เสียงลงกลอนประตูที่ถูกปลดออกอย่างอุกอาจทำเอาหัวใจของเสวี่ยเหลียนแทบจะหยุดเต้น นางหันไปมองยังบานประตูด้วยดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่น ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ความกลัวนั้นกลายเป็ความขยะแขยงและอัปยศอดสูอย่างถึงที่สุด
สุนเก่อ เดินก้าวย่างเข้ามาในห้องนอนของนางอย่างผู้ชนะ แต่น่าเ็ปใจยิ่งกว่าคือชุดที่มันสวมใส่ กางเกงผ้าเนื้อดีและเสื้อคลุมไหล่สีเข้มตัวนั้น เสวี่ยเหลียนจำได้แม่นยำว่ามันเป็ของ ‘เว่ยจง’ บิดาผู้ล่วงลับของนาง! พ่อบ้านโฉดผู้นี้อุตริหยิบเอาอาภรณ์ของเ้านายเก่ามาสวมใส่ประดับร่างอัปลักษณ์ของมันเพื่อตอกย้ำว่ายามนี้บ้านตระกูลเว่ยไม่มีใครปกป้องได้อีกต่อไป
เสวี่ยเหลียนนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ นางไม่ได้ส่งเสียงขับไล่เหมือนทุกครั้ง ราวกับร่างกายและจิติญญาเริ่มยอมจำนนต่ออำนาจมืด สายตาของสุนเก่อเหลือบไปเห็นม้วนกระดาษที่ยังชุ่มน้ำหมึกบนโต๊ะทำงาน มันกระตุกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะคว้าเอาบันทึกฉบับนั้นขึ้นมาอ่านช้า ๆ
“โอ้โห... บรรยายได้ถึงพริกถึงขิงเหลือเกินนะฮูหยิน” สุนเก่อแค่นเสียงหัวเราะในลำคอพลางไล่สายตาอ่านข้อความที่นางสารภาพถึงความเสียวซ่านยามถูกมันข่มขืน “อ่านดูแล้ว... ตระกูลเว่ยที่ยิ่งใหญ่นี่แท้จริงก็คงมีแต่ ‘หญิงแพศยา’ มาั้แ่บรรพบุรุษกระมัง ถึงได้เขียนเื่ร่าน ๆ แบบนี้ออกมาได้ลื่นไหลนัก”
“หยุดพูดจาสามหาวเดี๋ยวนี้!” เสวี่ยเหลียนตวาดกลับด้วยความโกรธที่ปนไปด้วยความอาย “ข้าเขียนเพราะเ้าบังคับ... ข้าไม่ได้เป็อย่างที่เ้าว่า!”
“บังคับงั้นหรือ?” สุนเก่อเลิกคิ้วมองนางพลางชูม้วนกระดาษขึ้น “หากเ้าไม่ได้ร่านจากข้างใน เ้าจะเขียนถึงจังหวะที่น้ำกามของข้าฉีดรดรูหีของเ้าได้ละเอียดราวกับนึกภาพตามอยู่เช่นนี้หรือ? ถ้าสิ่งที่ข้าพูดไม่จริง... แล้วตัวอักษรพวกนี้คืออะไรกันเล่า?”
เสวี่ยเหลียนอ้าปากค้างแต่นางกลับหาคำโต้แย้งไม่ได้แม้แต่คำเดียว คำบรรยายในกระดาษนั้นมันชัดเจนเกินไปว่านาง ‘จดจำ’ และ ‘รู้สึก’ ถึงทุกััหยาบโลนที่มันมอบให้ นางพยายามระงับความสั่นเทาของมือตนเองก่อนจะถามด้วยเสียงสั่นเครือ
“เ้าจะให้ข้าเขียนบันทึกประจานตนเองเช่นนี้ไปเพื่ออะไร... เ้า้าจะทำลายข้าไปถึงไหนสุนเก่อ?”
สุนเก่อหัวเราะร่าพลางตบม้วนกระดาษลงบนฝ่ามือ “ทำลายรึ? เปล่าเลยฮูหยิน ข้าแค่อยากจะ ‘ทำหนังสือขาย’ ต่างหากเล่า หนังสือภาพที่ข้าให้เ้าอ่านเมื่อเช้าเ้าก็เห็นแล้วนี่ว่ามันยอดเยี่ยมเพียงใด แต่ถ้ามันมีบันทึกของหญิงสูงศักดิ์ที่ถูกพ่อบ้านเย็ดจนติดใจแนบไปด้วยล่ะก็... ข้าว่าคนทั้งเมืองคงยอมทุ่มเงินซื้อจนข้าไม่ต้องทำงานไปชั่วชีวิตเลยล่ะ!”
ใบหน้าของเสวี่ยเหลียนซีดเผือดจนแทบจะกลายเป็กระดาษ แม้นางไม่ได้ลงชื่อ แต่รายละเอียดเื่กิจการเกลือและการตายของคนในตระกูลมันคือลายนิ้วมือที่ชี้มาที่นางเพียงคนเดียว หากเื่นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชื่อเสียงของตระกูลเว่ยที่สั่งสมมาจะกลายเป็เพียงเื่เล่าบนเตียงให้ผู้ชายทั้งเมืองเอาไปพูดถึงด้วยความกำหนัด!
เสวี่ยเหลียนแทบจะทรุดลงกับพื้นเมื่อจินตนาการถึงภาพม้วนกระดาษฉบับนี้ถูกตีพิมพ์และส่งต่อกันไปในหมู่บุรุษขี้ครอกทั่วทั้งตลาด ชื่อเสียงที่นางเพียรพยายามรักษาดุจชีวิตกำลังจะถูกนำไปวางแผ่ให้คนทั้งใต้หล้าได้จินตนาการถึงร่างเปลือยเปล่าของนางยามที่ถูกพ่อบ้านอัปลักษณ์ย่ำยี
ทว่าในวินาทีที่ความหวาดกลัวพุ่งขึ้นสุดขีด ความวิปริตบางอย่างกลับก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ นางจินตนาการถึงสายตานับร้อยนับพันคู่ที่กำลังจับจ้องและอ่านบันทึกที่นางบรรยายถึงร่องสวาทที่ชุ่มโชก น้ำรักที่ฉีดรด และเสียงครางที่หลุดจากปากกุลสตรี ความคิดที่ว่าคนทั้งเมืองจะรับรู้ถึงความ 'ร่าน' ของนางกลับสร้างความเสียวซ่านอย่างประหลาดจนร่องหีที่เพิ่งผ่านการช่วยตัวเองมาสั่นระริก และหลั่งน้ำหวานออกมาชโลมขาหนีบจนเยิ้มแฉะออกมาข้างนอก
สุนเก่อที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก มันยิ้มกว้างอย่างน่าเกลียดพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมปนคาวรัญจวนที่โชยมาจากใต้กระโปรงของนาง
“หึหึ... ดูสิฮูหยิน แค่คิดว่าจะมีชายอื่นได้อ่านเื่ที่ข้าเย็ดเ้า เ้าน้ำเดินจนได้กลิ่นคาวคลุ้งไปทั้งห้องแล้วหรือ?” สุนเก่อหัวเราะอย่างสะใจ
“มะ...ไม่จริง! ข้าไม่ได้...” เสวี่ยเหลียนพยายามจะถอยหนี
แต่ไม่ทันเสียแล้ว สุนเก่อกระชากแขนของนางอย่างแรงจนร่างบางถลาเข้ามากระแทกกับแผ่นอกกว้างที่สวมเสื้อคลุมของบิดานาง มือหยาบกร้านเชยคางของนางขึ้นบังคับให้สบตา ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากที่เน่าเหม็นเข้าหาอย่างจาบจ้วง เสวี่ยเหลียนผงะด้วยความใในคราแรก ทว่ารสจูบที่รุนแรงและป่าเถื่อนกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ถูกหนังสือสังวาสกระตุ้นไว้ั้แ่เช้า
แทนที่จะผลักไส นางกลับเผลอไผลไสลิ้นตอบโต้จูบของสุนเก่ออย่างลืมตัว เสียงแลกเปลี่ยนน้ำลายดัง "จ๊วบจาบ" ก้องห้องทำงานที่เคยเงียบสงัด มือของสุนเก่อไม่อยู่สุข มันเลื่อนลงไปบีบเค้นเต้านมที่สั่นเทิ้มผ่านเนื้อผ้าอย่างหนักหน่วง อีกข้างหนึ่งมุดเข้าใต้กระโปรงลูบไล้ไปตามโคนขาที่เปียกโชก
“อื้อออ... อื้มมม...”
