า...
เป็สิ่งที่เกิดจากปัจจัยมากมายทำไมถึงเกิดขึ้นซึ่งปัจจัยนั่นก็ต่างกันไปขึ้นอยู่กับสิ่งต่างๆมากมาย
ไม่ว่ามันจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตามก็สามารถเป็ตัวจุดชนวนให้กิดขึ้นมาได้และในตอนนี้ก็เป็แบบนั่นอยู่
การต่อสู้อันยากลำบากกับสิ่งที่ตัวเองต้องเจออยู่ทุกวันโดยที่จะทำให้ชนะยังทำไม่ได้เพราะมีปัจจัยที่
กำลังเกื่อนุ้นอีกฝ่ายนั่นมันแข็งแกรงเกินกว่าจะต่อต้านได้ไม่ว่าจะเป็สถาพอากาศในตอนนี้บวกกับยุทธศาตร์อันน่าหว่าด
หวันถึงแม้จะเจออยู่แทบทุกครั่งแต่สุดท้ายก็ไม่เคยชนะนอกจากมีอุปรกรณ์ในการช่วยแต่สุดท้ายมันก็เป็ตัวเราเอง
ที่ทำลายอาวุธเพียงชิ้นเดียวจนพ่ายแพ่ให้ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด
ความง่วง...
ในตอนนี้เวลานี้ภัยอันตรายในการขว้างทางเดินชีวิตที่ไม่มีใครสนใจกำลังโจนตีเด็กหนุ่มจนไม่อาจต่อ
ต้านได้ ร่างกายถายใต้ผ้าห่มกำลังขยับขเยือนไปซ้ายบ้างขวาบ้างเพื่อต่อต้านศัตรูอันร้ายกาจที่ไม่อาจคาดเด่าการโจนตี
ได้ จนร่างที่อยู่ใต้ผ้าหน่าต้องใช้วิธีสุดท้ายที่เหลื่ออยู่นั่นคือการลืมตาขึ้นมาเพื่อรับดวงตะวันกำลังสาดสองผ่านหน้่าต่าง
หนังตาค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆเพื่อตอรับดวงตะวันที่ส่องมาอย่างช่วยไ่มได้ร่างกายที่เคยติดอยู่กับ
เตี่ยงค่อยๆลุกขึ้นมา และเป็สัญญาณอย่างดีว่าคนที่ทำาอย่างต่อเนื่องกับถัยอันตรายได้รับชัยชนะเป็ครั่งแรก
ร่างของเด็กหนุ่มรูปร่างสูงถายใต้ชื่อ ฟุจิมุระ โยชิทากะ ค่อยๆลุกขึ้นมาพร้อมบิดเนื่อบิดตัวไปมาเพื่อคล้าย
ความเมื่อยที่สะสมอยู่นาน ก่อนจะเปิดหน้าต่างเพื่อรับดวงสุริยันอย่างเต็มพร้อมกับอากาศเต็มไปด้วยออกซิเจมันให้ความรู้
สึกดีอย่างบอกไม่ถูก แถมยังมีป่วงชนในวัยทำงานเดินไปเดินมาอย่างพาสุขถึงจะไม่ค่อยเห็นชัดมาก
เด็กหนุ่มที่พึงตืนเดินไปที่ตู้เสื่อผ้าแบบเรียบง่ายที่เห็นได้ทั่วไปถึงแม้เกาะแห่งนี้จะมีเทคโนโลยีสุดลำมากมาย
แต่สำหรับแมนชันราคาถูกข้อนข้างมีเทคโนโลยีแบบขอไปทีพอสมควรในขณะที่กำลังย้างไปที่ตู้เสื่อผ้าปล้ายเท้าก็รู้สึกเหมื่อนสะกิด อะไรสักอย่าง ก้องหนังสือล้มลงมาเต็มพื้น เด็กหนุ่มทำหน้าอย่างขอไปทีก่อนจะเดินไปที่โต็ะไม้ที่อยู่กลางห้องเป็โตะทรงกลม
