เมิ่งชิงหรูฝันถึงอดีตที่ผ่านมาของตนเอง นางในวัยเด็กมักติดตามท่านย่าเข้าออกจวนแม่ทัพตระกูลเหยียนอยู่บ่อยครั้ง ด้วยท่านท่านย่าของนางเป็สหายสนิทกับฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเหยียน นางกับเหยียนชิงโม่ได้พบกันอยู่บ่อยครั้งจึงมีความคุ้นเคยกันดี จวบจนนางเริ่มเติบโตจากคนคุ้นเคยทั่วไปก็กลับกลายแปรเปลี่ยนเป็คนรัก ท่านย่าของนางไม่เคยห้ามปรามและเป็คนสนับสนุนนางเสียด้วยซ้ำ เพราะเห็นว่าถ้าหากนางแต่งเข้าตระกูลเหยียนได้วันข้างหน้าก็จะได้ช่วยส่งเสริมจวนตระกูลเมิ่ง
แต่แล้วเมื่อเหยียนชิงโม่ไปขอให้ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเหยียนมาสู่ขอนาง ฮูหยินผู้เฒ่ากลับปฏิเสธด้วยติดที่ฐานะของตระกูลเมิ่งไม่สามารถช่วยเหลือค้ำจุนเหยียนชิงโม่ในวันข้างหน้าได้ นางได้รู้เื่นี้ในภายหลังก็เพราะท่านย่ามาดุด่านางแล้วก็กล่าวหานางว่าไม่รู้จักเจียมตัวทำให้ตระกูลเมิ่งต้องเสื่อมเสีย ยามนั้นนางทั้งเสียใจและรู้สึกหดหู่เป็อย่างมาก ท่านย่าคิดจะส่งนางกลับไปแต่งงานกลับคหบดีผู้หนึ่งที่อยู่ชนบทนางก็จำต้องยินยอมแต่โดยดี แต่แล้วเหยียนชิงโม่ผู้ที่เคยสาบานว่ารักนางอย่างสุดซึ้งกลับทนสูญเสียนางไม่ได้ จึงมาข่มเหงรังแกนางบีบบังคับให้นางตกเป็ของเขาอย่างผิดธรรมเนียม นางจึงไม่สามารถแต่งงานกับผู้ใดได้อีกนอกจากเขา
ในวันแต่งงานของนางเมื่อนางรู้ว่าเกี้ยวเ้าสาวไม่สามารถเข้าประตูใหญ่ของจวนตระกูลเหยียนได้หัวใจของนางก็เหมือนถูกควักออกไปทั้งดวง ถึงแม้เหยียนชิงโม่จะสาบานอยู่หลายครั้งว่าแม้ว่านางจะเป็อนุแต่ก็จะไม่มีผู้ใดมาเป็ใหญ่เหนือนางได้ เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินเข้าทำให้ความเป็อยู่ของนางในตระกูลเหยียนต้องย่ำแย่เสียยิ่งกว่าสาวใช้ของฮูหยินผู้เฒ่าเสียอีก คิดจะกลับไปขอพึ่งพาตระกูลเมิ่งนางก็ถูกพวกเขาชิงตัดขาดความสัมพันธ์ไปเสียก่อนหน้านั้นแล้ว เนื่องจากไม่สามารถยอมรับเื่ที่นางไปเป็อนุของผู้อื่นได้จึงชิงตัดชื่อของนางออกจากผังของวงศ์ตระกูลไปเสียพวกเขาจะได้รู้สึกสบายใจขึ้น
ในยามนั้นเมิ่งชิงหรูก็คิดได้แล้วว่าสำหรับตระกูลเมิ่งแล้ว นางเป็เพียงสินค้าที่ขายขาดทุนชิ้นหนึ่ง พวกเขาเฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูนางมาเป็อย่างดีเพื่อหวังว่าวันหน้าจะได้ใช้การแต่งงานของนางช่วยเกื้อกูลบรรดาพี่ชายและน้องชายในตระกูลได้ แต่ในเมื่อนางสามารถคว้าได้เพียงฐานะอนุอันต่ำต้อย ทุกสิ่งที่พวกเขาทุ่มเทให้กับนางมาก่อนหน้านี้ล้วนเป็การสูญเปล่า เพราะฉะนั้นสินค้าขาดทุนชิ้นนี้ก็จงอย่าพาตนเองมาให้พวกเขาเห็นแล้วต้องรู้สึกปวดใจอีกต่อไป
ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากอยู่นานนับปีท้องของนางก็ทำให้นางได้ลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้อีกครั้ง นางคลอดบุตรฝาแฝดชายหญิงออกมาได้คู่หนึ่งสร้างความยินดีให้แก่คนทั้งจวน ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับมอบอำนาจดูแลจวนทั้งหมดให้นางดูแล แน่นอนว่าอำนาจนี้ย่อมตามมาด้วยความเหนื่อยยากและต้องลำบากตรากตรำมากมาย ฮูหยินผู้เฒ่าแก่แล้วจึงไม่อยากจะดูแลจวนอันยุ่งเหยิงแห่งนี้อีก มิสู้ยกให้เมิ่งชิงหรูดูแลนางจะได้มีเวลาดูแลเหลนชายหญิงของนางได้อย่างสบายใจ
วันเวลาดีๆของเมิ่งชิงหรูอยู่ได้เพียงไม่นานสามปีต่อมาเหยียนชิงโม่สร้างความดีความชอบครั้งยิ่งใหญ่ จนฮ่องเต้พระราชทานสมรสองค์หญิงใหญ่ให้แก่เขา นอกจากฐานะแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉู่แล้วยังได้ตำแหน่งราชบุตรเขยพ่วงเข้ามาอีกด้วย คนทะเยอทะยานอย่างเหยียนชิงโม่มีหรือที่จะปฏิเสธ เมิ่งชิงหรูได้แต่กล้ำกลืนความชอกช้ำจัดงานเลี้ยงงานเพื่อเฉลิมฉลองสมรสพระราชทานให้แก่สามีของตนเองอย่างยิ่งใหญ่และไม่ขาดตกบกพร่องใดๆ เพื่อให้สมกับฐานะจวนแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉู่และราชบุตรเขยขององค์ฮ่องเต้
วันแรกที่ต้องคารวะภรรยาเอกนางถูกองค์หญิงสั่งให้คุกเขาอยู่เป็เวลานาน จวบจนเหยียนชิงโม่มาช่วยขอความเป็ธรรมให้แก่นาง จิตใจอันดำดิ่งของนางจึงรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแต่ก็แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อำนาจการดูแลจวนทั้งหมดแน่นอนว่านางต้องส่งมอบคืนองค์หญิงในฐานะภรรยาเอกรวมทั้งบุตรธิดาของนางก็ล้วนต้องยกให้อยู่ภายใต้ชื่อขององค์หญิงพวกเขาจะได้มีอนาคตที่ดี
เมิ่งชิงหรูถูกย้ายไปอยู่เรือนที่ห่างไกลผู้คน ที่สำคัญนางถูกห้ามไม่ให้พบกับลูกๆของนางอีกต่อไป ่เวลานั้นนางถูกทารุณและกลั่นแกล้งสารพัด ฮูหยินผู้เฒ่าไม่เคยออกหน้าช่วยเหลือนางเลยสักนิดและที่น่าเ็ปใจก็คือบางครั้งเหยียนชิงโม่เห็นว่านางกำลังถูกรังแกต่อหน้าต่อตาของเขา แต่เขากลับทำเมินเฉยไปเสียอย่างนั้น ทุกครั้งที่ได้พูดคุยกันไม่เคยมีสักครั้งที่จะไม่ทะเลาะกัน จวบจนเขาลงมือตบหน้านางด้วยตนเอง นางจึงได้ตัดเขาออกไปจากหัวใจอันเ็ปในทันที ความสุขเดียวของนางก็คือการได้แอบมองลูกอยู่ไกลๆ จวบจนพวกเขาสิ้นลมไปอย่างมีเงื่อนงำ เมิ่งชิงหรูจึงคิดได้ว่านางไม่เหลืออะไรอีกแล้ว เสียงร่ำไห้หลุดลอดผ่านลำคอออกมาอย่างยากลำบากแรกเริ่มก็ร้องไห้อย่างไม่มีเสียง แล้วต่อมาก็กลายเป็ร้องไห้เสียงดังจนนางต้องสะดุ้งตื่น
เมื่อรู้สึกตัวเต็มที่ก็พบว่านางกำลังนอนอยู่บนเตียงที่มีการตกแต่งที่ไม่คุ้นตา นางเหลียวมองไปรอบๆห้องด้วยความยากลำบาก ลำคอของนางรู้สึกเ็ปและร้อนผ่าว นางพยายามขยับตัวก็พบว่าร่างกายของนางไร้ซึ่งเรียวแรงและอ่อนล้าเป็อย่างมาก แต่แม้ว่าจะขยับตัวไม่ได้แต่นางก็รับรู้ได้จากความรู้สึกว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของนาง เมื่อความรู้สึกนี้วูบเข้ามาในหัว ความทรงจำทุกอย่างของร่างนี้ก็พากันหลั่งไหลเข้ามาจนหัวของนางแทบจะะเิ
เ้าของร่างนี้ชื่อชิงหรูเช่นเดียวกับนางแต่แซ่หลิน เป็บุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาของเสนาบดีกรมพิธีการหลินจิ้ง สาเหตุที่นางต้องนอนหมดสภาพเช่นนี้ก็เพราะนางแขวนคอของตนเองเนื่องจากถูกบิดาบีบบังคับให้แต่งไปเป็อนุของฉินเย่วเทียน เมิ่งชิงหรูแอบนิ่วหน้าด้วยความรังเกียจนางพอได้ยินชื่อเสียงของฉินเย่วเทียนผู้นี้อยู่บ้าง ฉายาคุณชายเ้าสำราญของเขาไม่มีผู้ใดในเมืองหลวงที่ไม่รู้จัก ถึงแม้จะมีรูปโฉมหล่อเหล่าวงศ์ตระกูลมีอำนาจและชื่อเสียงแต่ตัวเขากลับมีชื่อเสียงยิ่งกว่าในเื่ของการชอบดื่มสุราเคล้านารี
“ชิงหรู ชิงหรู เ้าเป็อย่างไรบ้าง เ้าอย่าทิ้งแม่ไปนะหากไม่มีเ้าแล้วแม่จะอยู่อย่างไร” น้ำเสียงร่ำไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ พร้อมร่างบางที่วิ่งถลาเข้ามาในห้องทำให้เมิ่งชิงหรูต้องขมวดคิ้ว ร่างบอบบางอันงดงามเดินเข้ามาเกาะกุมมือของนางอย่างอ่อนโยน ดวงหน้างดงามที่นองไปด้วยน้ำตายื่นหน้าเข้ามามองนางด้วยสายตาเป็ห่วง นางคือเว่ยอี๋เหนียงอนุภรรยาผู้เป็ที่รักของหลินจิ้งและเป็มารดาแท้ๆของหลินชิงหรู มีคนอีกสองคนที่เดินติดตามนางเข้ามาในห้องด้วยสีหน้ากังวลใจ เป็หลินจิ้งและฮูหยินของเขานามว่าฟางจิ้นผิงพวกเขาเดินตรงมายังที่นอนเพื่อดูอาการของนาง ทำให้เมิ่งชิงหรูต้องรีบหลุบสายตาของตนเองลง
“..อี๋เหนียง..ข้าไม่เป็อะไรแล้ว” เมิ่งชิงหรูพยายามเค้นลำคอของตนเองจนสามารถพูดออกมาได้อย่างยากลำบาก
“ชิงหรู ชิงหรูของข้า เป็ข้าไม่ดีเองไม่ดูแลเ้าให้ดี ทำให้เ้าต้องเป็แบบนี้ ฮือๆ” เว่ยอี๋เหนียงเห็นสภาพของบุตรสาวแล้วก็ร่ำไห้ออกมาเสียงดังอีกครั้ง นางใช้มือเรียวงามลูบไปตามรอยบวมแดงและรอยถลอกที่อยู่รอบๆลำคอของบุตรสาวด้วยสีหน้าเ็ป
“ยามนี้เ้ารู้จักปวดใจบ้างแล้วหรือ ข้าเคยบอกเ้าแล้วว่าอย่าบีบบังคับนางมากจนเกินไป เห็นหรือไม่ว่ายามนี้นางมีสภาพเช่นไร” ฟางจิ้นผิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า นางเอ่ยกับเว่ยอี๋เหนียงแต่สายตาของนางกลับตวัดไปมองหลินจิ้งด้วยความไม่พอใจ
“ชิงหรูเ้าไม่น่าเอาชีวิตของตนเองมาล้อเล่นเช่นนี้ แม้ว่าข้าจะบีบบังคับเ้าแต่ที่ทำลงไปก็เพราะรักและหวังดี อี๋เหนียงของเ้าก็เช่นกันนางมีเ้าเป็บุตรสาวเพียงคนเดียวจึงอยากให้เ้าได้มีชีวิตที่ดี วันข้างหน้าพวกข้าจะได้ไม่ต้องเป็ห่วงเ้าอีก” หลินจิ้งเอ่ยกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงปลอบประโลมแต่ตัวเขากลับเดินไปโอบประคองเว่ยอี๋เหนียงที่กำลังฟุบใบหน้าร่ำไห้อยู่บนตัวของเมิ่งชิงหรูให้นางขยับตัวลุกขึ้นมาอย่างอ่อนโยน ฟางจิ้นผิงไม่ได้สนใจท่าทีโอบประคองกันของคนคู่นั้นเพราะภาพเช่นนี้นางเห็นจนชินตามานานหลายปีแล้ว นางเดินเฉียดหน้าคนทั้งคู่มานั่งลงบนเตียงพลางโน้มตัวลงมามองบุตรเลี้ยงของตนเองด้วยสายตาอ่อนโยน
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง คราวหน้าอย่าทำเช่นนี้อีกอย่าลืมว่าจวนหลังนี้ยังมีแม่ใหญ่อยู่ แม้พวกเขาบีบบังคับเ้าเช่นไรหากข้าไม่พยักหน้ามีหรือพวกเขาจะทำอันใดเ้าได้” ฟางจิ้นผิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หลินชิงลี่บุตรสาวของนางมีอายุมากกว่าหลินชิงหรูเกือบสิบปี หลายปีที่ผ่านมานี้หลินชิงลี่แต่งเข้าราชวงศ์มีตำแหน่งเป็ไท่จื่อเฟยของตำหนักบูรพาน้อยครั้งนักที่จะได้ออกจากวังกลับมาที่จวนเดิม ข้างกายของนางจึงมีเพียงหลินชิงหรูผู้เป็บุตรสาวของเว่ยอี๋เหนียงให้เลี้ยงดูเพื่อคลายความคิดถึงบุตรสาวของตนเอง แต่น่าเจ็บใจนักที่หลินจิ้งและเว่ยอี๋เหนียงใช้่เวลาที่นางไปอยู่ดูแลไท่จื่อเฟยที่เพิ่งคลอดองค์ชายน้อยมาบีบบังคับหลินชิงหรูให้แต่งงานไปเป็อนุของฉินเย่วเทียนทำให้นางต้องมีสภาพปางตายเช่นนี้
“เป็ข้าเองที่คิดไม่รอบคอบ ทำให้ท่านแม่ต้องกังวลแล้ว” เมิ่งชิงหรูเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบาพลางหลุบสายตาของตนเองลงเพื่อบดบังแววตาของตนเอง กับฟางจิ้นผิงผู้นี้นางกังวลว่าด้วยความเฉลียวฉลาดของฟางจิ้นผิงจะทำให้นางรับรู้ถึงความผิดปกติของตนเองได้
“ผิงผิง เ้าเอ่ยเช่นนี้ช่างทำให้ข้าปวดใจยิ่งนัก นางก็เป็บุตรสาวของข้าเช่นกันมีหรือที่ข้าจะไม่หวังดีกับนาง” หลินจิ้งที่ยืนปลอบประโลมเว่ยอี๋เหนียงอยู่ด้านข้างเอ่ยแย้งออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ท่านไม่ต้องพูดแล้ว การแต่งงานครั้งนี้ข้าขอยกเลิก ท่านไปบอกกับคุณชายฉินผู้นั้นว่าหลินชิงหรูไม่มีทางแต่งออกไปเป็อนุของผู้อื่นอย่างเด็ดขาด” น้ำเสียงเด็ดขาดของฟางจิ้นผิงทำให้หลินจิ้งและเว่ยอี๋เหนียงพากันก้มหน้ารับคำชี้ขาดด้วยความหวาดหวั่น ส่วนเมิ่งชิงหรูที่นอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเตียงกลับมีดวงตาที่สาดแสงแรงกล้าขึ้นมา ใช่แล้วยามนี้นางไม่ใช่เมิ่งชิงหรูอีกต่อไปแล้วแต่นางคือหลินชิงหรูและชาตินี้นางจะไม่ยอมเป็อนุของผู้อื่นอีกครั้งเป็อันขาด