ไอ้คนที่ตุ๊ยท้องเธอจนตัวงอเรียกร้องกรรมสิทธิ์ของมัน "เออ กูคนที่สองเพราะเป็คนเจอตัวมัน" ไอ้ตัวเตี้ยที่ตุ้๊ยท้องและเคยนั่งเฝ้าเธอมาแล้วครั้งหนึ่ง มันแลบลิ้นแผล่บๆเหมือนเจออาหารจานโปรด "พวกมึงออกไปดูต้นทางข้างนอก กูเสร็จแล้วเดี๋ยวกูเรียก" พวกเพื่อนๆมันออกไปหมดแล้วมันรีบจัดการถอดกางเกงเธอออกเหลือแต่กางเกงใน มันเอามือขยำอกเธอก่อนที่จะถอดเสื้อเธอออก "เฮ้ยไอ้สน พี่ลมมาแล้วว่ะ" ไอ้ตัวเตี้ยชื่อสนกำลังดึงเสื้อเธอออกรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว มันโผล่หน้าออกไปถามเพื่อนมัน "เอาไงดีวะ พี่ลมรู้ถ้าไม่โดนกระทืบก็โดนยิงทิ้งกันคราวนี้แหละมึง" มันออกมายืนข้างนอกแล้วดึงประตูปิดไป "ไอ้สัตว์ตุงมาเลยนะมึง ก็ไม่ต้องบอกเขาสิวะ บอกว่าไม่เจอเมียมันก็จบแล้ว" ไอ้คนที่เป็บุรุษพยาบาลออกความเห็น พวกมันก็สามัคคีเห็นพ้องต้องกัน "เสียดายว่ะ แม่งขาวซ่อนรูปดีอิ๊บอ๋าย" ไอ้ลมกำลังเดินเข้ามาในโรงพยาบาล พรานรับยาให้แม่ของปรางเสร็จแล้วก็กำลังเดินออก เห็นไอ้ลมเดินเข้ามาก็รีบฉากตัวหลบ ไอ้สี่คนนั่นเดินมาที่ไอ้ลมลูกพี่มัน "มันอยู่ในห้องไอซียูครับพี่ ส่วนเมียมันพวกผมตามหายังไม่เจอเลย" ไอ้ลมมองพวกมันด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ "ไปเข้าไปหามันต้องอยู่แถวๆนั้นแหละ" พวกมันเดินไปทางห้องไอซียูโดยมีบุรุษพยาบาลเดินนำหน้า พรานก็ค่อยเดินตามไปเพราะอยากรู้ว่ามันมาตามหาใคร เขาเดินตามไปเอาหลังพิงแนบผนังยืนมองพวกนั้น ทีกำลังยืนคุยกันอย่างเก้ๆกังๆแล้วพวกมันก็เดินกลับมาทางเดิม พรานถอยกลับมาคิดจะเดินกลับแต่ทางกลับนั้นโล่ง เขาจึงเปิดประตูเข้าห้องเก็บของปิดประตูแล้วล็อคลูกบิด โอยยย พรานใที่ได้ยินเสียงผู้หญิงร้อง เขาเปิดไฟดูแล้วก้มลงไปมองใกล้ๆ "คุณวิถา" เธอลืมตามองแต่เธฮไม่รู้ว่าใคร "ช่วยด้วยค่ะ" พรานจัดการดึงเสื้อเธอลงเข้าที่เดิม เธอยังเอามือกุมท้องอยู่ยังไม่หายจุก เพราะแรงบวกของการวิ่งแล้วโดนต่อยหมัดสวนมาอย่างแรง เพราะเธอเป็ผู้หญิงด้วยจึงทำให้เธอจุกนานกว่าปกติทั่วไป พรานไม่รอช้าก็จัดแจงเอากางเกงมาสวมใส่ให้เธอจนเสร็จเรียบร้อย "คุณเป็อะไรครับ ทำไมถึงมานอนขดตัวแบบนี้" เธอก็อยากจะตอบแต่พูดไม่ค่อยจะออก "จุก..ท้อง" พรานไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน "ขอโทษนะครับ คุณวิภา" เขาดึงมือเธอออกแล้วนวดท้องให้จนเธอผ่อนคลาย พอนั่งได้แล้วเธอก็เล่าให้เขาฟังจนหมดที่พวกนั้นทำกับเธอ "มันหลบอยู่ในห้องนี้หรือเปล่า มึงลองเปิดดูสิวะ" เสียงไอ้ลมสั่งไอ้สี่คนนั้นทำท่าอึกอัก "เปิดสิวะ ชักช้าเสียเวลา" ไอ้คนที่เป็บุรุษพยาบาลเอื้อมมือไปบิดลูกบิด "เขาล็อคไว้ลูกพี่ มีแต่พวกเวรทำความสะอาดเท่านั้นแหละถึงจะมีกุญแจเปิด พวกนั้นจะมากันตอนเที่ยงคืนกลับตีห้า" มันรีบบอกปัดไปมันคิดว่าวิภาคงลุกขึ้นได้แล้วมาปิดล็อกไว้ "เข้าไปหามันอีกรอบ มันจะหนีไปไหนได้" ไอ้ลมสั่งไอ้พวกนั้นก็รีบไปทันที "คุณพร้อมมั้ย" พรานถามเธอก็พยักหน้า พรานเปิดประตูแล้วเดินออกไปพร้อมกัน เธอก็เดินเอามือกุมท้องไปตลอดทาง "พี่ลมมันเดินไปกับใครไม่รู้ นั่นไงผมจำชุดมันได้" เสียงของบุรุษพยาบาลที่เดินออกมายืนอยู่ระหว่างพรานกับไอ้ลม พอมันะโก็ได้ยินทั้งสองฝั่ง "ไปคุณเดินเร็วๆเข้า" เธอส่ายหน้า "ไม่ไหวแล้วค่ะจุกท้องน้อยอีกแล้ว คุณไปเถอะอย่ามาลำบากด้วยกันเลย" พรานนั่งลงยองๆ "เกาะหลังผมไว้เร็วเข้า" เธอไม่ลังเลอะไรรีบกอดทันทีที่เขาบอก พรานลุกขึ้นวิ่งออกไปจากตรงนั้น ไอ้พวกนั้นก็วิ่งตามมาเกือบจะทัน พรานวิ่งถึงป้อม รปภ.พี่ครับไอ้พวกนั้นมันตามทำร้ายผมมาจากโรงพยาบาล รปภ.ออกมาดู ปรี๊ดดดดด ปรี๊ดดดดด ปรี๊ดดดดด มี รปภ.อีกสี่ห้าคนวิ่งมาตรงนั้น ไอ้พวกนั้นเบรกกึก เดินถอยหลังกรูดไม่กล้าวิ่งตามไปอีก พรานก็ยังเข้าไปเอารถไม่ได้ให้เธอขี่หลังเดินเข้าซอย แล้วย้อนขึ้นไปทางหลังโรงพยาบาล "คุณคอยผมอยู่ตรงนี้ก่อนนะครับ ผมจะเข้าไปเอารถเดี๋ยวผมมารับ" เขาบอกให้เธอนั่งหลบในมุมมืด หากจะให้นั่งที่สว่างก็กลัวว่าจะหนีเสือมาปะจระเข้ พรานหายไปร่วมๆชั่วโมงก็กลับมา ไม่เห็นเธอนั่งอยู่ตรงนั้นเขาก็มองไปรอบๆ "คุณคะ" เธอหลบอยู่ในซอกตึก "ไปทำอะไรตรงนั้นครับ" พูดแล้วเขาก็เดินเข้าไปหา "พวกนั้นค่ะ มันมารถกระบะมากันหลายคน วิ่งวนไปวนมาหลายรอบแล้วค่ะ" พรานก็นั่งลงข้างๆเธอ สักพักก็เห็นรถกระบะสองคนวิ่งตามกันมาส่งเสียงโหวกเหวก มีคนยืนในกระบะห้าหกคนทั้งสองคัน "รถคุณล่ะคะ" เธอถาม "เข้าไปเอาไม่ได้ครับ พวกมันรออยู่หน้าโรงพยาบาลสิบกว่าคน" เขาตอบฝนก็เริ่มปรอยลงมาเม็ดหนาขึ้น เป็ธรรมชาติของกรุงเทพฯที่ฝนมักตกแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยประจำฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เขาก็พาเธอเดินเข้าซอกตึกเล็กๆทะลุไปอีกซอย ทั้งสองพากันเดินเลาะไปผ่านสนามเด็กเล่นเก่าๆ ดูสภาพแล้วคงจะไม่มีเด็กมาเล่นนานแล้ว เพราะต้นหญ้าขึ้นรกร้างเต็มไปหมด "คุณค่อยๆเดินนะครับมันรกมาก ไม่รู้จะมีงูหรือเปล่า" เธอใะโกอดคอเขาสองขาก็รัดเอวอย่างอัตโนมัติ "มันอยู่ไหนไล่มันไปค่ะ" เธอร้องเสียงสั่นเพราะกลัวงูเป็ชีวิตจิตใจอยู่แล้ว "ไม่มีงูครับ ผมแค่บอกเตือเฉยๆ" เธอก็ยังไม่ยอมปล่อยแขนรัดคอแน่นขาก็รัดเอวแน่นเช่นกัน พรานรู้ว่าเธอกลัวงูมากจริงๆไม่ได้แกล้งแน่นอน เพราะเธอรัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออก "คุณปล่อยก่อนครับ ถ้ากลัวก็ขี่หลังผมไปก็ได้" เธอค่อยๆคลายขาและแขนออกยิ่นนิ่งก้าวขาไม่ได้ พรานก็ให้เธอขี่หลังแล้วพาเธอเดินผ่านสนามเด็กเล่นนั่นไป เดินลัดซอยเล็กไปโผล่ที่ปากซอยทีร้านสะดวกซื้ออยู่ตรงปากซอยพอดี "คุณหิวหรือเปล่า ถ้าหิวเดี๋ยวนั่งรอผมตรงมืดๆนั่นเดี๋ยวนะ" เขาก็เข้าไปซื้อเบียร์บุหรี่แล้วก็แฮมเบอร์เกอร์ ่รอเวฟแฮมเบอร์เกอร์พรานเดินไปเลือกเสื้อยืด และกางเกงในอย่างละสองตัว คิดเงินเสร็จเรียบร้อยเขาก็เดินออกมา ยื่นแฮมเบอร์เกอร์ให้เธอส่วนเขาเปิดเบียร์ดื่ม "แก้หนาวมั้ยครับ" เธอพยักหน้าเพราะตากฝนมาเกินครึ่งชั่วโมงแล้ว พรานก็เปิดอีกกระป๋องดื่มไปกินแฮมเบอร์เกอร์ไปด้วย กินแฮมหมดพรานก็จุดบุหรี่สูบแล้วเดินออกไปดูที่ถนน หันไปหันมาอยู่ครู่หนึ่งก็เดินกลับ "เราจะไปทางไหนดีคะ" พรานชี้มือไปทางซ้าย "ไปทางหน้าโรงพยาบาลครับ ก่อนถึงโรงพยาบาลมีโรงแรมเล็กๆ เดี่ยวเช่าคนละห้องพรุ่งนี้เช้าค่อยออกไปโรงพยาบาล" เธอก็ไม่รู้จะยังไงกับชีวิตแล้วตอนนี้พยักหน้ารับ ทั้งสองพากันเดินไปที่โรงแรม เบิยร์อีกสองกระป๋องก็ถูกเปิดแบ่งคนละกระป๋อง เดินกินตากฝนไปจนถึงโรงแรมเบียร์ก็หมดพอดี ทั้งคู่เดินเข้าไปในโรงแรมเก่าๆแห่งนั้น ชายวัยเกษียณผู้ดูแลโรงแรม "เหลืออีกห้องพอดีเลยครับ อยู่ชั้นสองริมสุด" บอกเขาทั้งสองคนสายตาก็มองวิภาตามันวาว เพราะเสื้อที่โดนน้ำมันเปียกรัดจนเห็นรูปร่างของเธอ "ลุงว่ายังไงนะครับ เหลือกี่ห้อง" พรานถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจพรานถามอีกทีเพื่อความแน่ใจ "เหลือห้องเดียวครับ นอกนั้นมีคนเข้าพักหมดแล้ว" พรานหันไปมองหน้าวิภา เธอก็ไม่รู้จะทำยังไงก็พยักหน้า เพราะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว จ่ายค่าห้องแล้วทั้งสองก็เดินตามชายผู้ดูแลไปยังห้องที่เหลือว่างอยู่ เข้าห้องแล้วพรานก็ยื่นเสื้อและกางเกงในที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อให้เธอ "อุ๊ย นี่มันกางเกงในผู้ชายนี่คะ" เธอพูดตะกุกตะกักนิดๆเพราะเขินๆด้วย "ใส่แก้ขัดไปก่อนครับ อย่าลืมซักชุดเก่าด้วยเอาไว้ใส่พรุ่งนี้" วิภาเข้าไปอาบน้ำแล้ว พรานก็เดินสำรวจภายในห้อง บานประตูแข็งแรงดีบานหน้าต่างด้านหลังและด้านข้าง หลุดหมดเหลือแต่บานมุ้งลวดมีประโยชน์แค่กันยุงได้เท่านั้น พื้นกระเบื้องไม่สะอาดนักเพราะเก่ามาก คงจะกวาดอย่างเดียวไม่เคยเช็ดถูเลยก็เป็ได้ พรานย่อตัวลงนั่งเอานิ้วถูกระเบื้องดู "คุณทำอะไรคะ" เธออกมาจากห้องน้ำเห็นพรากำลังเอามือถูกระเบื้องไปมา "เดี๋ยวผมนอนที่พื้นก็ได้ครับ คุณนอนบนเตียงเถอะเพื่อความสบายใจของคุณ" เธอยืนคิดนิดนึง "พื้นสกปรกมาก เตียงก็กว้างพอนอนได้สองคน ภาเชื่อใจคุณค่ะ" เธอพูดไม่ค่อยเต็มเสียงนัก เธอมองไปรอบห้องไม่รู้จะเอาผ้าไปตากที่ไหน พรานก็บอกให้เธอเอาพากไว้บนเก้าอี้ที่มีตัวเดียวในห้อง ทั้งเสื้อนอกเสื้อในพากทับกับบนเก้าอี้ทั้งหมด เธอใส่เสื้อยืดตราห่านบางๆ ที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อแถมยังโนบราอีกด้วย เธอหน้าแดงขึ้นมาอย่างสะกดไม่อยู่ เพราะเป็ครั้งแรกที่ต้องนอนโรงแรม ห้องเดียวกับผู้ชายที่ไม่ใช่สามีของเธอ เธอใส่กางเกงในผู้ชายที่มีผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆนุ่งทับอยู่ พรานเข้าไปอาบน้ำโดยไม่ต้องพึ่งผ้าเช็ดตัวที่มีเพียงผืนเดียวซึ่งเธอนุ่งอยู่ ไม่ใช่เื่ยากสำหรับผู้ชายอยู่แล้ว ก๊อก ๆ ๆ พรานกำลังอาบน้ำอยู่ "มีอะไรหรือครับ" ... "ผ้าเช็ดตัวค่ะ" เธอแง้มประตูห้องน้ำที่ลูกบิดล็อกไม่ได้ เธอยื่นเฉพาะมือส่งผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆเก่าๆให้ "คุณไม่ใช้หรือครับ" ... "ภาใช้ผ้าห่มคลุมแทนค่ะ" ผ้าห่มที่มีก็ผืนเล็กนิดเดียวพอห่มได้สองคน แต่ต้องเบียดกันสักนิดหน่อย เธอนอนห่มผ้าอยู่บนเตียง ลมพัดมาจากทางด้านหลังผ่านมุ้งลวดเข้ามาออกทางด้านข้าง ลมพัดพาไอฝนเข้ามาด้วยประปราย เพราะหน้าต่างมีเพียงมุ้งลวดกันไว้เท่านั้น มันทำให้เย็นเยือกเพิ่มขึ้นไปอีก เสียงสายฝนก็กระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย ซู่ ซู่ ซู่ พรานสวมเสื้อยืดนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ ฝนก็ยังคงกระหน่ำลงมาเหมือนฟ้ารั่ว พรานหยิบบุหรี่ขึ้นมายืนสูบตรงหน้าต่าง วิภาดึงผ้าห่มกลิ่นไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ปิดจมูกไว้ พรานสูบไม่กี่ครั้งก็เปิดมุ้งลวดดีดบุหรี่ทิ้งไป เขาเดินมานั่งที่เตียงหันหลังให้วิภา "ผ้าเช็ดตัวเปียก ภาว่าคุณเอาไปผึ่งไว้ดีกว่าค่ะ พรุ่งนี้เช้าต้องใช้อีก" พรานก็เอาไปผึ่งทับผ้าของวิภาบนเก้าอี้ เธอนอนตะแคงหันหลังให้เพราะไม่กล้ามอง คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่ต้องมานอนในห้องเดียวกัน พรานเดินไปที่เตียงนอนตะแคงหันหลังให้เธอ "คุณรู้จักภาได้ยังไงคะ" เธอถามในสิ่งที่สงสัยั้แ่แรกตอนที่เขาเรียกชื่อเธอ ในห้องเก็บของที่โรงพยาบาล "ผมเคยเอารถไปล้างบ่อยครับ เห็นคุณกับเฮียเม้งบ่อยๆ" เขาตอบตามความเป็จริง "เอ่อ แต่ภาไม่คุ้นหน้าคุณเลยค่ะ" เธอก็พูดตามความจริงเหมือนกัน "ผมยังเห็นลูกสาวคุณด้วยนะครับ ได้ยินเรียกเธอว่าอาหมวย แต่ผมดูๆแล้วอายุน่าจะต่างกันไม่มาก คุณแต่งงานั้แ่อายุยังน้อยหรือครับ" พรานถามโดยไม่ได้คิดอะไร เพราะตามที่เห็นจริงมันก็เป็แบบนั้น "ความจริงอาหมวยเป็เด็กที่ขอมาเลี้ยงค่ะ เฮียเขาอยากมีลูกน่ะ" พรานได้ยินแบบนั้นก็ไม่กล้าจะถามอะไรต่อ คงจะมีใครสักคนที่เป็หมันมีลูกไม่ได้แน่เชียว "พรุ่งนี้ภาจะเข้าไปดูเฮียได้ยังไง ยังคิดไม่ออกเลยค่ะ" เสียงเธอแ่เบาลงเพราะความสงสารเฮียเล้ง "ต้องไปดูลาดเลาก่อนครับ ตอนนี้เฮียอยู่ในห้องไอซียูพวกนั้นทำอะไรไม่ได้หรอก" วิภาหันหน้าไปทางพรานเห็นนอนตะแคงขดตัวอยู่ เขาไม่ได้ห่มผ้าด้วยคงเพราะเกรงใจเธอ แสงไฟจากนีออนก็สว่างโพลงทั้งสองคนไม่กล้าปิดไฟ เพื่อนแสดงความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง "คุณไม่ห่มผ้าเดี๋ยวเป็ไข้นะคะ แบ่งกันห่มเถอะค่ะ" พรานลังเลใจนิดนึง "ไม่เป็ไรครับหนาวแค่นี้ผมทนไหว" เขาปฏิเสธ "เอาแบบนี้ดีไหมคะ คุณไปดูลาดเลาส่วนภาจะคอยคุณอยู่ที่นี่ก่อน" เธอเสนอความคิด "ไม่ได้ครับ" ... "ทำไมล่ะคะ ถ้าภาไปด้วยจะเป็ตัวถ่วงของคุณเปล่าๆ" เธอให้เหตุผล "ห้องนี้ไม่มีกลอนล็อคข้างใน คนข้างนอกไขกุญแจลูกบิดเข้ามาได้อย่างสบายๆ ตอนที่เข้ามาผมก็เห็นไอ้แก่นั่นมองคุณด้วยสายตาที่หื่นมากเสียด้วย" ..."บ้า" เธอเผลอปากว่าเขาอย่างไม่ตั้งใจ "ตอนที่คุณอาบน้ำอยู่ มันเคาะประตูเอาเบียร์มาให้ผมขวดหนึ่ง มันบอกว่าโปรโมชั่นแต่ผมไม่ได้กินเททิ้งไปหมดแล้ว" เธอสงสัยว่าทำไมต้องเททิ้งด้วย "เขาอาจมีน้ำใจทำไมต้องเททิ้งด้วยคะ" ... "มันอาจใส่ยาผสมเบียร์ รอให้ผมหมดสติแล้วก็ไขกุญแจเข้ามา คุณคิดว่าจะรอดมือมันไปได้หรือครับ" เขาบอกไปตามประสบการณ์ที่มี สีหน้าเธอเกิดความวิตกขึ้นมาทันที "ถ้าเราหลับกันหมดแล้วเขาเข้ามาพร้อมอาวุธล่ะคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เธอเริ่มจะกลัวขึ้นมาจริงๆแล้ว "ประตูมันเปิดเข้าข้างใน ผมเอามีดเสียบตีนประตูกันไว้แล้วผมเชื่อว่าปลอดภัย หรือถ้ามันพังประตูเข้ามาผมก็รู้สึกตัวก่อนอย่างแน่นอนครับ" เธอรีบลุกขึ้นไปดูมีดที่เสียบไว้อย่างลืมตัว "เสียบแบบนี้กันได้แน่นะคะ" เธอพูดแล้วก็ต้องใจหายวาบ เมื่อรู้ตัวว่าใส่เพียงกางเกงในผู้ชายตัวเดียว เสื้อในไม่ได้ใส่มีเพียงเสื้อยืดบางๆเท่านั้นที่สวมอยู่ เธอรู้สึกโล่งอกเมื่อหันมาทางพราน เห็นเขานอนตะแคงหันหลังในท่าเดิม ตามสัญชาติญาณพรานหันมามองั้แ่เธอผุดลุกขึ้นไปแล้ว เธอรีบกลับขึ้นไปนอนห่มผ้าห่มเหมือนเดิม พรานรู้สึกเมื่อยเมื่อนอนตะแคงนานๆ ก็ค่อยๆขยับตัวนอนหงายกอดอกเพราะอากาศเย็นขึ้นทุกขณะ เธอก็บอกให้เขาห่มผ้าเพราะถ้าไม่สบายขึ้นมาพรุ่งนี้จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่ พรานก็ดึงผ้าห่มมาห่มเพราะมันหนาวมากขึ้นทุกวินาทีแล้ว พอเนื้อมาเบียดกันความรู้สึกแปลกๆก็เกิดขึ้น แต่ทั้งสองก็พยายามข่มใจไว้ไม่ให้เกิดความกระสัน "คืนนี้เราจะปลอดภัยใช่ไหมคะ" เธอถามย้ำด้วยความวิตกกังวล "ผมก็ยังไม่แน่ใจ ว่าไอ้แก่นั่นจะมีลูกเล่นอะไรอีก แต่คุณไม่ต้องกลัวนะครับ ถ้าผมยังอยู่มันคงทำอะไรไม่ได้ง่ายๆหรอก" เธอรู้สึกสบายใจขึ้นอาการกระสันแปลกๆที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็หายไป เสียงตุ๊กแกบนฝ้าร้องออกมาเสียงดังคงตัวใหญ่น่าดู เธอขยับตัวเบียดเขาแน่นเพราะกลัวเสียงตุ๊กแกนั่น "มันร้องอยู่ตรงไหนคะ" เธอถามด้วยความกลัวสายตาเธอก็มองหาที่มาของเสียงนั้น พอเสียงตุ๊กแกหยุดร้องเธอก็ได้ยินเสียง ฟึ่บบ ไฟดับทั้งโรงแรมเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น เปรี้ยงงงงงงง ... ว๊ายยยยยย เธอหวีดร้องด้วยความใอย่างแรง พลิกตัวขึ้นไปนอนทับร่างของพราน เธอนอนตัวสั่นบนร่างของเขา พรานก็กอดเธอไว้แน่นเช่นกัน ฮอร์โมนของลูกผู้ชายที่ไม่ได้ััเนื้ออันนุ่มนิ่มของหญิงสาวมานาน มันก็ทำงานโดยอัตโนมัติ เธอเองก็รู้สึกถึงก้อนเนื้อของเขาดันขึ้นมาเหมือนกัน เธอเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขายังไม่ทันจะพูดอะไร ปากของเขาก็ประกบเข้าปากเธออย่างรวดเร็ว เธอพยายามที่จะดันตัวอองแต่แขนของเขายังรัดแน่น ปากก็ยังประกบอยู่เธอก็ไม่อาจะสะกดอารมณ์ได้เหมือนกัน ทั้งคู่เผลอปล่อยใจไปตามอารมณ์ ฝนก็โปรยปรายลงมาไม่ยอมหยุดเหมือนเป็ใจ เสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นที่ห่อหุ้มร่างกายทั้งสองคน หลุดไปั้แ่ตอนไหนก็ไม่อาจรู้ได้ เหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าของคนสองคนบนเตียง ที่ตกอยู่ในอำนาจของไฟราคะอย่างเมามัน ทั้งคู่บรรลุถึงจุดสุดท้ายไฟปรารถนา เมื่อทุกอย่างสงบลงทั้งคู่ยังนอนเปลือยกาย กอดกันแนบสนิทอยู่บนเตียงฝนก็ยังไม่ยอมหยุดตกง่ายๆ "ผมขอโทษครับ ที่ข่มใจตัวเองไม่อยู่" เธอไม่ตอบอะไรแต่ก็ไม่ได้ผลักไสลุกหนีไปไหน ยังคงนอนกอดอยู่ในอ้อมกอดของเขา "คุณโกรธผมก็สมควรแล้ว แต่ผมขอโทษจากใจจริงครับ" ... "ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ถ้าผิดเราก็ผิดด้วยกันทั้งคู่ ที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งในตัวเอง" ทั้งคู่ยังคงนอนคุยกันโดยไม่ลุกจากเตียง "ถ้าคนอื่นรู้จะทำยังไง เขาคงตราหน้าว่าถาคบชู้แน่เลย" เธอพูดเสียงเหมือนล่องลอยอย่างหาจุดหมายไม่เจอ "ไม่มีใครรู้หรอกครับ เื่นี้เราจะรู้กันแค่สองคน ผมสัญญาว่าจะรับผิดชอบเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมด" เธอไม่ตอบอะไรยังคงนอนนิ่งในอ้อมกอดนั้น เขาก็พรมจูบเธอทั่วใบหน้าแล้วก็จูบปากปลุกไฟอารมณ์เธออีกครั้ง เธอก็ปล่อยให้มันเป็ไปตามความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นทั้งสองปล่อยให้ไฟราคะโหมลุกลามไปทั่วสรรพางค์กาย โดยไม่คิดที่จะสะกดกั้นอารมณ์ใดๆอีกเลย
เช้าตรู่ของวันใหม่ทั้งสองอาบน้ำใส่เสื้อผ้าที่ยังไม่แห้ง ฝืนใส่ตอนแรกเธอก็เกิดอาการตัวสั่นเล็กน้อยเพราะหนาว เขาก็เดินเข้ามาจูบปากเธอทั้งสองแลกลิ้นกันพอให้คลายหนาว ก็พากันออกจากโรงแรมที่แสนสุขอันดูดดื่ม "ฝนตกเป็ใจดีนะครับ" เสียงชายแก่ผู้ดูแลโรงแรมทักตามหลังมา ทั้งสองไม่สนใจหันกลับไปมองและไม่สนใจคำแซวนั้น ทั้งคู่เดินมาเรื่อยๆจนถึงหน้าโรงพยาบาล พรานจูงมือเธอให้เดินผ่านหน้าโรงพยาบาลไป "คุณคอยผมอยู่ตรงนี้นะครับ ผมเข้าไปเอารถก่อน" เธอพยักหน้ายืนรอเขาสักพัก บิ๊กไบค์ก็มาจอดตรงหน้าเธอยื่นหมวกกันน็อคให้ เธอรับหมวกกันน็อคมาสวมแล้วขึ้นซ้อนท้าย เขาพาเธอซิกแซ็กไปตามซอกซอย แล้วไปจอดหน้าคลีนิกเสริมความงามของพี่สาวเขา "คลีนิกใครคะ" เธอถาม "ของพี่สาวผม ตอนนี้เขาไปอยู่เมืองนอกกับแฟนไม่มาแล้วครับ" พรานพาเธอเข้าไปในคลีนิก เปิดประตูห้องสำหรับนอนพักตอนทำงานของพี่สาว "ถอดเสื้อผ้าออกตากก่อนดีกว่าครับ" เธออิดออดเพราะจะให้แก้ผ้าอย่างโล่งโจ้งเธอก็อายเหมือนกัน "มีแต่ผ้าห่มแหละครับพันไว้ก่อน ที่นี่ไม่มีผ้าอย่างอื่นแล้ว" พูดจบเขาหันไปเปิดแอร์หันกลับไปอีกทีเธอก็ส่งผ้ามาให้ เขารับผ้าที่เธอถอดให้ไปตากไว้หลังคลีนิก ตากเสร็จเขาเดินเข้าห้องไปด้วยผ้าม่านบางๆพันท่อนล่างไว้ เพราะเสื้อผ้าเขาก็เปียกยังไม่แห้งเหมือนกัน เธอหลับตาไม่ยอมมองเขาก็ปลดผ้าม่านออก แล้วมุดเข้าไปห่มผ้าผืนเดียวกันกับเธอ ภารกิจใหม่ก็เกิดขึ้นอีกอย่างดุเดือดจนหลับไปด้วยกันทั้งคู่
ฟ้าเริ่มมือพรานปลุกเธอให้ตื่นอาบน้ำแต่งตัวในชุดเดิม แล้วขับบิ๊กไบค์ไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง พรานเลี้ยวเข้าไปจอดรถแล้วพาเธอเดินตรงเพิงเล็กๆ ที่ทำไว้กันฝนกันแดดให้ปั๊มน้ำในโรงพยาบาล เขาชี้ให้เธอมองลงไปยังลานจอดรถยนต์ข้างล่าง มีผู้ชายกลุ่มหนึ่งกำลังยืนคุยกันอยู่ "พวกนั้นหรือคะ" ..."ใช่ครับ พวกมันคงกำลังดักรอคุณอยู่" สักพักมีคนเดินมาสามคนเดินนำหน้าหนึ่งเดินตามสอง พอเดินไปถึงคนกลุ่มใหญ่ไอ้คนที่เดินนำหน้ามาก็โดนตบจนล้มลงไป มันคุกเข่ายกมือไหว้แต่ไม่ได้ยินว่ามันพูดอะไร ไอ้คนเดิมก็เตะเข้าหน้ามันอย่างแรง มันหงายท้องนอนนิ่งเหยียดยาวไม่ไหวติง พวกที่ยืนดูอยู่ก็ลากไอ้นั่นไปที่โคนไม้ ก่อนที่พวกมันจะเดินเข้าไปในโรงพยาบาล "พวกมันโหดร้ายกันจังเลยค่ะ" เธอกอดแขนเขาพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น "อยากเป็นักเลงก็อย่างนี้แหละครับ ถ้าอ่อนแอกว่าก็โดนอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าคิดจะเข้าวงการนี้ต้องไม่กลัวใคร และอย่าให้ใครรังแกได้ง่ายๆ" พรานนั่งมองไปทั่วๆบริเวณนั้น "คุณคอยผมอยู่ตรงนี้อย่าออกไปไหนนะครับเดี๋ยวผมมา ผมจะเข้าไปดูข้างในหน่อยมีเกิดอะไรขึ้นบ้าง" เขาสั่งให้เธอรอเธอก็พยักหน้ารับทราบ พรานเดินลงไปที่ลานจอดรถยนต์ข้างล่าง ยืนอยู่สักพักจึงค่อยเดินเข้าไปในโรงพยาบาล เขาเดินไปเรื่อยๆตามปกติเหมือนคนที่มาโรงพยาบาลทั่วไป บุรุษพยาบาลคนหนึ่งกำลังเข็นคนไข้ออกจากห้องไอซียู พรานเดินสวนแล้วเหลือบตาลงดูคนที่นอนอยู่บนเตียงเข็น เฮียเล้ง พรานคิดในใจก่อนที่จะเดินเลี้ยวเข้าทางเดินอีกทาง แล้วเดินวกกลับไปทางเดิมเขาเร่งฝีเท้าจนทันบุรุษพยาบาลคนนั้น "คนไข้เป็อะไรหรือครับ" ... "ญาติมารับครับ" บุรุษพยาบาลคนนั้นตอบ พอเดินไปกำลังจะผ่านห้องๆหนึ่ง พรานก็จัดการบุรุษพยาบาลคนนั้นทันที กร๊อบ บุรุษพยาบาลคนนั้นคอหักอย่างไม่ทันได้รู้ตัว เขาเปิดประตูห้องลากบุรุษพยาบาลคนนั้นเข้าไป ถอดชุดคลุมออกก็เป็อย่างที่คาดไว้ บุรุษพยาบาลจริงคงไม่มีปืนที่พกติดดเอวแน่นอน พรานเข็นเตียงคนไข้เข้าไปอีกห้อง "เฮีย เฮียเล้ง" เขาพยายามปลุกจนเฮียเล้งตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ "คุณเป็ใคร" คำถามเสียงแหบพร่า "ผมมาช่วยเฮีย ตอนนี้คุณภาปลอดภัยดี" เฮียเล้งไม่รู้เื่ทั้งหมดเพราะตอนที่เข้าห้องฉุกเฉินก็หลับไปแล้ว มารู้ตัวอีกทีก็มีคนถามถึงที่เก็บกระดาษ พอไม่ตอบก็โดนตบจนสลบไปมารู้สึกตัวอีกที ก็เจอคนที่ไม่รู้จักบอกว่าเมียตัวเองปลอดภัยดี "ภา .. ภาอยู่ที่ไหน" เฮียเล้งถามเสียงแหบเหมือนเดิม "อยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอกครับ เธอให้ผมมาช่วยเฮียออกไป ไอ้พวกมันมันจะเอาตัวเฮียไปไหนกันแน่ เฮียเคยมีเื่กับพวกมันหรือเปล่า" เฮียเล้งส่ายหน้า ในใจก็คิดว่าพรานคงเป็พวกเดียวกัน กับคนที่มาถามเื่ที่เก็บกระดาษของนายอำนาจ "แล้วคุณเป็ใครกันแน่ ทำไมต้องมาช่วยผมทั้งที่ไม่รู้จักกัน" พรานไม่รู้จะตอบยังไง "ถ้าตอบตอนนี้คงไม่ทันการแล้ว เอาเป็ว่าผมมีประโยคหนึ่งที่คุนภาบอกผมมา คุณภาบอกกว่าเธอแต่งงานกับคุณแต่ไม่มีลูกด้วยกัน คุณอยากมีลูกมากก็เลยไปขออาหมวยมาเลี้ยงเป็ลูก ถ้าคุณไม่เชื่อผมก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้วครับ" สิ่งที่พรานพูดมันเป็ความลับระหว่างนิภากับเฮียเล้ง แม้แต่หมวยเองก็ไม่รู้เื่นี้มาก่อน ทำให้เฮียยเล้งเริ่มเชื่อเขา "เมื่อคืนผมได้ยินหมอคุยกันตอนที่ผมหลับ แต่จริงๆแล้วผมไม่ได้หลับ หมอบอกว่าเช็คดูละเอียดแล้วผมคงอยู่ได้ไม่เกินเดือน ผมเองก็รู้สึกอย่างนั้นเพราะหมอประจำที่สนิทกันก็เคยบอกให้ผมทำใจ แต่ผมก็ไม่เคยบอกเื่นี้กับภาเขา" เฮียเล้งพูดออกมาเสียงแหบจนแทบจะไม่ได้ยิน "ผมว่าเฮียไปบอกกับคุณภาเองเถอะครับ เดี๋ยวผมจะพาเฮียออกไปหาเธอ" เฮียเล้งส่ายหน้า "ผมไม่ไหวแล้วหัวใจมันกระตุกมาก ฝากคุณบอกภาด้วยว่าทุกอย่างอยู่ในเอกสาร ภามีสิทธิ์ที่จะเบิกเงินในบัญชีของผมทั้งหมด มันคงพอจะให้ภาลงทุนค้าขายที่ไกลจากกรุงเทพฯ ฝากดูแลอาหมวยให้ดีๆด้วย เอกสารพวกนั้นเผาทิ้งให้หมดถ้ายังอยู่ภาจะเดือดร้อน ฝากคุณบอกกับ..." เฮียเล้งพูดไม่ออกหายใจติดๆขัดๆ พรานรีบเข็นเตียงไปที่ห้องไอซียู "หมอครับ ผมเห็นเตียงนี้อยู่ตรงทางเดิน คนไข้หายใจไม่เป็ปกติครับ" หมอในห้องไอซียูรีบเข็นเตียงเข้าไป ช่วยปั๊มหัวใจสวมเครื่องช่วยหายใจกันพัลวัน สักพักหมอก็เดินออกมา "คุณเป็ญาติหรือเปล่าคะ" ... "ไม่ใช่ครับ ผมเห็นคนไข้นอนหายใจร่างกระตุก ผมก็เลยเข็นมาที่นี่" พรานตอบกลับไป "แล้วญาติที่มาขอรับคนไข้เมื่อกี้ คุณไม่เจอเขาหรือคะ เขาบอกว่าขอให้คนไข้ไปหมดลมหายใจที่บ้าน เพื่อจะให้ลูกๆดูใจก่อนตายด้วย หมอก็อนุญาตเพราะต่อให่อยู่กับหมอ คนไข้ก็คงอยู่ได้อีกไม่กี่วันแล้ว" หมอสาววัยกลางคนบอกพราน เหมือนกับว่า้าพยานหากญาติคนไข้เอาเื่ พรานพยักหน้าเหมือนจะรับทราบ "ผมว่าคุณหมอควรเอาข้อมูลนี้บอกกับญาติเขาเองนะครับ" เขาบอกกับหมอตาก็เหลือบไปเห็นไอ้ลมและพวกมัน ยืนมองเขาอยู่ห่างๆแต่คงไม่ใช่อย่างห่วงๆอะไร พูดจบพรานก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางหลังโรงพยาบาล พวกไอ้ลมกลุ่มหนึ่งก็ตามเขาไปส่วนไอ้ลมมันเดินไปที่ห้องไอซียู พอรู้ว่าเฮียเล้งตายแล้วไอ้ลมมันก็สั่งให้ทุกคนตามพรานไป "พวกมึงตามจับมันให้ได้ แต่อย่าให้มันตายนะโว้ยต้องเค้นเื่ที่มันรู้ออกมาให้หมด" ทุกคนวิ่งตามกลุ่มแรกไปไอ้ลมก็ตามไปด้วย รินเห็นพวกมันมากันเกือบยี่สิบคน คิดว่าคงลุยออกไปไม่ไหวแน่ก็ดึงมือถือออกมาโทรไปที่ 191 พอตำรวจรับสายพรานก็แจ้งเหตุร้ายบอกสถานที่เสร็จสรรพ ทางตำรวจก็ไม่เชื่อถามวกไปวนมา พรานก็ชักปืนออกมายิงไปทางพวกนั้น เปรี้ยง ๆ ไอ้พวกนั้นก็ชักปืนยิงสวน ปัง ๆ ๆ ๆ "โอเค ผมจะแจ้งให้เ้าหน้าที่ไปที่เกิดเหตุตอนนี้เลย" พรานวิ่งไปปีนรั้วข้ามออกไปหลังโรงพยาบาล ไอ้พวกที่วิ่งตามมาก็ปีนตามไป เปรี้ยง คนที่ปีนตามร่วงหงายท้องลงมาเืเต็มหน้าอก พวกที่เหลือก็ไม่กล้าปีนตามไปอีก เพราะกลัวว่าถ้าปีนขึ้นไปแล้วจะโดนยิงร่วงลงมา "ทำไมไม่ตามมันไปวะ" ไอ้ลมะโถาม "มันคอยดักยิงคนที่ปีนขึ้นไปครับพี่" ไอ้ลมเห็นศพลูกน้องนอนหงายจมกองเื "ไปโว้ยกลับ เดี๋ยวพ่อมึงก็แห่กันมาแล้ว ยิ่งใกล้ๆโรงพักแบบนี้ด้วย" พวกมันรีบวิ่งหวังจะกลับ "ทุกคนหยุดแล้ววางปืนลง ชูมือขึ้นสูงๆ" เสียงะโของตำรวจทำให้พวกมันหยุดชะงัก "เราจะนับหากยังไม่ยอมจำนน เราจำเป็ต้องยิง 5 4" นับถอยหลังได้แค่สี่เสียงไอลมก็ะโออกมา "เดี๋ยวก่อนครับ พวกผมยอมแล้ว" พวกมันทิ้งปืนแล้วชูมือไปยืนรวมกัน "เรียกกำลังเสริม คนร้ายมีจำนวนหลายคน" พวกไอ้ลมยืนชูมืออยู่นานไม่เห็นมีตำรวจเข้ามา ไอ้ลมมันก็เอามือลง "ชูมือไว้ ถ้าเองลงอีกเราจะยิงทันที เพราะถือว่าจงใจต่อสู้จึงจำเป็ต้องวิสามัญ" ไอ้ลมสะดุ้งชูมือขึ้นอย่างไว พรานข้ามรั้วมาได้แล้วก้วิ่งย้อนขึ้นไปทางหน้าโรงพยาบาล เขาเดินไปที่วิภานั่งรอเขาอยู่แต่ยังไม่ออกไปจากที่นั่น "อาการเฮียเป็ยังไงบ้างคะ แล้วเสียงปืนเมื่อกี้" พรานบอกให้เธอเงียบๆก่อนรอดูเหตุการณ์ สักพักเห็นรถตำรวจสามคัน พาตำรวจมาหลายนายรวมๆแล้วเกินยี่สิบ ทุกคนลงจากรถแล้ววิ่งเข้าไปในโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว บรรดาไทยมุงทั้งหลายก็ทะยอยกันมายืนรอมุงดู บรรดานักข่าวก็จมูกไวตามตำรวจมาติดๆ พรานจูงมือวิภาเดินลงไปยืนร่วมกับไทยมุง ไม่นานก็เห็นตำรวจเดินนำหน้าออกมา จับกุมคนร้ายได้สิบกว่าคน บรรดานักข่าวก็ถ่ายรูปถ่ายวีดีโอกันอย่างขะมักเขม้น ข่าวออกทีวีทุกช่องไอ้ลมมันก้มหน้าหลบกล้องอย่างอับอาย ตำรวจพาพวกผู้ต้องหาไปหมดแล้ว พรานก็จูงมือภาเข้าไปที่ห้องไอซียู "ญาติคนไข้เมื่อกี้มาแล้วครับ" พรานบอกกับหมอคนเดิม หมอเดินออกมาหาวิภาอธิบายข้อมูลของเฮียงเล้งทั้งหมดให้ฟัง เธอก็นำตาไหลออกมาพยักหน้ารับรู้ และขอฝากศพไว้ที่โรงพยาบาลเพื่อรอบอกญาติของเฮียเล้งก่อน เซ็นเอกสารต่างๆเรียบร้อยแล้วเธอก็กลับไปพร้อมกับพราน
พรานพาเธอมาพักที่คลีนิกอีกคืน เธอขอยืมมือถือพรานโทรไปหาอาหมวย บอกถึงเื่การตายของเฮียงเล้ง "คุณชัยอยู่ที่นั่นหรือเปล่าอาหมวย" ... "อยู่ค่ะ" พอชัยมารับสายเธอก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล ยกเว้นเื่ที่มีอะไรกับพรานทุกครั้งที่ผ่านมา เธอนอนกับพรานอีกหนึ่งคืน ก่อนที่จะให้พรานส่งเธอกลับไปที่สวนทุเรียน ถึงสวนทุเรียนพรานได้เจอกับชัย ซึ่งพรานรู้อยู่ก่อนแล้วว่าชัยเป็เพื่อนกับขุน ก็ทักทายและคุยกันตามมรยาท "มีอยู่เื่หนึ่งที่เฮียพูดกับผมไว้ก่อนตาย ผมจะพูดดีหรือไม่" พรานพูออกมาลอยๆไม่ได้เจาะจงถามใคร "เชิญครับ เฮียเขาบอกอะไรกับคุณบ้าง" ชัยตอบพรานก็หันไปทางวิภาเธอก็พยักหน้า "เฮียเขาฝากให้ผมบอกกับคุณวิภาว่า คุณวิภามีสิทธิที่จะเบิกเงินในบัญชีของเฮียทั้งหมด เฮียได้ทำเตรียมไว้แล้ว ให้ไปแจ้งกับทางธนาคารพร้อมใบมรณะของเฮีย อีกข้อความที่เฮียกำชับไว้อย่างเป็มั่นเป็เหมาะก็คือ ความลับทั้งหมดอยู่ในเอกสารให้คุณวิภาเผาทิ้งไป ไม่เช่นนั้นคุณวิภาจะเดือดร้อนกับเอกสารนั่น แกบอกว่าเกี่ยวกับเื่กระดาษหรือแบงก์อะไรนี่แหละ เสียงแกแหบมากฟังแทบไม่ได้ยิน" เื่กระดาษกับเื่แบงก์อะไรเฮียงเล้งไม่ได้พูด แต่พรานรู้เื่มาจากนายอำนาจ จึงพูดเพิ่มเสริมออกไปอย่างเนียนๆ เพราะคาดว่าชัยจะต้องระแคะระคาย เื่แบงก์ปลอมจากขุนบ้างแล้ว เพียงแต่เื่แม่พิมพ์แบงก์ที่ขุนเก็บไว้ พรานไม่พูดถึงเพราะตอนที่ขุนคุยกับอิ๋วเขาไม่ได้หลับ ได้ยินทุกคำพูดของทั้งสองคน วิภาก็เดินไปหยิบกระเป๋าเอกสารที่ชัยเข้าไปเอาจากคาร์แคร์ มาเปิดดูว่ามีเอกสารอะไรบ้าง "ผมว่าถ้าเกี่ยวกับเื่ธนาคาร คุณวิภาดูแล้วก็ดึงออกไป ถ้าเื่ไหนไม่เกียวก็อย่าไปอ่านเลยครับ" พรานแนะให้เธอทำเธอก็พยักหน้ารับ ชัยมองพรานแล้วก็ทำเป็มองไปทางอื่น "ส่วนเอกสารอย่างอื่นที่จะทำให้เดือดร้อน ผมว่าคุณชัยดูแล้วเก็บไว้จะดีกว่า อย่าให้คุณวิภาต้องแบกไว้เลย หรือจะเผาทิ้งก็ได้" พรานพูดต่อ "ทำไมคุณพรานไม่เก็บไว้ล่ะครับ ในเมื่อเฮียเขาฝากฝังคุณไว้แล้วนี่" ชัยสวนกลับมานิ่มๆ อยากจะดูท่าทีของพรานด้วยว่าสนใจเอกสารนั่นมากน้อยเพียงใด "ไม่ดีกว่าครับ ตอนที่ผมช่วยคุณวิภา ไอ้พวกนั้นมันเห็นหน้าผม แค่นี้ผมก็ไม่รู้จะระวังตัวยังไงแล้ว ขืนมีเอกสารลับตามที่เฮียเล้งบอกมาอยู่ในมืออีก งานนี้ผมคงจะไม่รอดแน่" ชัยดูแล้วพรานไม่ได้สนใจเอกสารนั้นอย่างแน่นอนแล้ว ก็หยิบเอกสารมาดูทีละแผ่น แผ่นไหนเป็ของธนาคารก็ส่งให้วิภา พรานเหลือบมองดูเอกสารแล้วก็ขอตัวไปยืนสูบบุหรี่ข้างนอก อาหมวยก็เดินตามไปยืนคุยด้วย "พี่ชื่อพรานหรือคะ" เธอถามอย่างเขินๆ "ใช่ครับ" พรานตอบ "ทำไมถึงชื่อพรานล่ะคะ" เด็กสาวเพิ่งโตถูกใจหนุ่มรุ่นพี่หลายปี ทั้งรูปหล่อหุ่นก็ยังเท่ห์อีกเธอก็ถามไปอย่างเขินๆทุกคำ "พราน ก็คือนายพราน ที่คอยล่าพวกเมือสิงห์กระทิงแรด อะไรทำนองนี้แหละจ้ะ" พรานตอบแล้วก็สูบบุหรี่ต่อ "ถ้าหมวยเป็เสือ พี่จะล่าหมวยหรือเปล่าคะ" พรานรู้สึกว่าเหมือนกำลังโดนจีบ เขาก็ยิ้มให้มองเธอด้วยสายตามผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก อาหมวยสบสายตาเขาก็อายจนหน้าแดงก่ำ ต่างคนต่างคิดไปคนละทาง ความหมายของความรู้สึกก็ต่างกันไป ยิ่งเห็นพรานยิ้มให้ใจอาหมวยก็แทบจะละลาย พรานสุบบุหรี่หมดมวนแล้วก็เดินเข้าไปนั่งที่เดิม "เป็ยังไงบ้างครับเอกสาร คุณจะเก็บไว้หรือเผาทิ้งก็ได้ แต่อย่าให้คุณวิภาถือไว้เลย เธอรับไม่ไหวหรอก" พรานบอกกับชัย "ผมเก็บไว้เองดีกว่า แต่ว่าคุณวิภาอยู่ที่นี่ก็คงไม่ปลอดภัยแล้วหล่ะ เพราะพวกมันมีหูตาเป็สัปรด คงต้องหาที่อยู่ใหม่ให้แล้วเพื่อความปลอดภัย" ชัยพูดแล้วหันไปทางวิภา อาหมวยก็ยกมือขึ้นขอออกความเห็น "หมวยขอไปอยู่กับพี่พรานได้ไหมคะ" วิภาหันไปมองอาหมวยก็เห็นอาหมวยส่งสายตาหวานฉ่ำแบบหมวยๆให้พราน ชัยก็ยิ้มอยู่ในใจว่าอาหมวยคงชอบพรานเข้าแล้ว "เอาอย่างนี้ดีกว่า เดี๋ยวผมจะติดต่อเพื่อนผม ให้ไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัยชัวร์ๆเลยจะดีกว่า" ชัยออกความเห็น พรานก็เห็นด้วยกับที่ชัยพูดแต่อาหมวย "หมวยไปอยู่กับพี่พรานไม่ได้เหรอ หมวยรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ๆพี่พรานค่ะ" วิภาหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ไม่ได้เขินอายอะไรแต่มันเป็ความรู้สึกที่เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน "ไม่ได้หรอกครับ ที่ๆผมอยู่ก็อันตรายเกินกว่าจะป้องกันได้" พรานพูดเชิงปฏิเสธอย่างไม่หักหาญความรู้สึกใคร ทุกอย่างตกลงกันได้แล้วก็คือเอาตามที่ชัยเสนอมา อาหมวยก็รู้สึกผิดหวังอย่างแรงที่ไม่ได้ดังใจ
"งามหน้ามั้ยล่ะมึงไอ้ลม ตามเล่นงานผู้หญิงคนเดียวกลับโดนตำรวจจับทั้งฝูง แล้วเสือกยิงปืนในโรงพยาบาลอีก ถุย" นายอำนวยด่าไอ้ลมทั้งโมโหทั้งเหยียดหยามมัน "ก็ไอ้นั่นมันยิงมาก่อนครับนาย ลูกน้องผมก็ยิงสวนออกไป" ไอ้ลมตอบอย่างแก้ตัวให้พ้นผิด "ไอ้นั่น ไอ้นั่น มันเป็ใครกันวะ" นายอำนวยถามแต่ไอ้ลมก้มหน้าไม่ยอมตอบ "อ้าว กูถามทำไมมึงไม่ตอบ มันเป็ใครไอ้นั่นของมึงน่ะ" นายอำนวยตะคอกจนไอ้ลมสะดุ้งตอบออกมา "ไอ้พราน พรหมเมศ" เพล๊งงง แก้วกระจายลงพื้นเมื่อไอ้ลมพูดถึงชื่อนั้น "มันเป็ใครมาจากไหนกันแน่วะ มันถึงได้จองล้างจองผลาญกูจริงๆ" นายอำนวยหัวเสียมากขึ้นกว่าเก่าหันไปทางไอ้ชาติ มหาชัย "ไอ้ชาติ มึงโทรตามเพื่อนมึงที่เหลือมาหากูหน่อย เดี๋ยวล่องเรือแล้วไอ้นั่นมันมาอีกก็จัดการมันซะ ไม่ต้องจับเป็ยิงทิ้งสถานเดียว" ไอ้ชาติค้อมหัวรับ "ได้ครับนาย ถ้าไอ้พวกนั้นมาเ้านายจะได้เห็นว่า มืออาชีพเขาทำงานกันยังไง" มันพูดจบก็หันไปยิ้มให้ไอ้ลมเหมือนที่ไอ้ลมเคยทำกับมัน ไอ้ลมมองมันด้วยสายตาเคียดแค้นเต็มอกแทบล้นทะลักออกมา "นายครับ ท่านเลขามาหาครับ" ลูกน้องที่คอยดูแลต้อนรับเดินเข้ามาบอกนายอำนวย "ไอ้ชาติ มึงไปเชิญท่านเลขาให้นั่งรอที่สระน้ำก่อน หาเด็กไปปรนนิบัติท่านด้วย" ไอ้ชาติยืนขึ้น "ครับนาย" ไอ้ลมยิ่งเพิ่มความไม่พอใจมากขึ้น เมื่อไอ้ชาติได้ไปต้อนรับระดับผู้ใหญ่ ที่เ้านายมันเองยังต้องเคารพนบนอบ มันทำได้เพียงเหลือบตามองตามไปเท่านั้น
นายอำนวยเดินไปที่สระหลังบ้าน เห็นคนนั่งอยู่สามคนและมีเด็กสาวอีกสามคน นั่งนวดขาให้คนทั้งสามอย่างสงบเสงี่ยม "สวัสดีครับท่านเลขา" ... "สวัสดีคุณอำนวย" ทักทายเสร็จแล้วนายอำนวยก็เดินเข้าไปนั่งร่วมวงด้วย "นี่ผู้กำกับชาติชาย อยู่ สภ.เมืองนนท์ และนี่ผู้กองเชษ ผู้ช่วยผู้กำกับรู้จักกันไว้" ทั้งสามจับมือทำความรู้จักกัน "พวกคุณจะต้องช่วยกันประสานงานทุกอย่างให้ลุล่วง ผลงานทุกอย่างจะไม่แบ่งแยกแต่จะได้ผลงานร่วมกันทุกงาน เพราะฉะนั้นต้องร่วมมือกันให้ดีอย่าทำให้ท่านต้องผิดหวัง" เลขานุกูลเลขาประจำตัวของอดีต รมต.บอกคนทั้งสาม พวกเขาก็รับปากอย่างเป็มั่นเป็เหมาะ "งานล่องเรือรอบนี้ท่านขอแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือให้พวกเราแบ่งกัน คุณอำนวจคิดว่าจะได้รับประมาณเท่าไหร่" เลขาถามนายอำนวยก็พร้อมตอบ "ผมส่งบัตรวีไอพีทั้งหมด 800 ใบ คลาดเคลื่อนก็คงไม่ถึงร้อย ถ้าลงเรือกัน 700 คน ผมตั้งไว้ให้ถือเงินสดลงเรืออย่างน้อยคนละ 3 ล้าน หากไม่ถือเงินสดมาก็ลงไม่ได้ตามกฏใหม่ ฉะนั้นยอดที่ควรได้อย่างน้อยก็ 2 พันล้านครับ" นายอำนวจอธิบาย "แสดงว่าคนที่ถือเงินลงไป ต้องเสียหมดกระเป๋าทุกคนเลยหรือ" ผู้กำกับชาติชายถามด้วยความสงสัย เพราะถ้าเสียหมดกระเป๋ากันทุกคนมันก็คงจะดูไม่เวิร์คเท่าไหร่ "ต้องเสียทุกคนนั่นแหละครับ แต่ทุกคนจะถือเงินกลับกันคนละล้านสองล้านเพื่อไม่ให้เสียหน้า แต่ต้องทำสัญญากูเงินเราถึงจะให้ถือเงินกลับไปได้ แบบนี้เรียกว่ารับกับรับนะครับ" นายอำนวยอธิบาย "แล้วเื่แม่พิมพ์ หมึก กระดาษล่ะ จะตามกันยังไงให้ได้ทันเวลา ท่านก็กำชับมาเรื่อยๆแล้ว" เลขานุกูลถามถึงเื่ทำแบงก์ปลอม "แม่พิมพ์กับหมึกมันอยู่ด้วยกันครับ ผมกับสารวัตรไชยยันต์ก็เร่งตามกันอยู่ ส่วนกระดาษพิมพ์ไอ้เล้งมันตายไปแล้ว ต้องตามจับลูกกับเมียมันมาเค้น" นายอำนวยตอบเลขานุกูล แต่ผู้กำกับชาติชายตะแคงคอมองด้วยความแปลกใจ "แค่ผู้หญิงแก่กับเด็กสาวมันจะหนีไปไหนได้ครับ ถ้าจับได้ผมขอลูกสาวมันมาเล่นสนุกแก้เซ็งหน่อยนะคุณอำนวย" นายอำนวยยิ้ม "ลูกสาวมันไม่เท่าไหร่หรอก ก็แค่น่ารักตามแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไปแต่เมียมันนี่สิ ทั้งหน้าตาทั้งหุ่นน่าไปหมดทุกสัดส่วน แล้วอายุก็เพิ่งยี่สิบกว่าๆเอง ส่วนลูกมันก็น่าจะไม่เกิยสิบห้า" นายอำนวยบอกทำให้ผู้กำกับเบิกตากว้าง "มันมีลูกั้แ่อายุเท่าไหร่กัน" นายอำนวยยิ้มให้ "ลูกที่ว่าเป็เด็กที่มันขอมาเลี้ยงจากที่ไหนไม่แน่ใจ แต่เมียมันก็คงจะผ่านงานมาน้อย เพราะไอ้เล้งมันเป็โรคหัวใจเรื้อรังมานาน ก่อนที่มันจะแต่งเมียเสียอีก เผลอๆยังไม่เคยได้แอ้มด้วยซ้ำไป จับได้ผมขอเมียมันผู้กำกับเอาลูกมันไป ฮ่า ๆ ๆ" นายอำนวยบอกความลับทำให้ผู้กำกับอยากจะเจอเสียแล้ว เลขานุกูลก็นั่งส่ายหัวเพราะตัวเองชอบไม้ป่าเดียวกัน ผู้กองเชษมัวแต่นั่งจับอกเด็กสาวที่มาบีบขาให้ "แข็งเป็ไตแบบนี้ เคยผ่านมากี่ครั้งแล้ว" ผู้กองเชษพูดแล้วเอามือเชยคางเด็กสาวคนนั้นขึ้นมา เธอก็ตัวเริ่มสั่นส่ายหน้าบอกว่ายังไม่เคย ผู้กองเชษยิ้มแล้วเอามือล้วงเข้าไปบีบออกเธอ เธอก็น้ำตาไหลด้วยความเจ็บ "ถ้าที่นี่มีห้องให้ลดลองสินค้าก็ดีสิครับ" ผู้กองเชษพูดแล้วเงยหน้ามองนายอำนวย "มีสิครับ ไอ้ชาติมึงไปเปิดห้องให้ผู้กองลองสินค้าเราหน่อยสิวะ" ไอ้ชาติเดินนำหน้าไปทันที ผู้กองเชษลุกขึ้นดึงแขนเด็กน้อยคนนั้น เธอก็ทำท่าขัดขืนไม่อยากไป นายอำนวยมองแล้วรู้สึกไม่พอใจก็กัดฟันพูดออกมา "ยังไม่เข็ดใช่มั้ย" เด็กสาวคนนั้นกลัวจะโดนทรมานอีกก็เดินตามไปแต่โดยดี สักพักคนที่นั่งคุยกันอยู่ที่สระน้ำ ก็ได้ยินเสียงหวีดร้องของเด็กสาว ทุกคนก็ไม่สนใจเสียงหวีดร้องนั้น นายอำนวยและผู้กำกับก็หัวเราะชอบใจ "สงสัยผู้กองคงจะรุนแรงไม่เบา" เสียงหวีดร้องด้วยความเ็ปก็ยังดังต่อเนื่อง แล้วก็หายไปสักพักก็เห็นผู้กองเชษเดินออกมา "เป็ยังไงบ้างผู้กอง" นายอำนวยถาม "ยอดมากเลยทั้งหน้าและหลัง ยังไม่เคยผ่านมาเลยทั้งสองทาง แบบนี้ยังมีอีกมั้ยครับคุณอำนวย" ผู้กองเชษถามอย่างสนใจ "มีมาเรื่อยๆแหละผู้กอง ถ้าเจอเด็ดๆแล้วจะบอก" ไอ้ชาติเดินไปที่ห้องผู้กองเชษเพิ่งเสร็จกามกิจ เห็นเด็กน้อยแล้วมันก็มองด้วยสายตาเวทนาเด็กคนั้น เืเต็มหว่างขาทั้งหน้าหลัง รอยกัดเต้านมจนห้อเืหลายรอย เป็ครั้งแรกที่ไอ้ชาติมันรู้สึกว่ามันเป็คนดี เมื่อเทียบกับสัตว์นรกอย่างผู้กองเชษ ที่มันรู้สึกแบบนั้นเพราะมันเองก็มีลูกสาวเพิ่งอายุสิบสี่สิบห้าเอง มันเดินไปบอกเด็กๆอีกห้องให้ช่วยกันพาเด็กสาวคนนี้ไปหาหยูกยาให้กิน ตัวมันเองถึงจะเลวแค่ไหนฆ่าคนมาก็มาก แต่ไม่เคยทำเยี่ยงสัตว์แบบนี้มาก่อน มันกำมือแน่นแล้วกัดกรามกรอดด้วยความเจ็บใจแทนเด็กพวกนี้
ชัยโทรติดต่อขุนเพื่อจะให้ขุนพาวิภากับอาหมวย ให้ไปอยู่บ้านป้าแก้วเพราะที่นั่นจะปลอดภัยที่สุด ขุนตอบกลับบอกให้ชัยพาไปเขาจะไปรออยู่ที่นั่นโดยแชร์โลเกชั่นให้ วิพาโทรหาพรานบอกว่าจะต้องไปอยู่ที่อื่นขอให้พรานไปด้วยกัน เผื่อวันไหนคิดถึงจะได้ไปหาพรานก็ตอบตกลง ชัยขับรถเก๋งติดฟิล์มมืดพาสองแม่ลูกไปส่งยังจุดที่นัดหมายกับขุน "คุณสองคนรัดเข็มขัดให้เรียบร้อยนะครับ อาจจะต้องซิ่งสักหน่อยผมรู้สึกว่ามีรถตามเรามา" วิภาหันไปมองข้างหลังเห็นบิ๊กไบค์ก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ "คุณพรานค่ะ วิพาโทรไปบอกเขาให้ตามมา" ชัยขมวดคิ้ว "คุณรู้จักเขามานานแค่ไหนครับ ทำไมถึงไว้ใจขนาดนี้ หากมันเป็พวกนั้นที่เข้ามา เพื่ออะไรบางอย่างจะพากันตายหมดนะครับ" ชัยถามและเตือนเธอ "ภาขอรับรองด้วยชีวิตค่ะ ว่าคุณพรานไว้ใจได้จริง" ชัยก็นิ่งไม่พูดอะไรอีก ขับรถไปสักพักชัยก็เลี้ยวเข้าซอยแล้วดับเครื่องลงไปยืนข้างรถ พรานก็ขับตามเข้าซอยไปแล้วจอดบิ๊กไบค์ลงจากรถเดินเข้าไปหาชัย "เป็เื่ดีที่คุณไม่ไว้ใจอะไรง่ายๆ ถ้าผมเป็พวกนั้นผมคงไม่บอกเื่เอกสาร ให้คุณไปทำลายกระดาษพิมพ์แบงก์ปลอมหรอก เพราะผมดูออกว่าคุณเป็ตำรวจ" พรานบอกทำให้ชัยรู้สึกฉงนใจ "แล้วคุณเป็ใครกันแน่ ทำไมถึงต้องช่วยคุณวิภา และบอกที่เก็บกระดาษนั่นกับผมด้วย" วิภากับอาหมวยลงจากรถเดินมาหา พรานก็เลยบอกชัยดังๆว่า "เพราะคุณวิภาเป็แฟนเก่าผมน่ะสิ ที่ถูกพ่อแม่บังคับให้แต่งงานกับเฮียเล้ง พอเจอผมก็ต้องช่วยเป็ธรรมดา" ชัยหันไปมองทางวิภาซึ่งกำลังเดินมาถึงพอดี วิภาก็เข้าใจความหมายของพรานดีเธอยิ้มแล้วพยักหน้า "ใช่ค่ะ คุณพรานเป็สามีเก่าของภา ที่โดนพรากจากกันเพราะพ่อแม่ของภาบังคับ" เธอตอบอย่างไม่ติดขัดอะไร คนที่เดินยิ้มมาด้วยความดีใจก็หุบยิ้มทันทีก็คืออาหมวย เธอผิดหวังจนทำหน้าเศร้า "ขับรถนำไปเถอะ ผมจะขับตามระวังหลังให้" อาหมวยรีบเดินไปขึ้นรถวิภามองตามแล้วถอนหายใจ พรานบอกว่าแฟนเก่าแต่เธอใช้คำว่าสามีเก่า เพื่อตัดไฟเสน่หาของอาหมวยซึ่งเธอก็รักเหมือนลูกจริงๆ แต่เธอก็รักและหลงใหลในรสสวาทของพรานเช่นกัน เธอเดินไปหยิบหมวกกันน็อคที่ท้านบิ๊กไบค์มาสวม "คุณชัยไปกับอาหมวยนะคะ ภาจะไปกับคุณพรานค่ะ" ชัยกลับขึ้นรถเห็นอาหมวยนั่งหน้างอ เขาก็ยิ้มในใจเด็กเอ๋ยเด็กรักง่ายเดี๋ยวก็หน่ายเร็วตามประสาเด็ก ชัยขับรถไปตามพิกัดที่ขุนแชร์มาให้จนถึงบ้านป้าแก้ว พรานที่ตามมาติดๆก็จอดต่อท้าย ขุนเดินออกมาต้อนรับเพื่อนแล้วมองไปทางพราน พรานยิ้มให้แล้วค้อมศีรษะลงอย่างนอบน้อม ชัยอธิบายให้ขุนฟังคร่าวๆแล้วก็พากันเข้าไปในบ้าน พรานขอตามเข้าไปทีหลังแล้วควักบุหรี่มาจุดสูบ "ริน" เสียงผู้หญิงเรียกชื่อดังมาจากข้างหลัง แต่พรานก็ยังยืนเหมือนไม่ได้ยิน แล้วค่อยๆหันกลับมาเห็นอิ๋วกับขุนยืนอยู่ด้วยกัน "อ่ะ เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะครับ" อิ๋วรู้สึกเขินๆเมื่อคนที่หันมาไม่ใช่รินที่เธอรู้จัก แต่ว่าท่าสูบบุหรี่และข้างหลังเหมือนรินมาก ทั้งยังจะเสียงพูดอีกเสียงเดียวกันไม่มีผิด ขุนก็ยืนมองอย่างไม่วางตา "ขอโทษค่ะ อิ๋วนึกว่าเพื่อนเลยทักผิดค่ะ" อิ๋วบอกแก้เขิน "ผมชื่อพรานครับ พราน พรหมเมศ" พูดจบเขาก็ควักกระเป๋าดึงบัตร์ประชาชนและใบขับขี่ให้เธอดู ขุนก็พลอยชำเรืองดูไปด้วย "อิ๋ว แล้วคุณจุ๋มล่ะ" ขุนถาม "คุณจุ๋มไปกับป้าแก้วค่ะ เขาชอบทำไร่ทำสวนเหมือนป้าแก้ว" แล้วทั้งสามคนก็เข้าไปในบ้าน อิ๋วหยิบผลไม้ในตู้เย็นมาให้ทุกคน ลองกินผลงานของป้าแก้วที่ปลูกเอง ชัยกำลังอธิบายเื่ราวต่างๆให้ขุนฟัง ป้าแก้วกับจุ๋มก็กลับมาถึงบ้าน จุ๋มเดินเข้ามาเจอกับชัยทั้งสองมองตากันนิ่งเหมือนมนต์สะกดไว้ก็ไม่ปาน
โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนที่ 16
.