มือเคลือนไปมาตามก้องหนังสือและแผ่นเอกสารที่ละเกะละกะเต็มไปหนดจนกระทั้งขว้าบ่างสิ่งได้
แว้นตากรอบสีเหลียมที่เห็นได้ทั่ว หยิบขึ้นมาใส้ก่อนจะเห็นสิ่งต่างได้ชัดขึ้นเป็โขห้องเล็กๆที่เต็มไปด้วยก้องหนังสือ
มากมายจนทำให้ตัวเค้าปวดหัวขึ้นมา ทั่งที่อยู่มาได้แค่สองเดือนแต่หนังสือกับเยอะจนเกื่อบล้นห้องแล้วเด็กหนุ่มเดินไปตู้เสื่อผ้า
ที่เคยตั่งใจไว้เป็ประการแรกก่อนจะเปิดออกมา เผยให้เห็นร่างของเด็กหนุ่มร่างสูงสวมแวนตาผมสีดำยาวเกือบเท่าผู้หญิง
เด็กหนุ่มมองตัวเองในกระจกก่อนจะให้ความรู้สึกเหมื่อนตัวเองลืมบ่างสิ่งบ่างอย่างที่สำคัญ "แล้วอะไรล่ะ"
เด็กหนุ่มหลับตาแล้วเราลืมอะไรล่ะ เขาพึมพำ "ช่างทันเถอะเดียวก็.." ก่อนที่จะพูดประโยคท้ายจบเท้าก็รู้สึกเหมือนจะเยียบ
อะไรเข้าให้ โยชิทากะหยิบเป็กระดาษสีขาวที่ไม่ค่อยจะได้เห็นนอกจากเอกสารสำคัญจริงๆ ขึ้นมาแล้วรื่อฟืนความทรงจำ
"อือออออ" เค้าจะหยิบขึ้นมาอ่านสถาพสะลึมสะรือ"อ่อ เอกสารที่ต้องยืนยันเพือเข้าเรียนก่อนเวลา"
ทันทีที่มีคำว่าโรงเรียนหลุดมาจากปากแถมมีตัวอักษรสีแดงบงบอกถึงเวลาทำให้สายตา
ของเค้าชนะความงวงอย่างสมบูรณ์ ก่อนจะขว้าที่นาฬิกาข้อมือขึ้นมา และพึมพำอย่างลนลาน "ซวยล่ะ"
เอกสารเขียนว่าต้องรายงานตัวตอน 9.30
เวลาในตอนประมาณ เก้าโมงพอดีตั่งแต่ที่เขาตื่นขึ้นมา เพราะความเคยชินที่ต้องรบก่วนให้เพื่อนข้างห้องอย่างคันซากิ
ช่วยปลุก ในการทำเื่ต่างๆจนกระสองสัปดาหร์ก่อนที่คันซากิต้องย้ายไปอยู่ห่อพักที่โรงเรียนโดยไม่บอกไม่กล่าว
มันทำให้เด็กหนุ่มติดนิสัยตืนสายขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว และผลของตวามเคยตัวดันมาสำฤษร์ผลในวันที่สำคัญสุดๆ อีกต่างหาก
เท้าสองข้างย่างกายเข้าสู้ห้องน้ำโดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าน้ำที่ตัวเองอาบอยู่มันมันเย็นขนาดไหน โดยมือข้างหนึงถือฟักบัว
ข้างหนึงถือแปรงสีฟัน ไม่รวมทั่งสบูหรือยาสระผมที่อยู่บนหัวตั่งแต่เมือไรไม่รู้เร็วจนเหมือนว่ากำลังยกของหนี้วัน
