ให้ตายสิ... ในห้วงหนึ่งของความทรงจำอันลางเลือน... ในความฝันของผมครั้งหนึ่งที่ไม่อยากจะจำนั้น จำได้คลับคล้ายคลับคราว่า มือของใครคนนั้นที่มาจับขาของผม ก็มีขนที่มือและแขนรกรุงรุงเต็มไปหมดเหมือนกัน ถ้าจันไม่เล่าให้ผมฟังว่ามะลิฝันแบบนี้ ผมก็คงลืมเลือนความฝันเื่นี้จนจำแทบไม่ได้ไปแล้ว นี่หมายความว่าผมกับมะลิก็ฝันเื่เดียวกันน่ะสิ...?
"แต่ว่าทำไมมะลิ.." พอดีผมหันไปเห็นมะลิกำลังกวาดบ้านอยู่ตรงระเบียงชั้นสอง "ทำไมมะลิเหมือนกับไม่ได้กลัวอะไรเลยล่ะ ?"
"โอ๊ย ข้างนอกดูเหมือนไม่กลัว แต่ข้างในหล่อนกลัวไม่น้อยล่ะพี่ นี่ถ้าไม่ติดว่ามีหนี้สินที่จะต้องเคลียร์กันอีกเยอะแล้วล่ะก็ ผมกับมะลิคงเผ่นตามคนอื่นๆไปนานแล้วล่ะ ผมเองก็ได้แต่คิดกับมะลิว่า เราสองคนมาดี เขาคงจะไม่ทำอะไรเราหรอกมั้ง ?"
แล้วลมเย็นๆก็พัดกรูเกรียวมาอีกละลอกหนึ่ง และคราวนี้ดูเหมือนจะเยียบเย็นกว่าเดิม ในสายลมนั้นแว่วๆเหมือนมีเสียงใครหัวเราะเสียงต่ำๆปะปนมา...
"พี่กิต.. ได้ยินไรไม๊...?" จันหรี่ตาถาม พลางหันไปหันมาล่อกแล่ก
"เสียงลมพัดใส่ต้นไม้น่ะ ดูสิใบไม้ร่วงกราวเลย... " ผมว่า
"ลมพัดใส่ต้นไม้เป็เสียงหัวเราะได้เหรอพี่?" จันแย้ง
"จัน..!" เสียงของผมดังขึ้นมาอีกโดยผมไม่รู้ตัว
ผมไม่อยากจะบอกจันเลยว่า ผมก็ได้ยินเสียงหัวเราะนั้นด้วยเหมือนกัน แต่นี่มันจะเป็ไปได้อย่างไรล่ะ มันอาจจะไม่ใช่เสียงหัวเราะ อาจจะเป็เสียงลมปะทะกับอะไรจนฟังดูคล้ายเสียงหัวเราะก็เป็ได้
"นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้ยินนะพี่กิต..." จันพูดต่อ " มะลิกับผมก็เคยได้ยินเสียงหัวเราะแบบนี้มาแล้ว ในตอนที่เรากำลังนั่งคั้นน้ำเสาวรสและกำลังคุยกันถึงเื่ที่มีคนตายที่นี่ "
"พี่กิต... " แล้วจันก็ลดเสียงลงจนเบาหวิว "ตอนนี้ผมชักจะไม่แน่ใจซะแล้วว่า ออกมาพูดกันอยู่นอกบ้านแบบนี้แล้วเขาจะไม่ได้ยิน...?"
"เคยมีคนตายที่นี่ด้วยเหรอจัน?" ผมถาม
"เื่นี้ผมก็ไม่แน่ใจนะพี่ ผมกับมะลิก็แค่สันนิษฐานกันเอาเอง..."
"ไม่เคยลองไปถามคนข้างบ้านดูบ้างเหรอ เผื่อเขาจะรู้อะไรกันบ้าง?"
"โอ๊ย... พวกผมมันก็แค่คนงานต่างด้าว ไม่กล้าออกไปคุยวุ่นวายกับคนข้างบ้านหรือใครที่ไหนหรอกพี่"
"สรุปคือ... จันและมะลิคิดว่าที่บ้านนี้มีผีแน่นอน ?"
"ไม่ใช่แค่ผมกับมะลินะ... แต่พวกคนงานทุกคนที่เคยมาอยู่ที่นี่ก็รู้สึกได้กันทุกคน เห็นไม๊ล่ะพี่ คนงานกี่รุ่นๆทำงานกันแค่ไม่กี่วันก็เผ่นหนีกันหมด ก็อย่างที่พี่กิตสงสัยนั่นแหล่ะว่า ทำไมพวกเขาถึงอยู่กันไม่ทน"
ผมหันไปมองบ้านแฝดนี้อีกครั้ง แล้วขบคิด
ถ้าหากเื่ที่จันเล่ามาเป็เื่จริงที่ไม่ได้อุปทานกันไปเองแล้วล่ะก็ นี่ก็สามารถตอบคำถามที่ผมสงสัยได้อีกอย่างหนึ่งว่า ทำไมบ้านแฝดหลังนี้ถึงได้มีสภาพรกร้างทรุดโทรมน่ากลัวขนาดนี้...
แต่ผมก็ยังไม่ยินยอมที่จะเชื่อเื่ที่จันเล่าให้ผมฟังนี้ซะทีเดียว ผมไม่เคยจำได้เลยว่าตัวเองเคยเจอผีหรือิญญาอะไรที่ไหนมา เื่ที่นึกได้ว่าเหมือนฝันแปลกๆก็อาจจะแค่บังเอิญตรงกับที่มะลิฝัน...
มันช่างเป็สิ่งที่เชื่อได้ยากเหลือเกินสำหรับผมที่เป็คนหัวสมัยใหม่ในยุคนี้
จนกระทั่งวันนั้น.. วันที่ผมประจักษ์ได้ว่า...
เขามีอยู่จริงๆ..!