เสวี่ยเหลียนครางในลำคอ ร่างกายของนางอ่อนระทวยจนต้องเกาะบ่าของสุนเก่อไว้แน่น ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีพ่ายแพ้ต่อความใคร่ที่พ่อบ้านโฉดปรนเปรอให้ นางจูบตอบมันอย่างหิวโหยราวกับหญิงแพศยาที่กระหายในรสกาม
สุนเก่อถอนริมฝีปากออกช้า ๆ มองดูใบหน้าของเสวี่ยเหลียนที่บัดนี้แดงซ่าน แววตาเลื่อนลอย และริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการถูกจูบอย่างหนัก มันหัวเราะเยาะในลำคอพลางกล่าวเสียงต่ำ
“เห็นไหมเล่า... แค่นี้ก็เป็ข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนแล้ว ว่าตระกูลเว่ยของเ้าน่ะ มันมีแต่เชื้อสายหญิงแพศยามาั้แ่บรรพบุรุษ ไม่ว่าจะเป็ย่าของเ้า มารดาของเ้า หรือแม้แต่ตัวเ้าเอง... ทุกคนล้วนแต่ซ่อนความร่านเอาไว้ใต้ชุดที่ดูสูงส่งทั้งนั้น!”
คำถากถางนั้นทิ่มแทงหัวใจ แต่นางกลับไม่มีเรี่ยวแรงจะเถียง เพราะร่างกายของนางยามนี้มันกำลังเรียกร้องหาการเติมเต็มจากชายอัปลักษณ์ตรงหน้าอย่างน่าไม่อาย
สุนเก่อแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะยามเห็นท่าทางหมดอาลัยตายอยากของเสวี่ยเหลียน มันไม่รอช้าที่จะตอกย้ำความต่ำต้อยของนาง "งั้นเ้าก็ทำสิ่งที่หญิงแพศยาร่านราคะอย่างเ้าควรทำซะ!" พูดจบ มันก็กระชากสายรัดกางเกงที่ขโมยมาจากบิดาของนางออก เผยให้เห็นท่อนเอ็นขนาดใหญ่ั์ที่ดำคล้ำและเต็มไปด้วยเส้นเืปูดโปรง มันดีดตัวผงาดง้ำสู้สายตาของฮูหยินผู้สูงศักดิ์
เสวี่ยเหลียนลอบกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอ ดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยไฟกามจับจ้องอยู่ที่สิ่งนั้นไม่วางตา ภาพจินตนาการที่นางช่วยตัวเองมาทั้งวันบัดนี้มาปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้ว ความใหญโตของมันทำให้นางทั้งหวาดกลัวและโหยหา สุนเก่อเห็นดังนั้นก็จิกกลุ่มผมสลวยของนางแล้วออกแรงกดลงอย่างแรง
“คุกเข่าลง! แล้วใช้ปากของเ้าปรนนิบัติมันให้สมกับความร่านที่เ้าเขียนไว้ในบันทึกเสีย!”
เสวี่ยเหลียนทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นอย่างว่าง่าย นางอ้าปากออกรับท่อนเนื้อที่เหม็นสาบและร้อนระอุเข้าสู่โพรงปาก นิ้วมือเรียวสวยรวบจับโคนเอ็นไว้แน่นพลางห่อริมฝีปากดูดรัดอย่างสุดกำลัง เสียง “แฉะ จ๊วบ” ดังระงมไปทั่วห้อง สุนเก่อครางต่ำด้วยความเสียวซ่านที่ถูกลิ้นอ่อนนุ่มของฮูหยินตระกูลใหญ่ตวัดเลียหัวหยักอย่างถึงใจ
เมื่อความกระสันพุ่งขึ้นใกล้จุดสุดยอด สุนเก่อก็เปลี่ยนจากการยืนนิ่งเป็ฝ่ายรุกราน มันใช้มือหนาจิกหัวของเสวี่ยเหลียนไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ก่อนจะเริ่มออกแรงกระเด้าสะโพกสวนเข้าใส่โพรงปากของนางอย่างป่าเถื่อน มันกระแทกกระทั้นเข้าออกลึกจนถึงลำคอหอย ทำเหมือนปากของนางเป็เพียงรูหีที่ใช้รองรับอารมณ์ดิบ
“อั่ก! อื้อออ... อ่อก!”
เสวี่ยเหลียนตาเหลือกค้าง น้ำตาไหลพรากด้วยความจุกและสำลัก ทว่าสุนเก่อไม่สนใยดี มันยังคงกระแทกท่อนเอ็นเข้าใส่ปากของนางอย่างรุนแรงจนหัวของนางสั่นคลอนไปตามแรงส่ง จนกระทั่งจังหวะสุดท้าย มันคำรามลั่นพร้อมกับกระแทกมิดด้ามเข้าไปในลำคอแล้วฉีดพ่นน้ำรักข้นคละคลุ้งออกมาจนล้นปาก
แทนที่จะถอนออก สุนเก่อกลับกดหัวของนางค้างไว้เช่นนั้น แช่อาวุธั์ไว้ในคอหอยของนางอย่างอำมหิต เสวี่ยเหลียนดิ้นพล่านด้วยความทรมานเพราะหายใจไม่ออก ใบหน้าของนางเริ่มเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำจากการขาดอากาศหายใจ นางพยายามดิ้นรนแต่แรงของสุนเก่อนั้นมหาศาลนัก
เมื่อมันพอใจและยอมถอนท่อนเนื้อออก เสวี่ยเหลียนก็ทรุดลงไปไอโขลกอย่างรุนแรง น้ำอสุจิสีขาวขุ่นปริมาณมากไหลทะลักออกมาจากปากและจมูกของนางจนดูน่าอเนจอนาถ นางสำลักจนตัวโยน หยาดกามที่ไหลออกทางรูจมูกทำให้นางแสบร้อนไปหมด ทว่าท่ามกลางความทรมานนั้น ร่างกายของนางกลับกระตุกเกร็งด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรงจนน่าขยะแขยง
“หึหึ... สภาพดูไม่ได้เลยนะฮูหยิน” สุนเก่อหัวเราะร่าพลางมองดูน้ำกามของตนที่เปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้าสวยล่มเมือง “แต่นี่มันเพิ่งเริ่มต้น... ไปที่เตียงได้แล้ว!”
สุนเก่อจิกหัวของเสวี่ยเหลียนที่ยังคงไอสำลักน้ำกามจนตัวโยน ลากนางตรงไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ที่ประดับด้วยม่านมุก ทันทีที่ร่างของนางถูกเหวี่ยงลงบนฟูกที่นุ่มละเอียด เสวี่ยเหลียนที่บัดนี้ถูกครอบงำด้วยกามราคะจนกู่ไม่กลับก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนแม้แต่น้อย นางรีบกระชากสาบเสื้อและปลดผ้าคาดอกของตนเองออกอย่างร้อนรนจนชุดไว้ทุกข์สีขาวหลุดลุ่ยเผยให้เห็นผิวพรรณนวลลออที่เต็มไปด้วยรอยแดงจากการถูกบีบเค้น
นางนอนแผ่ราบพลางแยกเรียวขาขาวผ่องออกกว้างจนเห็นร่องสวาทที่บวมช้ำและเยิ้มแฉะโชว์ให้เห็นความร่านที่ซ่อนอยู่ภายใน สุนเก่อที่เห็นดังนั้นก็หัวเราะลั่นอย่างดูแคลน
“ดูสิ! พ่อเ้าตาย ลุงเ้าตาย สามีเ้าตาย แต่เ้ากลับมานอนอ้าขารอให้ข้าเย็ดเหมือนสุนัขตัวเมียที่ติดสัด” มันด่าทอพลางคลานขึ้นมาคร่อมร่างของนาง “ตระกูลเว่ยที่แสนสูงส่ง แท้จริงก็แค่แหล่งผลิตหญิงสำส่อน!”
“อึก... เย็ดข้า... ได้โปรด... สุนเก่อ เย็ดข้าแรง ๆ..”
เสวี่ยเหลียนไม่ได้สนใจคำด่าทอนั้นอีกต่อไป นางแอ่นสะโพกขึ้นรับทันทีที่สุนเก่อกดท่อนเอ็นขนาดเขื่องสวนพรวดเข้าสู่ร่องเนื้อที่ชุ่มโชก ความใหญ่โตที่ขยายจนมิดด้ามทำให้นางเจ็บจนจุก ทว่าเสียงครางที่หลุดออกมากลับไม่ใช่เสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่มันคือเสียงคราง “อ๊างงง! อื้อออ!” ที่ดังระงมไปทั่วห้อง ใบหน้าสวยล่มเมืองบัดนี้บิดเบี้ยวเหยเกจนเสียกิริยากุลสตรี ริมฝีปากอ้าค้าง ลิ้นเล็ก ๆ สั่นระริกอยู่ข้างใน ดวงตาเหลือกลอยขึ้นข้างบนยามที่ความเสียวซ่านพุ่งจี๊ดเข้าสู่สมอง
สุนเก่อโหมสะโพกเข้าใส่ในท่าปกติ แต่น้ำหนักและการกระแทกนั้นรุนแรงดุจพายุ ทุกครั้งที่มวลเนื้อกระทบกันเสียง “ปึ่ก! ปึ่ก” ดังสะท้อนก้อง เสวี่ยเหลียนจิกเล็บลงบนหลังของพ่อบ้านโฉดจนขึ้นรอยเื นางแอ่นตัวตามแรงกระแทกทุกจังหวะ ร่างกายสั่นคลอนเหมือนใบไม้ต้องลม ทรวงอกอวบอิ่มแกว่งไกวไปตามแรงเหวี่ยง ยามนี้ไม่มีอีกแล้วฮูหยินผู้สง่างาม เหลือเพียงหญิงร่านที่กำลังสำลักความสุขสมจากอาวุธของชายที่ฆ่าคนในครอบครัวนางอย่างบ้าคลั่ง
สุนเก่อหยุดจังหวะการกระแทกชั่วครู่ มันแสยะยิ้มพลางมองดูใบหน้าของเสวี่ยเหลียนที่บิดเบี้ยวจนดูไม่ได้ ก่อนจะพลิกตัวนอนหงายแล้วกระชากร่างของนางให้ขึ้นมาอยู่้า “เดี๋ยวข้าจะสอนอะไรดี ๆ ให้เ้าได้รับรสชาติของการเป็สัตว์เพศเมียดูบ้าง จะได้มีเื่ไปเขียนในหนังสือให้บุรุษทั้งเมืองมันแข็งตาม!”
มันบังคับให้นางอยู่ใน ‘ท่าวานรควบม้า’ โดยให้เสวี่ยเหลียนหันหลังให้มันแล้วนั่งทับลงบนท่อนเอ็นั์ในลักษณะคุกเข่า เสวี่ยเหลียนที่ยามนี้ความเงี่ยนง่านค้ำคอไม่อาจขัดขืน นางค่อย ๆ หย่อนสะโพกกลมกลึงทับซ้อนลงไป ความใหญ่โตที่สวนลึกเข้าไปในร่องเนื้อทำให้หน้านางเหยเกหูอื้ออึงไปหมด
Wควบมันสิ! ควบเหมือนที่พวกนางคณิกาทำ!W สุนเก่อคำรามพร้อมกับเงื้อมมือหนา ตบลงบนแก้มก้นขาวนวลของนางดัง 'เพียะ!' จนขึ้นรอยฝ่ามือสีแดงฉาน
“อ๊างงง!” เสวี่ยเหลียนสะดุ้งสุดตัว ความเจ็บแสบที่ก้นกลับกลายเป็เชื้อไฟชั้นดี นางเริ่มโยกย้ายส่ายสะโพกควบขย่มลงบนตัวสุนเก่ออย่างบ้าคลั่ง ลมหายใจหอบกระชั้น “แฮ่ก แฮ่ก” เหมือนสัตว์ป่าที่กำลังกระหาย สุนเก่อไม่หยุดเพียงแค่นั้น มันรัวฝ่ามือตบเข้าที่สะโพกของนางซ้ำ ๆ “เพียะ! เพียะ! เพียะ!” ทุกครั้งที่ถูกตบ เสวี่ยเหลียนจะสะดุ้งและเร่งจังหวะการควบให้หนักหน่วงขึ้น รูหีของนางบีบรัดท่อนเอ็นจนสุนเก่อครางซ่าน
“อื้อออ... แรงอีก... ตบข้าอีก... อ๊าาา!” นางร้องะโออกมาอย่างไม่สนเกียรติยศ ลิ้นสีชมพูแลบออกมาเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ใบหน้าเหยเกบิดเบี้ยวด้วยความเสียวจนถึงขีดสุด
จนกระทั่งถึงจังหวะสุดท้าย สุนเก่อคำรามลั่นพลางสวนสะโพกขึ้นอย่างรุนแรงพร้อมกับฉีดพ่นน้ำอสุจิร้อนระอุเข้าสู่ภายใน เสวี่ยเหลียนรู้สึกได้ถึงแรงฉีดที่พุ่งชนปากมดลูกอย่างจัง ร่างกายของนางกระตุกเยือกแหงนหน้าขึ้นฟ้า ลำคอระหงเกร็งจนเห็นเส้นเื นางกรีดร้องออกมาเป็เสียงหลงที่ฟังไม่เป็ภาษา ก่อนจะฟุบตัวลงทับร่างของสุนเก่ออย่างหมดแรง น้ำกามสีขาวขุ่นไหลย้อนออกมาตามโคนขาที่สั่นเทิ้ม
เวลาผ่านไปจนดึกสงัด ทั้งสองคนนอนจมกองกามราคะด้วยความเหนื่อยอ่อน ทว่าในความมืดมิดนั้น เสวี่ยเหลียนที่สติเริ่มเลือนลางกลับทำในสิ่งที่แม้แต่นางเองก็ไม่เข้าใจ มือของนางยังคงกำรอบท่อนเนื้อที่อ่อนตัวลงของสุนเก่อไว้แน่น นางขยับตัวเข้าหาความร้อนจากกายของชายอัปลักษณ์ กำมันไว้ราวกับเป็สมบัติล้ำค่าที่กลัวว่าจะถูกใครแย่งชิงไป นางนอนหลับไปในสภาพนั้น สภาพที่มือของกุลสตรีตระกูลใหญ่กำลังกุมความอัปยศของตนเองไว้ไม่ยอมปล่อย