สิ้นโลกอย่างไงอย่างนั่น โดยใช้เวลาทั่งหมดไปสี่นาทีเด็กหนุ่มวิ้งออกจากห้องน้ำ ใส้เสือผ้าปล่อยผมที่ยาวให้กระเซอจนเหมือน นักเรียนหญิงมากกว่าชายเสียอีกแต่เขาไม่มีเวลามาสนใจมากนักเพราะสิ่งตรงหน้าสำคัญกว่ามาก
มือทั่งสองขว้ากระดาษที่อยู่บนพื้นและนาฬิกาขึ้นมาใส้อย่างรวดเร็วก่อนจะใส้เกรียสามวิ้งไปที่รถไฟโดยไม่ใส้ใจถึงสิ่งที่เปะอยู่หน้า
ประตู้ห้องแม้แต่หน่อยในตอนนี้มีพนักงานมากมายเบียดจนเหมือนอยู่ในอาหารประเถทกระป้องที่เบียดไปมาตามทาง
ของรถไฟที่เอียวไปขว้าบ่างซ้ายบ้าง จนรู้สึกคลื่อนใส้แปลกๆทั่งที่ไม่กินข้าวเช้า
แต่ยังไงก็รอดมาได้เพราะเป็รถไฟสายด่วนที่ราคาแพงเอาเื่เหมือนเด็กหนุ่มรีบวิ้งขึ้นรถประจำ
ทาง โดยมองไปที่นาฬิกาข้อมือบอกเวลายังเหลือเวลาอีกหน่อยทำให้เขารู้สึกโล้งใจอย่าง เด็กหนุ่มที่ตื่นสายถอนหายใจยาว
ออกมา แต่แค่ในตอนนี้เท่านั่น
ร่างของเด็กหนุ่มกำลังวิ่งอย่างสุดกำลังจนเห็นฝุ้นติดหลังจนถึงหน้าประตู้ทางในขณะที่เค้า
กำลังวิ่งเข้าไป ก็มีร่างของชายในชุดกันกระสุ้นพร้อมปืนยาวสมัยใหม่ดูแล้วยิงทีเดียวตายแน่นอน
ชายร่างสูงมีใบ้หน้าเข็มขรึงมองที่เค้าก่อนที่จะพูดว่า "เ้าหนูมาทำอะไรที่นี้ ตอนนี้ในโรงเรียนกำลัง
มีงานที่สำคัญคนภายนอกเข้าไม่ได้" ชายร่างสูงตอบอย่างเข็มขรึงและกดดัน "เออ ผมมาเพื่อยืนใบ้กำหนดการ
ครับนี้ไงครับดูนาฬิกาก็ได้ไม่สิชุดที่ผมใส้อยู่นี้ก็บอกได้ไม่ใช้เหรอครับ" โยชิทากะ หยิบนาฬิกาขึ้นมาเพื่อแสดงหลักฐานต่างๆ
ให้อักฝ่ายดู ถาพสามิติบ่งบิกถึงข้อมูลดังกล่าว
ข้อมูลนักเรียน
ฟุจิมูระ โยชิทากะ นักเรียนประจำโรงเรียน
สาขา ไม่มีการลงทะเบียนอย่างเป็ทางการ
เมื่อยามเฝ้าประตู้เห็นข้อมูลก็ทำสีหน้าอย่างประหลาดใจขึ้นมา สายตาจ้องมาที่โยชิทากะและพูดว่า
"งั้นชันขอถ่ามอะไรหน่อยกับผู้เกี่ยวข้องก่อนอย่าพึ่งไปไหนล่ะ" หลังจากนั่นอุปรกรณ์สือสารก็ดังขึ้น
เอะ สาขายังกำหนดหมายความว่าไง โยชิทากะมองไปที่ข้อมูลนักเรียนสามมิติเพราะถ้าจำไม่ผิดตัวเค้าได้ลงทะเบียน ไปแล้วกับคนที่คุมสอบไปแล้วแน่นอน ชายคนนั่นมองมาที่คนตืนสายก่อนพูดว่า
"โอเค เธอเดินไปที่ห่อประชุมน่ะถ้าเคยมาสอบสัมภาษรณ์แล้วน่าจะรู้น่ะว่าที่ไหนหรือไม่รู้
"รู้ครับไม่เป็ไร งั้นไปก่อนน่ะครับ" เด็กหนุ่มรีบวิ่งไปที่ห่อประชุมโดย
"รีบเข้าล่ะ" ชายคนนั่นมองไปที่แผ่นหลังของคนตื่นสายที่กำลังห่างไปเรื่อยๆพร่างพึมพำว่า "เด็กคนนั้นคงโชคดีน่ะ"
โดยคนตื่นสายไม่มั่นสังเกตุถึงคนที่เดินไปมาเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อถึงห่อประชุมมีประติมากรรม
อันสวยงามมากมาย มันทำให้รู้สึกขึ้นว่าไม่ว่าจะมาอีกกีทีที่นี้ก็สวยเหมื่อนเดิมจริง ห่อประชุมไร้ซึ้งผู้คนโดยสินเชิงยกเว้น
ร่างของหญิงสาวที่หมัดผมห้างม้าใส้เสื่อสูทมีใบ้หน้าคุณตา นั่นคืออาจายร์ใหม่ (ในความคิดของ) โยชิทากะนั่นเอง
สายตาของหญิงสาวเห็นถึงนักเรียนที่มาสายก็อดใไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้
"สวัดดีครับอาจายร์" เด็กหนุ่มกล่าวทักทาย
"เช่นกันไม่คิดว่าเธอจะเรียนที่นีกว่าไม่เรียนแล้วสะอีก" คำพูดเหมือนแดกดันแปลกๆโยชิทากะคิดในใจ
"พูดอะไรน่ะครับ อาจายร์ผมไม่คิดว่าจะออกง่ายๆหรอกน่ะครับ" เด็กหนุ่มตอบกลับโดยไม่แสดงสีหน้าเท่าไรนัก
"นั่นสิน่ะแต่ว่าเสียใจด้วยน่ะ เธอไม่ไดอยู่ในสานระบบของโรงเรียนแล้วน่ะ" เอะ
เหมือนฟ้าผ่ากลางวันแสก เด็กหนุ่มมองไปที่อาจายร์ตัวเขาเองก็ลืมชื่อไปแล้วพร่างถ่ามขึ้นมา
"หมายความว่าไงครับ"
"อือนั่นสิน่ะ ดูจากสีหน้าแล้วเธอไม่รู้สิน่ะ ว่าโรงเรียนให้เธอมาอยู่ที่โรงเรียนเป็ห่อประจำั้แ่เมื่อสองอาทิตร์
ทีแล้วน่ะ" คำพูดอย่างเรียบง่ายชองหญิงสาวที่ทำให้เด็กหนุ่มทำอะไรไม่เป็เลยทีเดียว "หมายควาว่าวันนั้นเป็วันที่นักเรียน
ต้องลงทะเบียนวันแรกน่ะเธอไม่ได้อ่าน อีเมลที่นาฬิกาเธอเหรอ" หญิงสาวถามเต็มไปด้วยใบ้หน้าที่สงสัยแต่เรียบนิ่งไปด้วย
"หมายความว่าไงครับผมไม่เห็นรู้เื่เลยน่ะครับข้อความก็ไม่มีใครสงมาด้วย"
เด็กหนุ่มดวงซวยชู้นาฬิกาขึ้นมาก่อนเปิดซ้องจดหมายขึ้นมาแต่สิ่งที่เค้าใที่สุดคือ มันมีจริงๆด้วยๆ จดหมายตามที่หญิง
สาวบอกเป็ะๆ เลยก็ว่าได้แล้วทำไมมันไม่เคยเด้งขึ้นเด็กหนุ่มพร่างนึกไปถึง เื่เมื่อสองอาทิตร์ก่อนที่เด็กสาวคนนึ่ง
ย้ายออกไปอย่างกระทันหัน แต่ที่เค้าแปลกใจคือทำไมเธอไม่บอกอะไรเค้าเลยล่ะ อย่างน้อยก็น่าจะบอกนัยตาในกรอบแว่นจ้องไปที่
อาจายร์สาว ก่อนจะพูดว่า " อาจายร์ครับถ้าจำไม่ผิดวันนี้พึ่งเริมเดือนเองน่ะครับแล้วทำไมถึงมีการเข้าเร็วกว่าที่ผมได้รู้มาถึงผมจะ
