ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่374 ต่างฝ่ายต่างบาดเจ็บหนัก

        ชายหนุ่มสวมชุดคลุมดำปริศนา สุยจี แห่งตำหนักเทพ พวกเขาทั้งสองต่างหน้ามืดทะมึน เมื่อเห็นกายาตนเอง ส่องแสงคำสาปโลหิตออกมา ประหนึ่งเป็นปานแดงติดตัว เกรงว่ากว่าจะขจัดปานแดง ได้พวกเขาคงเสียเวลา ไม่น้อยเป็นแน่
 


        ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังกายาที่บ้าคลั่ง ของอี้เฉิน แผ่ซ่านออกมาท่วมท้นท้องฟ้า ขึ้นมาอย่างฉับพลัน พวกเขาทั้งสองต่างมีใบหน้าที่บูดเบี้ยวขึ้นมาในทันที แต่ชายหนุ่มสวมชุดคลุมดำปริศนา จู่ๆ เขาก็รู้สึกประหลาดใจ เมื่อเห็นวิชาที่อี้เฉินสำแดง เขาถึงกับเหม่อลอย ไปชั่วขณะในทันที "เหตุใดมันช่างเป็นวิชาที่ดูคุ้นตาของข้า เสียเหลือเกิน"



           แม้แต่ตงอย่างที่ดูอยู่ห่างๆ ตัวเขาก็ตกใจไม่น้อย "เหตุใด ทักษะวิชาที่ชายหนุ่มอัปลักษณ์สำแดง มันช่างเหมือนกับของคนผู้นั้น คนที่ถูกคาดการณ์ ว่าน่าจะ ตายไปแล้ว" ฝ่ามือของเขากำหมัดไว้จนแน่น จิตสังหาร เล็ดลอดออกมาโดยไม่อาจปิดกั้นไว้ได้

 


           อี้เฉินที่สำแดง วิชา กายามังกร ส่งผลให้แขนทั้งสองข้าง ค่อยๆ ปรากฏ เกล็ดมังกรสีดำทมิฬขึ้นมา พร้อมนิ้วมือที่แหลมคม ประหนึ่งกรงเล็บของมังกร ทำให้พลังกายาของเขาพุ่งสูงอย่างฉับพลัน เลือดภายในกายาเดือดพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง จิตสังหารทะลุทะลวง โหมซัดอย่างบ้าคลั่ง ดุจดั่งมารผู้ชั่วร้าย ย่างกรายลงมา

 

          "เจ้าเอาหมัดของข้าไปกินเสีย" สิ้นเสียง อี้เฉินตรงปรี่เข้าปะทะในฉับพลัน แม้ว่าทั้งสองที่ขับเคลื่อนวิชากายาขึ้นมา หมายมั่นจะต่อต้านอี้เฉิน ยังรู้สึกถึงแรงบีบคั้น จากพลังที่ท่วมท้น ของชายหนุ่มอัปลักษณ์ที่อยู่เบื้องหน้า ประหนึ่งยืนอยู่ต่อหน้า อสูรสงคราม ครั้นเมื่อได้ยินเสียงหมัดดังแหวกอากาศออกมาหวีดแหลม ปล่อยระลอกคลื่นที่น่าคร้ามเกรงออกมา

 


           เสียงปัง!!ดังออกมากู่ก้อง มาพร้อมปราณพลัง รูปร่างมังกร ปรากฏออกมาสู่สายตา ส่งผลให้ทั้ง2 ปะทะกันถอยร่น ออกไปในฉับพลัน ไปหลาย10จั้ง ด้วยขั้นพลังที่ยุบ ฮวบฮาบ จนไม่อาจต่อกรกับอี้เฉินได้ ริมฝีปากกระอักเลือดออกมากองใหญ่ในทันที

 


เสียงคำรามดังออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด"เจ้า เจ้า ช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก" ก่อนที่ปากของพวกเขาจะเช็ดเลือดออกจากมุมปาก ตั้งท่าต่อสู้อย่างไม่ได้หวาดเกรง

 


           สุยจี แห่งตำหนักเทพ ใบหน้าเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่จำยอม ระเบิดพลังกายาเทพศักดิ์สิทธิ์ ออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพิ่มพลังกายาของเขาไปอีกขั้น แสงศักดิ์สิทธิ์ปลดปล่อยออกมาจากร่าง จนรอบๆ ส่องแสงพร่างพราว มัดกล้ามทั่วร่างของ สุยจี ขยับขยายในฉับพลัน ส่งเสียงกล้ามเนื้อ กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง กายาขยายตัว หลายเท่าในฉับพลัน ทว่าก็รับรู้ได้ว่าร่างกายของเขากำลังจะพังทลายจากการสำแดงพลังเกินขีดจำกัด กล้ามเนื้อหลายๆ ส่วนเต็มไปด้วยรอยปริแตก เลือดไหลซึมออกมา แต่ก็แลกมาด้วย ศักยภาพ ที่ไปอยู่ในจุดสูงสุดของเขา หมายมั่นจะจบการต่อสู้ครั้นนี้ ด้วยกระบวนท่าเดียว



           ชายหนุ่มสวมชุดคลุมดำปริศนา เขาเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน ระเบิดร่างเพลิงสวรรค์ออกมาอย่างไม่มีปิดบัง จนกายาลุกท่วมไปด้วยเพลิงสีฟ้าคราม โชติช่วงชัชวาล ส่งอายความร้อนแพร่กระจายออกไปทั่วทิศ แม้แต่อากาศรอบๆ ยังบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง พร้อมจะจบศึกครั้นนี้เช่นกัน

 


          อี้เฉิน เขาหน้าบึ้งตึงไม่น้อย ครั้นเห็นเพลิงสีฟ้าคราม 'มันช่างคุ้นตาของเขาเสียเหลือเกิน' ก่อนอี้เฉินจะสำแดงวิชาอสูรคลั่งขึ้นมาใช้ โดยไม่มีเก็บออมวิชาไว้ แม้จะทำให้เขาต้องบาดเจ็บหนักก็ตาม นี่คือการปะทะกันของกายเนื้อ ริมฝีปากอี้เฉิน กระอักเลือดออกมาคำใหญ่ในทันที ที่สำแดงวิชาขึ้นมาใช้ กายาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดในฉับพลัน แต่ก็แลกมาด้วยพลังโจมตีที่บ้าคลั่งและรุนแรง คิดจะจบศึกชี้ชะตาในอีกไม่กี่อึดใจ

 


         เสียง"ฆ่า"ของทั้งสามถูกคำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด อายสังหารถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น ชายอาภรณ์ โบกสะบัดไปกับระลอกคลื่นอย่างรุนแรง หมุนควงกำปั้นต่อยออกไปด้านหน้าของอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง หมายมั่นจะลบล้างศัตรูของตนให้หายไปจากเบื้องหน้า

 


          ในฉับพลันที่หมัดของทั้งสามพุ่งเข้าใส่กัน เสียงอากาศก็ดังออกมาหวีดแหลม ใจกลางจุดตัดสามเหลี่ยม ที่พวกเขาปะทะกัน ก่อเกิดแสงวาบเต็มเปี่ยมไปด้วยปราณพลังทำลายล้าง ที่บ้าคลั่ง ราวกับดวงอาทิตย์ดวงย่อมๆ ที่เต็มไปด้วยปราณพลังที่พวกเขาทั้ง3ปลดปล่อยออกมา

 


ต่างฝ่าย ต่างไม่มีใครยอมแพ้ กดกำปั้นของตน หมายจะควบคุมแสงทำลายล้าง ที่มากมหาศาล ไปให้อีกฝ่าย โดยไม่มีใครยอมถอย แม้แต่น้อย "เจ้าจงตายกลายเป็นปุ๋ยในดินไปเสีย"

 


"ไอ้เวร เจ้าต่าง  หากที่ต้องตายตกไปเสีย" ทั้งสามคำรามออกมากู่ก้อง กำปั้นที่มีเลือดไหลซึม ส่งหมัดออกไปด้านหน้าอย่างบ้าคลั่ง

 


เสียงเคร้ง!!ดังออกมาสนั่นหวั่นไหว ส่งผลให้มิติ หุบเหวสวรรค์ แตกออกเป็นเสี่ยงๆ รอบบริเวณที่พวกเขาปะทะกัน ในฉับพลัน

 


        เพียงไม่กี่เสี้ยววินาที ปราณพลังใจกลางที่ถูกบีบอัดอย่างรุนแรงโดยพวกเขาทั้งสาม ก็แตกระเบิดออกด้วยแรงบีบอัดอันมากมหาศาล ส่งผลให้แรงระเบิด มากเป็นทวี


เสียง"ตู้ม"ดังออกมาก้องฟ้า บริเวณโดยรอบถูกกวาดล้างในฉับพลัน เทือกเขาขนาบสองฝากข้าง กลายเป็นหลุมยุบใหญ่ มิติ หุบเหวสวรรค์ บริเวณนั้น แตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา ส่งระลอกคลื่น ออกไปทั่วทิศอย่างบ้าคลั่ง เสียงปังดังออกมาสนั่นหวั่นไหว ประหนึ่งระเบิด ลูกยักษ์ได้ถูกจุดขึ้น

 


         ทั้งสามคนลอยกระเด็นออกไปด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ พุ่งชนหน้าผาที่อยู่โดยรอบอย่างรุนแรง เสียง"ปัง"ดังออกมาก้อง เมื่อชนเข้ากับหน้าผา กายาเต็มไปด้วยบาดแผลสาหัส มองเห็นรอยฉีกขาด ไปทั่วร่าง เลือดหลั่งไหลออกมาเป็นสาย เสื้อผ้า อาภรณ์ ขาดลุ่ยไม่มีชิ้นดี ริมฝีปากกระอักเลือด ออกมากองใหญ่

 


"บัดซบ บัดซบ"ทั้งสาม ต่างฝ่ายต่างไม่มีความจำยอม ทว่าพวกเขาบาดเจ็บกันหนักไม่น้อย แม้แต่แรงจะยันร่างขึ้นมายืน ยังไม่มี

 


       หมู่ชนที่นั่งหยั่งรู้ภายในลานหิน ครั้นเห็น ท้องฟ้าสุดสายปรายตาแตกร้าว ประหนึ่งจะถล่มลงมา พวกเขาถึงกับขมวดคิ้วมุ่น แม้แต่ องค์ชายใหญ่ที่เห็น พวกเขาถึงกับใบหน้าบึ้งตึง ก่อนจะเลิกคิดฟุ้งซ่าน กลับไปตั้งใจหยั่งรู้ภายในลานหินต่อ ประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น



        ตงหยาง พุ่งเข้ามาพยุงร่าง สุยจี แห่งตำหนักเทพ ในฉับพลัน แรงระเบิดรุนแรงไม่น้อย แม้แต่กายาของเขายังบาดเจ็บหนัก ริมฝีปากเปรอะเปื้อน ไปด้วยคราบเลือด "เราถอยกันก่อนเถอะ สุยจี บาดแผลของเจ้าสาหัสไม่น้อยเลย ไหนจะกายาที่เจ้าสำแดง ทำให้พลังกายาของเจ้าเสียหายเป็นอย่างมาก"

 


"ได้ๆ ตงหยาง ฝากเจ้าด้วย ข้าในยามนี้ไม่เหลือแรง จะหลบหนีอีกต่อไป" สุยจี แห่งตำหนักเทพ กล่าวคำพูดออกมาด้วยความไม่จำยอม แต่ก็ต้องยอมรับศักยภาพ ของไอ้สองคนนี้ไม่ธรรมดา

 


          ชายหนุ่มสวมชุดคลุมดำปริศนา เขาเองก็พยายามจะลุกขึ้นยันร่างยืนมาให้ได้ ริมฝีปากกระอักเลือดออกมาไม่หยุด ดวงตาเต็มไปด้วยความอิดโรย ทว่าเมื่อเขาได้ยินน้ำเสียงที่บ้าคลั่งของ ชายหนุ่มอัปลักษณ์ ชันเข่าข้างหนึ่งไว้กับพื้นคำรามออกมากู่ก้อง เขาหยุดชะงักในทันที

 


          ฉับพลัน อี้เฉินก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด "พวกเจ้าทั้งหมดจะยังไปไหนไม่ได้ โดยเฉพาะเจ้า ไอ้ตงหยาง" ก่อนอี้เฉินจะปลดปล่อยสัตว์วิเศษออกมา หมายมั่นจะใช้มันเก็บกวาดโดยรอบ

 


          เจ้าสมิงน้อย กับ เยว่ เยว่ ที่ออกมาได้ พวกมันแยกเขี้ยวข่มขู่ผู้คนในฉับพลัน ทว่ามันกลับไม่ทำตามคำสั่งของอี้เฉิน จ้องมองศัตรูเสียอย่างนั้น "ข้าไม่อยากผูกชะตาแค้นกับเจ้า เจ้าต้องจัดการเอง" สมิงน้อยมันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงยึดมั่น ไม่อยากเข้าไปอยู่ในกรงล้อ ความแค้นของผู้อื่น

 


           ตงหยาง กายาสั่นเทิ้มในทันทีครั้นได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นเคย จดจำอี้เฉินได้ในพริบตา "เจ้า! เจ้า! ยังไม่ตายงั้นหรือ เป็นไปไม่ได้ เจ้าไม่น่าจะมาอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ได้สิ หรือเจ้าเป็นผีมาหลอกหลอนข้า" ตงหยาง เขาเริ่มเสียสติอย่างสมบูรณ์ ใบหน้าเหยเก เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อว่า อี้เฉินจะยังมีชีวิตอยู่

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน