“อยู่นี่เอง” เสียงฟังดูคุ้นเคย นางมองซ้ายมองขวาไม่เห็นมีใครจึงหันหลังกลับไป เจอบุรุษหน้าขาวกำลังเดินตรงมาที่ตัวเองช้าๆ
“ทำไมเ้าไม่พูดกับข้าล่ะ เอาแต่ทำหน้าตาตื่น” เขาพยายามจะพูดกับนางให้ได้
‘ให้ตายเถอะ เ้าหน้าขาวนี่เป็ใครกัน ข้าอยากอยู่สงบๆ ไม่ได้หรือไง’
“ว่าไง หืม” เขายืนมือไพล่หลังถามย้ำอีกครั้ง
“คือ…ข้าไม่รู้จะพูดอะไร”
นางตอบส่งๆ หวังว่าจะให้่เวลานี้ผ่านไปเร็วๆ ชายหนุ่มยิ้มกว้างหัวเราะเห็นฟันขาวสวย เขาชอบใจที่ได้ยินเสียงใสอันไพเราะของสาวงามที่หมายตา
“มาฝึกเป็นางกำนัลหรือ มาจากที่ไหนล่ะ” เขาอยากรู้
“จะรู้ไปทำไมหรอ” นางยอกย้อน ชายหนุ่มคนนั้นหัวเราะชอบใจเสียงดัง
‘ตานี่ท่าจะบ้า เอะอะหัวเราะ’
“ข้าก็อยากทำความรู้จักเ้าไว้น่ะสิ เผื่อข้าจะขออนุญาตให้เ้าไปเป็นางกำนัลส่วนตัวของข้า” นางขมวดหัวคิ้วเรียวเข้าหากัน คิดในใจ 'จองล่วงหน้าอย่างกับสินค้าแน่ะ'
“ข้าไม่ได้มาเป็นางกำนัลให้ใคร ข้ามาฝึกเฉยๆ” นางเริ่มหมั่นไส้
“งั้นรึ ฮ่าๆๆ เ้าอย่ามาล้อเล่นน่า มาฝึกขนาดนี้ไม่มีเป็อื่น” เขาเดินเข้าใกล้มากกว่าเดิม หลินเฟยหลิงเดินถอยห่างทำมือเป็เชิงห้าม เขาจึงหยุดเดินแบบงงๆ
“เดี๋ยวก่อน ท่านควรถามคนฝึกสอนให้ดีก่อนนะ ทะเล่อทะล่าไม่ดูตาม้าตาเรือ เดี๋ยวหน้าแตกเอาได้” นางเริ่มไม่อยากพูดดีด้วย แต่ยิ่งเหมือนยั่วยุให้ชายร่างสูงถูกใจมากเข้าไปอีก
“อ้อ เช่นนั้นสิ” เขาเริ่มสนุกอยากตอแยนางนานๆ
“เ้ายังไม่ตอบเลยว่ามาจากไหน" เขาก็ยังอยากรู้
“จวนแม่ทัพหวง” นางตอบให้จบๆ เผื่อเขาจะเกรงใจบ้าง
“งั้นหรือ…แล้ว…” ยังไม่ทันพูดต่อ เสียงของหวงฮูหยินก็ดังขึ้น
“อาหลิง”
“คารวะองค์ชาย” หวงฮูหยินทำความเคารพ
หลินเฟยหลิงตะลึงงันตาโต ยืนตัวแข็งทืี่อ เมื่อทราบฐานะของเขา ชายหนุ่มส่งยิ้มให้อย่างเคย ไม่พูดสิ่งใดอีก
“ตามสบายเถอะ” เขาทักทายหวงฮูหยิน
“หม่อมฉันมาตามอาหลิง ขอตัวเพคะ” นางคํานับเสร็จจูงมือลูกสะใภ้เข้าไปด้านในชายหนุ่มยิ้มให้อีกครั้งพยักหน้าเล็กน้อย
“องค์ชายสามพูดสิ่งใดกับเ้า” นางถามไถ่ลูกสะใภ้ เพราะไม่เคยเห็นองค์ชายคนไหนมายืนเสวนากับนางกำนัลฝึกหัด
“เขาถามข้าว่าเป็ใครมาจากไหนเ้าค่ะ”
“เ้าตอบว่าอย่างไร”
“ข้าบอกว่ามาจากจวนแม่ทัพ แล้วท่านแม่ก็มาพอดีเ้าค่ะ” นางเล่าให้ฟัง หวงฮูหยินพยักหน้าช้าๆ ไม่ตอบสิ่งใด
ถึงวันที่แม่ทัพหวงฟู่เฉินเดินทางกลับจากราชการ ทางราชวังได้จัดพิธีกินเลี้ยงต้อนรับคณะของเขาเพื่อเป็ขวัญและกำลังใจ ในขณะเดียวกันหลินเฟยหลิงยังไม่จบหลักสูตร การเลี้ยงฉลองจัดขึ้นสมน้ำสมเนื้อ มีการร่ายรำและการแสดงรำกระบี่ต่างๆ เหล่าทหารกินดื่มกันสุขสำราญใจ มีนางกำนัลฝึกหัดจัดเตรียมอาหารและสุราให้ไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะหลินเฟยหลิงต้องอยู่บริการทุกฝ่าย นางจึงไม่ได้นั่งคู่กับแม่ทัพหวง นางพยายามใช้สมาธิในการทำงานให้นิ่งที่สุด หากพลาดหน้าแตกขึ้นมาแล้ว แม่ทัพและหวงฮูหยินต้องขายหน้าแน่นอน และนางอาจจะโดนปรามาสจากสามีได้ว่าไม่เอาถ่าน
อาหารถูกลำเลียงมาทีละชุด จัดเสิร์ฟโดยนางกำนัลฝึกหัด แม่ทัพหวงมองดูภรรยาของเขาไม่วางตา รู้สึกว่าพฤติกรรมของนางดูนิ่งเป็ผู้ใหญ่ขึ้น นางทำได้ดีเกินคาดเขายิ้มส่งกำลังใจให้ นางยิ้มบางๆ ตอบรับ อีกสิ่งหนึ่งที่เขาสังเกตเห็นคือองค์ชายสาม ลอบมองภรรยาของเขาทำตากรุ้มกริ่มบ่อยครั้ง ทำให้ชายหนุ่มขุ่นเคืองยิ่งนัก งานเลี้ยงยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ แม่ทัพหวงปลีกตัวออกมาหาหลินเฟยหลิงอยู่ด้านหลัง
เ้าเหนืี่อยหรือไม่" เขาถามพลางยิ้มให้อย่างแ่เบา รู้สึกคิดถึงนางตลอดการทำงานนอกเมือง
“นิดหน่อยเ้าค่ะ” นางตอบช้าๆ ดูน่ารักขึ้นมาทันที สำหรับเขาต้องขอบคุณมารดาที่อดทนฝึกนางจนเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมาก เขาอดใจไม่ไหวเอื้อมมือจับไหล่ของนาง เพราะเขาอยากััมาตลอดั้แ่แต่งงานกันมา นางยิ้มให้ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด องค์ชายสามเดินออกมาเจอทั้งสองเข้าพอดี เขารู้สึกขัดเคืองอย่างยิ่งที่เห็นแม่ทัพหวงจับไหล่หลินเฟยหลิงและนางดูหน้าระรื่นอย่างเต็มใจ
“ข้ามาให้กำลังใจเ้า เดี๋ยวต้องเข้าไปข้างในแล้ว ค่อยพบกันใหม่” เขายิ้มไม่หุบภูมิใจกับผลงานมารดา นางพยักหน้าให้ก่อนเดินแยกย้ายกันไป
หลินเฟยหลิงคอยเสิร์ฟอาหาร ขนม ของว่าง ไปพร้อมกับดูการร่ายรำอยู่สองสามชั่วยามถึงได้พักอีกครั้ง
“พี่หลิง” เสียงทะเล้นร้องเรียก พร้อมะโเข้ามาดักหน้า
“อ้าว! ชีห่าว เ้ามาได้ยังไง” นางทักทายน้องชาย
