วันต่อมา
เนื่องจากในฤดูนี้คือสิสิระฤดู ดังนั้นไอหมอกและน้ำค้าง ใน่เช้าจึงค่อนข้างแรง ทำให้อากาศค่อนข้างหนาว จินฮวาที่รู้สึกหนาวจึงค่อยๆ ขยับหาที่อุ่นๆ ลู่เหรินจวินจึงรู้สึกตัว
เพราะเขาที่นั่งหลับโดยมีศีรษะจินฮวาวางอยู่บนขาทั้งคืน จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีอาการปวดร้าวและเหน็บกิน
“จินฮวา”
เขาจิ้มศรีษะนางให้ตื่น
จินฮวาปัดไปมาอย่างรำคาญ ก่อนจะขดตัวราวกับตัวนางเป็ลูกแมวตัวน้อยๆ อย่างสุขสบาย ทั้งที่เขาเหน็บกินเพราะนาง เขาจึงอดที่จะกลั่นแกล้งนางไม่ได้
“หวงโฮ่ว หากเ้าไม่ยอมตื่น ข้าจะแล่เนื้อเ้าเสียบไม้กิน” กล่าวจบเขาก็แกล้งเป่าลมเข้ารูหูนางแรงๆ
หญิงสาวที่ได้ยินดังนั้นก็ใตื่น รีบพลิกตัวหนีเขา แต่ด้วยความที่นางใมากเกินไป จนไม่ทันได้สังเกตว่าทิศที่นางกลิ้งลงไปไม่ใช่เตียง นางจึงกลิ้งลงพื้นดังตุบ
“หวงตี้…ท่าน...ท่านล้อเล่นใช่หรือไม่”
“อืม ข้าล้อเล่น”
หญิงสาวฟาดค้อนวงใหญ่ใส่เขาทางสายตา ก่อนจะนวดเนื้อนวดตัว ปากก็บ่นพึมพำ “ข้าปวดท้อง ซ้ำยังปวดเมื่อยไปทั้งตัว”
“เ้าแน่ใจหรือ ว่าเป็เ้าต้องพูดคำนั้น”
“ข้าแน่ใจ”
“…”
เหรินจวินหมดคำจะพูด เขาลุกขึ้นไปในฉากบังลมด้านใน แต่ในระหว่างที่เขาเดินไม่ทราบเหตุใดนางจึงเห็นเขาคล้ายว่าจะวางน้ำหนักเท้าสองข้างไม่เท่ากัน จนตัวเขาเอียงไปเล็กน้อย เขาเป็อะไรกันหนอหรือว่าเขาก็ปวดท้องเช่นเดียวกับนาง
หลังจากชำระล้างกาย เปลี่ยนอาภรณ์เสร็จ เขาก็ออกมา ก่อนจะกล่าวขึ้น
“หลังจากที่ผ้าปูที่นอนถูกส่งไปที่ตำหนักหวงไทเฮาไม่ช้า ท่านคงจะมา ไม่ว่าท่านจะถามคำใดเ้า ให้เ้าตอบรับไป”
“เหตุใดข้าต้องทำตามที่ท่านบอกด้วย”
“หากเ้าไม่ทำ ข้าจะจับเ้าเสียบไม้ย่าง”
จินฮวาถอนหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เขากำลังรังแกนางอยู่ใช่หรือไม่ เขาไม่คิดบ้างหรือว่านางก็เกรี้ยวกราดเป็ นางเป็แมว เวลานางไม่พอใจ แมวอย่างนางเกรี้ยวกราดได้น่ากลัวมากนะ แต่สุดท้ายนางก็โวยวายกับเขาไม่ได้
“เพคะ”
ส่วนทางด้านหงอวี้หวงไทเฮา หลังจากที่ได้รับผ้าปูที่นอนเปื้อนเืก็ไม่รู้จะปั้นหน้าอย่างไร เมื่อแรกที่ทราบว่าคนของนางได้ผ้าปูที่นอนเปื้อนเืมา นางก็เบิกบานยิ่ง แต่เมื่อเห็นสภาพผ้าปูที่นอนนางก็อดคิดไม่ได้ว่าบุตรชายและสะใภ้ของนางฆ่ากันในห้องหอหรือไม่
เหตุใดผ้าปูที่นอนจึงไม่ต่างกับผ่านฉากฆาตกรรมปานนี้ จนนางอดจะถามไม่ได้ว่า “ฮ่องเต้ ฮองเฮายังคงมีชีวิตอยู่ใช่หรือไม่”
“เพค่ะ ในระหว่างนู๋ปี๋ไปรอรับผ้าปูที่นอน นู๋ปี๋ได้พบทั้งสองพระองค์เพคะ”
ได้ยินดังนั้นนางก็สบายใจขึ้น “เ้าแน่ใจหรือว่าพวกเขาอภิรมย์กันไม่ใช่ทำอย่างอื่น”
“นางกำนัลในตำหนักฮองเฮา กล่าวว่าในคืนแรกวิวาห์ได้ยินเสียงฮองเฮาร้อง” นางก้มหน้าอย่างเอียงอายก่อนจะกล่าวต่อเสียงสั่น “ร้องว่า หวงตี้ท่านทำอะไรข้า เหตุใดข้าจึงมีเืออกที่ระหว่างขา”
หวงไทเฮาที่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับยกมือทาบอก ก่อนจะเลื่อนสายตามาที่ผ้าปูที่มีเืมากมาย ในหัวของนางก็เริ่มจินตนาการเื่ต่างๆ ไปเอง
“ไม่ได้การ ข้าจะไปเยี่ยมนาง”
