ตอนที่ 31 แสร้งเป็เหยื่อไม่สำเร็จ เลยคิดจะปล้นหรือ?
หลังจากที่หลินจิ่วเหนียงจากไป สองพี่น้องก็ตกอยู่ในความเงียบ หลังจากนั้นไม่นานหลิวอู่นีก็อดร้องไห้ไม่ได้
หลิวซื่อหลางเศร้าใจ เขาช่วยเช็ดน้ำตาให้นาง “อู่นี หยุดร้องไห้ได้แล้ว เ้ายังได้รับาเ็ จำเป็ต้องพักผ่อน”
“ท่านแม่เพียงพูดไปเพราะกำลังโมโหอยู่ เมื่อเ้าหายดีแล้วก็ลองขอร้องอีกครั้ง นางน่าจะให้เ้าอยู่ต่อแน่นอน อย่างไรเสียเมื่อก่อนท่านแม่ก็รักเ้ามาก”
“พี่สี่ จริงหรือ?” หลิวอู่นีตาดีใจ นางมองหลิวซื่อหลางด้วยความหวัง “พี่สี่ ท่านแม่จะยกโทษให้ข้าจริงหรือ นางจะให้ข้ากลับบ้านจริงหรือ?”
เมื่อเห็นสายตาคาดหวังของนาง หลิวซื่อหลางก็รู้สึกผิดเล็กน้อย แม่ของเขาไม่ใช่แม่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว และเขาไม่มั่นใจในตัวแม่คนปัจจุบันเลยสักนิด แต่เขาทนไม่ได้ที่จะทำให้อู่นีผิดหวัง จึงทำได้เพียงพยักหน้าขัดกับสิ่งที่อยู่ในใจ แล้วพูดอย่างกล้าหาญ
“ใช่ ท่านแม่จะยกโทษให้เ้าแน่นอน หากเ้าขอโทษอย่างจริงใจ”
“ท่านแม่ยังรักเ้าอยู่ เมื่อคืนเ้าถูกทิ้งไว้ที่หน้าประตู เ้ามีไข้สูง ตัวร้อนจนแทบจะใช้ทอดไข่ได้ ท่านแม่คิดหาวิธีช่วยให้เ้าหายตัวร้อนได้ คอยดูแลเ้าจนถึงรุ่งสาง เ้าจึงหายไข้ แล้วนางก็กลับไปพักผ่อน”
“เอาล่ะ อู่นี สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเ้าตอนนี้คือการดูแลตัวเองให้ดี เื่อื่นเราค่อยคุยกันทีหลัง ท่านแม่ ท่านแม่ยังไม่อาจเอาชนะอุปสรรคในใจนางได้ในตอนนี้ เพราะพวกเราได้ทำให้หัวใจของท่านแม่แตกสลายไปแล้ว”
หลิวอู่นีพึงพอใจ แต่นางไม่กล้าพยักหน้าเพราะเจ็บแผล
นางมองหลิวซื่อหลางด้วยสีหน้าเหยเก “พี่สี่ ข้าเจ็บแผลมาก”
หลิวซื่อหลางรู้สึกเป็ทุกข์ และไม่กล้าััาแของนาง “อืม ทนหน่อยนะ อีกไม่กี่วันก็จะหายดี แล้วพี่สี่จะขึ้นไปบนูเาหาผลไม้ป่ามาให้เ้ากิน”
หลังจากเกลี้ยกล่อมหลิวอู่นีให้นอนพัก ทันทีที่หลิวซื่อหลางออกไป เขาก็เห็นแม่ของเขายืนอยู่ที่ลานหน้าบ้าน ทำให้เขาสะดุ้งจนเผลออุทานออกมา “ท่านแม่!”
หลินจิ่วเหนียงเลิกคิ้วขึ้น “ขอโทษอย่างจริงใจก็พอแล้วงั้นหรือ? หลิวซื่อหลาง หึๆ โกหกโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยนะ!”
หลิวซื่อหลางตัวสั่นสะท้านด้วยสีหน้าขมขื่น “ท่านแม่ ข้า ข้าแค่ปลอบใจอู่นี นางาเ็ ข้าแค่กังวลว่านางจะเครียดเกินไป หากาแไม่หายจะทำอย่างไรเล่าขอรับ?”
จบแล้ว สายตาของแม่ทำให้เขาเครียดมาก
แต่ในวินาทีถัดมา ท่านแม่ก็หันหลังเดินจากไป ซึ่งทำให้หลิวซื่อหลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่เมื่อเห็นท่านแม่เดินออกไปข้างนอก เขาก็รีบถามว่า “ท่านแม่ จะไปไหนหรือขอรับ?”
“หาเงิน!”
หลินจิ่วเหนียงไม่หันหน้ากลับมามอง ยังคงเดินออกไปข้างนอก
หากนางอยู่คนเดียว อาหารที่มีอยู่น้อยนิดนั้นก็มีพอกินอยู่เพียงสองสามวัน อีกทั้งที่นางไปูเาต้าชิงเมื่อวานนี้ ก็ไม่ได้อันใดเลยนอกจากแพะป่าตัวเดียว
หาเงิน นาง้าหาเงินโดยด่วน!
นางยอมแพ้กับูเาต้าชิงแล้ว อยากจับตาดูโอกาสทางธุรกิจในเมืองมากกว่า
เมื่อมาถึงตลาดในเมือง หลินจิ่วเหนียงกวาดสายตามองเพียงปราดเดียวก็ส่ายหน้า
ต้องบอกว่าของซื้อขายในสมัยโบราณนั้นหายากมาก จนหลินจิ่วเหนียงรู้สึกว่ามีโอกาสทางธุรกิจและหลุมพรางอยู่ทุกหนทุกแห่ง
สุดท้ายหลินจิ่วเหนียงก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี
ตัดเย็บเสื้อผ้า ลืมไปเถอะ นางไม่มีฝีมือด้านนั้นเลย
นำสินค้าจากทางใต้ไปขายทางเหนือ นางก็ไม่มีกำลังพออยู่ดี
ทำอาหารขาย ดูเหมือนจะเป็ไปได้ แต่ไม่รู้จะทำอะไร
ขณะกำลังคิดว่าจะทำอะไรดี นางก็เดินไปที่ท่าเรือโดยไม่รู้ตัว
เมืองอันเล่อมีสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ที่ดี มีคลองขนาดใหญ่ไหลผ่านเมือง พวกพ่อค้าจากทางใต้และทางเหนือชอบแวะมาพักผ่อนหรือเติมเสบียง เป็การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองไปในตัว เมืองอันเล่อจึงถือเป็เมืองที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจมากที่สุดในบรรดาเมืองและหมู่บ้านใกล้เคียงหลายแห่ง
แต่ท่าเรือที่เคยมีชีวิตชีวามากในอดีตกลับกลายเป็ถูกทิ้งร้าง ทั้งยังมีพวกเ้าหน้าที่ศาลาว่าการเฝ้าท่าเรือด้วยท่าทางดุร้าย
หลินจิ่วเหนียงรู้มาจากบทสนทนาของคนรอบข้าง ว่าวันนี้มีผู้สูงศักดิ์มาถึง ขุนนางประจำเมืองจึงสั่งให้ผู้คนจัดสถานที่รอให้ผู้สูงศักดิ์มา
นางไม่สนใจเื่แบบนี้ ทำเพียงเหลือบมองเรือหรูลำหนึ่งที่แล่นเข้ามาช้า ๆ แล้วหันหลังเดินจากไป นางยุ่งอยู่กับการหาเลี้ยงชีพ จึงไม่มีเวลาดูเื่น่าตื่นเต้น
การรับชมเื่น่าตื่นเต้นทำให้ท้องอิ่มได้หรือไม่?
ไม่ ปกติการมาเฝ้าดูเื่น่าตื่นเต้น มักจะเกี่ยวข้องกับเื่ร้ายที่ไม่คาดคิด
นางไม่ได้มาดูเื่น่าตื่นเต้น แล้วเหตุใดเื่ร้ายถึงเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตานาง?
เมื่อมองไปยังชายคนหนึ่งที่นอนกอดขาตัวเองอยู่บนพื้น พลางส่งเสียงกรีดร้อง มุมปากของหลินจิ่วเหนียงก็กระตุก นี่คือนักต้มตุ๋นที่แสร้งทำตัวเป็เหยื่อหรือ?
ทำตัวให้เป็มืออาชีพมากกว่านี้หน่อยได้หรือไม่?
เขามาชนเข้ากับนาง แล้วทิ้งตัวลงนอนบนพื้นขณะส่งเสียงร้องลั่น แสร้งทำเป็ได้รับาเ็ การวิ่งมาอยู่ตรงหน้านางแล้วนอนลงทำเป็ได้รับาเ็เช่นนี้ คิดว่าคนอื่นโง่จริงหรือ?
แล้วนักต้มตุ๋นคนนี้น่าจะเงยหน้าดูสภาพนางก่อน ตาบอดหรือเปล่า?
หลินจิ่วเหนียงมองการแสดงของอีกฝ่ายโดยไม่พูดอันใดสักคำ ปลอม เห็นได้ชัดว่าปลอมมาก
“โอ๊ย โอ๊ย ขาข้าหัก เจ็บมาก” หม่าลิ่วกอดขาพลางร้องคร่ำครวญ แล้วจ้องมองหลินจิ่วเหนียงด้วยสายตาดุดัน “ให้ตายเถอะ นังหญิงบ้า เ้าไม่มีตาหรือ เ้ากล้าชนข้าและเหยียบจนขาหัก ชดใช้ เ้าต้องจ่ายเงินชดใช้ให้ข้า”
“ได้เลย!”
หลินจิ่วเหนียงไม่ปฏิเสธ นางเลิกคิ้วขึ้น “บอกมาสิ ขาข้างหนึ่งของเ้าราคาเท่าไหร่?”