“ข้าก็เป็ทหารฝึกหัดนะ ต้องติดตามไปฝึกกับแม่ทัพสิ” เขายืดอกแห้งๆ อวดนางหลินเฟยหลิงยิ้มบุ้ยปากกับท่าทางของคนที่บอกว่าเป็น้องชาย
“ดูเ้ายังเป็เด็ก ร่างกายพร้อมแล้วรึ” นางพิจารณารูปร่างเขา ดูเหมือนยังไม่โตเต็มที่
“โธ่! ท่านเป็ผู้หญิงอยู่แต่ในบ้าน ไม่เคยรู้หรอกว่าผู้ชายเขาฝึกกันมาั้แ่เด็ก”
ทั้งสองเดินคุยเล่นกันมาเรื่อยๆ จนถึงพุ่มไม้ใหญ่แห่งหนึ่ง
“เฮ้ๆ! พี่หลิง หยุดก่อน นั่นอะไร” เขาพูดเสียงเบาสุดพลางชี้มือไปด้านหน้า
“ห้ะ” หลินเฟยหลิงได้ยินไม่ชัด อุทานเสียงดัง เขารีบเอามือปิดปากไว้
“เบาเบ๊า ข้าจะพาไปดูของดีใกล้ๆ” ชีห่าวทำหน้าทะเล้นทะลึ่งยืนโก้งโค้งหลบหลังพุ่มไม้มองลอดผ่านช่องเล็กๆ
“อะไรน่ะ มีอะไร?” นางกระซิบกระซาบถาม มองตามชีห่าวที่กำลังตาโต
“อู้วๆๆ” ชีห่าวเริ่มร้องเบาๆ ซี้ดปากมือทำท่าปาดน้ำลาย
“ไอ้ชีห่าว! ข้าดูด้วย” นางมองไม่เห็นเรียกชื่อห้วนๆ เขาต้องดึงแขนนางให้หลบเข้ามาใกล้ๆ แล้วชี้นิ้วไปด้านหน้า นางมองตามมือนั้นเบิกตาโต ยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง
“นั่นๆ ดูๆๆ คิกๆ” ชีห่าวทำกิริยาทะลึ่งเสียงเบาที่สุด
“อะไรวะน่ะ” นางพูดเบาๆ อย่างลืมตัวกับภาพตรงหน้า สิ่งที่ถูกฝึกมาตลอดหลายเดือนละลายหายไปในพริบตา เผลอเป็ตัวเองจนได้
ภาพองค์ชายสามกับสาวงามโฉบเฉี่ยวแต่งหน้าแต่งตาสวยบาดสีสัน นางดูมีจริตเหนียมอายต่อหน้าชายหนุ่มดูน่าเย้ายวนใจ ทั้งสองยืนพูดคุยกันเสียงเบาจนไม่ได้ยินหรือเสียงลมมันพัดแรงกลบเสียงคนทั้งคู่จนมิดก็ไม่รู้ องค์ชายสามยืนชิดกับนางเข้าไปทุกที หญิงสาวหาได้ถอยห่างไม่
“กอดเลย กอดเลย กอดเลย” เสียงชีห่าวส่งเสียงเชียร์ หลินเฟยหลิงเริ่มสนุกเชียร์ตามเขา จ้องมองคนทั้งคู่กอดกันกลมอย่างเสน่หา องค์ชายสามลูบไล้แขนของนางขึ้นลงแววตาแพรวพราว
“จูบเลย จูบเลย จูบเลย” สองพี่น้องประสานเสียงปรบมือเชียร์ยกใหญ่อยู่หลังต้นไม้
“คิกๆ” ทั้งคู่หัวเราะกันคิกคักยืนลุ้นตัวโก่ง
แม่ทัพหวงเดินตามหาหลินเฟยหลิงจนเจอทั้งคู่เข้า เขาปราดเข้าหาโดยไว ตบเบาๆ ที่บ่าทั้งสองคน
“พี่หลิง ข้ากำลังได้ที่เลย” ชีห่าวยังทำตาโตกลืนน้ำลายดังเอื้อก
“เ้านั่นแหละอย่ากวนใจข้า” หลินเฟยหลิงเอามือปัดออกแก้รำคาญ
ทั้งคู่ถูกดึงไหล่ให้หันกลับมาหาเขาพร้อมกัน เขาขบกรามทำหน้าตึง