หลังจากมาถึงได้พบบุตรชายและสะใภ้ยังอยู่ดี ก่อนนางจะปั้นหน้ายิ้มเป็แม่ผู้แสนดีไม่สนใจบุตรชาย ซึ่งมองนางราวกับรู้ว่านางมาด้วยเื่อะไร
“คืนก่อนเ้าหลับดีหรือไม่”
ในตอนนั้นจินฮวานึกถึงคำพูดของเขาได้ ก่อนนางจะพยักหน้า “เพคะ หม่อมฉันหลับสบายดีเพคะ”
หงอวี้ยังได้คำตอบไม่ตรงประเด็นมากพอ จึงตัดสินใจลดเสียงลง ก่อนจะกระซิบถามข้างหูลูกสะใภ้
“เมื่อคืนนี้เ้าทำหน้าที่หรือไม่”
หน้าที่อะไรความจริงนางก็ยังไม่เข้าใจนัก แต่เมื่อนางเห็นสายตาของเขาที่นั่งจิบชาอยู่ไม่ไกลนัก ก็ได้แต่พยักหน้า “เพคะ”
“เขาทำร้ายเ้าใช่หรือไม่”
ความจริงแล้วการมาในครั้งนี้ของหงอวี้หวงไทเฮามีจุดประสงค์ถามเื่ใด นางก็ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย และนางก็เข้าใจไปเองว่าคำว่าทำร้ายคือการทำร้ายจริงๆ
นางจึงเริ่มคิดอะไรบางอย่างได้ ั้แ่เมื่อครั้งที่นางเป็แมว นางก็ไม่ใช่แมวโง่เขลาแต่อย่างใด นางออกจะมีความเ้าเล่ห์ในแบบของแมวอยู่บ้าง ครั้งนี้เองก็เช่นกันเขาสั่งนางว่าไม่ว่าถามคำใด ก็ให้ตอบว่าใช่ทั้งหมดดังนั้นนางจึงพยักหน้าอย่างซื่อๆ ที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้
“เพคะ ข้าออกจะเจ็บอยู่บ้าง แต่หากเป็ความโปรดปรานของหวงตี้ ข้าก็เอ่ยคำใดไม่ได้”
จะว่าโกหกก็ไม่ใช่ ในเมื่อเขาทำให้นางตกเตียงจนเจ็บจริงๆ อีกทั้งเื่ที่นางมีเืออกที่หว่างขาก็ไม่แน่ว่าจะเป็ความผิดเขา ดังนั้นนางจึงคิดว่านางไม่ได้โกหกแม้แต่คำเดียว และนางก็ไม่ได้ขัดคำสั่งเขาแม้แต่คำเดียวด้วย
หงอวี้ที่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับเอามือทาบอก มองลูกสะใภ้ด้วยความเวทนา คืนแรกวิวาห์คงไม่ต่างกับขุมนรกจึงมีเืไหลมากมายเช่นนี้ คิดแล้วนางก็เวทนาสงสารลูกสะใภ้ยิ่ง
เหรินจวินที่ได้ยินคำตอบของนางถ้วยชาในมือเขาเอียงวูบ วังหลวงแห่งนี้คงจะได้มีข่าวลือแปลกประหลาดอีกแน่ และเขาไม่ยอมมีข่าวลือคนเดียวแน่
“หวงโฮ่วของข้า คืนแรกวิวาห์ของเราเ้าทรมานก็จริง แต่หลังจากนั้นไม่ใช่ว่าเ้ารู้สึกดี จนหลับบนตัวข้าทั้งคืนหรือ”
จินฮวาเม้มปากเป็เส้นตรง ก่อนนางจะกัดฟันแน่น “ดังที่หวงตี้กล่าวเพคะ ข้าทรมานมากก็จริงแต่หลังจากนั้น หวงตี้ก็ดูแลข้าเป็อย่างดีจน่หลังรู้สึกดีไม่น้อยเพคะ”
หงอวี้ยกมือทาบอกอีกครั้ง
นางกำนัลและขันทีที่ได้ยินก็ต่างหัวใจหวิว กับคำกล่าวของฮ่องเต้และฮองเฮาทั้งสองพระองค์
หงอวี้รู้สึกทนฟังกับรสนิยมอันแปลกประหลาดนี้ไม่ไหว นางจึงกล่าวเสียงอ่อนๆ “เช่นนั้นพวกเ้าก็พักผ่อนเถอะ คืนที่ผ่านมาพวกเ้าคงตรากตรำไม่น้อย พักผ่อนให้ดีวันพรุ่งคงจะมีพระสนมมาถวายความเคารพเ้าให้เ้าคงเหนื่อยอีก เหรินจวินอย่าเคี่ยวกรํานางมากไป หลังจากพ้นสามวันเ้าต้องพานางเดินทางกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวอีก ดังนั้นพักผ่อนให้ดี” กล่าวจบแล้วนางก็จากไป
จินฮวาพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่พอใจที่ความคิดแก้แค้นเล็กๆ ของนางไม่สำเร็จ อีกทั้งยังรู้สึกอีกว่าสายตาคนรอบกายนางมองนางอย่างแปลกประหลาด
บางคนอาจจะไม่ทราบนะคะ สิสิระฤดู คือ ฤดูหมอกหรือน้ำค้าง อยู่ระหว่างฤดูหนาวกับฤดูใบไม้ผลิค่ะ