มขำ คุณชายของพวกเขานั้นทั้งแสบและซน ไม่ว่าจะเป็พี่เลี้ยงคนใดก็เอาไม่อยู่ ไปสำนักศึกษาก็มิมีผู้ใดคบหา เพราะคุณชายของพวกเขาเป็พวกขี้แกล้ง
“ขอ - รับ”
“ขอ - ยับ”
“โอ๊ยยยย ปวดหัวๆ ข้ามิสอนแล้ว! อีกหน่อยเ้าโตเท่าข้าก็จะพูดชัดเอง ข้าไปวาดรูปดีกว่า” หวังเยี่ยนที่พยายามสอนให้ลี่ิพูดคำว่าขอรับอยู่นาน แต่ก็มิเป็ผล เด็กชายขี้เบื่อจึงหยุดสอนแล้วหาอย่างอื่นทำแทน
“น้องไปด้วยขอยับ” ขาสั้นป้อมรีบวิ่งตามหวังเยี่ยนไป แต่คุณชายน้อยสกุลโจวกลับนึกสนุก จึงออกตัววิ่งอย่างรวดเร็ว
“คิกๆ ฮ่าๆ วิ่งตามให้ทันสิ ไม่งั้นข้าจะทิ้งเ้าไว้ในนี้ไม่ให้เจอพี่สาวเลย” ด้วยขนาดตัวที่ต่างกัน คนหนึ่งสูงโปร่งตามมาตรฐานเด็กวัยห้าหนาว ส่วนอีกคนอ้วนกลมทั้งยังขาสั้น ลี่ิจึงต้องเร่งความเร็ว แต่ดันโชคไม่ดีเอาเสียเลย เมื่อขาเล็กพันกันจนร่างของลี่ิล้มกลิ้งไปกับพื้นอย่างแรง
ตุ๊บ!!!
“ว๊ายตายแล้ววว คุณชาย!” บ่าวรับใช้ในเรือน ที่ตกปากรับคำจะดูแลคุณชายทั้งสอง ใจนสุดขีด หากว่าคุณชายทั้งสองมีแผล พวกนางต้องถูกลงโทษเป็แน่ บ่าวหญิงรีบเข้าไปอุ้มลี่ิขึ้นมาสำรวจาแต่างๆ
“เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ เจ็บที่ใดหรือไม่”
“ฮึก น้องเจ็บตรงนี้ขอยับ” ดวงตากลมเคล้าคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส ปากเล็กเบะออกอย่างน่าสงสาร
“นี่! อย่าร้องเชียวนะ มิเช่นนั้นเ้าก็มิต้องมาเล่นกับข้าอีก” นิ้วเรียวของหวังเยี่ยนชี้ไปที่ใบหน้าน่าสงสารนั้น ทั้งยังออกคำสั่งมิให้เด็กขี้แยร้องไห้ออกมา
“ฮึก อึก ฮึ ฮื่อออ” ลี่ิพยายามอย่างสุดความสามารถ ที่จะกลั้นเสียงสะอื้นของตนเอง หากว่าคุณชายโจวโกรธและไม่ยอมเล่นกับเขาขึ้นมาจริงๆ เขาคงต้องเหงาเป็แน่
“ไหน เจ็บที่ใด ข้าจะดูให้” หวังเยี่ยนนั่งคุกเข่าลงกับพื้น พลางดึงอาภรณ์ของเด็กน้อยตรงหน้าขึ้นเพื่อดูาแบริเวณหัวเข่า เมื่อเลิกผ้าขึ้นดูก็พบว่า หัวเข่าทั้งสองของลี่ิ เพียงแค่แดงช้ำเท่านั้น มิได้ถลอกหรือมีเืออก
“อึก! ฮึก”
“ไม่ต้องร้องแล้ว ข้าจะพาไปนั่งพัก พวกเ้าไปเตรียมอุปกรณ์วาดภาพมาให้ข้าที่ห้องนอนด้วยนะ” นิ้วเรียวปาดน้ำตาออกจากแก้มกลม ทั้งยังย่อตัวลงให้ลี่ิขี่หลัง
“ฮึบ! หนักเสียจริง”
“ซู๊ด! ฮึ”
“อย่าเอาน้ำมูกมาเปื้อนอาภรณ์ข้านะ แล้วเ้าก็ลดน้ำหนักเสียบ้าง ข้าปวดหลังไปหมดแล้ว” แม้จะเอ่ยบ่น แต่เด็กชายก็มิยอมปล่อยลี่ิลงจากหลัง รีบแบกเด็กขี้แยไปวางไว้บนเตียงนอน ให้หย่อนขาลงมา
“ขอบพระคุณขอยับคุณชาย…ขออภัยที่น้องตัวหนัก” ลี่ิก้มหน้าก้มตาพูดอ้อมแอ้มออกไป เขากลัวว่าจะทำให้คุณชายโกรธอีก
“อืม หายเจ็บแล้วหรือยัง” ศีรษะเล็กที่ก้มหน้าอยู่ ส่ายไปมาเบาๆ เพื่อเป็การบอกว่ายังเจ็บที่หัวเข่าอยู่ หวังเยี่ยนมิรู้จะทำสิ่งใดจึงนั่งลงกับพื้นเป่าาแบนหัวเข่าให้ หวังให้เด็กขี้แยตรงหน้าหายเจ็บเสียที
พู่~ พู่~
“รู้ว่าขาตนเองสั้น คราวหลังก็อย่าวิ่ง”
“แต่คุณชายบอกจะทิ้งน้อง” เมื่อพูดถึงเื่นี้ เด็กน้อยก็น้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง จนถูกคนพี่ใเอ่ยห้ามเสียงหลง
“เย้ยๆ หยุดเลยนะ เหตุใดจึงขี้แยขนาดนี้นะ กลั้นเอาไว้เลย รอเดี๋ยวก็จะได้วาดรูปแล้ว” ทั้งสองรออยู่ในห้องนอนของหวังเยี่ยนไม่นาน บ่าวรับใช้ก็เตรียมกระดานวาดภาพมาให้คุณชายทั้งสองคนละชุด พร้อมกับขนมของว่าง แล้วพวกนางจึงถอยออกมานั่งเฝ้าหน้าห้อง เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะของทั้งสองทำให้บ่าวรับใช้ต่างเบาใจว่าทั้งสองจะมิกลั่นแกล้งกันอีก
“อันนี้คือสิ่งใดหยือขอยับ” ลี่ิมองสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าอย่างสนใจ เขามิเคยเห็นมาก่อน จึงได้เอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ข้างกัน บัดนี้เด็กทั้งสองนั่งห้อยขาอยู่ข้างเตียง ตรงหน้ามีกระดานวาดภาพตั้งอยู่
“ก็กระดาษ พู่กัน สี และก็หมึกอย่างไรเล่า เ้ามิรู้จักหรือ” ลี่ิส่ายหัวไปมา พลางเอ่ยถามต่อด้วยความใคร่รู้
“ใช้ทำสิ่งใดหยือขอยับ”
“ใช้วาดภาพ แบบนี้” เด็กชายใช้พู่กันแตะสีเพียงเล็กน้อยและระบายลงบนกระดาษ ลี่ิมองคุณชายอย่างสนใจ เขามิเคยทำสิ่งนี้มาก่อน อย่างมากก็เพียงใช้ไม้วาดลงบนดิน
“งดงามขอยับ”
“หึ เพียงเท่านี้ก็ว่างดงามแล้วหรือ หากเ้าได้เห็นท่านพ่อข้าวาด เ้าต้องตกตะลึงล้มตึงหงายหลังไปเลย”
“คิกๆ” ลี่ิยกมือปิดปากขำจนตัวโยนกับท่าทีล้มตึงของคนตรงหน้า
“หึ เอาแต่หัวเราะข้า เ้าวาดลงไปเลย” เมื่อคุณชายเอ่ยอนุญาต ลี่ิก็ลองจับพู่กันดู ตากลมเหลือบไปมองคนข้างๆ พยายามลอกเลียนแบบวิธีการจับ จนในที่สุดลี่ิก็จับได้ถูกต้อง มือเล็กใช้พู่กันจิ้มสีแดงแล้วแต้มไปบนกระดาษเป็จุดสามเรียงกันเป็แถว ทั้งยังจิ้มหมึกสีดำขีดเป็เส้นลงไป
“เ้าวาดอันใดของเ้า”
“น้องวาดถังหูลู่ขอยับ คิกๆ ไม่เหมือน” เด็กน้อยหัวเราะให้กับภาพของตนเองโดยมิต้องให้ใครมาบอกว่าภาพนั้นไม่เหมือนของจริง
“เ้านี่คิดถึงแต่เื่ของกิน หิวหรืออย่างไรกัน หากหิวก็กินขนมนี่ได้” ตากลมมองตามมือของหวังเยี่ยนที่ชี้ไป ขนมรูปลักษณ์น่ากินทั้งยังมีกลิ่นหอม เหตุใดเขาจะมิอยากกินเล่า แต่ว่าขนมนี่มิใช่ของเขา จะกินของคนอื่นได้อย่างไร
“มิหิวขอยับ อีกอย่าง…นั่นพี่ๆ เตรียมมาให้คุณชายขอยับ” ปากเอ่ยปฏิเสธแต่กลับหันมองขนมตาละห้อย เช่นนี้จะให้เชื่อได้อย่างไรกัน
“หึ ข้าจะแบ่งให้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยน”
“อันใดหยือขอยับ”
“หลับตาลง คิกๆ ฮ่าๆ” เมื่อลี่ิหลับตาลงตามคำสั่ง ก็รู้สึกถึงความเปียกชื้นบนแก้มทั้งสองข้าง แต่เขาก็มิกล้าลืมตาขึ้นมาจนกว่าคุณชายจะสั่ง
“ลืมตาได้ ฮ่าๆ เปาจื่อลูกกลมๆ ดูในกระจกสิ” ลี่ิมึนงงกับท่าทีของคุณชายโจว เด็กน้อยวันสี่หนาวจึงได้หันไปมองกระจก พบว่าแก้มกลมตนเองถูกแต้มด้วยสีแดงเป็วงกลม ราวกับเปาจื่อที่พี่มี่เอ๋อร์ซื้อให้กิน เห็นดังนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าถูกคุณชายแกล้ง ลี่ิจึงทำหน้ามุ่ยขึ้นมาทันที คิ้วเล็กขมวดเข้าหากัน ทำปากยื่นออกมาอย่างกับเป็ดน้อย
“นี่เป็หน้าโกรธขอเ้าหรือ ฮ่าๆ อย่าได้โมโหไป เอ้านี่ ข้ายกให้เ้าทั้งหมดนี่เลย ฮ่าๆ” ลี่ิรับจานขนมมาไว้ในมือ หยิบขนมเข้าปากอย่างสบายอารมณ์
เด็กทั้งสองนั่งวาดรูปกันได้ไม่นาน อี้หานก็เดินนำลี่มี่มาที่ห้องนอนของบุตรชาย ทั้งสองจึงได้พบเข้ากับเด็กน้อยทั้งสองที่กำลังวาดรูปกันอยู่ ใบหน้าของเด็กชายต่างเปื้อนสีกันคนละจุดสองจุด
“อาิ ฮ่าๆ เหตุใดแก้มน้องพี่จึงกลายเป็เปาจื่อลูกกลมเช่นนี้เล่า ฮ่าๆ” ลี่มี่ที่เห็นใบหน้าของน้องชายก็หัวเราะร่า ดูที! ใครช่างกล้าคิดกล้าทำ
“เล่นกับคุณชายขอยับ น้องน่าขันนักหยือ” ใบหน้าโมโหเป็เป็ดน้อยกลับมาอีกครั้ง น่ารักน่าชังเสียจนลี่มี่ขำพรืดออกมาอีกรอบ
“เ้ามิต้องกังวลไป ข้าจะลงโทษพี่เ้าให้” อี้หานดึงลี่มี่เข้ามาหาตน มือข้างหนึ่งรวบเอวบางไว้ ก่อนใช้นิ้วโป้งแตะสีเขียวและแต้มลงไปที่แก้มทั้งสองของลี่มี่ จนเด็กน้อยทั้งสองพากันหัวเราะขำ
“แก้มพี่มี่เอ๋อร์ก็เป็เปาจื่อลูกกลมๆ คิกๆ”
“ฮ่าๆ พี่สาวเ้าช่างน่าขันนักลี่ิ เปาจื่อไส้อันใด ถึงมีสีเขียวแต้มไว้เช่นนี้ กลายเป็พี่สาวแก้มเขียวไปเสียแล้ว ฮ่าๆ” หวังเยี่ยนหัวเราะจนปวดท้องไปหมด
“เหตุใดท่านจึงมาแกล้งข้าเช่นนี้เ้าคะ หากข้าเสียโฉม มิงดงามขึ้นมา ข้าจะเรียกเก็บเงินกับท่าน” ร่างบางยกมือเท้าสะเอวดั่งเด็กน้อย ลี่มี่มัวแต่โมโหที่ถูกกลั่นแกล้งจนลืมไปว่าเมื่อครู่นางแนบชิดกับชายหนุ่มมากเพียงใด
“เช่นนั้นข้าคงมิได้เสียเงิน เพราะเ้าเองก็มิใช่ว่าจะงดงามอันใด” คำพูดของท่านเ้าเมืองทำให้ลี่มี่ถึงกับอ้าปากหวอ
นี่มันบุรุษปากสุนัขชัดๆ