เมื่ออีกฝ่ายถาม หม่าลิ่วก็ตกตะลึง หญิงธรรมดาทั่วไปคงร้องไห้และปฏิเสธว่านางไม่ได้ทำไม่ใช่หรือ เหตุใดท่าทางของสตรีผู้นี้จึงต่างออกไป ทั้งยังถามว่าเขา้าเงินเท่าใดด้วย?
อย่าสนใจเลยว่านางจะมีท่าทางอย่างไร ตราบใดที่นางให้เงินก็พอ
สีหน้าละโมบปรากฏบนใบหน้าของเขา “สิบสองตำลึง ข้าจะลืมเื่นี้ หากเ้าจ่ายเงินให้ข้าสิบสองตำลึง”
เมื่อทุกคนได้ยินคำว่าสิบสองตำลึง ต่างก็อ้าปากค้าง
นี่มันสิงโตอ้าปากกว้างชัดๆ ขู่กรรโชกเห็นๆ!
เงินสิบสองตำลึงก็เพียงพอแล้วสำหรับคนธรรมดาที่จะใช้ไปได้ถึงสามหรือสี่ปี และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเงินสิบสองตำลึงได้
สายตาเห็นอกเห็นใจของทุกคนจับจ้องไปที่หลินจิ่วเหนียง เห็นได้ชัดว่าหญิงคนนี้ตกเป็เป้าหมายของคนร้าย
“ได้!”
หลินจิ่วเหนียงตอบตกลง
หม่าลิ่วดีใจมาก เขารีบยื่นมือไปหานาง “เงิน เอาเงินมาให้ข้า!”
“ไม่ต้องรีบ” หลินจิ่วเหนียงหัวเราะเยาะ “เมื่อข้าตัดขาของเ้าออกแล้ว ข้าถึงจะจ่ายให้เ้า ซื้อขาข้างหนึ่งของเ้าในราคาสิบสองตำลึงนับว่าคุ้มค่า!”
หม่าลิ่วขมวดคิ้ว ก่อนจะเข้าใจความหมายของคำพูดของอีกฝ่าย เขาก็เห็นนางหยิบขวานผ่าฟืนออกมาแล้วง้างขึ้นเตรียมฟันลงบนขาของเขาอย่างไร้ปรานี หัวใจของเขาพลันสั่นสะท้าน รีบขยับตัวหลบไปด้านข้างด้วยสัญชาตญาณเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของอีกฝ่าย
ปั้ก!
ขวานผ่าฟืนสับลงบนพื้นที่หม่าลิ่วนั่งอยู่เมื่อครู่นี้ ส่งเสียงดังคมชัด
สีหน้าของหม่าลิ่วเปลี่ยนไปมาก บ้าไปแล้ว นังสุนัขตัวเมียตัวนี้คิดจะตัดขาเขาออกจริง ๆ เขาจึงรีบลุกขึ้นจากพื้นแล้วจ้องมองนางด้วยความโกรธ
หลินจิ่วเหนียงยืนตรงถือขวานโดยไม่สนใจสายตาหวาดกลัวของทุกคน แล้วมองไปยังอีกฝ่าย “เหตุใดเ้าถึงวิ่งหนี? ไม่้าเงินแล้วหรือ?”
“ถ้าโดนตัดขา เงินสิบสองตำลึงก็จะเป็ของเ้า อย่างไรเสียเ้าก็บอกเองว่าขาหักไปแล้ว ในเมื่อมันหักแล้วเ้าจะเก็บไว้เพื่ออะไร ก็แค่ตัดมันทิ้งเสีย”
สีหน้าของหม่าลิ่วพลันมืดครึ้ม นังสารเลว กล้าดีอย่างไรมาหลอกเขา ใบหน้าของเขาบึ้งตึงอย่างน่ากลัว “นังสารเลว เ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าจะฆ่าเ้า?”
“ข้าบอกเ้าแล้วว่าวันนี้เ้าต้องให้เงินข้า ไม่เช่นนั้นเ้าจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้ ได้ยินหรือไม่ หยิบเงินของเ้าออกมาเดี๋ยวนี้”
หลินจิ่วเหนียงมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ทำไม แสร้งเป็เหยื่อไม่สำเร็จ เลยคิดจะปล้นหรือ?”
หม่าลิ่วเยาะเย้ย “ถูกต้อง จะให้หรือไม่?”
“หากไม่ให้ ก็อย่ามาหาว่าพี่น้องของข้าหยาบคายกับเ้าแล้วกัน”
หลังจากพูดจบ ชายหน้าตาโเี้หลายคนก็เบียดตัวออกมาจากฝูงชน แล้วล้อมรอบหลินจิ่วเหนียง เพื่อรีดไถเงินจากนาง
้าเงินหรือ?
หลินจิ่วเหนียงยิ้มเยาะ ก่อนจะเหวี่ยงขวานผ่าฟืนไปทางมือที่ยื่นมาหาทันที!
...............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
เมืองนี้มันบ้านป่าเมืองเถื่อนจังหว่า ชนแล้วรีดไถเงินไม่สำเร็จก็ยกพวกมารุมงี้
ไหหม่า(海馬)