นายน้อยเจ้าสำราญ III : ยอดเขยนักกวี (นิยายแปล)

    ตอนที่ 42 หลังร้าน

    ตอนที่ 42 หลังร้าน


    เป็นเพราะการต่อสู้เมื่อครู่นี้เอง จึงทำให้ลูกค้าในร้านต่างวิ่งหนีหายกันไปหมดเกลี้ยง


    แต่เรื่องนี้หาต้องสนใจไม่ ถึงเยี่ยงไรคนพวกนั้นก็ต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหาย ชุ่ยฮวาไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก นางเพียงแค่ยืนดูอยู่ที่ประตูเพื่ออยากเห็นความสามารถของซิ่วอีคนใหม่นี้


    แต่กลับไม่คาดคิดเลยว่าสิ่งที่เห็นจะเป็นภาพที่ซิ่วอีของนางอุ้มสตรีโฉมงามกลับมา !


    ยามนี้ จงหลีรั่วสุ่ยที่ถูกอุ้มท่าเจ้าหญิงอยู่ในอ้อมแขนของหลี่เฉินอัน ก็ได้รู้สึกเขินอายจนหน้าแดงยิ่งกว่าดอกท้อแก่เสียอีก


    คุณหนูสามแห่งจวนจงหลีเคยแนบชิดกับบุรุษขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?


    แต่ไม่รู้ว่าทำไมนางถึงไม่ดิ้นรน แม้ว่าหัวใจของนางจะเต้นแรงมาก แม้ว่านางจะรู้สึกเหมือนถูกไฟไหม้ไปทั้งตัว แต่นางก็ยังไม่ขยับ


    ทันใดนั้น นางก็รู้สึกว่านางชอบความรู้สึกแบบนี้จริง ๆ เหมือนกับว่านางกำลังเดินอยู่บนก้อนเมฆ โดยมีแสงแดดอันอบอุ่นอยู่เหนือปุยเมฆเหล่านั้น


    ราวกับแสงแดดนั้นอาบร่างกายของนาง ทำให้ทั้งร่างกายรู้สึกสบายและอบอุ่นมาก


    ดูเหมือนว่าเด็กสาวจะรู้สึกกระจ่างขึ้นจากการกอดนี้ แม้ว่านางจะยังไม่รู้อะไรอยู่บ้าง แต่นางก็คาดหวังความรู้สึกนี้โดยไม่รู้ตัว 


    แต่หลี่เฉินอันจะมีอารมณ์มาคิดเรื่องพวกนี้ได้เยี่ยงไร !


    ด้วยความที่แนวคิดของโลกอนาคตยังคงฝังอยู่ในหัวของเขา จนเขาลืมไปเสียแล้วว่าในยุคสมัยนี้เน้นย้ำไม่ให้ชายหญิงใกล้ชิดกัน


    เขาคิดเพียงว่าแค่อยากจะส่งแม่นางผู้นี้เข้าไปในร้านสุราให้เร็วที่สุด จากนั้นเขาจะได้ไปช่วยหลี่เสี่ยวฮวาออกมาจากสถานการณ์นั้น


    ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สังเกตเห็นว่าจงหลีรั่วสุ่ยในอ้อมแขนของเขากำลังมองเขาด้วยความรักใคร่


    เขาอุ้มจงหลีรั่วสุ่ยมาที่สวนหลังร้าน จากนั้นก็วางจงหลีรั่วสุ่ยลงบนม้านั่งหินอ่อนท่ามกลางสายตาตกตะลึงของหลี่เฉียวซี อีกทั้งยังไม่วายหันไปกำชับหลี่เฉียวซีอย่างจริงจังอีกด้วย


    “ตอนพี่ออกไปให้ปิดประตู แล้วเรียกชุ่ยฮวากับซานเหนียงเข้ามา”


    “……ท่านพี่”


    หลี่เฉินอันหันหลังเดินออกไปทันที แต่แล้วเขาก็เห็นบุรุษแปลกหน้าคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตูร้าน


    บุรุษแปลกหน้าผู้นี้มีบุคลิกสง่างามและหน้าตาหล่อเหลา ทั้งที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน แต่บุรุษผู้นี้กลับมองเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ


    “ร้านปิดแล้ว หากลูกค้าอยากดื่มค่อยมาใหม่วันพรุ่งนี้ ! ”


    “ข้าไม่ได้มาดื่มสุรา ! ”


    “……เช่นนี้หมายความว่าคุณชายมาเพื่อหาเรื่องข้าอย่างนั้นหรือ ? ”


    จงหลีชิวหยางเงยหน้าขึ้นมอง ซึ่งเป็นจังหวะที่จงหลีรั่วสุ่ยพยายามขยิบตาให้เขาเช่นกัน นางชูกำปั้นขึ้นมาราวกับเริ่มโกรธเขาแล้วด้วย !


