ตอนที่ 4 สะดุดลานเกียร์
“หอม! วันนี้ไปกินข้าวเที่ยวที่โรงอาหารวิศวะกันเถอะ” เสียงหวานะโพูดบอกเสียงดัง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ก็ได้อยู่หรอก แต่มึงไม่ต้องะโเสียงดังขนาดนั้นก็ได้”
“ขอโทษ ก็เราตื่นเต้นนี่นา ไม่ได้เจอพี่เขาตั้งนาน ตอนนี้ยังลุ้นอยู่เลยว่าจะได้เจอพี่เขาอีกไหม”
“โอ๊ย ยัยเด็กหัดมีรัก มึงโคตรใสสื่อบริสุทธิ์เลยรู้ไหม”
ต้นหอมเอ่ยแซวเพื่อนสนิทสาวอย่างมัดหมี่ ที่ตอนนี้กำลังหัดมีความรักและเป็การแอบรักครั้งแรก ซึ่งความกระตือรือร้นของมัดหมี่ทำให้ต้นหอมส่ายหัวเบา ๆ เพราะรู้สึกเอ็นดู
โรงอาหารวิศวะ
โรงอาหารขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยนักศึกษาคณะวิศวะเดินพลุกพล่านไปทั่วบริเวณ มีร้านข้าวแกงอยู่ประมาณ 8-9 ร้านและโต๊ะสำหรับนั่งทานอาหารก็มีมากมายแต่โดยรวมแล้วไม่พอกับจำนวนนักศึกษา ร่างบางในชุดนักศึกษาย่างเท้าก้าวเดินเข้าไปในโรงอาหารคณะวิศวะด้วยความมั่นใจ
“คนเยอะจังเลย”
“ก็ปกตินะ รีบไปหาที่นั่งเถอะเดี๋ยวเต็ม”
“โอเค”
สองสาวเพื่อนรักรีบชะเง้อมองหาโต๊ะนั่งว่าง ด้วยความโชคดี ดันมีโต๊ะว่างเหลืออยู่หนึ่งโต๊ะ พวกเธอจึงไม่รอช้าที่จะรีบเดินไปนั่งอย่างรวดรวดเร็ว
“หอมไปสั่งข้าวก่อนไหม?”
“มึงไปสั่งข้าวก่อนเลย กูจะรอพี่แทน”
“อื้อ โอเค” เธอพยักหน้าเข้าใจ เมื่อต้นหอมเอ่ยชื่อพี่แทนออกมา พี่แทนคือแฟนของต้นหอมที่คบกันมานานั้แ่ต้นหอมเรียนอยู่มัธยม 6 และเธอเองก็สนิทด้วยเช่นกัน
มัดหมี่ลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะเพื่อเดินไปสั่งข้าว แต่ราวกับว่าประชากรทั่วมหา’ลัยมารวมตัวกันอยู่ที่โรงอาหารวิศวะ จึงทำให้เธอต้องเดินฝ่าฝูงคนไปต่อแถวร้านข้าวอย่างยากลำบาก หลังจากที่ได้ข้าวแล้ว มัดหมี่ก็รีบเดินออกมาจากแถวทันที
“อ๊ะ! ขอโทษค่ะ”
เพราะจำนวนคนที่เยอะจนแออัด ทำให้คนตัวเล็กเดินชนคนไปทั่ว เธอที่ต้องพูดขอโทษบ่อยครั้งและต้องตั้งสติในการถือจานข้าวในนิ่งที่สุด
แต่ในจังหวะที่มัดหมี่กำลังจะเดินหลบคนกลุ่มหนึ่ง เธอเบี่ยงตัวหลบแต่ดันทรงตัวไม่อยู่ จึงทำให้เธอกำลังจะเซล้ม
“แย่แล้ว!”
ปึก!
คนตัวเล็กที่กำลังจะจะล้มทำได้เพียงจับจานข้าวแน่นแต่โชคดีที่มีคนมารับเธอไว้ทัน อีกทั้งจานข้าวก็ยังไม่หกอีกด้วย
เกือบจะไม่ได้กินข้าวเที่ยงแล้ว
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ” หลังจากที่เธอตั้งหลักได้ มัดหมี่จึงรีบกล่าวขอบคุณทันที
“ไม่เป็ไรครับ”
มัดหมี่เงยหน้ามองคนที่ช่วยเธอ ไม่รู้ว่าเป็พรหมลิขิตหรือเปล่าที่ทำให้เธอได้เจอกับพี่องศาสุดหล่ออีกครั้ง โชคดีสองชั้นเพราะคนที่ช่วยเธอคือเขา
วันนี้ฉันก้าวขาอะไรออกจากห้องนะ จะได้ก้าวทุกวันเลย ทำไมวันนี้มันโชคดีแบบนี้
“พะ...พี่องศา”
“...” คนตัวสูงมองต่ำไปที่คนตัวเล็กที่เขาเพิ่งช่วยมาหมาด ๆ แต่เขาไม่ได้พูดตอบอะไรกลับมา เขาเลือกที่จะเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร
นี่มันหนุ่มเ็าตรงตามนิยายเป๊ะเลยนี่นา มัดหมี่มองแผ่นหลังของพี่องศาที่กำลังเดินออกไป ในใจเธอคิดว่าขนาดแผ่นหลังก็ยังหล่อ คนอะไรจะหล่อครบเครื่องขนาดนี้ เธอนี่ตาถึงชะมัด
“รีบกลับโต๊ะก่อนดีกว่า”
เมื่อมัดหมี่เดินกลับมาที่โต๊ะก็พบว่ามีผู้ชายหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่กับเพื่อนสนิทของเธอ
“สวัสดีค่ะพี่แทน” คนตัวเล็กโค้งหัวเล็กน้อยเพื่อทักทายรุ่นพี่คนสนิท ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะ
“สวัสดีครับ”
“เดี๋ยวมัดเฝ้าโต๊ะให้ค่ะ พี่แทนกับต้นหอมไปซื้อข้าวได้เลยนะคะ”
“โอเค งั้นเดี๋ยวพวกกูมานะ”
หลังจากที่คนตัวสูงเดินแยกออกมาหลังจากเขาได้ช่วยผู้หญิงคนหนึ่งไว้ เขาจึงนึกได้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือคนที่มาขอเบอร์ของเขาที่ผับเมื่อไม่กี่วันก่อน
“พวกกูเห็นนะเว้ย มึงจับต้องสีกาได้ด้วยเหรอวะ” เสียงของน้ำไนล์พูดแซวพร้อมเสียงหัวเราะ
“กูไม่ใช่พระและอีกอย่างเขาจะล้ม กูเลยช่วยเขา” คนหน้านิ่งพูดตอบกลับ
“ไม่ใช่ก็เหมือนใช่ล่ะวะ บางทีมึงอาจยิ่งกว่าด้วยซ้ำ”
สองหนุ่มอย่างน้ำไนล์และเจย์พูดแซวเพื่อนสนิทอย่างองศาสนุกปาก หลังจากที่พวกเขาเห็นเพื่อนของตนเองอยู่ใกล้ผู้หญิง ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วไอ้องศาแทบจะไม่ใกล้ผู้หญิงเลย เรียกได้ว่าถ้าไม่จำเป็มันจะไม่อยู่ใกล้หรือสุงสิงกับผู้หญิงเลยก็ว่าได้
“น้องคนนี้หน้าคุ้น ๆ ไหมวะ เหมือนเคยเจอที่ไหน”น้ำไนล์พูดเปิดประเด็น
“หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ มีคนเดียวแหละครับ น้องมัดหมี่ไง ที่ขอไลน์ไอ้เชี่ยองศาตอนไปเที่ยวผับคืนนั้น” เจย์พูดตอบคำถามของน้ำไนล์
“น้องเขาเรียนคณะวิศวะเหรอวะ ทำไมกูไม่เคยเห็นหน้าเลย”
“ถ้ามึงอยากรู้ก็ลองเดินไปถามดูสิ”
“ไม่เอาครับ กูเขินน้อง”
สองหนุ่มคุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนคนที่ทำหน้านิ่งไม่สนโลกอย่างองศาเลือกที่จะนั่งทานข้าวเงียบ ๆ ต่อไป หากเขาพูดอะไรออกมาก็ไม่วายโดนแซวอีกแน่นอน
มัดหมี่มองภาพคู่รักที่กำลังสวีตหวานกันตรงหน้าของเธอด้วยใบหน้าที่แกมอิจฉาและชินชา เพราะเธอไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยในชีวิตเลยรู้สึกอิจฉาคนที่มีแฟน
“พี่แทนคะ มัดถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”
“ครับ ว่ายังไง”
“คือว่ามัดไปอ่านตำรารักมา เขาบอกว่าถ้าอยากได้หนุ่มวิศวะเป็แฟนต้องไปสะดุดลานเกียร์นี่จริงไหมคะ” เสียงหวานเอ่ยถามรุ่นพี่คนสนิทด้วยใบหน้าจริงจัง
“ไม่รู้สิครับ แต่พี่ไม่ค่อยเชื่อเื่แบบนี้ ถ้าน้องมัดอยากมีแฟนก็ต้องจีบไม่ใช่เหรอครับ”
“แต่ถ้าลองดูก็ไม่เสียหายใช่ไหมคะ”
“อีมัด มึงคิดจะทำอะไร”
“ก็จะไปลองใช้ทฤษฎีไง เผื่อว่าอาจจะเป็ไปได้”
ต้นหอมคิ้วขมวดทันทีเมื่อมองหน้าเพื่อนสาวที่แววตาเต็มไปได้ความประกาย เธอไม่นึกว่าเพื่อนของเธอจะพยายามมากขนาดนี้
“แล้วต้องสะดุดยังไงดีล่ะ แบบต้องล้มลงไปเลยไหมหรือว่าไม่ต้องล้ม” สาวน้อยทำหน้าสงสัยแฝงด้วยความไร้เดียงสา
“มึงก็ล้มแบบสวย ๆ เหมือนนางเอกสิ จะล้มหน้าคะมำลงไปนอนกองที่พื้นก็ไม่ได้ไหม อายเขาตาย”
“งั้นก่อนกลับไปเรียน เราต้องแวะทำแล้วแหละ”
ต้นหอมถอนหายใจกับสิ่งที่เพื่อนสาวคิดจะทำ ส่วนแทนก็ยิ้มกริ่มออกมาเอ็นดูความไร้เดียงสาของเพื่อนแฟนของเขา เขารู้อยู่หรอกว่าน้องมัดหมี่เป็เด็กที่แปลกคนแต่ก็ไร้เดียงสาสุด ๆ
หลังจากทานข้าวเสร็จ พี่แทนก็ขอตัวไปเรียนก่อนส่วนพวกเราสองคนก็มีเรียนต่อตอนบ่าย จึงต้องกลับไปเรียนที่ตึกรวม ในขณะที่เดินกลับนั้น มัดหมี่ที่ตั้งใจจะมาสะดุดลานเกียร์ที่เ้าตัวพูดถึง มัดหมี่ไม่รอช้าที่จะเดินตรงไปยังบริเวณนั้น เธอชั่งใจเล็กน้อยว่าเธอควรจะสะดุดตรงไหนดี
“เป็ลานเรียบ ๆ ไม่มีพื้นต่างระดับด้วยสิ”
แต่แค่นี้ไม่ทางหยุดเธอได้ เพราะอย่างไรเธอก็ตั้งใจจะมาสะดุดลานเกียร์ ตามความเชื่อที่เขาพูดต่อ ๆ กันมาว่า ถ้าสะดุดลานเกียร์จะมีแฟนเรียนวิศวะ มัดหมี่มีแผนในใจเธอ เธอตั้งใจจะสะดุดขาตนเองล้ม
แต่ดันเกิดเหตุสุดวิสัยที่มัดหมี่เองก็คาดไม่ถึง เธอดันสะดุดตาเองล้มอย่างจัง ทำให้เ้าตัวล้มลงกระแทกไปนอนกองที่พื้นอย่างรุนแรง
“โอ๊ย!!!”
“อีมัด!” เสียงร้องะโลั่นของต้นหอมดังลั่นเมื่อเห็นเพื่อนสาวลงไปนอนกองที่พื้น ก่อนที่จะรีบวิ่งเข้าไปช่วยยัยเพื่อนตัวดี
“กูบอกให้มึงล้มหลอก ๆ อันนี้ไม่หลอกแล้วมั้ง” ต้นหอมดุมัดหมี่อีกครั้งหลังจากที่พยุงตัวเ้าหล่อนขึ้น
“เราก็ไม่คิดว่ามันจะล้มแรงขนาดนี้ แสบเข่าจังเลย” คนตัวเล็กทำหน้าเหยเกเพราะความเจ็บแสบที่บริเวณหัวเข่า เพราะเธอล้มแรงมากจึงทำให้ร่างกายไถลไปกับพื้น จนเกิดแผลอีกทั้งยังเืออก
“มึงเดินไหวไหม”
“แค่ลุกก็เจ็บแล้วอ่า เดินไม่ไหวหรอกหอม” มัดหมี่เริ่มแบะปากน้ำตาคลอ
“เดี๋ยวกูพยุงมึงไปนั่งแล้วกัน”
“อื้อ”
ในขณะที่ต้นหอมกำลังช่วยพยุงมัดหมี่อย่างทุลักทุเล ก็ได้มีผู้ชายจากคณะวิศวะเดินผ่านมาเห็นพอดีและได้เห็นสองสาวกำลังลำบาก เขาจึงเสนอตัวเข้ามาช่วยด้วยความสงสาร
“ให้ผมช่วยไหมครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามสองสาวที่กำลังพยุงกันอย่างยากลำบาก
“เอ่อ....” ต้นหอมลังเลใจอยู่สักพักก่อนที่จะมองสภาพเพื่อนสาวของเธอที่น้ำตาคลอเพราะเจ็บแผล
“รบกวนด้วยนะคะ”
คนตัวสูงหันหลังก่อนจะย่อลงเพื่อให้มัดหมี่ขี่หลังเพราะว่าหากเขาอุ้มเธอในท่าเ้าสาวเดินไปห้องพยาบาลก็คงมีคนคุยสนุกปากเป็แน่
“เดี๋ยวผมพาไปส่งที่ห้องพยาบาลนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
ทั้งสามเดินตรงไปยังห้องพยาบาลของตึกวิศวะ มัดหมี่ที่ขี่หลังอยู่ก็แสดงสีหน้าเบะปากน้ำตาไหล คนตัวสูงทำได้เพียงรีบเร่งฝีเท้าของเขาให้เดินไปถึงไวที่สุดหลังจากได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นของเธอ
“ขอบคุณมากเลยนะคะพาเพื่อนเรามาส่ง” ต้นหอมเอ่ยขอบคุณคนใจดี
“เราก็...ฮึก...ขอบคุณค่ะ...ฮึก” มัดหมี่พยายามจะพูดขอบคุณคนตรงหน้าแต่เธอไม่สามารถกลั้นเสียงสะอื้นได้
“ไม่เป็ไรครับ งั้นเธอหายไว ๆ นะ” เขาพูดตอบพร้อมรอยยิ้มเป็มิตร
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ว่าจบร่างสูงก็เดินออกไปโดยทันที สงสัยว่าเขาอาจจะมีเรียนเป็แน่
“เป็ไงล่ะมึง เจ็บไหม”
“เจ็บ”
“ต่อไปก็ช่วยใช้วิธีของคนปกติเถอะ ไม่งั้นมึงได้เจ็บตัวเยอะกว่านี้แน่” ต้นหอมดุเพื่อนสาวของตนเองที่ทำหน้าสลดอยู่บนเก้าอี้