ตอนที่ 31 ปะทะปราณยุทธเงิน
วี๊ดด!
เสียงหวีดแหลมของสายลมดังก้องกังวาลปักษาทั้งเก้าตนเหยียดขาตรงกรงเล็บเหล็กแหลมวาววับหมายปลิดชีวิตเด็กหนุ่มผู้อาจหาญสังหารพวกพ้องพ้องของมัน
หลินเฟยไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจมากนักเพียงเกร็งพลังลมปราณพุ่งเข้าใส่เช่นเดียวกันหมายจบกระชับการต่อสู้ให้สั้นที่สุด
พายุหมัดเมฆาคลั่ง!
ประกายแสงสังหารพาดผ่านดวงตาพร้อมกับหมัดทั้งสองที่ต่อยออกราวกับลูกธนูที่หลุดออกจากแล่ง
ออร่าสีเขียวสว่างสุกใสแฝงด้วยกลิ่นอายธาตุลมเข้มข้นะเิออกเพียงคลื่นพลังในอากาศก็ราวกับพายุคมมีดอันคมกริบนับไม่ถ้วนที่พร้อมจะเชือดเฉือนอริศัตรู!
ตู้ม!
เสียงะเิดังกึกก้องร่างของปักษาสามตัวแรกล่วงหล่นลงกับพื้นทันทีหน้าอกปรากฏรอยยุบลึกดวงตากลายเป็สีขาวไร้แววสิ้นใจลงทันที!
หลินเฟยเตะอากาศวิชาตัวเบาเคล็ดัเหินยิ่งมายิ่งรวดเร็วแม้แต่สายลมยังกลายเป็ที่หยั่งเท้าหากไม่มีเคล็ดวิชาตัวเบานี้แล้วการที่จะยืนบนอากาศหรือเปลี่ยนท่วงท่าบนอากาศได้นั้นต้องมีระดับพลังไม่ต่ำกว่าขั้น'กำเนิดปราณแท้'!
ย่าห์!!
หลินเฟยกู่ร้องคำรามเส้นผมปลิวสไวตามสายลมพริ้วตัวหลบการโจมตีจากกรงเล็บเหล็กที่พุ่งเข้าจู่โจมพลังโจมตีของพวกมันหากประมาทย่อมไม่จบเพียงแค่าเ็สาหัสอย่างแน่นอน
เขาสูดหายใจเฮือกพลังในร่างก็เอ่อร้นออกมาจนท่วมท้นก่อนจะต่อยหมัดเมฆาปลิดปลิวออกไปดับลมหายใจสัตว์อสูรปักษาไปอีกหนึ่งตน!
ด้วยความรุนแรงของพลังร่างของปักษาผู้โชคร้ายตัวนั้นแตกสลายกลายเป็หมอกเืทันทีนั่นทำให้หลินเฟยนึกเสียดายอยู่เล็กน้อย
พลัก!
"อัก!"
หลินเฟยปลิวลงพื้นตามแรงกระแทกปักษาตัวนึงอาศัยจังหวะที่หลินเฟยจัดการพวกพ้อทั้งสี่ของมันบินอ้อมเข้าจู่โจมจากทางด้านหลัง
แต่ด้วยสติปัญญาของมันแม้จะพัฒนามาบ้างแล้วเมื่อระดับขั้นถึงปราณยุทธขาวแต่มันก็ไม่คิดว่ากรงเล็บเหล็กของมันจะทำได้เพียงฝากรอยแผลเล็กๆไว้ที่ท้ายทอยของมนุษย์ตัวเล็กนี้เท่านั้น
"ฮึ่ม!"
หลินเฟยขบกรามนึกสบถกับตนเองที่ประมาทมากไปด้วยระดับพลังของสัตว์อสูรกลุ่มนี้สูงสุดก็ขั้นกลางปลายๆในระดับปราณยุทธขาวเท่านั้น
เขาจึงไม่ค่อยได้สนใจที่จะป้องกันมากนักจึงโดนโจมตีเข้าจังๆแบบนี้หากร่างกายของเขาเป็ดังมนุษย์ปกติแล้วการจู่โจมเมื่อครู่ต้องได้รับผลที่เลวร้ายเกินกว่าที่จะรับไหวอย่างแน่นอน
แต่ไหนเลยด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าคนปกติหลายเท่าสัตว์อสูรปักษาวายุนี้กลับสร้างรอยแผลให้กับมันได้
ย่อมหมายความว่าสัตว์อสูรพวกนี้นั้นความแข็งแกร่งของพวกมันไม่ใช่น้อยๆอย่างแน่นอนโดยเฉพาะเล็บเหล็กที่แวววาวนั่น
หลินเฟยขึงขังขึ้นมาทันทีในมือขวาปรากฏดาบปราพยัคฆ์กลิ่นอายเก่าแก่โบราณแฝงด้วยเจตนาฆ่าฟันแผ่พุ่งออกมาจากตัวของหลินเฟยราวกับเขื่อนแตกข่มขวัญปักษาทุกตัวที่เหลือ
น่าสลดใจที่พวกมันหาใช่เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งจากยุคโบราณจึงยากนักที่จะต้านทานพลังกดดันจากกลิ่ยอายแห่งัของหลินเฟยได้
ทุกย่างก้าวของหลินเฟยเต็มไปด้วยพลังลมปราณแห่งปราณยุทธขาวที่หนาแน่นเสียยิ่งกว่าปรานยุทธขาวปกติหลายเท่า
พวกมันที่อยู่ในขั้นกลางต่างสั่นไหวราวกับลูกนกน้อยท่ามกลางมวลพายุดวงตาเหลือกมองด้วยความไม่อยากจะเชืุ่์ตัวน้อยที่ไม่ต่างอะไรกับอาหารอันโอชะกลับแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้
ฟับ!
คลื่นเปลวเพลิงจันทร์เสี้ยวสุกใสพาดผ่านท้องนภาสวนทางกับเหล่าปักษาที่เหลือพวกมันพยามบินหลบแต่ความเร็วของคลื่นพลังรวดเร็วเกินกว่าที่จะหลบหลีกได้
ร่างกายของพวกมันแยกส่วนออกจากกันอย่างไม่อาจหักห้ามแววตาสัตว์ร้ายเต็มไปด้วยความหวาดกลัวในวินาทีที่พานพบกับความตาย
"ฟู่..."
หลินเฟยปรับลมหายใจอย่างรวดเร็วก่อนจะกวาดร่างไร้วิญญานของพวกมันเข้าสู่แหวนมิติเพราะตอนนี้ศัตรูที่แท้จริงได้มาถึงแล้ว!
ใน่วินาทีที่ปักษาวายุกลุ่มใหม่มาถึงผู้นำของมันก็รับรู้ถึงพลังชีวิตของลูกน้องร่วมเผ่าพันธุ์ของมันที่หายไปแทนที่ด้วยมนุษย์ตัวจ้อยที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการฆ่า!
กวี๊ดด!!
ปักษาวายุตัวหัวหน้าโจมตีด้วยคลื่นเสียงที่ทรงพลังเข้าสู่สมองของหลินเฟยทันทีด้วยความโกรธแค้นลูกน้องอีกหกตัวของมันบินโฉบใช้กรงเล็บเข้ากลุ้มรุมหลินเฟยที่กำลังมึนงงอย่างโเี้
เสียงหวีดแหลมของปักษาวายุตัวใหญ่กว่าสามเมตรที่กำลังกู่ร้องโจมตีเข้ามาทำเอาหลินเฟยที่แม้จะเตรียมตัวเร่งเร้าลมปราณเพื่อป้องกันไว้อยู่แล้วแต่เหมือนกลับจะไม่เป็ผล
เสียงวิ้งวิ้งดังขึ้นภายในโสตประสาทกึกก้องซ้ำๆวนไปวนมาจนแทบจะพรากสติสัมปัญชัญะทั้งหมดของเขาไป
่วินาทีขับขันจวนเจียนที่จะหมดสติหลินเฟยจึงะเิพลังยกกำปั้นต่อยลงไปที่พื้นเพื่อสร้างเกราะเพลิงจากท่าสลายเมฆาแม้จะอยู่ได้เพียงแค่สิบวินาทีแต่นั่นก็เพียงพอที่จะจัดการพวกลิ่วล้อทั้งหกของมัน!
ดาบเงาวายุ!
หลินเฟยกัดฟันสะบัดดาบออกเป็ท่วงท่าสังหารเงาดาบทั้งสามสิบทั้งจริงทั้งลวงพุ่งเข้าใส่ปักษาวายุทั้งหกตัวทันทีแม้จะมีบางตัวที่หลุดรอดจากเงาดาบไปได้แต่พวกมันก็ต้องเจอกับพายุคมมีดลูกใหญ่ทั้งสามที่ตามมาติดๆ
ร่างกายของพวกมันทังหกกลายเป็เศษเนื้อนับไม่ถ้วนด้วยความที่พวกมันอยู่ใกล้กับหลินเฟยมากเกินไปแม้จะคิดหนีก็เป็ไปได้ยากเมื่อเจอระดับพลังที่เกินตัวไปมากของเขา
กี๊!
ผู้นำของปักษาวายุเมื่อเห็นลูกน้องตายไปต่อหน้าแม้จะอยากช่วยแต่ด้วยความรวดเร็วในการออกระบวนท่าของหลินเฟยมันจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะลงมือได้แต่มองพวกพ้องตกตายไปต่อหน้าต่อตา
ความแค้นในอกของมันพุ่งสูงเทียมฟ้าหวีดร้องเป็เสียงแปลกๆออกมาสามสี่ครั้งก่อนจะพุ่งตัวเข้าหาหลินเฟยอย่างดุดัน
ตู้ม!
กรงเล็บแกร่งของปักษาปะทะเข้ากับดาบปราบพยัคฆ์จนหลินเฟยถึงกับสั่นสะท้านหากไม่ใช่เพราะเขาพิเศษกว่าคนทั่วไปคงไม่แคล้วตกตายด้วยกรงเล็บนี้เป็แน่
ระดับปราณยุทธเงินไม่ใช่อะไรที่จะดูถูกได้หลินเฟยถอยออกด้วยท่าเท้าเงาัทิ้งภาพติดตาไว้ก่อนจะหายไปจากหน้าของปักษาวายุตัวเขื่อง
กวี๊ดด!
เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ปของปักษาวายุดังขึ้นปีกของมันปรากฏรอยกรีดขึ้นเป็ทางยาวเืสดๆไหลรินมันพุ่งตัวออกไปไกลเพื่อตั้งหลักพร้อมกับจ้องมองหลินเฟยด้วยความแค้น
หลินเฟยสบถออกมาเล็กน้อยเข้าทุ่มพลังทั้งหมดฟันเข้าใส่ปีกของมันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยแต่ผลที่ได้กลับไม่เป็ดังที่คาดพลังป้องกันของชนชั้นปราณยุทธเงินนั้นมหาศาลเกินกว่าที่ระดับปราณยุทธขาวจะเข้าใจได้
ฮ่า!
หลินเฟยะโก้องเขาไม่ได้ท้อถอยเพียงแค่รู้ว่าโจมตีมันได้แล้วทำไมจะต้องกังวลสิ่งใดเขาพุ่งทะยานควงดาบปราบพยัคฆ์ในมือฟาดฟันเข้าใส่ปักษาตัวเขื่องอีกครั้ง
มันก็ไม่ได้รั้งรอให้ถูกโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวยังไงมันก็เป็ถึงระดับผู้นำฝูงมันรู้ว่าความเร็วของมนุษย์ตัวน้อยนี้เป็ของจริงจะปล่อยให้คลาดสายตาอีกไม่ได้
กับ!
จงอยปากเหล็กของมันเข้างับรับการโจมตีของหลินเฟยก่อนจะเหยียดส่วนขายื่นกรงเล็บคู่เข้าใส่หลินเฟยอย่างรวดเร็วร่างของปักษาหมุนวนเหมือนลูกข่างกรงเล็บเหล็กจู่โจมอย่างรุนแรงเข้าใส่ท้องของหลินเฟยด้วยความเหี้ยมโหด
อัก!!
หลินเฟยปลิวตามแรงกระแทกที่รุนแรงาแกว้างปรากฎขึ้นที่่ท้องหากไม่มีร่างกายที่แข็งแกร่งราวกับลูกันี้แล้วร่างของเขาคงแหลกเละไม่ต่างจากลูกน้องของปักษาวายุที่กำลังเกรี้ยวโกรธตนนี้
หลินเฟยยันกายลุกขึ้นคว้าโอสถรักษาระดับสามจากแหวนมิติออกมาสองเม็ดที่ได้มาจากพวกโจรป่ากลืนเข้าปากไปพยามฟื้นฟูอาการาเ็พร้อมกับโคจรลมปราณหวนท้า์อย่างเร่งรีบ
ปักษาวายุกระพือปีกเข้าใส่หลินเฟยอีกครั้งมันไม่ได้โง่ขนาดจะให้หลินเฟยตั้งตัวได้มากนักเพียงแค่ชั่วไม่กี่ลมหายใจมันก็เห็นว่าาแของมนุษย์น้อยผู้นี้หายไปกว่าครึ่งแล้ว
นั่นเป็เพราะเคล็ดวิชาลมปราณหวนท้า์นั่นเองหากไม่ใช่เช่นนั้นเพียงโอสถระดับสามย่อมไม่สามารถฟื้นฟูได้รวดเร็วเพียงนี้
วูบบ!
หลินเฟยรู้ว่าปะทะด้วยกำลังอย่างเดียวไม่อาจเอาชัยจากปักษาตัวนี้ได้เป็แน่เขาพริ้วกายใช้ออกด้วยเคล็ดัเหินขั้นที่สามัมายาทิ้งร่างจำแลงที่พลังครึ่งหนึ่งของตนเองไว้ก่อนจะใช้ความเร็วที่ราวกับสายลมพาดลอดผ่านตัวของมันไป [ท่านี้ฝึกสำเร็จพร้อมกับเคล็ดลมปราณหวนท้า์ขั้นที่สองระหว่างเดินทางในตอนที่25]
ตู้มม!
เสียงะเิสนั่นหวั่นไหวเมื่อปักษาวายุจู่โจมเข้ากับร่างจำแลงของหลินเฟยด้วยความที่เขาใช้ท่าัมายานี้เป็ครั้งแรกการตอบสนองต่อร่างจำแลงจึงออกจะย่ำแย่อยู่บ้างแต่เวลาเพียงเท่านี้ก็เพียงพอ...
วิ้ง
คลื่นพลังความร้อนที่มากล้นยิ่งกว่าการอัดพลังฟันออกไปเป็คลื่นพลังจันทร์เสี้ยวเทียบไม่ติดพลังลมปราณร้อนแรงก่อตัวที่ใบดาบจนดูเหมือนดาบปราบพยัคฆ์กลายเป็สีส้มสุกใสออร่าเปลวเพลิงที่ร้อนแรงส่องประกายเจิดจ้าดูน่าหวาดหวั่น
เส้นผมยาวสีดำสนิทกระพือตามแรงลมใบหน้าที่หล่อเหลาสงบเยียบเย็นมีเพียงรังสีสังหารจากแววตาที่เอ่อล้นออกมาจนแทบจะััได้หลินเฟยในตอนนี้ราวกับเทพแห่งเปลวเพลิงจุติลงมาจากสรวง์เลยทีเดียว
เพลงดาบลวงตากระบวนท่าที่สอง
ดาบปลิดิญญา!
ความรู้สึกเย็นวาบปรากฎขึ้นที่แผ่นหลังของปักษาวายุตัวใหญ่มันยังไม่ทันดีใจที่ได้สังหารผู้ที่ทำการเข่นฆ่าเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของมันกลับพบว่าตอนนี้ร่างกายท่อนล่างของมันได้แยกส่วนออกจากตัวเองเสียแล้ว
พร้อมกับใบหน้าของมนุษย์ตัวน้อยที่มันเพิ่งจะทำการสังหารไปเดินเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นก่อนที่สติของมันจะขาดหายไปพร้อมกับความไม่ยินยอม
"วิชาดาบลวงตากระบวนท่าที่สองนี่รุนแรงจริงขนาดยังไม่สมบูรณ์ยังแสดงพลังออกมาได้ถึงเพียงนี้..."
หลินเฟยทิ้งกายนั่งลงข้างศพของปักษาตัวใหญ่พร้อมกับหลับตาโครจรพลังเพื่อรักษาอาการาเ็เขาครุ่นคิดถึงวิชาดาบลวงตากระบวนท่าที่สองที่พึ่งใช้ออกไปอย่างละเอียด
แม้ว่าพลังโจมตีจะรุนแรงแต่วิชานี้เดิมทีต้องขับเคลื่นด้วยธาตุลมจึงจะดึงพลังออกมาได้สูงสุดแต่หลินเฟยนั้นยังไม่สามารถบบรลุถึงขั้นนั้นได้
ด้วยตัวเขาเองคุ้นเคยและเข้าใจในพลังธาตุไฟมากยิ่งกว่าธาตุลมเป็ไหนๆยิ่งเมื่อได้ฝึกหลอมโอสถความเข้าใจในธาตุไฟก็เพิ่มพูนล้ำหน้าธาตุลมไปไกล
แม้จะใช้เคล็ดวิชาตัวเบาที่เกี่ยวเนื่องกับธาตุลมอยู่บ่อยๆแต่การทำความเข้าใจเพื่อบรรลุวิชานั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว
"คงต้องใช้เวลาอีกสักพักการปรับมาใช้กับธาตุไฟอย่างฉาบฉวยแบบนี้มันไม่ใช่พื้นฐานของวิชาทำให้กินพลังปราณมากกว่าปกติหลายเท่าตัว
อีกทั้งยังเกิดความปั่นป่วนในการเดินลมปราณอยู่เล็กน้อยหากไม่จำเป็จริงๆก็ควรที่จะฝึกฝนให้สำเร็จเสียก่อนสู้ข้าใช้เคล็ดวิชาลมปราณหวนท้า์ขั้นที่สองก็คงไม่ลำบากเช่นนี้"
หลินเฟยได้แต่ส่ายหัวปลงๆยิ้มเจื่อนๆออกมาเขาคิดจะเก็บวิชาเคล์ดลมปราณหวนท้า์ขั้นที่สองไว้เป็ไพ่ตายรองจากคืนร่างเผ่าพันธุ์แต่ไหนเลยหากเขาไม่มีร่างกายที่แข็งแกร่งไพ่ลับที่เก็บไว้คงได้เอาไว้ใช้ในโลกหน้าเป็แน่แล้ว...
.
.
.