“อุ๊ต๊ะ!!” สองพี่น้องอุทานพร้อมกันหน้าตาตื่น แม่ทัพหวงกระชากแขนทั้งคู่ลากไปมุมลับตา
“พวกเ้าสองคนทำอะไรกัน ไร้มารยาท” เขาตำหนิติเตียน ชีห่าวหน้าเจื่อน ยืนก้มหน้ามือประสานกัน ส่วนหลินเฟยหลิงยืนนิ่งเงียบ เขามองทั้งคู่ส่ายหน้าระอา
“ชีห่าว เ้ายังเด็กไม่ควรทำตัวเยี่ยงนี้ กลับเข้าไปในงานก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ” เขาสั่งสอนเสียงแข็งพร้อมสั่งให้เข้าไปข้างใน ชีห่าวคำนับขอบคุณรีบวิ่งหนีหันมาแลบลิ้นใส่นาง
“อ้าวไอ้…"หลินเฟยหลิงกัดฟันสบถพร้อกับชี้หน้าหมายหัว แม่ทัพหวงหันขวับ จ้องหน้าเขม็ง
“เหลือร้าย เหลือร้ายจริงๆ!!” เขาเม้มปากแน่น เค้นเสียงพูดกับนาง เริ่มมีน้ำโห หลินเฟยหลิงอ้าปากจะเถียง เขาชิงชี้มือขึ้นแทบจิ้มจมูกนาง
“หยุด!” หลินเฟยหลิงอ้าปากค้างแล้วหุบปากทันที
“การฝึกมารยาทของเ้าเป็ศูนย์ ต้องฝึกใหม่ทั้งหมด” เขาออกคำสั่ง เดินฟึดฟัดเข้าไปในงาน นางยืนตาค้างนิ่ง พูดอะไรไม่ออก ชายหนุ่มหันมาเห็นนางไม่ขยับรีบเดินกลับมาคว้าแขนเดินเข้างานไปด้วยกัน
หลินเฟยหลิงหน้าตาบูดบึ้งที่เจอคำสั่งแม่ทัพหวงให้อยู่ฝึกมารยาทใหม่ นางรู้สึกเบื่อแล้ว เขายังคงทำหน้าดุใส่นางไม่หาย
"ข้าไม่อยากฝึกแล้ว ข้าเบื่อ” นางเริ่มระบายอารมณ์ แม่ทัพหวงจ้องหน้าหวานเสียงกร้าว
“ไม่ได้! เบื่อก็ต้องทน!” เขาสั่งเฉียบขาดแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะทันที หลินเฟยหลิงเดินหนีเข้าห้องอาหาร ไม่อยากพบหน้าใคร
แม่ทัพอารมณ์บูดบึ้งไม่แพ้กัน เขาคิดว่านางดีขึ้นแล้วเชียว แต่นางกลับปล่อยให้นิสัยเดิมๆ กลับมาครอบงำจนได้ ให้ตายเถอะ!
เขากลับเข้าจวน่ดึกๆ คิดเครียดเกี่ยวกับหลินเฟยหลิง รู้สึกหนักใจไม่หาย เขาไม่รู้ว่ากำลังบังคับนางเกินไปหรือเปล่า ไม่ใช่สิ! เขาทำเพื่อเกียรติยศของนางเองต่างหากนางช่างแผลงฤทธิ์ได้ทุกเื่จริงๆ ยั่วโมโหไม่เว้นแต่ละครั้งที่พบกัน
หลินเฟยหลิงเพิ่งเสร็จงาน นางนอนมือก่ายหน้าผากหน้าบึ้ง ต่อต้านการฝึกเป็กุลสตรีขึ้นมาดื้อๆ
“จะหนีไปดีไหมนะ จะหนีไปไหนดีล่ะ” นางเริ่มมีความคิดพุ่งเข้ามาในหัวแต่ก็ทำได้แค่คิด ถ้าหนีไปไม่พ้นมีหวังโดนแส้ลงหลังอีกเป็แน่ อีตาแม่ทัพนี่โหดอย่างกับช้างตกมันอยู่ด้วย เฮ้อคิดแล้วกลุ้ม!