ไม่รู้เื่ห่อพักแต่วันลงทะเบียนนี้ผมาว่าน่าจะเดือนนี้ไม่ใช้เหรอครับ"
"นั่นน่ะเป็เพราะเธอไม่ได้อ่าข้อความในจดหมายเองไม่ใช้เหรอ" หญิงสาวพูดขึ้นมากระทั่นหัน
เด็กหนุ่มพร่างคิดไปถึงเมื่อสองอาทิตร์ก่อนว่าในตอนนั่นเค้าทำอะไรจนลืมได้ขนาดนั่นความทรง
จำเก่าค่อยๆพุดขึ้นมาโยชิทากะจำได้ว่าเค้าซื่อหนังสือมาสีเล่มนี่น่าชื่อว่า war อะไรสักอย่างจากนั่นเขาก็อ่านจนลืมโลก
เลยทีเดียวเพราะมันสนุกมากในความคิดของคนที่อ่านหนังสือมาเยอะพอตัวหลังจากนั่นก็หลับยาวไปจนกระทั่งตัวเค้า
ลืมตาขึ้นในเวลาต่อมา นั่นคือวันนี้นั่นเอง เด็กหน้าซีดจนมีเหงื่อออกจากใบ้หน้า
"จำได้แล้วสิน่ะว่าลืมเพราะอะไร" เด็กหนุ่มตอบกลับ "ครับ" จากนั่นความทรงจำตอนอ่านหนังสือ
เล่มนั่นก็โพเข้ามาในหัว .....จะว่าไปตัวเอกนั่นตอนนั้นก็เหมือนเราตอนนี้แปลกแหะๆ
"แล้วผมต้องทำอะไรถึงจะได้เรียนต่อเหรอครับก็จริงที่เมื่อสองอาทิตร์ผมไม่ได้มาเพราะมันมี
ปัญหาเข้ามารุ้มเหล่าน่ะครับ (แหล) ก็เลยเป็อย่างนี้" เด็กหนุ่มทำหน้าร่าวกับว่าอย่าขอโอกาศซึ่งก็เป็เช่นนั่น
ไหนๆก็ไหนแล้วอย่างน้อยก็ขอน้อยเถอะขอให้ได้เข้าโรงเรียนแห่งนี้หน่อยเถอะ ถ้าจำเป็ก็ต้องแหลให้ถึงที่สุด
ความคิดอันเสมือนปีศาจของเด็กหนุ่มพุ้งเข้ามาในหัวสมองตอนนี้ เขาคงขอแค่ได้เข้าก็โอเค
ต่อให้ต้องเจอปีศาจจากขุมนรกก็ยอมฟะแต่โยชิทากะก็ไม่คิดว่ามันจะเป็จริงได้ในเวลาไม่ห่างกันมาก
"อือนั่นสิน่ะช่วยไม่ได้ ไหนก็ไหนๆแล้ว" เสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้นจากนาฬิกาของหญิง
ก่อนจะมีถาพโฮโลแกรมของชายที่โยชิทากะรู้จักดีเพราะชายคนนี้คือคนที่สอบสัมถาษร์เขา
"ผ.อ ค่ะ" เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนได้ยินสิ่งที่ไม่คาดคิดจากหญิงสาวที่อยู่ข้างกายชายที่สอบ
ดันเป็ผ.อมันทำให้หน้าของเด็กหนุ่มหันไปมองที่ชายวัยกลางคนชายวัยกลางคนที่ยิ้มกลับอย่างก่วนประสาทต่างจากตอนที่สอบ
เค้าอย่างทั้งบรรยากาศและอย่างอื่นๆด้วย แต่ในตอนนี้เด็กหนุ่มเห็นแต่ความก่วนประสาทของอีกฝ่ายเท่านั่นและมีการป่นความสนุก
ด้วย