    สตรีเมื่อถึงวัยเติบใหญ่ต้องแต่งงานออกเรือนไปจากอ้อมอกบิดาและพี่ชายจริง ๆ สินะ ?


    แต่นี่มันไม่น่าเชื่อถือเลยจริง ๆ !


    แต่น้องหญิงของเขาได้รับความรักและความเอ็นดูจากท่านย่า ท่านย่าเคยเอ่ยปากตั้งนานแล้วว่าให้น้องหญิงเป็นคนตัดสินใจสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง แม้แต่ท่านพ่อท่านแม่ก็ยังไม่อาจเข้ามาก้าวก่ายได้ !


    ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านย่ากำลังคิดอะไรอยู่ หรือท่านย่าไม่อยากให้น้องหญิงของเขาแต่งงานเข้าตระกูลชนชั้นสูงผู้มั่งคั่ง ?


    จะให้แต่งงานเข้าจวนผุพังแบบนี้น่ะหรือ !


    ไอ้สารเลวคนนี้ !


    เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้วางยาอะไรน้องหญิงกันแน่ เหตุใดนางถึงได้หลงเขาหัวปักหัวปำเช่นนี้ ?


    จงหลีชิวหยางกลืนน้ำลายลงคอแล้วหันไปจ้องหลี่เฉินอันเขม็ง แล้วหันหลังเดินออกไป


    “ยังมีสุราอีกไหม ? ”


    “ตอนนี้ยังไม่ว่าง ! ”


    “แต่ตอนนี้เจ้าต้องว่าง ! ”


    “คนคุ้มกันของข้ายังอยู่ด้านนอกนั้น เขากำลังตกอยู่ในอันตราย ! ”


    “วางใจได้ ทุกคนถูกข้าจับกุมตัวไปหมดแล้ว หนีไปได้แค่คนเดียว ! ”


    “……เจ้าเป็นใคร ? ”


    จงหลีชิวหยางถือวิสาสะไปนั่งที่โต๊ะ “อย่าถามว่าข้าเป็นใคร ถ้าอยากได้คนของเจ้าคืนก็ยกสุรามาให้ข้าสิ ! ”


    “ดูเหมือนคุณชายจะเป็นคนจากจวนขุนนาง ข้าและใต้เท้าหลิวแห่งกวงหลิงพอมีมิตรไมตรีกันอยู่บ้าง……”


    “อ้างชื่อใครก็ไม่เป็นผลหรอก ! ” 


    หลี่เฉินอันชะงักไปเล็กน้อย บุรุษผู้นี้น่าจะมีภูมิหลังไม่ธรรมดา !


    ขนาดเขาอ้างชื่อใต้เท้าหลิวยังช่วยอะไรไม่ได้ บุรุษผู้นี้เป็นเทพยดามาจากที่ไหนกัน ?


    “ดื่มได้แค่หนึ่งเหลียง นี่คือกฎ ข้าเลี้ยงเอง แต่ก็ต้องรบกวนให้ท่านปล่อยตัวคนของข้าด้วย”


    “หนึ่งเหลียงมันน้อยไป ”


    หลี่เฉินอันอยากนำป้ายเงินนั้นออกมาใช้ แต่เขายังไม่รู้ตัวตนของบุรุษผู้นี้ เขาจึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม เพราะหากนั่นเป็นการดึงให้นักฆ่าของหน่วยปลามังกรมาไล่ฆ่าเขาขึ้นมา เขาก็คงอยู่ที่เมืองกวงหลิงนี้ไม่ได้แล้ว 


    “แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น”


    หลี่เฉินอันเดินเข้าไปตักสุราสองเหลียงด้วยตนเอง แล้วนำไปวางตรงหน้าจงหลีชิวหยาง


    “หลังจากเจ้าดื่มเสร็จแล้วก็เชิญออกไปจากร้านของข้าด้วย และหวังว่าเจ้าจะเป็นคนรักษาคำพูด คนของข้ามีชื่อว่าหลี่เสี่ยวฮวา”


    จงหลีชิวหยางคาดไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่เขาพยายามปั้นหน้าข่มขู่เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ แต่เจ้าเด็กพวกนี้กลับตักสุรามาให้เขาแค่สองเหลียงเท่านั้น !


    แต่ถึงกระนั้นก็นับว่าเจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ยอมถอยให้เขาหนึ่งก้าวแล้ว 


    เขาจะได้ไม่ต้องไล่บีบคั้นกดดันอย่างหนัก เพราะหากเขาบีบจนน้องหญิงต้องออกโรงปกป้องคงจะไม่ได้การเป็นแน่ 


    “สตรีที่เจ้าพาเข้าไปในร้านคือใคร ? ” จงหลีชิวหยางยกถ้วยสุราขึ้นมาแล้วถามด้วยท่าทีราวกับกับไม่ได้จงใจ


    “ไม่ทราบ แต่เคยพบหน้ากันอยู่หลายหนเหมือนกัน”


    นี่เขาไม่รู้จักน้องหญิงงั้นหรือ……นั่นหมายความว่าสถานการณ์ในตอนนี้เป็นน้องหญิงของเขาที่มีใจรักมั่นอยู่ฝ่ายเดียวใช่ไหม ?


    จงหลีชิวหยางยกถ้วยสุราขึ้นจิบ ลิ้มรสมันสักพักแล้วเงยหน้าขึ้นมองหลี่เฉินอัน “สุราของเจ้ารสชาติไม่เลวจริงด้วย แต่ในเมื่อเจ้าไม่รู้จักชื่อแซ่ของแม่นางผู้นั้น แล้วเหตุใดถึงต้องอุ้มนางกลับเข้าไปในร้านด้วย ? ”


    เขาจงใจเน้นลงเสียงหนักที่คำว่า ‘อุ้ม’ ขนาดนี้ หลี่เฉินอันถึงได้เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการบอกความนัยอะไร


    “มีคนชั่วไล่ฆ่านางมา ดูเหมือนนางจะหวาดกลัวไม่น้อย ข้ารีบร้อนช่วยชีวิตนาง จึงไม่ได้พิจารณาให้ดีเอง”


    เหตุผลนี้ฟังขึ้น มันทำให้จงหลีชิวหยางอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย 


    จงหลีชิวหยางยกสุราขึ้นดื่มจนหมดในรวดเดียว แต่กลับยกถ้วยสุราอีกถ้วยขึ้นมาแล้วเดินออกไปด้านนอกร้าน


    “จำไว้ว่า ในภายหน้าก็อย่า……ไปมาหาสู่กับนางเลย ! ”


    “เฮ้ สุราของร้านข้าไม่ขายออกไปด้านนอก ! ”


    “แต่ข้าซื้อจากในร้าน ! ”


    “……”


    ดูเหมือนคำพูดของเขาจะมีเหตุผลอยู่เหมือนกัน หลี่เฉินอันจึงไม่อาจหาคำใดมาคัดค้านได้


    จงหลีชิวหยางกลับไปแล้ว การต่อสู้ในตรอกเอ้อร์จิ่งโกวสิ้นสุดลงไปนานแล้ว หลี่เฉินอันที่ยืนอยู่กลางตรอกคอยเหลียวซ้ายแลขวา ดูเหมือนผู้คนในตรอกจะมีเพิ่มมากขึ้นเล็กน้อย แต่กลับไม่มีวี่แววของหลี่เสี่ยวฮวา และไม่เห็นเงาของนักเลงพวกนั้นด้วย 


    นี่เขาจับนักเลงกลุ่มนั้นไปด้วยจริง ๆ หรือ ?


    แต่เขาบอกว่าหนีไปได้คนหนึ่ง……อีกเดี๋ยวคงต้องบอกให้แม่นางผู้นั้นระมัดระวังตัวเวลาไปไหนมาไหนแล้ว 


    หลี่เฉินอันเดินกลับเข้าไปที่สวนหลังร้าน แต่แล้วเขาก็ต้องตกตะลึง


    เพราะหลี่เฉียวซี น้องสาวของเขากำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่นางผู้นั้น ทั้งสองดูเหมือนกำลังกระซิบกระซาบพูดคุยอะไรกันบางอย่าง 


    ตอนนี้เขายืนอยู่ด้านหลังจงหลีรั่วสุ่ย ฉะนั้นสิ่งที่เขาเห็นก็คือใบหน้ายิ้มแย้มของน้องสาวเขานั่นเอง  


    “พี่หญิง ท่านคงยังไม่รู้จักท่านพี่ของข้าเป็นอย่างดีแน่นอน ! ”


    “เขาน่ะ ที่ผ่านมาล้วนแกล้งทำทั้งนั้น ! ”


    “จริงหรือ ? ”


    “ข้าจะโกหกพี่หญิงได้เยี่ยงไร ? ที่จริงน่ะ……”


    หลี่เฉียวซีคิดว่าหญิงสาวที่พี่ชายอุ้มเข้ามาในสวนหลังร้านนั้นจะต้องเป็นพี่สะใภ้ของนาง 


    เพียงแต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ เหตุใดท่านพี่ของนางถึงไม่กลับไปบอกกล่าวท่านแม่ที่จวนหลี่เสียหน่อย ทว่าคงเป็นเพราะท่านพี่ไม่อยากกลับไปที่จวนอีกกระมัง 


    พี่สะใภ้คนนี้งดงามกว่าเสิ่นเฉียวเตี๋ยมาก


    โดยเฉพาะนิสัยของพี่สะใภ้คนนี้ หลี่เฉียวซีชอบนางมาก  เพราะเสิ่นเฉียวเตี๋ยไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์พูดคุยกับหลี่เฉียวซีมาก่อน ขนาดตอนพบเจอกันอยู่สองสามครั้ง เสิ่นเฉียวเตี๋ยก็มักจะมีท่าทีว่าตนเองสูงส่งอยู่เสมอ


    ไม่เหมือนกับพี่สะใภ้คนนี้ที่นั่งอยู่ตรงหน้านาง เพราะพี่สะใภ้ทั้งมีรูปโฉมงดงาม อีกทั้งยังแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์เนื้อดี ดูก็รู้ว่ามาจากตระกูลผู้มั่งคั่ง แต่พี่สะใภ้กลับเป็นคนที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นกันเองกับนางมาก 


    แววตาของพี่สะใภ้ไม่มีแววของการเลือกปฏิบัติ อีกทั้งยังพูดจาอ่อนโยนและสุภาพอีกด้วย


    พี่ชายของนางช่างตาถึงเสียจริง ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดตอนนั้นเขาถึงยอมคืนหนังสือหมั้นหมายโดยไม่ลังเล 


    แน่นอนว่าตอนนี้เราต้องพูดสิ่งดี ๆ เกี่ยวกับพี่ชายให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้พวกเขาแต่งงานกันโดยเร็วที่สุด 


    “ท่านพี่ของข้าทั้งรูปงามและรูปร่างดี นอกจากนี้ยังมีการศึกษาและร่ำรวยด้วย ! ”


    “ฮัวม่านถิง ท่านอาวุโสฮัว พี่หญิงคงรู้จักใช่ไหม ? เขาผู้นั้นเป็นถึงนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นหนิง ! แต่กลับผูกมิตรไมตรีเป็นสหายต่างวัยกับท่านพี่ของข้า”


    “ท่านพี่ของข้าไม่เพียงแต่มีการศึกษาเท่านั้น แต่เขายังรอบรู้สิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย ก็เหมือนกับสุรานี้……จริงสิ ตอนนี้เขาสามารถทำเงินได้เกือบวันละ 20 ตำลึงเชียวนะ ! ”


    “ในอนาคตจะซื้อเรือนหลังใหญ่สักหลังในเมืองกวงหลิงคงไม่ใช่ปัญหาอะไร ท่านเองก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารและเครื่องนุ่งห่มด้วย”


    “ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ท่านพี่ของข้าเป็นผู้ที่ใส่ใจคนอื่นยิ่งนัก……”   

    คล้ายกับเรื่องนายน้อยเจ้าสำราญ III : ยอดเขยนักกวี (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน