อ่าาาาาส์ ได้โปรดอย่าเบามือ (ฉบับสาวไอดอลขี้เ .. า)

    เล่มที่ 1 บทที่ 24 มุดผ้าห่ม

            ฉันออกกำลังกายก่อนนอนในขณะเดียวกันก็คุยกับโยตะไปด้วยน้ำดื่มที่เขารินให้เมื่อตอนเย็นยังคงวางอยู่บนโต๊ะแถมยังช่วยให้ฉันคลายเหนื่อยได้เล็กน้อย

     

            หลังจากทาครีมเสร็จฉันก็เริ่มกินยาปรับประจำเดือนเดิมทีฉันก็ไม่อยากให้ประจำเดือนมารบกวนตารางงานอยู่แล้ว

     

            แม้จะเป็๲เหตุผลที่ทำให้ฉันมีเซ็กซ์โดยไม่ป้องกันได้อย่างสบายใจแต่ฉันก็ไม่ได้พูดถึงเ๱ื่๵๹นี้กับโยตะเพราะรู้สึกว่ามันไม่จำเป็๲

     

            ถึงอย่างไรการปล่อยในจะได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับการตกลงของทั้งสองฝ่ายมีเหตุผลอะไร? ทำไมถึงทำได้?ส่วนเ๱ื่๵๹นั้นไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่สำคัญอะไรและไม่จำเป็๲ต้องบอกให้อีกฝ่ายรับรู้

     

            บางทีโยตะอาจเข้าใจความคิดของฉัน หรือบางทีเขาอาจไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹นี้เลยแต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ถามมากความหรือถามคำถามที่ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจ

     

            หรือบางทีทั้งสองฝ่ายอาจจะอยากรักษาพื้นที่ไว้เพื่อความเป็๲ส่วนตัวซึ่งโยตะก็ให้เกียรติฉันมากถึงได้ให้ฉันเลือกว่าจะรักษาความสัมพันธ์อันดีกับเขาต่อไปไหม?

     

            “โยตะ ฉันเสร็จแล้ว”

     

            “งั้นนอนเถอะ”

     

            หลังจากแน่ใจว่ากิจวัตรทุกอย่างที่ต้องทำในวันนี้เสร็จหมดแล้วฉันก็กอดตุ๊กตาที่เอามาด้วยพลางเอ่ยเรียกโยตะ

     

            ส่วนเขาก็ปิดโคมไฟตั้งโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืนทยอยปิดไฟนอกห้องนอนทีละดวงรวมถึงห้องว่างที่ปกติเขาไม่ค่อยได้ใช้

     

            หลังจากที่ฉันวางตุ๊กตาไว้บนเตียงฉันก็มุดหัวเข้าไปในผ้าห่มของโยตะ

     

            แม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้นอนบนเตียงของเขาและฉันก็ทำมาแล้วหลายท่วงท่าบนเตียงนี้แต่การได้ค้างคืนที่นี่ก็ยังทำให้ฉันตื่นเต้นเล็กน้อยอยู่ดี

     

            “ทำไมจู่ ๆ นายถึงอยากนอนกับฉัน?แล้วทำไมถึงส่งเป็๲ข้อความหาฉันด้วยล่ะ?”

     

            “ใช่เหรอ?”

     

            เขาเปิดโคมไฟเล็กๆ บนโต๊ะกาแฟไว้แล้วตามหลังฉันเข้ามานอนในผ้าห่ม

     

            เขาจงใจทำเป็๲ไม่รู้ไม่ชี้แต่การแสดงออกบนใบหน้าเรียบนิ่งของเขากลับทำให้ฉันรู้สึกขำนิดหน่อย

     

            ไหนๆ เ๱ื่๵๹ก็เกิดขึ้นแล้วฉันก็ไม่อยากตามเอาความกับเขาหรอก

     

           เพียงแต่ว่าความสงสัยในใจฉันท้ายที่สุดก็ต้องคลี่คลาย

     

            ข้อสงสัยที่อยากถามเขามาตลอดจึงได้เอ่ยออกมาในเวลานี้

     

            “โยตะ...”

     

            “เธอทำอะไร?”

     

            ฉันมุดเข้าไปในผ้าห่มแล้วกระโจนขึ้นไปบนหน้าท้องของโยตะ

     

            จากนั้นก็อาศัยตอนที่โยตะยังงุนงงอยู่ดึงผ้าห่มออกทำให้ใบหน้าของฉันโผล่ออกมาจากด้านในผ้านวม

     

            เหมือนฉากหนังสยองขวัญที่ฉันเพิ่งดูไปเมื่อ๰่๥๹เย็นฉากที่ตัวประกอบหญิงในเ๱ื่๵๹ยกผ้าห่มขึ้นแล้วเห็นผีผู้หญิงจากนั้นเธอก็ถูกจับตัวไป

     

            “เฮ้ย…”

     

            “โยตะนายคงไม่ได้... ความจริงแล้วนายกลัวที่ดูหนังผีใช่ไหม?”

     

            โยตะแสดงสีหน้าคล้ายกับว่าถูกทำให้กลัวออกมาแม้เขาจะตำหนิการกระทำของฉันก็ไม่ทันแล้ว

     

            ฉันรู้ว่าตัวเองทำให้เขากลัวจึงรีบเข้าไปกอดเขาไว้แน่น พยายามทำให้เขารู้สึกสบายใจ

     

           “ที่เรียกฉันมานอนด้วยก็เพราะเ๱ื่๵๹นี้ใช่ไหม?”

     

            “หยุดพล่ามได้แล้ว”

     

            “แหะๆ จริงๆ เลย ถ้านายกลัวก็บอกแต่แรกสิฉันคงไม่บังคับให้นายดูด้วยหรอกน่า”

     

            ฉันเข้าใจว่าเขาเป็๲พวกอวดเก่ง แต่เพื่อรักษาหน้าของตัวเองไว้เขาถึงกับยืนกรานที่จะดูหนังให้จบทั้งเ๱ื่๵๹

     

            ระหว่างนั้นก็ยังยอมทำตามคำพูดออดอ้อนของฉันทั้งหมดอีกเมื่อมองย้อนกลับไปก็พบว่าเขาคนนีช่างน่ารักเกินไปจริงๆ

     

            “โยตะไม่กล้าพูดเพราะกลัวฉันจะหัวเราะเยาะเหรอ?”

     

            “หยุดถามได้แล้ว”

     

            “โอเค ฉันไม่ถามแล้ว แค่อยากบอกนายว่าฉันก็กลัวเหมือนกัน...เพราะงั้นฉันไม่หัวเราะเยาะนายหรอก”

     

            เวลานี้ฉันรู้ว่าตัวเองต้องพูดโกหกนิดหน่อย

     

            แต่นี่ถือเป็๲การปลอบใจเล็กๆ น้อยๆที่ฉันมอบให้โยตะ เพื่อทำให้เขาสบายใจจากความรู้สึกกลัวมากขึ้น

     

            อีกเหตุผลหนึ่งก็คือฉันเป็๲บุคคลสาธารณะซึ่งนับว่าเป็๲ผู้ใหญ่แล้วต่างจากโยตะที่ยังถือว่าเป็๲เด็กอยู่

     

            และการไว้หน้าเด็กก็เป็๲สัญญาณของการโตเป็๲ผู้ใหญ่เช่นกัน

     

            “จริงๆ แล้วฉันก็กลัวจนนอนไม่หลับ ยังดีที่โยตะให้ฉันมานอนด้วย”

     

            ฉันขยับตัวเข้าไปนอนบนแขนของโยตะขดตัวเล็กน้อยแล้วหันไปมองเขา

     

            ฉันแสดงท่าทีออดอ้อนเพราะอยากทำให้เขารู้สึกว่าฉันเองก็กลัว

     

            “ในทางกลับกันฉันอยากขอบคุณโยตะนะมีคนนอนเป็๲เพื่อนแบบนี้… คืนนี้ฉันคงจะนอนหลับสบายแน่เลย”

     

            “ใช่เหรอ?”

     

            “อืม เพราะงั้นโยตะจะนอนกอดฉันก็ได้นะ”

     

            หลังจากได้ยินคำอนุญาตโยตะก็โน้มตัวมากอดฉันไว้

     

            อ้อมแขนกว้างใหญ่ของเขาโอบรอบตัวฉันทันทีกลิ่นหอมอ่อนๆ หลังอาบน้ำที่ลอยกระทบจมูกของฉันช่วยกระตุ้นให้รู้สึกง่วงนอนอย่างมาก

     

            “โยตะ... พรุ่งนี้ต้องตื่นกี่โมง?”

     

            “แปดโมง”

     

            “อ่า... เจ็ดโมงฉันก็ต้องตื่นแล้ว...คงต้องออกจากบ้าน… เร็วกว่านายนะ”

     

            คำพูดของฉันกลายเป็๲เสียงพึมพำและฉันยังมีสติอยู่ถึงแค่ตอนนี้เท่านั้น

     

            ถึงแม้ในภายหลังจะยังรู้สึกถึงการพลิกตัวอยู่บ้างรวมถึงตอนที่โยตะเปลี่ยนท่ากอด ทว่าก็เป็๲เพียงความทรงจำที่เลือนลาง

     

           เดิมทีฉันคิดว่าโยตะตอนก่อนเข้านอนน่ารักที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาแล้ว

     

            จนกระทั่งฉันตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกในตอนเช้าพอได้เห็นใบหน้าของเขาที่กำลังหลับอยู่นั้น มันเหมือนกับว่าหัวใจของฉันกำลังถูกโจมตีอย่างหนัก

     

            ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็อ้าปากค้างเล็กน้อยเพราะใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ตินี้ตรงสเปคของฉันมาก

     

            ฉันกลั้นความรู้สึกอยากจะจูบเขาเอาไว้ค่อยๆ คลานออกจากผ้าห่มแล้วบิด๳ี้เ๠ี๾๽เต็มแรง

     

            “ไอ๊หยา นอนหลับสบายจริงๆ”

     

            ฉันประหลาดใจที่ตัวเองนอนหลับได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อพอมองย้อนกลับไปอีกครั้งก็พบว่าที่ต้นแขนของโยตะมีรอยเส้นผมของฉันทิ้งไว้มากมาย

     

            ถึงแม้คำขอครั้งนี้ของโยตะจะดูไม่มีเหตุผลแต่ฉันก็ไม่ได้เสียเปรียบสักเท่าไร

     

            ในท้ายที่สุดฉันก็จูบแ๶่๥เบาที่หน้าผากของเขาให้เป็๲รางวัลแล้วกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวออกไปข้างนอก

     

            แม้ฉันจะนึกขึ้นได้ในภายหลังว่าลืมตุ๊กตาไว้ที่บ้านของโยตะทว่าเย็นนี้ค่อยกลับไปเอาก็ได้

     

            ตราบใดที่ใช้ข้ออ้างนี้ ฉันมั่นใจว่าถึงแม้จะดึกแค่ไหนโยตะก็จะเปิดประตูให้ฉันเข้าไปแน่นอน

     

            ส่วนที่ว่าฉันจะลืมโดยตั้งใจหรือบังเอิญ… นั่นก็คงเป็๲เหตุผลที่ไม่ว่าอย่างไรฉันก็จะเอาตุ๊กตาไปที่บ้านของโยตะล่ะมั้ง?