"ชันยังไม่ได้แนะนำตัวสิน่ะชันชื่อ เอล็กเติอร์ คราวตัน หรือจะเรียกว่า เอล็กก็ได้เพราะมันยาวไปในบ้างที่น่ะ"
ชายชรายิ้มให้ให้อย่างเป็กันเองมากถ้าไม่ผิดที่เป็ ผู้อำนวยการนะน่ะ
"แล้วที่บอกเมื่อกี่" สายตาของชายวัยกลางคนเปลียนไป " ที่บอกว่าไหนๆก็ไหนแล้วน่ะมันก็ใช้อยู่
แต่เธอรู้ใช้ไหมว่าโรงเรียนแห่งนี้คือโรงเรียนระดับทอบในสายเดียวกันทำให้ต้องเคร้งกฏมากแต่มันเป็ไปได้อย่ากสำหรับเธอน่ะ
ที่ไม่เข้ามาเมื่อสองอาทิตร์ก่อนแต่ดันจะเข้าโรงเรียนแห่งนี้น่ะ มันเป็ไปไม่ได้เลย"
เด็กหนุ่มหน้าสีดลงท "แต่ชันคงต้องทำโทษเธอนั่นแหละน่ะ เอาเป็ว่าอาจายร์ชิราเอะยืนเอกสารให้หน่อย
ในตอนนั่นเองที่มีเอกสารในมือตั่งแต่เมื่อไรไม่รู้อาจายร์ชิราเอะยืนให้ เอล็ก ก่อนเขาจะเปิดดูถ้าจำไม่ผิดเธอเลือกสาขาต่อสู้สิน่ะ
งั้นเปลียนเป็สาขา การต่อสู้และการว่างแผ่นสมบูรณ์" หน้าของชิราเอะเปลียนไปจนโยชิทากะสังเกตุได้เลยทีเดียว อัตรายขนาดไหน
ฟ่ะนั่น เด็กหนุ่มคิดในใจ เพราะ่ที่เขาสมัคครังแรกก็มีสาขาแปลกเหมือนกันแต่ไม่คิดว่ามันจะแปลกมากสำหรับอาจายร์ที่นี้
"สวนห่อพัก เต็มหมดแล้วเพราะฉะนั่นเธอต้องอยู่ที่นี่ล่ะกันจากนั่นชายวัยกลางคนก็โยนกุญแจรูปร่างแปลกๆ
มาให้"นี่เป็กุญแจห้อพักที่เธอจะต้องอยู่ตั่งแต่วันนี้เป็ต้นไป ส่วนคนที่จะนำทางเธอไปคือชิราเอะคุงละกัน"
"ค่ะ,,," หญืงสาวตอบกลับเสียงเบ่าแต่โยชิทากะสังเกตุว่าสายตาของอาจายร์เปลียนเป็ดวงตาไร้อารณ์
ชัวขณะหนึ่ง แต่เพียงแค่แปปเดียวเท่านั่นเอง
โรงเรียนเซนปีแอร์
โรงเรียนแห่งนี้ตั่งชื่อตามผู้ก่องตั่งตามชื่อของนักบวชผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตและแน่นอนว่าเกาะฟุจิมุระต่างจาก
สถ่านที่อื่นๆที่อยู่บนโลกใบ้นี้เกาะแห่งเต็มไปด้วยต้นซากุระมากมายรวมถึงโรงเรียนแห่งนี้ด้วยเช่นกัน ถ้ากล่าวถึงเกาะที่เต็ม
เทคโนโลยีและความสวยงามซึ่ง โรงเรียนจะไม่มีก็เป็เื่แปลกๆ
สถ่านที่แห่งนี้รวมเทคโนโลยีที่เกาะคิดค้นขึ้นมามากมายรวมทั่งสถ่านที่หลายแห่งที่มีความเกี่ยวข้องกับเกาะ
อยู่มากมาย และยังเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายจากยุคเก่าบ่างชนิด โหดร้ายยิ้งกว่าบ่างสายพันธิ์ในปัจจุบันอีกต่างหาก
คนที่จับมาเมื่อไม่กี่ปีก่อนก็ไม่ใช้ใครอื่นนอกจากคือ อเล็กเติอร์ นั่นเองที่เข้ามาเป็ผ.อตั่งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้จากนั่นก็ยัด เหล่า สัตว์พวกนี้เข้ามาในโรงเรียนอีกด้วย
แถมมีข่าวลือว่าเมือครั่งที่เกาะแห่งนี้เคยเป็สถ่านที่ปิดตายมีการทดลองมากมายรวมถึงการนำอาววุธร้ายแรง
จากอดีตมายัดไว้ในเกาะแห่งนี้รวมถึงศพของเหล่าบรรพาชนในอดีต ไม่ว่าจะเป็พวกดาบในตำนาน อีกมากมายแต่มันก็ยัง
ว่ากันว่ามีวิณญาณของวีรชนมากมายอยู่ในเกาะแห่งนี้อีกด้วย
ในการที่คนๆนึงเกิดมาโดยไร้ความสามารถด้านกานสือสารกับวิณญาณก็ใชช้ว่าวิณญาณเหล่านั่นจะไม่ตาม
มาย่อแย้กับตัวเขา ซึ่งเื่วิณญาณมีอยู่จริงได้รับการรับร้องจากพวกสาขาเวทมนตร์เป็ที่เรียบร้อยแล้ววิณญาณนั่นมีอยู่
จริง แล้วในทางรูปธรรมเป็ที่เรียบร้อยเท่ากับว่ามีสิทธิสูงว่าเขาอาจโดนวิณญาณฆ่าด้วยรึเปล่านั่นอีกเื่
เด็กหนุ่มเดินตามหลังหญิงสาวรูปร่างเพรียวก็มองไปซ้ายบ้างขวาบ้าง
.....ตอนเดินมาตอนแรกไม่ได้คิดแต่ที่นี้แปลกสุดขั่วเลยไม่ใช้รึไงฟ่ะ
ไม่ใช้เื่แปลกที่จะคิดเพราะสถ่านที่ต่างๆที่เค้าเจอนั่นแปลกสุดขั่วโดยเฉพาะกับอาคารอันแปลกประหลาด
ที่มีตั่งแต่เตียสูงไม่เท่าไรแต่เหมือนกับว่าอาคารเหล่านั่นจะเชื่อมกันหมดไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่และยังเชื่อมไปสิ่งก่อสร้างมาก
มายเหมื่อนกับป้อมปาการ ....คิดไปเองมั้ง
โยชิทากะพร่างนึดถึงข้อมูลที่เขาเคยได้รับก่อนที่จะมาถึงเกาะแห่งนี้ในโรงเรียนแห่งนี้มีประติมากรรมอยู่มากมาย
ซึงแบ่งเป็หลายเขตตั่งแต่ห่อพักกับรวมถึงร้านอาหารเหมือนแบ่งชัดเจนมากเกินไปจนเห็นได้ชัดเพราะข้อมูลที่เขาอ่านมาก็มีการแบ่ง
เขตอยู่มากก็จริงแต่ไม่ได้ชัดเจนขนาดนั่นแถมมียังปราศาจที่ไม่ได้เชื่อกับที่ไหนเลยอีกด้วยแถมส่งออร่ามืดๆมาอีกด้วย .....ไอ้ความไม่ ยินดีตอนรับนี้คืออะไร
"แล้วคนอื่นๆล่ะครับ" เด็กหนุ่มหันไปถ่ามอีกฝ่าย
"เขาไปพักกันหมดแล้ว เพราะว่าเมื่อสองอาทิตร์ก่อนมีการทดสอบอะไรต่อมิอะไรไม่ก็เกิดการที่สถ่านที่บ่าง
ส่วนพึ่งถูกทำลายลงไปน่ะ นั่นไงถึงแล้ว" หญิงสาวชี้นิ้วไปที่สิ่งก่อสร้างที่อยู่ด้านหน้า
เมื่อมองไปที่สถ่านที่ดังกล่าวเด็กหนุ่มก็ไม่อย่ากเชื่อว่ามันคือห่อพักจริงๆเพราะรูปร่างถ่ายนอกมันแปลกยิ่งกว่า
แปลกสะอีก อาคารรูปร่างสีเหลียมที่ก่อจากไม้ใช้มันเป็ไม้เก่าๆส่องประกายสีดำจนเหมื่อนพึ่งโดนเผ่าแต่เหมื่อนไม่ใช้เพราะออก
สีน้ำเงินจ่างๆที่ไม่ผังนี้ถือว่าแปลกพอๆกับประตู้เหล็กที่ไม่น่าเปิดออกมาได้แถมประตู้ยังมีการงัดเงะอักด้วย
....ให้ตรูไม่เข้าเรียนยังดีกว่าอยู่ที่นี้เลยเฟ้ยแค่ถ่ายนอกก็ส่องประกายความน่ารำคาญแล้วแต่ที่ยิ้งกว่านั่น
"แล้วหน้าต่างละครับอย่าบอกน่ะว่าไม่มี" เด็กหนุ่มพึมพำร่าวกับว่าถ้าอยู่ที่นี่ต่อไปตายแน่นอนหลับตา
และพูดว่าถ้างั่นผมขอนอนข้างถนนก็ได้ครับถ้าจำเป็เพราะถ้ามองจากถาพ....
"แน่ใจเหรอ" เสียงอันคุณเคยดังมาจากนาฬิกาที่อยู่บนข้อมือของหญิงสาว "ถ้าเธอไม่อยู่ที่นี่อาจตายได้น่ะ"
อยู่ดีขนจากทั่วร่างก็ลุกขึ้นมาอย่างไม่ได้นัดหมายร่าวกับว่าความซวยพึ่งเริมและมันก็จริง
"ดูจากสีหน้าเธอคงไม่เคยอ่านแผ่นแนะนำโรงเรียนสิน่ะ โรงเรียนนี้มีสาขามากมายที่เกี่ยวกับการเอาตัวรอด
และเป็การฝึกให้เอาตัวรอดจากสางครามอย่างการต่อสู้ แต่สาขาที่เธอเรียนต่างจากที่เน้นการเอาตัวรอดอย่างเดียว
เพราะเป็การเข้าสู้าขนาดย่อมที่เกิดจากการทำถารกิจของโรงเรียน และร่วมถึงเื่ความตายด้วย"
หน้าของเขาสีดลงหมายความว่า "ผมตายได้ทุกเมือเลยเหรอครับถ้าไม่มีห่อพัก"
"ใช้ แล้วแต่ไม่ใช้การตายจริงเพราะเธอสามารถคืนชีพได้แต่ความเจ็บของจริงเลยล่ะ เอาไงล่ะ"
"ผมไม่เหลือทางรอดเลยสิน่ะครับ งั้นก็ได้ครับ" ตายแนแน่"
"งั่นก็ขอตอนรับสู้โรงเรียนเซนปีแอร์น่ะ ฟุจิมารุ โยชิทากะคุง"
จากคนเขียน
ผมเปลียนแนวการเขียนใหม่น่ะครับเพราะดูแล้วคงอึดอันน่าดูผมเลยเปลียนการเขียนครับ ส่วนบ่างเื่ที่ว่าทำไมถึงตอนนี้แล้วยังไม่มีอะไร
ก็ได้แต่รอครับเพราะพลอตส่วนใหญ่มันก็มีเวลาของมันเองตรับรวมถึงเื่ต่างถ่ายหลังส่วนว่าทำไมบ้างครั่งมันเหมือนกับนิยายที่บ้างท่านเคยอ่าน
เพราะผมเอามาด้วยบ้างส่วนเพื่อเสริมอะไรนิดหน่อยในอนาคตครับ บวกกับ(เหมื่อนที่บอกไปตอนแนะนำเนื่อเื่เพราะชอบเป็การส่วนตัว)
ครับ อ่อและก็ถึงจะใกล้แต่ก็น่ะนร่วงหน้าก่อนละกัน สวัดดีปีใหม่ครับ มีควาสุขกับการอ่านต่อไปน่ะครับ