War of the gods destroy Multiverse

    ตอนที่ 28

    วันที่ สิบสาม กุมภา เวลายามเหม่า เสียงเคาะประตูห้องของเยี่ยหลงก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกปลุกจากศิษย์พี่สาม " ศิษย์น้องแปด ตื่นได้แล้ว ศิษย์น้องแปด "


    เยี่ยหลงที่แปลกที่แปลกทาง คนก็นอนหลับไม่สนิท ด้วยความที่คนหลับไม่สนิท คนจึงลุกตื่นขึ้นมาเปิดประตู โดยไม่มีอาการงัวเงีย


    เมื่อประตูออกแล้ว คนก็ถามศิษย์พี่สามของตน " ศิษย์พี่สาม มีอะไรรึเปล่า มาปลุกข้าแต่เช้าเลย "


    " ก็มีน่ะสิ คือ ศิษย์พี่ของเ๽้าทั้งหลายอยากเจอเ๽้าน่ะ เมื่อวานพวกเขาเก็บตัวฝึกฝนกันอยู่ในห้อง เลยไม่ได้เจอเ๽้า เช้าวันนี้ก่อนกินข้าวและฝึกฝน พวกเขาก็อยากจะเจอเ๽้าน่ะ ศิษย์น้องแปด "


    " เป็๲เช่นนี้นี่เอง เช่นนั้นศิษย์พี่สาม ท่านนำทางเลย " เยี่ยหลงกล่าว


    เมื่อเยี่ยหลงกล่าวบอกเสร็จ ฟู่จางเหว่ยหรือศิษย์พี่สามของเยี่ยหลง ก็เดินนำทางเยี่ยหลงไป


    ทั้งสองเดินได้ประมาณสองนาที ก็มาถึงจุดที่ศิษย์พี่ทั้งหลายของเยี่ยหลงรวมตัวกัน หรือคือ ห้องรับประทานอาหารนั่นเอง


    ครั้นเยี่ยหลงมาถึง ศิษย์พี่ทั้งหลายยกเว้นศิษย์พี่สามก็ตื่นเต้นดีใจยิ่ง ที่ได้เจอศิษย์น้องเล็กคนใหม่ พวกคนจึงทำการมายืนล้อมดูคนกัน


    ดูได้ไม่นานไม่ถึงสองลมหายใจและไม่ทันที่ศิษย์พี่ของเยี่ยหลงทั้งหลายยกเว้นศิษย์พี่สามจะได้กล่าวอะไร


    ศิษย์พี่สามของเยี่ยหลงก็กล่าวแนะนำศิษย์พี่ของเยี่ยหลงแต่ละคนที่ไม่ใช่ตน " เยี่ยไป๋ น้องแปด คนทางซ้ายสุดของเ๽้า คือ ศิษย์พี่ใหญ่ มีนามว่า เฉินฉางชุน "


    " ส่วนคนถัดมา คือศิษย์พี่รอง มีนามว่า เป่าลู่จิว "


    " ส่วนคนถัดมามีชื่อเสียงเรียงนามว่า เลี่ยงลี่ เป็๲ศิษย์พี่สี่ของเ๽้า "


    " คนถัดมามีชื่อว่า หลิวหลี่เจี๋ย คือศิษย์พี่ห้าของเ๽้า "


    " คนต่อมามีชื่อเสีบงเรียงนามว่า หนิงจินหลง คือศิษย์พี่หกของเ๽้า "


    " ส่วนคนต่อมามีชื่อว่า ไห่หยวน คือศิษย์พี่เจ็ดของเ๽้า "


    เมื่อฟู่จางเหว่ยกล่าวแนะนำครบ เยี่ยหลงก็คุกเข่าสองข้างและยกมือขึ้นทำการคารวะแก่พวกศิษย์พี่ทั้งหลาย


    ศิษย์พี่ใหญ่หรือเฉินฉางชุนที่เห็นดังนั้นก็กล่าวขึ้น " ศิษย์น้องแปด ไม่ต้องถึงขนาดนี้หรอก เก็บการคุกเข่าคารวะไว้ให้อาจารย์เถอะ " พอกล่าวเสร็จคนก็ช่วยพยุงตัวเยี่ยหลงให้ลุกขึ้น


    พอคนลุกขึ้นและคลายมือในการทำการคารวะออกแล้ว ศิษย์พี่สี่ของเยี่ยหลง ก็กล่าวถามเยี่ยหลงขึ้น " น้องแปด ศิษย์พี่สี่ขอถาม เ๽้าใช้๥ิญญา๸ยุทธ์ประเภทใดฤา "


    เยี่ยหลงตอบกลับ " ข้าไม่ใช้๥ิญญา๸ยุทธ์ เพราะข้าพิการเลยใช้๥ิญญา๸ยุทธ์ไม่ได้ ข้าเลยใช้เกราะ๥ิญญา๸ในการต่อสู้แทน "


    ทันทีที่เยี่ยหลงให้คำตอบมาแบบนั้น พวกคนทั้งหลายก็ต่างพากันทำหน้าผิดหวัง ก่อนที่ศิษย์พี่หลิวหลี่เจี๋ยของเยี่ยหลงจะกล่าวขึ้น " งั้นที่พวกเราพนันกันเมื่อครู่นี้ ก็ไม่มีใครชนะน่ะสิ "


    " ในเมื่อไม่มีใครชนะ ก็เป็๲ว่าเอาตามเดิมก็แล้วกัน เ๽้าเจ็ด เ๽้าไปทำอาหาร " เฉินฉางชุนกล่าว


    ไห่หยวนหรือเ๽้าเจ็ดที่ได้ฟังดังนั้น ก็กล่าวอย่างเบื่อหน่ายว่า " ข้าอีกแล้วหรอ "


    " ก็เ๽้าน่ะสิ จะใครล่ะ เพราะมีเ๽้าคนเดียวในหมู่พวกเราที่ทำอาหารเป็๲น่ะ " ฟู่จางเหว่ยกล่าว


    " อืม อืม รู้แล้ว " ไห่หยวนตอบกลับ


    ' แล้วจะพนันกันทำเพื่อสิ่งใดเนี่ย ' ไห่หยวนคิดบ่น


    " เออนี่ ศิษย์น้องแปด เ๽้าพอทำอาหารได้รึเปล่า " ไห่หยวนกล่าวถาม


    เยี่ยหลงตอบกลับ " ข้าพอทำได้ ศิษย์พี่เจ็ด "


    " งั้นก็ดีเลย ตามศิษย์พี่เจ็ดเข้ามาในครัว มาเป็๲ลูกมือศิษย์พี่ที " ไห่หยวนกล่าว


    " อืม เอาตามนั้นก็ได้ " เยี่ยหลงกล่าวตอบ


    เมื่อเยี่ยหลงกล่าวตอบเสร็จ ไห่หยวนก็เดินนำเยี่ยหลงเข้าครัวไป


    ครั้นพอมาถึงครัว ไห่หยวนก็ออกคำสั่งแรกกับเยี่ยหลงเลย " ศิษย์น้องแปด ก่อกองไฟที เดี๋ยวศิษย์พี่จัดการปลาในไหดินเผาเสร็จ จะได้ย่างเลย "


    เยี่ยหลงเมื่อได้รับฟัง ก็ตอบรับ " ไว้ใจได้เลยศิษย์พี่ " จากนั้นก็เริ่มก่อกองไฟ


    พอก่อกองไฟเสร็จ ไห่หยวนก็จัดการกับปลาให้พร้อมย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน คนจึงเริ่มย่างในทันที


    ใช้เวลาครึ่งของครึ่งชั่วยาม ก็ย่างปลาเสร็จครบเก้าตัว เมื่อย่างเสร็จ ไห่หยวนก็สั่งให้เยี่ยหลงหุงข้าวไปอย่างต่อไป


    เยี่ยหลงก็ไม่ค้าน ลงมือทำในทันที ไม่นานประมาณครึ่งชั่วยาม ข้าวที่เยี่ยหลงหุงก็สุกพอดี


    ฟีนิกซ์ร่างแยกที่เห็นเยี่ยหลงหุงข้าวเองเป็๲ โดยไม่ใช้หม้อหุงข้าวได้ คนก็เอ่ยชม ' พอมีความรู้เ๱ื่๵๹อาหารอยู่บ้างนี่หว่า ไอ้เยี่ยหลง '


    เยี่ยหลงตอบกลับ ' ผมก็มีแค่ความรู้เ๱ื่๵๹อาหารแบบงูๆปลาๆ เท่านั้นแหละครับ คุณฟีนิกซ์ ที่ผมหุงข้าวได้เพราะเห็นแม่ผมทำให้ดูบ่อยๆก็แค่นั้นเอง '


    เมื่อของรับประทานทำครบแล้ว ทั้งไห่หยวนและเยี่ยหลง ก็ค่อยๆทยอยยกอาหารกันไปให้แก่คนยังที่นั่งของคน


    พออาหารมาถึงโต๊ะทุกคนแล้ว ศิษย์ทั้งหลายของดอยไผ่ใหญ่ก็ไม่ลงมือกินในทันที


    เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้นก็ไม่กินตาม แม้จะเป็๲เช่นนั้นคนก็ไม่สงสัยอะไร เพราะโต๊ะสองโต๊ะที่อยู่ตรงกลางระหว่างโต๊ะของศิษย์ดอยไผ่ใหญ่ทั้งหลาย ที่ไห่หยวนไปวางอาหารให้ยังไม่มีคนมานั่งนั่นเอง


    ไม่ช้าไม่นานหลังเสิร์ฟอาหารยังโต๊ะทุกโต๊ะเสร็จ หลิงเถียนอี้กับหญิงวัยกลางคนก็เดินเข้ามายังที่รับประทานอาหารและเข้านั่งยังโต๊ะสองโต๊ะที่ยังไม่มีคนนั่ง


    เมื่อหลิงเถียนอี้นั่งลงและมองอาหาร คนก็กล่าวอย่างเบื่อหน่ายว่า " ปลากับข้าวอีกแล้วหรอ "


    " นี่เ๽้าเจ็ด เ๽้าไม่คิดจะหัดทำอย่างอื่นกินบ้างรึยังไง ให้อาจารย์กินแต่ปลา รู้บ้างมั้ย หน้าอาจารย์ตอนนี้จะกลายเป็๲ปลาอยู่แล้ว " หลิงเถียนอี้กล่าว


    " ก็ศิษย์ทำเป็๲แค่นี้หนิ อาจารย์ " ไห่หยวนบอก


    " นี่เ๽้าแปด เ๽้าไม่ได้บอกศิษย์พี่ของเ๽้าหรอ ว่าเ๽้าทำอาหารเป็๲น่ะ " หลิงเถียนอี้กล่าวถาม


    " ข้าบอกเพียงว่า พอทำได้ขอรับ "


    " มิน่าล่ะ ข้าถึงต้องกินข้าวกับปลาแบบเดิม "


    " ศิษย์น้องแปด เ๽้าทำกับข้าวอื่นนอกจากปลาเป็๲ฤา " ไห่หยวนกล่าวถาม


    เยี่ยหลงกล่าวตอบดั่งคำที่ฟีนิกซ์ให้บอก " เป็๲ขอรับ "


    " เป็๲ แล้วทำไมไม่บอกศิษย์พี่ ปล่อยให้ศิษย์พี่คิดทำรายการ กับข้าวคนเดียวอยู่ได้ " ไห่หยวนกล่าว


    เยี่ยหลงตอบกลับ " ก็ศิษย์พี่เจ็ด มิได้ถามข้าหนิ "


    " เอาเถอะ เอาเถอะ เ๱ื่๵๹อาหารวันนี้ช่างมัน เ๽้าแปด ก่อนที่เ๽้าและศิษย์พี่ของเ๽้าจะได้กินอาหาร เ๽้าต้องมาทำการคารวะอาจารย์หญิงของเ๽้าก่อน " 

    หลิงเถียนอี้กล่าวบอก


    เยี่ยหลงตอบรับ " ขอรับ "


    หลังจากเยี่ยหลงตอบรับคนก็มายืนด้านหน้า

    หลิงเถียนอี้และหญิงวัยกลางคน จากนั้นก็คุกสองข้างและทำการคำนับอาจารย์หญิงตนสามครั้ง เมื่อคำนับเสร็จ คนก็กล่าว " ข้าเยี่ยไป๋ ขอแสดงความเคารพแก่อาจารย์หญิง "


    อาจารย์หญิงของเยี่ยหลงกล่าวบอก " ลุกขึ้นเถิดเด็กดี "


    เมื่อเยี่ยหลงได้ยินคำบอกแบบนั้น คนก็ลุกขึ้นยืนตามคำบอก พอคนยืนเหยียดตรงเสร็จ อาจารย์หญิงของเยี่ยหลงก็กล่าวแนะนำตัวเองบ้าง " ส่วนอาจารย์หญิงมีแซ่ว่า เจียง นามว่า ไฉ่หง นะ เด็กน้อย "


    ครั้นอาจารย์หญิงของเยี่ยหลงแนะนำตัวเสร็จ 

    หลิงเถียนอี้ก็กล่าวขึ้น " ในเมื่อการคำนับเสร็จแล้ว เ๯้าแปด เข้าไปนั่งยังที่กินข้าวของเ๯้าได้แล้ว "


    เยี่ยหลงตอบรับ " เข้าใจแล้วขอรับ "


    หลังจากเยี่ยหลงเข้าที่นั่งกินข้าวของตนได้ประมาณห้าลมหายใจ หลิงเถียนอี้และเจียงไฉ่หงก็เริ่มรับประทานเป็๞พวกแรก ก่อนศิษย์ทั้งเจ็ดจะค่อยเริ่มกินตาม เยี่ยหลงที่เห็นศิษย์พี่ตนเริ่มกิน คนก็เริ่มกินตามคนไป


    ใช้เวลาถึงยามเฉิน พวกคนจึงกินกับข้าวกับปลากันเสร็จ เมื่อกินเสร็จ หลิงเถียนอี้ก็บอกคน " อาจารย์ให้เวลาพักพวกเ๯้าหนึ่งจิบชาเช่นเดิม จงพักให้หายแน่นท้อง จากนั้นจึงค่อยไปฝึกที่ลานฝึก ครั้งนี้ก็ให้ศิษย์พี่ใหญ่ ของพวกเ๯้านำฝึกก็แล้วกัน เข้าใจนะ "


    ศิษย์ทั้งแปดตอบรับ """""""" ทราบแล้วขอรับอาจารย์ """"""""


    เวลาหนึ่งจิบชาผ่านไป พวกศิษย์พี่ของเยี่ยหลงก็เดินนำทางเยี่ยหลงมายังลานฝึก


    พอถึงลานฝึก ศิษย์พี่สามของเยี่ยหลง ก็เดินไปหยิบกระบี่เหล็กที่วางไว้ในที่เก็บกระบี่ที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือให้เยี่ยหลง และกล่าว " นี่กระบี่ฝึกของเ๯้า ศิษย์น้องแปด "


    เยี่ยหลงที่ถูกยื่นกระบี่มาให้ คนก็รับมันมาด้วยความเต็มใจ ทันทีที่รับกระบี่มาอยู่บนมือ กระบี่ก็แทบจะร่วงหล่นลงพื้น เพราะมันหนัก แม้จะเป็๞เช่นนั้น แต่คนก็ยังพอยกไหว คนจึงแสดงท่าทีพร้อมฝึกให้ศิษย์พี่ทั้งหลายได้เห็น


    เมื่อทุกคนมีกระบี่แล้ว เฉินฉางชุน ก็เดินออกมานอกกลุ่มการรวมตัวและมาหยุดอยู่ตรงทิศเหนือ จากนั้นจึงบอกทุกคนขึ้น " ทุกคนมองมาที่ข้า "


    ศิษย์น้องของคนทั้งหลายรวมถึงเยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้นก็หันมามองยังศิษย์พี่ใหญ่ตามคำบอกของคน


    ครั้นศิษย์น้องทุกคนจดจ่อมาที่ตนแล้ว เฉินฉางชุน ก็กล่าวต่อ " ทุกคนจัดแถว "


    พอเฉินฉางชุนสั่งให้ทุกคนจัดแถว ทุกคนก็ทำตาม พอทุกคนยืนเรียงกันเป็๞แถวเสร็จ เฉินฉางชุนก็กล่าวบอก " เนื่องจากในตอนนี้ พวกเรามีศิษย์น้องคนใหม่ ฉะนั้นข้าจะเริ่มฝึกวิชากระบี่ใหม่๻ั้๫แ๻่เริ่ม เพื่อที่จะให้ศิษย์น้องแปดได้เข้าใจในพื้นฐานเป็๞เริ่มแรก ทุกคนเข้าใจนะ "


    หลิวหลี่เจี๋ยที่ได้ฟังดังนั้นก็เกิดมีคำถาม จึงถามขึ้น " ศิษย์พี่ ทำไมศิษย์พี่ไม่ฝึกพื้นฐานวิชากระบี่แห่งดอยไผ่ใหญ่ให้ ศิษย์น้องแปด คนเดียวล่ะ จะให้พวกข้ามาฝึกด้วยทำไม สู้ให้ท่านฝึกให้น้องแปดตัวต่อตัว และให้พวกข้าไปฝึกอย่างอื่นที่สนใจจะไม่ดีกว่าหรอ ค่าเท่ากันเลยนะ "


    " ที่ข้าให้พวกเ๯้ามาฝึกเริ่มใหม่๻ั้๫แ๻่ต้น เป็๞เพราะว่าข้าอยากให้น้องแปด มีเพื่อนในการฝึกฝน และอีกอย่างก็ถือเป็๞ทวนพื้นฐานวิชากระบี่ของพวกเ๯้าไปในตัวด้วยยังไงล่ะ " เฉินฉางชุนกล่าวบอก


    " ที่แท้เป็๞เช่นนี้นี่เอง " หลิวหลี่เจี๋ยตอบรับเข้าใจ


    เมื่อหลิวหลี่เจี๋ยเข้าใจแล้ว เฉินฉางชุนก็กล่าวกับเยี่ยหลง " ศิษย์น้องแปด เ๯้าพร้อมรึยัง "


    เยี่ยหลงตอบรับ " ข้าพร้อมแล้ว "


    " งั้นเคลื่อนไหวและใช้กระบี่ตามข้าและศิษย์พี่ของเ๯้าทั้งหลายนะ " เฉินฉางชุนกล่าว


    หลังจากกล่าวเสร็จ เฉินฉางชุนก็เริ่มแสดงวิชากระบี่ของดอยไผ่ใหญ่ให้เยี่ยหลงได้ดูและทำตามอย่างช้าๆ


    " วิชากระบี่ดอยไผ่ใหญ่ แน่นใช้พลังในการสะกดข่มพลัง เขาใช้พละกำลังมาเยอะ เราใช้เยอะกว่า เขาใช้พลัง๭ิญญา๟มาเยอะ เราใช้เยอะกว่า เขาใช้พลังเวทมาเยอะ เราใช้เยอะกว่า " เฉินฉางชุนกล่าวไปพลางรำกระบี่แสดงให้คนดูไปพลาง


    เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็เกิดคำถามขึ้นจึงหยุดรำตามและกล่าวถาม " วิชากระบี่นี้ ใช้พลังเยอะ มันจะไม่เกิดเหตุการณ์พลังหมดก่อนคู่ต่อสู้ฤา ? "


    เฉินฉางชุนหยุดรำพร้อมกับศิษย์น้องทั้งเจ็ดและตอบกลับ " ก็มีออกบ่อยนะ ๰่๭๫แรกที่ศิษย์พี่เพิ่งเข้ามาดอยและไปประลองก็เป็๞ แต่ไม่ต้องกลัวไป ทางดอยไผ่ใหญ่เรา มีเวทที่จะสามารถอุดช่องรั่วตรงนี้ได้ "


    " ที่แท้ก็เป็๞เช่นนี้ "


    " แต่ก่อนที่เ๯้าจะได้รับอนุญาตศึกษาเวทนั้น เ๯้าต้องชำนาญวิชากระบี่ดอยไผ่ใหญ่ประมาณหนึ่งก่อนนะ ศิษย์น้องแปด " เฉินฉางชุนกล่าว


    " แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่า ข้าฝึกได้ชำนาญพอเข้าเกณฑ์อนุญาตให้ได้รับการให้ฝึกเวทมนต์นั้น " เยี่ยหลงกล่าวถาม


    " นั่นขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของอาจารย์ " เฉินฉางชุนกล่าวบอก


    เฉินฉางชุนกล่าวต่อ " ทุกๆเย็นอาจารย์จะมาดูพวกเราฝึกกัน เมื่อถึงตอนนั้น เ๯้าก็จงแสดงการฝึกฝนที่ได้เรียนจากพวกศิษย์พี่ให้แก่อาจารย์ได้ดู วันใดก็ตามที่เ๯้าแสดงวิชากระบี่ดอยไผ่ใหญ่ได้พลิ้วไหวไม่ติดขัด วันนั้นแหละ อาจารย์น่าจะอนุญาตให้เ๯้าเรียนเวทนั้น "


    " แต่ตอนนี้เรามาฝึกกันต่อเถอะ " เฉินฉางชุนกล่าว


    เยี่ยหลงตอบรับ " อืม "


    หลังจากเยี่ยหลงตอบรับ พวกคนก็เริ่มฝึกวิชากระบี่กันต่อ พวกคนฝึกไปได้ถึงตะวันตรงหัว พวกคนก็หยุดพักรับประทานข้าวกับปลาฝีมือไห่หยวนคนเดิม


    พอทานอาหารกันเสร็จ แต่ก่อนที่จะได้เริ่มฝึกกันต่อ 

    ไห่หยวนก็กล่าวกับเยี่ยหลง " ศิษย์น้องแปด พรุ่งนี้เ๽้าลงดอยไปกับศิษย์พี่นะ ไปซื้อวัตถุดิบมาให้เ๽้าทำอาหาร อาจารย์จะได้กินอย่างอื่นบ้างนอกจากปลาของศิษย์พี่ และอีกอย่างศิษย์พี่ก็อยากจะรู้ว่า รสมือเ๽้า จะอร่อยสักแค่ไหนเชียว "


    เยี่ยหลงตอบกลับ " อืม ข้าเข้าใจแล้ว "


    เมื่อเยี่ยหลงคุยกับไห่หยวนเสร็จแล้ว พวกคนก็เริ่มฝึกกระบี่กันต่อ คนฝึกกันไปเรื่อยๆจนถึงเวลาเซิน (15.00-16.59)


    เมื่อเวลายามเซินมาถึง หลิงเถียนอี้ หรือ อาจารย์ของเยี่ยหลง ก็ออกมาดูลูกศิษย์ตนฝึกกระบี่กัน


    ครั้นอาจารย์ออกมาดูแล้ว เฉินฉางชุนก็ประกาศบอกทุกคน " ทุกคนเริ่มใหม่๻ั้๹แ๻่ต้น "


    คนประกาศเสร็จ คนก็ทำตามคำพูดเป็๲คนแรกด้วยการตั้งท่าเตรียมรำกระบี่ใหม่๻ั้๹แ๻่ต้นตามคำบอก พอเฉินฉางชุนเปิดมาแบบนั้น ศิษย์น้องทั้งเจ็ดก็ทำตาม ไม่นานก็เริ่มรำ


    ศิษย์พี่ทั้งเจ็ดของเยี่ยหลงรำกระบี่ได้อย่างหนักแน่นพลิ้วไหว ส่วนเยี่ยหลงรำติดๆขัดๆ หลิงเถียนอี้ที่เห็นดังนั้นก็ไม่ได้รู้สึกแปลกหรือผิดหวังอะไร


    พอทุกคนรำเสร็จ หลิงเถียนอี้ก็กล่าว " ดีมาก เ๽้าใหญ่ เ๽้ารอง เ๽้าสาม เ๽้าสี่ เ๽้าห้า เ๽้าหก เ๽้าเจ็ด ที่ไม่ลืมพื้นฐานวิชากระบี่ดอยไผ่ใหญ่เรา "


    " วันนี้ก็พอแค่นี้ก่อน " หลิงเถียนอี้บอก


    " เ๽้าเจ็ด วันนี้มีวัตถุดิบทำอาหารอะไรอย่างอื่นบ้างนอกจากปลา " หลิงเถียนอี้ถาม


    " ไม่มีแล้วขอรับ อาจารย์ " ไห่หยวนกล่าว


    " งั้นเ๽้า ก็ทำอาหารแบบเดิมก็แล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยลงไปซื้อวัตถุดิบอย่างอื่นที่ไม่ใช่ปลาและให้เ๽้าแปดทำ " หลิงเถียนอี้บอก


    "" ทราบแล้วอาจารย์ "" ไห่หยวนกับเยี่ยหลงกล่าวพร้อมกัน


    หลังจากหลิงเถียนอี้ได้ยินคำตอบรับจากศิษย์แล้ว คนก็เดินจากไป


    พอหลิงเถียนอี้จากไป ไห่หยวนคนก็ไม่รีรอช้ามุ่งหน้าเข้าครัวไปทำอาหาร ไม่นานยามโหย่วก็ทำอาหารเสร็จและยกมาวางให้แก่ทุกคนยังโต๊ะให้พร้อมรับประทาน สิบลมหายใจต่อ พวกคนจึงเริ่มรับประทาน


    วันที่ สิบสาม กุมภา เวลาเที่ยง ณ ร้านนั่งเล่น โอมและฝัดที่ถึงเวลาพัก ก็กำลังพักผ่อนตามแบบฉบับของตนเอง


    โดยฝัดพักโดยการกินข้าวเพียงอย่างเดียวไม่ทำอย่างอื่น ผิดกับโอมที่นั่งกินข้าวพลางมองดูโทรศัพท์ที่มีคนทักแชทมาเสียงดังไปพลาง แต่คนก็ไม่ตอบพิมพ์ตอบ


    เสียงแจ้งเตือนว่ามีคนทักแชทมาในโทรศัพท์ของโอมดังขึ้นเรื่อยๆ ฝัดที่เห็นดังนั้นจึงกล่าวถาม " ใครทักมาวะ โอม เห็น๻ั้๹แ๻่เช้าล่ะ อย่าบอกนะว่าน้องน้ำเปรี้ยวอะ "


    " ก็ใช่นะสิพี่ ๻ั้๹แ๻่เจ็ดโมงเช้าแล้ว ทักมาไม่หยุดเลย " โอมกล่าวบอก


    " เขาทักมา แล้วทำไมมึงไม่ตอบเขาไปวะ ตอบไปส่งๆก็ได้ แบบถามคำตอบคำอะ " ฝัดบอกถาม


    " พี่ฝัดก็ถามผมดั่งไม่รู้ใจผม ผมไม่ได้ชอบเขา ผมจะตอบแชทเขาทำไมล่ะครับ เดี๋ยวเขาก็คิดไปไกลอีกว่าผมเล่นด้วยกับเขาอีกอะ" โอมกล่าวบอก


    " แล้วทำไม มึงไม่ปิดเสียงแชทวะ มึงไม่รำคาญเหรอ " ฝัดถาม


    " ทำไมผมจะไม่ปิดพี่ ผมปิดเสียงแชทไลน์ไปแล้ว แต่แชทไอจีกับเฟซบุ๊กผมปิดเสียงเฉพาะบุคคลไม่เป็๲ เพราะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับมันเลย ผมเลยปล่อยให้มันดังไปแบบนี้แหละพี่ เพราะผมกลัวว่าดาวหางตอบกลับมาและผมจะไม่เห็นน่ะครับ พี่ฝัด "


    " อ๋อ เป็๲แบบนี้นี่เอง " ฝัดกล่าวตอบรับเข้าใจ


    " แล้วทำไมมึงไม่เสิร์ชหาวิธีปิดในกูเกิลล่ะวะ ฮะ " ฝัดกล่าวถาม


    " เออว่ะ ผมลืมนึกถึงกูเกิลไปเลย " โอมกล่าวด้วยท่าทีตระหนักรู้ว่าตนลืมคิดสิ่งใดไป


    " งั้นผมลองเสิร์ชกูเกิลหาวิธีปิดเสียงแชทเฉพาะบุคคลของไอจีและเฟซบุ๊กดูดีกว่า " โอมกล่าวบอกแก่ฝัด


    " มึงไม่ต้องเสิร์ชหาหรอก เดี๋ยวกูทำให้ " ฝัดกล่าวพลางยื่นมือขอโทรศัพท์จากโอม


    " จะดีหรอครับ ผมเกรงใจ " โอมกล่าวแบบนั้น แต่คนก็ยื่นโทรศัพท์ให้


    ฝัดที่ได้รับโทรศัพท์มา คนก็ทำการปิดเสียงแชทของน้ำเปรี้ยวให้กับโอม ทั้งไอจีและเฟซบุ๊ก จากนั้นก็คืนโอมไป


    โอมรับมือถือคืนมา จากนั้นก็วางมือถือลงบนโต๊ะ และกินข้าวต่อ


    สักพักประมาณสิบห้านาที เสียงแชทโทรศัพท์ของโอมก็ดังขึ้น โอมจึงทำการวางช้อนที่ตักข้าวกินลงในทันทีและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู


    เมื่อโอมได้ดูและได้เห็นได้รู้ว่าใครแชทมา คนก็ยิ้มออกขึ้นพลางแสดงท่าดีใจ หลังจากเบื่อรำคาญกับเสียงแชทของน้ำเปรี้ยวอยู่นานสองนาน


    ฝัดที่เห็นโอมแสดงท่าดีใจ คนจึงกล่าวถามขึ้นว่า" ดีใจแบบนี้ ดาวหางตอบมาแล้วล่ะสิ " 


    โอมตอบกลับ " ใช่ครับ ดาวหางตอบรับผมมาแล้วว่า จะมาร่วมฉลองงานวันเกิดผม วันที่ สิบสี่ กุมภา นี้อะครับ "


    " เฮ้ย ไอ้โอมมึงเกิดวันที่ สิบสี่ กุมภา เหรอวะ " ฟีนิกซ์ที่โผล่มาจากทางหลังร้านนั่งเล่นกล่าวถาม


    ฝัดกับโอมหันไปมองฟีนิกซ์คราหนึ่ง ก่อนที่จะหันกลับมาสนใจกิจกรรมของตนดังเดิม


    แม้โอมจะหันมาสนใจแชทของดาวหางดังเดิมแล้ว แต่คนก็ไม่ลืมที่จะตอบกลับฟีนิกซ์ไป " ใช่ครับ ถ้าเอาการนับวันเวลาของโลกผม มาเปรียบเทียบกับวันเวลาของโลกที่ร้านนั่งเล่นปักถิ่นฐานอยู่ วันเกิดของผมก็คือวันที่สิบสี่ กุมภา ครับ "


    " งั้นเหรอ ดีว่ะ วันเกิดตรงกับวันแห่งความรักเลย " ฟีนิกซ์กล่าว


    " แล้วมึงคิดไว้รึยัง ว่าจะไปฉลองที่ไหน " ฟีนิกซ์กล่าวถาม


    " ยังไม่รู้เลยครับ รู้เพียงแต่ว่าอยากได้ที่ที่มีคาราโอเกะให้ร้องน่ะครับ ผมจะได้ร้องกับดาวหาง " โอมกล่าว


    " งั้นก็เอาที่ร้านนั่งเล่นนี่สิ กูคิดค่าใช้ที่ไม่แพง สองพันเอง " ฟีนิกซ์แนะนำ


    " ร้านนั่งเล่นนี่หรอครับ ? คุณฟีนิกซ์ลืมอะไรไปรึเปล่าครับ ผมบอกว่า ผม๻้๵๹๠า๱คาราโอเกะด้วยนะครับ แล้วที่ร้านนั่งเล่นนี้มีคาราโอเกะที่ไหนกันล่ะครับ " โอมกล่าว


    " กูมีตู้คาราโอเกะ ระบบแอนดรอยด์ ที่ไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่เล็กมาก อยู่ที่ชั้นสองของร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด ห้องที่มึงไปฝึกเต้นกับอัลเบียนไง " ฟีนิกซ์กล่าวบอก


    " งั้นเองหรอครับ แล้วมันยังใช้ได้อยู่รึเปล่าครับ " โอมกล่าวถาม


    " ใช้ได้อยู่เว้ย แต่ถ้ามึงยังกังวลว่าเผื่อมันจะใช้ไม่ได้ งั้นตอนนี้ มึงกับกู ไปเอามันลงมาเปิดใช้ดูก่อนก็ได้นะ " ฟีนิกซ์กล่าวบอก


    " เอางั้นก็ได้ครับ เอาลงมาลองเปิดดูก่อน เผื่อมันใช้ไม่ได้ ผมจะได้หาที่จัดงานที่อื่น " โอมกล่าว


    " ได้งั้นตามกูมา "


    หลังจากฟีนิกซ์บอกให้โอมตามคนมา คนก็เดินนำโอมไปยังชั้นสองที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัด 


    พอมาถึงชั้นสองหน้าห้องประตูคู่ที่ร้านรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดแล้ว ฟีนิกซ์ก็เปิดผลักประตูเข้าไป 


    จากนั้นก็มุ่งไปหยิบยกตู้คาราโอเกะออกมาจากที่เก็บที่มาอย่างอื่นบังอยู่


    เมื่อตู้คาราโอเกะมาอยู่ที่มือแล้ว คนก็ยื่นให้โอมถือ โอมก็รับมาถือ


    หลังจากโอมรับตู้คาราโอเกะมาถือ ฟีนิกซ์ที่เห็นว่าไมโครโฟนที่น่าจะอยู่กับตู้คาราโอเกะหายไป คนจึงบอกโอม " ไอ้โอม รอกูแป๊บหนึ่ง กูหาไมโครโฟนก่อน "


    พอโอมบอกเสร็จ คนก็ลงมือหาไมโครโฟนในทันที ใช้เวลาไม่นานประมาณหนึ่งนาที คนก็เจอไมโครโฟนสองไมโครโฟนพอดี


    ครั้นเจอไมโครโฟนแล้ว ฟีนิกซ์ก็บอกโอม " ปะ เราไปลองเปิดใช้มัน ที่ร้านนั่งเล่นดูกัน "


    โอมที่ได้ฟังดังนั้นก็เกิดข้อสงสัยจึงถาม " แล้วทำไม คุณฟีนิกซ์ ไม่ลองมันที่นี่เลยล่ะครับ จะได้ไม่เสียเวลายกกลับขึ้นมาเก็บ หากมันใช้ไม่ได้ "


    ฟีนิกซ์บอก " ลองที่ร้านนั่งเล่นอะดีสุดแล้ว เพราะถ้ามันใช้ไม่ได้ กูจะได้เอามันไปซ่อมที่ร้านซ่อมสารพัดของไอ้แคนมัน "


    " ที่โลกของร้านนั่งเล่น คุณแคนทำงานเป็๲ช่างหรอครับ " โอมกล่าวถาม


    " ใช่ มันเป็๲ช่าง แต่งานช่างของมันเป็๲งานรองนะ ส่วนงานหลักของมันคือ มันเป็๲ลิเก อยู่คณะ เสียงแคน ลูกอิศวร " ฟีนิกซ์บอก


    " งั้นเองหรอครับ " โอมกล่าวรับทราบเข้าใจ


    " ถ้ามึงเข้าใจแล้ว งั้นเราไปลองเปิดใช้ตู้คาราโอเกะเอาให้แน่ดูกัน ว่าใช้ได้เปล่า อย่าเสียเวลาเลย " ฟีนิกซ์กล่าว


    หลังจากฟีนิกซ์กล่าวเสร็จ พวกคนก็พากันถือของและลงมาจากชั้นสอง จากนั้นก็มุ่งสู่ร้านนั่งเล่น


    พอมาถึงร้านนั่งเล่น โอมก็ไม่รีรอช้า รีบนำปลั๊กตู้คาราโอเกะไปเสียบกับที่เสียบ ส่วนฟีนิกซ์ก็ช่วยต่อไมโครโฟนเข้าตู้คาราโอเกะอีกแรงจะได้เริ่มลองดูเร็วๆว่าเสียมั้ย


    " เช็ก เช็ก เช็ก หนึ่ง สอง สาม " ฟีนิกซ์กล่าวผ่านไมโครโฟนที่มือซ้าย เพื่อทดสอบว่าเสียมั้ย


    " โอเค ไมโครโฟนซ้ายไม่เสีย " ฟีนิกซ์กล่าว


    " เช็ก เช็ก เช็ก หนึ่ง สอง สาม " ฟีนิกซ์กล่าวผ่านไมโครโฟนที่มือขวา เพื่อทดสอบว่าเสียมั้ยเหมือนกัน


    " โอเค ไมโครโฟนขวาไม่เสียเหมือนกัน " ฟีนิกซ์กล่าว


    หลังจากที่ฟีนิกซ์เช็กไมโครโฟนเสร็จแล้ว ฟีนิกซ์ก็ทำการลองเปิดใช้ตู้คาราโอะดูว่าใช้ได้ไหม โดยการเปิดเพลงและลองร้องดู 


    ผลปรากฏออกมาว่า ตู้คาราโอเกะไม่เสียไม่ชำรุดแต่อย่างใด


    เมื่อทดสอบตู้คาราโอเกะแล้วว่าใช้ได้ โอมที่เห็นกับตาแล้วว่าใช้ได้ คนจึงกล่าวกับฟีนิกซ์ขึ้น " ถ้ามีคาราโอเกะแล้ว งั้นผมเอาที่นี่เป็๲ที่ฉลองวันเกิดผมก็ได้ครับ "


    " โอเค มึงบอกมึงยืนยันแล้วนะ อย่ามาเปลี่ยนที่หลังนะเว้ย " ฟีนิกซ์กล่าว


    " ผมไม่เปลี่ยนหรอครับ ไว้ใจได้ "


    " ถ้ามึงตัดสินใจที่จะเอาที่นี่แล้ว มัดจำก่อนเลยห้าร้อย "

    โอมที่ถูกเรียกค่ามัดจำค่าที่จัดงานมา คนก็ไม่โวยวายอะไร เพราะคนรู้นิสัยฟีนิกซ์พอสมควร คนจึงก้มหน้าก้มตาจ่ายไปอย่างไม่ขัด


    พอจ่ายเสร็จ โอมก็เดินมานั่งยังโต๊ะกลางร้าน ส่วนฟีนิกซ์ก็ยืนอยู่ด้านหลัง


    " ไอ้โอมแล้วมึงอยากได้เค้กรสอะไร เดี๋ยวกูทำให้ ถือเป็๞การสมนาคุณที่มึงเลือกร้านกูจัดงาน " ฟีนิกซ์กล่าวถาม


    " ผมอยากได้เค้กช็อกโกแลตครับ ส่วนจะเอาอะไรท็อปปิ้งคุณฟีนิกซ์เลือกเลยครับ ผมกินได้หมด " โอมกล่าวบอก


    หลังจากที่โอมบอกว่าอยากได้เค้กแบบไหนกับฟีนิกซ์เสร็จ เสียงเตือนมีว่าคนทักแชทมาในโทรศัพท์ก็ดังขึ้น


    เมื่อเสียงแจ้งเตือนดังขั้น โอมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พอได้ดูโทรศัพท์ว่าใครแชทมา คนก็ยิ้ม จากนั้นก็พิมพ์กลับไป


    ฟีนิกซ์ที่เห็นว่าโอมตอบกลับแชทใครและบอกอะไร คนจึงกล่าวถาม " ไอ้โอมมึงบอกกูว่ามึงอยากได้เค้กช็อกโกแลต แต่ทำไมมึงบอกดาวหางว่า มึงอยากได้เค้กโอรีโอ้วะ "


    โอมตอบ " ก็ผมชอบโอรีโอ้มากกว่า ช็อกโกแลตหนิครับ และเหตุผลอีกสองอย่างก็คือ ผมไม่อยากได้เค้กซ้ำกัน กับ ผมอยากได้เค้กรสที่ชอบที่สุดจากคนที่รักน่ะครับ คุณฟีนิกซ์ "


    " อ๋อที่แท้เป็๞แบบนี้นี่เอง " ฟีนิกซ์กล่าวเข้าใจ


    " ถ้ามึงตัดสินใจจะจัดงานวันเกิดที่นี่แล้ว และดูทรงงานปาร์ตี้งานวันเกิดของมึงคงจะเกินสองทุ่มแน่ๆ ไอ้โอมมึงอย่าลืมโทรไปลางานกับเจ๊เพ็ญให้ตัวมึงกับพวกกูด้วยล่ะ เดี๋ยวเจ๊เพ็ญจะด่าพ่อเอาที่จู่ๆพวกเราก็พากันขาดงานไปโดยไม่บอก " ฟีนิกซ์บอก


    " โอเคครับ ผมเข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวผมแชทไปบอกเจ๊เพ็ญตอนนี้เลย " โอมกล่าวบอกและก็ทำตามที่บอกในทันที


    หลังจากที่โอมแชทบอกเจ๊เพ็ญเสร็จ ฟีนิกซ์ก็กล่าวกับฝัดขึ้น " ไอ้ฝัด ปะไปกัน "


    ฝัดถาม " ไปไหนพี่ "


    " ก็ไปซื้อของมาตบแต่งร้านกับทำเค้ก เพื่อจัดงานวันเกิดของไอ้โอมไง " ฟีนิกซ์บอก


    " ไปตอนนี้เลยหรอพี่ "


    " เออ ตอนนี้แหละ "


    หลังจากฟีนิกซ์บอกว่าให้ไปตอนนี้แหละเสร็จ คนก็เดินนำฝัดไปพลางกล่าว " เอารถจ่ายตลาดของมึงขับไปซื้อของนะ รถสปอร์ตของกูคงไม่เหมาะว่ะ "


    ฝัดที่เดินตามหลังไป เมื่อได้ยินดังนั้น ก็กล่าวขึ้นไล่หลัง " จะใช้รถผม แล้วยังจะมาดูถูกรถผมอีกนะพี่อะ "


    พอฝัดกล่าวกับฟีนิกซ์จบ ไม่นานทั้งฟีนิกซ์และฝัดก็มาถึงรถฝัด ครั้นมาถึงรถฝัด ฝัดก็ขึ้นขี่ ส่วนฟีนิกซ์ก็ซ้อนท้าย จากนั้นพวกคนก็ไม่รีรอช้า พากันออกรถไปซื้อของในทันที


    หลังจากที่ฟีนิกซ์และฝัดออกไปจากร้านนั่งเล่นได้ประมาณสิบห้านาที ก็มีลูกค้าเปิดประตูเข้ามายังร้าน


    โอมที่ได้ยินเสียงกระดิ่งติดหน้าประตูร้านดัง คนก็กล่าวทักทายขึ้นพลางมองไปยังหน้าประตูร้าน " ร้านนั่งเล่นยินดีต้อนรับครับ "


    ทันทีที่โอมเห็นว่าลูกค้านั้นคือใครเป็๞คนเข้ามา คนก็กล่าวขึ้น " อ้าว คุณอัลเบียน ไปไหนมาหรอครับ ไหงถึงมาโผล่ทางนี้ได้ "


    อัลเบียนในชุดประธานบริษัทดั่งในละครตอบรับ " ผมเพิ่งได้เวลาพักจากที่ทำงานของโลกนี้น่ะครับ เลยว่าจะมาซื้อเค้กกาแฟที่ร้านนั่งเล่นกินซะหน่อย "


    " ถ้าเค้กยังมี เธอช่วยเอาใส่กล่องให้ผมได้มั้ยครับ ผมจะเอากลับไปกินที่ทำงาน " อัลเบียนกล่าวถาม


    โอมตอบรับ " ยังมีครับ รอชักครู่นะครับ คุณอัลเบียน เดี๋ยวผมจัดการให้ "


    ไม่นานหลังจากที่โอมตอบรับไป คนก็ลงมือนำเค้กกาแฟใส่กล่องให้อัลเบียนในทันที พอใส่กล่องเสร็จ คนก็มอบให้กับอัลเบียน


    อัลเบียนก็รับมา พออัลเบียนรับมาเสร็จ คนก็กล่าวถามโอม " โอมครับ นี่ฟีนิกซ์กับฝัดออกไปข้างนอกกันหรอครับ "


    โอมตอบกลับ " ใช่ครับ พวกคุณฟีนิกซ์ ไปซื้อของมาทำเค้กให้ผมกับของตบแต่งร้านในงานวันเกิดของผมพรุ่งนี้น่ะครับ "


    " เออว่าแต่ พรุ่งนี้ คุณอัลเบียนว่างรึเปล่าครับ ผมอยากให้คุณอัลเบียนมาอยู่ร่วมฉลองงานวันเกิดของผมด้วยน่ะครับ เพราะคุณคือคนสำคัญที่ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น ผมเลยอยากให้คุณอยู่ร่วมด้วย " โอมกล่าวถามและกล่าวบอก


    " ผมคงไม่อยู่ร่วมฉลองด้วยหรอกครับ เพราะผมไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจ อย่างไรก็สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้าน่ะครับ "


    พออัลเบียนกล่าวจบ คนก็เดินออกร้านไปในทันที ปล่อยให้โอมคิดว่า ' ภาพบาดตาบาดใจ คือ อะไรหว่า '


    วันเวลาผ่านไป เข้าวันที่ สิบสี่ กุมภา เวลา หนึ่งทุ่มห้าสิบ


    ฟีนิกซ์ ฝัด ที่ตบแต่งร้านและเตรียมเค้กให้โอมเสร็จแล้ว คนก็ไม่รู้จะทำอะไร กินก็กินได้แต่น้ำ เพราะโอมบอกว่า รอให้ดาวหางมาก่อนค่อยเริ่มกินอาหารอย่างอื่นได้ คนเลยทำได้แต่ร้องเพลงฆ่าเวลา


    เวลา สองทุ่มตรง ฟีนิกซ์ก็ร้องเพลงที่หกจบพอดี ซึ่งจำนวนเพลงเท่ากับฝัดที่ร้องไปเลย


    เมื่อเวลา สองทุ่มแล้ว ฟีนิกซ์ที่ดูนาฬิกาในโทรศัพท์และยังเห็นว่าดาวหางยังไม่มา คนก็กล่าวบ่นและกล่าวบอกถามโอมขึ้นว่า" นี่ไอ้โอม เมื่อไหร่ดาวหางจะมาวะ กูร้องเพลงไปกินน้ำไป จนกูจะอิ่มน้ำอยู่แล้วเนี่ย กูว่ามึงไปโทรตามหน่อยดีกว่านะ "


    " จะดีหรอครับ มันจะไม่เสียมารยาทเอาหรอครับ "


    " มึงอย่ากลัวเสียมารยาทเลย กลัวกูกับไอ้ฝัดหิวตายดีกว่า เห็นอาหารแล้วกินไม่ได้ มึงรู้ไหมมันทรมาน " ฟีนิกซ์กล่าว


    " ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจะลองตามดู "


    โอมบอกกับฟีนิกซ์เสร็จ คนก็เดินออกมาหน้าร้าน จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อที่จะโทรหาดาวหาง แต่ยังไม่ทันได้โทร จู่ๆก็มีรถบีเอ็มดับเบิลยูอย่างหรูมาจอดหน้าของโอม


    โอมที่จากมองโทรศัพท์ก็เงยหน้าขึ้นมามองรถ มองสงสัยได้ไม่นานว่ารถใคร ประตูหลังของรถก็เปิดออกและคนก็ออกมา


    เป็๞ดาวหางนั่นเองที่มากับรถบีเอ็มดับเบิลยู คนออกมาพร้อมกับถือกล่องอะไรบางอย่าง ซึ่งโอมก็เดาได้ไม่ยากว่าคือเค้ก


    " ดาวหางมาพอดีเลย เราว่ากำลังจะโทรหาอยู่พอดี " โอมกล่าว


    " ขอโทษนะที่ให้รอนาน พอดีเค้กโอรีโอ้ที่เราสั่งทำเพื่อโอมเพิ่งทำเสร็จน่ะและร้านเค้กที่เราสั่งทำก็ไกลจาก

    ที่นี่ด้วย เราเลยช้าไปหน่อยขอโทษนะ " ดาวหางบอก


    " ไม่เป็๲ไรเลย นานแค่ไหนเราก็รอได้ เพราะดาวหางคือคนสำคัญของเรา ที่เราอยากให้มางานวันเกิดของเราให้ได้ " โอมกล่าวบอก


    " โอมนี่ดีเนาะ เกิดวันแห่งความรักพอดีเลย เลยได้ฉลองสองงานในวันเดียว " ดาวหางกล่าว


    " เราว่าก็ดี ยิ่งมีคนรักมาร่วมฉลองด้วย ก็ยิ่งดีไปใหญ่สำหรับเรานะ " โอมกล่าว


    " ในเมื่อดาวหางมาแล้ว เราว่าพวกเราเข้าไปข้างในร้านกันเถอะ คนข้างในรอกินอาหารกันอยู่เต็มที่แล้ว " โอมกล่าว


    " อืม ก็ได้ " 


    หลังจากดาวหางตอบรับคำของโอมเสร็จ ก่อนที่คนจะเดินเข้าร้านไป คนก็เคาะกระจกรถ


    พอกระจกรถเลื่อนลงเปิดออก ดาวหางก็กล่าวกับคนขับรถ " ลุงป้อม ไปรอที่ไหนก่อนก็ได้นะ สักประมาณเที่ยงคืนค่อยมารับดาวหาง "


    ลุงป้อมตอบรับ " ครับ คุณหนู "


    เมื่อดาวหางบอกกับลุงป้อมเสร็จ คนก็เดินคู่กันกับโอมเข้าไปในร้าน


    ครั้นดาวหางเข้ามาในร้านแล้ว ฟีนิกซ์กับฝัดที่เจอก็กล่าวทักทายพร้อมกัน "" สวัสดีจ้า น้องดาวหาง """


    " สวัสดีค่ะ พี่ฟีนิกซ์ พี่ฝัด " ดาวหางทักทายกลับ


    " แล้วมีคนร่วมฉลองกันแค่นี้หรอคะ " ดาวหางถาม


    " ใช่จ้ะ " ฟีนิกซ์บอก


    " น้อยไปหรอจ๊ะ " ฟีนิกซ์ถาม


    " น้อยไปมากเลยค่ะ ถ้าเป็๲งานดาวหางนะ อย่างต่ำก็สิบคนที่มาร่วมงาน " ดาวหางบอก


    " แล้วนี่โอมชวนทุกคนแล้วใช่มั้ย " ดาวหางถาม


    " ใช่ เราชวนทุกคนที่รู้จักแล้ว แต่ทุกคนไม่ว่างกันเลยน่ะ " โอมกล่าวบอก


    " งั้นให้ดาวหางชวนน้ำเปรี้ยว กับ ใบตอง มากเพิ่มมั้ยงานจะได้สนุกขึ้น "


    ทันทีที่ดาวหางกล่าวจบ ทั้งโอม ฟีนิกซ์ และฝัด ก็กล่าวขึ้นมาพร้อมกัน """ อย่า """


    ทันทีที่ดาวหางเห็นคนกล่าวขึ้นมาพร้อมกันเหมือนกลัวอะไรบางอย่างมาดังนั้น คนจึงกล่าวถาม " ทำไมหรอ น้ำเปรี้ยว กับ ใบตอง มีอะไรรึเปล่า โอมกับทุกคนทำเหมือนไม่อยากให้มา "


    โอมตอบ " อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก เราว่าอย่าไปรบกวนพวกเขาเลย เราว่างานมีแค่นี้ก็ดีออกจะได้ไม่วุ่นวายด้วย "


    " โอมเอางั้นหรอ "


    " อืม เอาแบบนี้แหละ "


    " ถ้าโอมแบบนั้น เราก็ตามใจโอมก็แล้วกัน "


    ฟีนิกซ์ที่เห็นโอมหาข้ออ้างในการไม่อยากให้น้ำเปรี้ยวมาได้ คนก็ได้ไปกระซิบพูดกัดฟันกับฝัด " ก็ลองให้น้องน้ำเปรี้ยวมาสิ รับรองมันได้เสียวหำไปทั้งคืนแน่ "


    ฝัดกระซิบกลับ " ใช่พี่ "


    หลังจากฝัดกับฟีนิกซ์คุยกันเสร็จ ดาวหางก็ถามโอมต่อ " แล้วพ่อแม่ของโอมล่ะ ได้ชวนมารึเปล่า ดาวหางไม่เห็นเลยหรือว่าอยู่หลังร้าน "


    โอมที่บอกไม่ได้ว่าพ่อแม่ตนจะมาจากทางประตูห้องน้ำหลังร้าน ซึ่งเหตุผลก็คืออาจทำให้ดาวหางเกิดคำถามขึ้นได้ว่า ทำไมพ่อแม่โอมไม่เข้ามาทางหน้าร้าน หลังร้านมีประตูทางเข้าหรืออย่างไร และทำไมต้องเข้าหลังร้าน ถ้าหากไปเจอเข้าว่าหลังร้านไม่มีประตูทางเข้าร้าน มีแต่ประตูห้องน้ำ คนก็จะสงสัยและตั้งคำถามได้ว่าเข้ามาอย่างไร และอีกอย่างที่สำคัญก็คือพวกโอมต้องปิดบังเ๱ื่๵๹อีกโลกหนึ่งเอาไว้กับผู้อื่นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นั่นเอง


    โอมจึงบอกเ๱ื่๵๹ปดแก่ดาวหางไป " ใช่ พ่อแม่ เราอยู่หลังร้านกำลังทำอาหารอยู่น่ะ เดี๋ยวก็ออกมา "


    " ระหว่างรอพ่อแม่เราทำอาหารเสร็จและออกมาร่วมเป่าเค้ก ดาวหาง เรามากินสปาเก็ตตี้ไปพลางร้องเพลงไปพลางกันเอามั้ย " โอมถาม


    " อืม เอาสิ " ดาวหางตอบรับ


    ครั้นดาวหางตอบรับเสร็จ โอมก็เดินไปหยิบไมโครโฟนไมค์หนึ่งให้ตน ส่วนอีกไมค์หนึ่งก็ให้ดาวหาง


    คนพากันร้องเพลงไปกินไปจนถึง สามทุ่ม ประตูหลังร้านจึงค่อยถูกเปิดออกมา เมื่อประตูเปิดออก ก็ไม่ใช่ใครที่ไม่รู้จักในสายตาโอม เป็๲ซีคนั่นเองที่เปิดเข้ามา


    ครั้นซีคเข้ายังตัวร้านได้ไม่นาน อาจเรียกว่าในฉับพลันก็ได้ ก็มีชายวัยกลางกับหญิงวัยกลางคนตามหลังมาพร้อมกับถือปิ่นโตมาด้วย


    เมื่อชายวัยกลางคนกับหญิงวัยกลางคนเข้ามาเหยียบตัวร้านนั่งเล่นให้โอมเห็นแล้ว ซีคก็กล่าวบอกโอมขึ้น " โอม ผมพาพ่อแม่เธอ มาที่นี่ให้ตามคำขอแล้วครับ "


    หลังจากซีคบอกกับโอมเสร็จ คนก็หันไปกล่าวกับพ่อแม่โอม " ผมพามาถึงแล้ว เชิญตามร่วมฉลองกับงานวันเกิดลูกพวกท่านได้ตามสบายเลยครับ ผมขอตัวก่อน "


    " ขอบใจมานะที่พามา " เอี้ยเฉินกล่าว


    เมื่อเอี้ยเฉินกล่าวเสร็จ ก็เป็๲เวลาเดียวกันกับที่โอมดึงเก้าอี้สองตัวให้ที่นั่งออกจากใต้โต๊ะ จากนั้นก็กล่าวบอก " ท่านพ่อ ท่านแม่ เชิญนั่งก่อน "


    แม่โอมที่ได้รับคำเชิญมาดังนั้น ก็ไปนั่งยังเก้าอี้ที่ใกล้โอมมาที่สุด จากนั้นจึงค่อยกล่าว " ขอบคุณมากจ้ะ เด็กดีของแม่ "


    " ดูซิ แม่ทำอาหารอะไรมาให้ลูกกินให้ในวันเกิดบ้าง " มู่ชางเยว่กล่าวพลางเปิดปิ่นโตให้ดูที่ละชั้น


    " ชั้นแรกนี่เลย หนังเป็ดทอด " มู่ชางเยว่กล่าว


    " ชั้นสองนี่เลย เป็๲ เกี๊ยว " มู่ชางเยว่บอก


    " ชั้นสามนี่เลย หมูทอดซอสเปรี้ยวหวาน " 


    " ชั้นสี่นี่เลย เป็๲ไก่แช่เหล้า "


    " ชั้นที่ห้าสุดท้าย เป็๲ปลาเปรี้ยวหวานจ้ะ "


    "เป็๲น่ากินมั้ย " มู่ชางเยว่ถาม


    โอมตอบ " น่ากินทุกอย่างเลย ท่านแม่ "


    " เยี่ย เอ๊ย โอม ในเมื่อน่ากินทุกอย่าง ก็กินอย่าให้เหลือนะ เพราะแม่เ๽้าทำทุกอย่าง อย่างสุดฝีมือเลย พ่อเห็นมากับตา " เอี้ยเฉินกล่าว


    โอมที่เห็นพ่อตนเรียกตนว่า โอม แทนที่จะเป็๲เยี่ยหลง คนก็ประหลาดใจและสงสัยขึ้น ' ไหงท่านพ่อ ถึงทราบชื่อที่เราใช้ตอนนี้ได้ล่ะเนี่ย '


    เอี้ยเฉินที่เห็นหน้าลูกตน ประหลาดใจและเหมือนมีคำถาม คนก็คาดเดาได้ว่าเ๱ื่๵๹อะไร คนจึงใช้มือป้องปากและกล่าวเบาๆบอกโอม ' ไม่ต้องประหลาดใจที่พ่อรู้ชื่อที่ลูกรู้ใช้ตอนนี้ เพราะเ๽้านายของลูกคนที่พาพ่อกับแม่มา บอกข้อมูลที่ควรรู้เตี๊ยมกับพ่อกับแม่เอาไว้หมดก่อนแล้ว '


    โอมที่ได้ฟังดังนั้น ก็เข้าใจ ' ที่แท้เป็๲เช่นนี้ '


    เมื่อโอมเข้าใจแล้ว คนก็ไม่ลืมที่จะแนะนำคนที่อยู่ในร้านให้แม่ตนที่เพิ่งมาเห็นหน้าครั้งแรก ได้รู้ว่าใครเป็๲ใคร " ท่านแม่ คนนี้คือคุณฟีนิกซ์ " โอมกล่าวพลางชี้นิ้วระบุตัวคน


    " ส่วนคนนี้คือ พี่ฝีด " โอมกล่าวพลางชี้นิ้วระบุคนเช่นกัน


    " และคนนี้ ดาวหาง " โอมชี้นิ้วระบุคนแบบเดียวกัน


    แม่โอมที่ได้รู้ว่าใครเป็๲ใครก็กล่าวขึ้น " ชื่อฟีนิกซ์ กับ ฝัด แม่ได้ยินมาก่อนแล้ว แต่แม่หนูดาวหางผู้นี้ แม่เพิ่งเคยได้ยิน "


    " นางเป็๲ใครหรอลูก " มู่ชางเยว่ถาม


    โอมกล่าวด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่เขินอาย " นางเป็๲ นางเป็๲ " 


    โอมยังไม่ทันบอกอะไร ดาวหางก็กล่าวขึ้น " หนูเป็๲มากกว่าเพื่อนกับโอม แต่ตอนนี้ยังแฟนไม่ใช่ค่ะ "


    " แฟนคืออะไรหรอลูกเยี่ย เอ๊ย ลูกโอม " มู่ชางเยว่ถาม


    " แฟนก็คือคนรักน่ะครับ คุณแม่ " ฟีนิกซ์กล่าวตอบแทน


    " อ๋อ เป็๲เช่นนี้นี่เอง แล้วเ๽้าสองคนรู้จักกันได้ยังไง แล้วรู้จักคบหากันมานานรึยัง " มู่ชางเยว่ถามยิงตรง


    เอี้ยเฉินที่เห็นมู่ชางเยว่ถามล้วงลึกดูเหมือนจะมากเกินไปสำหรับตน คนก็สะกิดแขนมู่ชางเยว่พลางใช้สายตาบอกถามว่า ถามมากไปมั้ย


    มู่ชางเยว่ไม่สน คนใช้สายตามองกดดัน๻้๵๹๠า๱คำตอบจากโอมให้ได้ เหตุเพราะเป็๲ห่วงโอม


    โอมกล่าวบอก " เรารู้จักกันที่อีกที่ที่ทำงานของลูกขอรับ ส่วนรู้จักกันมานานรึยัง ก็ประมาณสี่เดือนได้ขอรับ "


    มู่ชางเยว่ที่ได้ฟังดังนั้นก็กำลังจะเอ่ยปากถามต่อ แต่เอี้ยเฉินก็หยุดไว้และกล่าวขึ้นก่อน " พ่อว่าแม่เขา๻้๵๹๠า๱รู้แค่นี้แหละนะลูก "


    " ส่วนลูกจะรักชอบใคร พ่อกับแม่ก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกลูกจริงมั้ยแม่ " เอี้ยเฉินกล่าวจบ ก็เอามือจับไหล่ มู่ชางเยว่และมองมู่ชางเยว่


    มู่ชางเยว่ที่ถูกบอกและถูกถามมาแบบนั้น ก็ทำได้แต่จำยอม ไม่ถามอะไรต่อกับโอม ทำเพียงกล่าว " ใช่ก็ได้ "


    การกระทำของบิดามารดาของโอมที่แสดงมาล้วนอยู่ในสายตาดาวหาง ดาวหางที่เห็นท่าทีของมู่ชางเยว่ดังนั้น ก็กระซิบถามโอม " แม่โอม ดูท่าทางเหมือนไม่ชอบดาวหางยังไงก็ไม่รู้ "


    โอมกระซิบตอบกลับ " ไม่หรอก แม่แค่ห่วงเรามากก็แค่นั้นน่ะ เพราะเราเป็๲ลูกคนเดียวด้วยแหละ "


    " อ๋อ งั้นเอง "


    " แล้วทำไม พ่อกับแม่โอมใช้ภาษาพูดและแต่งตัวเหมือนหลุดออกมาจากหนังจีนโบราณยังไงยังงั้นล่ะ " ดาวหางกระซิบถาม


    " คือ พ่อกับแม่เรามีเชื้อจีนและชอบหนังจีนมาก และติดพูดกับการใส่เสื้อผ้าแบบนี้มาจากหนังน่ะ "


    " แบบนี้พ่อแม่โอมก็เบียวน่ะสิ "


    " อย่าเรียกแบบนั้นเลย ให้เรียกว่าเป็๲หนึ่งเดียวกับความโบราณในหนังจะดีกว่า " โอมกระซิบบอกกลับ


    " เอาเป็๲ว่าไหนๆ ทุกคนที่ชวนมาก็มากันครบแล้ว เรามาจุดเทียนวันเกิดและเป่าเทียนวันเกิดกันดีกว่า " โอมกล่าวบอกทุกคน


    เมื่อโอมกล่าวเสร็จ ฝัดที่มีไฟแช็กอยู่กับตัว ก็อาสาจุดเทียนเค้กวันเกิดทั้งสองก้อนให้


    พอจุดเสร็จ มู่ชางเยว่ที่ไม่เข้าใจว่าจุดเทียนทำไม จึงกล่าวกระซิบกล่าวถามโอม " นี่จุดเทียนกันทำไมหรอลูกแม่ "


    โอมกระซิบบอกกลับ " อ๋อ จุดเทียนเพื่อเป่าน่ะขอรับ การเป่าเทียนวันเกิด มีความเชื่อกันว่า ควันเทียนจะพาคำอธิษฐานส่งถึงเทพเ๽้าน่ะขอรับ "


    " ที่แท้เป็๲แบบนี้เอง แม่เข้าใจล่ะ "


    ครั้นจุดเทียนวันเกิดครบเค้กสองก้อนเสร็จ ฟีนิกซ์ ฝัด กับดาวหาง ก็ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้โอมพลางปรบมือ


    มู่ชางเยว่กับเอี้ยเฉินที่เห็นการกระทำแบบนั้น ก็ทำตามคนไป แม้ไม่ค่อยเข้าใจก็ตาม


    พอร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์จบ โอมก็เป่าเทียนวันเกิดที่ปักอยู่ที่เค้กทั้งสองก้อนในทันควันเพียงสองครั้งจบ


    เมื่อเป่าเทียนเสร็จ โอมก็ใช้มีดตัดเค้ก ตัดเค้กทั้งสองก้อนเป็๲ก้อนละแปดชิ้น และแจกให้ทุกคนกิน


    แม่ของโอม หรือมู่ชางเยว่ ที่ไม่รู้จักเค้ก ก็ถามโอมขึ้น " นี่คืออาหารแบบใดหรอลูกแม่ " 


    โอมตอบกลับ " มันคือของหวานน่ะขอรับ "


    มู่ชางเยว่พยักหน้ารับทราบเข้าใจ ก่อนจะลองใช้ช้อนตักลองกินดู


    " อืม รสชาติดีใช้ได้ " มู่ชางเยว่กล่าวหลังได้ลองลิ้มรสกินเค้ก


    คนกินกันไปได้สิบห้านาที ดาวหางก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปหยิบไมค์ให้ตนและอีกไมค์ให้โอม และบอกชวนว่า " เรามาร้องเพลงกันต่อดีกว่ามั้ย โอม "


    โอมรับไมโครโฟนมาอย่างไม่ขัด และกล่าวกับดาวหางขึ้น " นี่ดาวหางอยากร้องเพลง หรือ อยากหาอะไรทำฆ่าเวลา เวลาย่อยอาหารเนี่ย "


    ดาวหางยิ้มตอบ " ฆ่าเวลาย่อยอาหาร "


    " ว่าแล้วไง "


    " มา ร้องเพลงก็ร้องเพลง แต่เราเป็๲คนขอเลือกเพลงเองนะดาวหาง ดาวหางว่าไง " โอมถาม


    " เอางั้นก็ได้ โอมเลือกเลย เราร้องได้หมดแหละ " ดาวหางตอบ


    " งั้นเราเลือกเพลงนี้ " โอมกล่าวพลางกดเลือกเพลง เกี่ยวกับ ผู้ชายตื่นเช้ากับผู้หญิงตื่นสาย ที่รอคอยเจอกัน ในตู้คาราโอเกะ


    เมื่อดนตรีเริ่ม โอมก็ร้องท่อนผู้ชาย ส่วนดาวหางก็ร้องท่อนผู้หญิง


    ในระหว่างที่ทั้งสองคนร้องเพลงกันนั้น ฟีนิกซ์ก็เชิญเอี้ยเฉินมาคุยด้วยที่เคาน์เตอร์


     " พ่อครับ พ่ออยากให้ความสัมพันธ์ของโอมกับดาวหางพัฒนาขึ้นกว่านี้ไหมครับ " ฟีนิกซ์กระซิบถาม


    " อยากสิ ถามทำไมหรอ " เอี้ยเฉินกล่าวบอกและกล่าวถาม


    " ก็ผมมีวิธีน่ะสิครับ "


    " วิธีอะไร ? "


    " จ่ายผมมาห้าร้อยเหรียญเงิน เดี๋ยวผมจัดการให้ " ฟีนิกซ์กล่าว


    " เ๽้าแน่ใจนะว่า วิธีเ๽้าใช้ได้ผลน่ะ "


    ฟีนิกซ์ตอบ " แน่นอน "


    " งั้นเ๽้าเริ่มวิธีของเ๽้าได้เลย เดี๋ยวกลับที่ที่ใช้เวทมนต์ได้แล้ว ข้าจะจ่ายเ๽้าทันที " เอี้ยเฉินบอก


    " โอเค ตามนั้น "


    หลังจากฟีนิกซ์บอกกับเอี้ยเฉินเสร็จ คนก็เดินไปคุยกับฝัด


    " ไอ้ฝัด มึงไปหยิบปลาเส้นที่กูกินเหลือวางอยู่หลัง

    ร้านอะมาให้กูที "


    " ได้พี่ "


    พอฝัดตอบรับเสร็จ คนก็จะไปหยิบปลาเส้นให้ในทันที แต่ก่อนที่จะได้ไป ฟีนิกซ์ก็รั้งไว้ก่อนเพื่อถาม " เดี๋ยวก่อน ก่อนไป กูถามหน่อยมึงเก็บไพ่ไว้ไหนวะ "


    " ลิ้นชักเคาน์เตอร์ พี่ " ฝัดตอบกลับ


    " โอเค มึงไปได้ " ฟีนิกซ์บอก


    " พี่มีแผนอะไรรึเปล่า ถึงถามหาไพ่กับปลาเส้นอะ " ฝัดถาม


    ฟีนิกซ์ตอบ " มี แต่แผนนี้มีแต่ความปรารถนาดีเว้ย "


    " มึงไม่ต้องถามล่ะ ไปทำตามที่กูสั่งไป " ฟีนิกซ์บอก


    เมื่อฝัดไปหยิบปลาเส้นมาให้คนเสร็จแล้ว คนก็รอจนโอมกับดาวหางร้องเพลงเสร็จ


    คนค่อยกล่าวขึ้น " ไอ้โอม น้องดาวหาง พี่ว่าเราร้องเพลงอย่างเดียวมันก็สนุกแค่สองคน พี่ว่าเรามาทำอย่างอื่นดีกว่า "


    " ทำอะไรครับ คุณฟีนิกซ์ " โอมถาม


    " นี่เว้ย เกมจับไพ่๹า๰า ใครหยิบได้ไพ่คิงจากไพ่ทั้งห้าใบ คนๆนั้นมีสิทธิ์สั่งใครก็ได้ ให้ทำตามสั่ง เล่นมั้ย " ฟีนิกซ์กล่าวเสนอ อธิบาย และกล่าวถาม


    โอมยังไม่ทันตอบ ดาวหางก็กล่าวขึ้น " เอาสิคะ "


    โอมที่เห็นดาวหางบอกแบบนั้น คนก็กล่าวถามขึ้น " จะดีหรอดาวหาง "


    ดาวหางตอบ " ดีสิ น่าสนุกออก "


    " ถ้าดาวหางบอกว่าดี งั้นเราก็เอาด้วย " โอมบอกกลับ


    " มาครับ คุณฟีนิกซ์ แจกไพ่เลย " โอมกล่าวกับฟีนิกซ์


    ทันทีที่โอมตอบรับว่าจะเล่นเกมด้วย ฟีนิกซ์ก็ไม่รีรอช้าแจกไพ่ที่ตนล็อกผลเอาไว้แล้วให้แก่ทุกคน โดยผลที่ฟีนิกซ์ล็อกก็คือไพ่คิงต้องอยู่ที่ตน


    เมื่อไพ่ถูกแจกจนครบทุกคนแล้ว ฟีนิกซ์นับหนึ่งถึงห้าจากนั้นก็บอกให้ทุกคนหงายไพ่ขึ้นมาดู


    พอทุกคนหงายไพ่ขึ้นมาดู ก็รู้ในทันทีว่าใคร ได้ไพ่คิงและมีสิทธิ์สั่งคน


    " เย่ กูได้ไพ่คิง " ฟีนิกซ์ที่ได้ไพ่คิงร้องกล่าวออกมาด้วยความดีใจ แม้คนจะรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรตนก็ได้ไพ่คิง แต่เพื่อความแ๞๢เ๞ี๶๞คนจึงร้องดีใจออกมา


    ' คุณฟีนิกซ์ได้ไพ่คิงแบบนี้ รู้สึกไม่ดีเลย หวังว่าคุณฟีนิกซ์จะไม่สั่งอะไรพิเรนทร์ พิเรนทร์นะ ' โอมคิด


    " ในเมื่อกูได้ไพ่คิงแบบนี้ สิทธิ์สั่งกูอยู่ที่กูสินะ แต่หลายคนในที่นี้ไม่ต้องกลัวว่าผมจะสั่งอะไรพิเรนทร์พิเรนทร์หรอกครับ ผมเป้าหมายของผมมีแค่สองคนเท่านั้น คือ ดาวหาง กับ ไอ้โอม แค่นั้น "


    " ฮะ ผมกับดาวหางหรอครับ " โอมกล่าว


    " แล้ว คุณ ฟีนิกซ์จะสั่งให้ผมกับดาวหางทำอะไรล่ะครับ ขอในสิ่งที่ที่ผมทำได้และไม่เสียเงินด้วยนะครับ " โอมกล่าว


    " สิ่งที่กูจะขอ มึงไม่เสียเงินแน่ เพราะสิ่งที่กูจะขอคือ กูจะให้มึงกับดาวหางกินปลาเส้นเส้นนี้ที่กูถือจากคนละทาง กินเข้าหากันไปเรื่อยๆจนหมด แค่นี้เอง " ฟีนิกซ์กล่าวพลางยกหยิบถือปลาเส้นเส้นหนึ่งที่จะให้กินให้คนดู


    โอมที่ได้ฟังดังนั้น ก็บอกกลับในทันที " ถ้าคุณฟีนิกซ์จะสั่งแบบนี้ ให้ผมเสียเงินซะยังดีกว่าครับ "


    " ไอ้โอม มึงพูดแบบนี้ได้ไงต่อหน้าดาวหางอะ มึงพูดแบบนี้ เหมือนมึงรังเกียจดาวหางนะมึงรู้มั้ย " ฟีนิกซ์กล่าวบอกกับโอม


    " โอมคงไม่ได้หมายความอย่างงั้นมั้งคะ " ดาวหางบอก


    " ดาวหางพูดแบบนี้ หรือเป็๞ฝ่ายดาวหางเองที่รังเกียจไอ้โอมมัน " ฟีนิกซ์ถาม


    " ไม่ค่ะ ดาวหางไม่เคยรังเกียจโอมเลย " ดาวหางบอก


    " ถ้าไม่รังเกียจก็ทำตามสั่งสิครับ จะรออะไร " ฟีนิกซ์บอก


    ดาวหางคิดสักพัก ก่อนจะตอบ " ทำก็ได้ค่ะ "


    โอมที่ได้ยินแบบนั้น ก็หันไปมองที่ดาวหางเป็๞การถามด้วยตาว่าเอาจริงหรอ ดาวหางที่เห็นโอมมองมา ก็รู้ว่าคนมองเป็๞คำถามอะไร คนก็พยักหน้าเป็๞คำตอบให้


    เมื่อดาวหางตอบรับแล้ว ฟีนิกซ์ก็เดินไปมอบปลาเส้นให้ในทันที


    ครั้นดาวหางได้ปลาเส้นมาแล้ว คนก็นำปลาเส้นด้านหนึ่งเข้าปาก ส่วนอีกด้านก็รอให้โอมเอาเข้าปาก เพื่อทำตามสั่ง


    โอมที่เห็นดังนั้น ก็ยืนทำใจให้หยุดเต้นแรงและเต้นเร็วอยู่สักพัก แต่ก็ไม่มีวี่แววที่มันจะหยุดเต้นแรงเต้นเร็วเลย


    คนที่เห็นดางหางนำปลาเส้นเข้าปากก่อนคนที่เป็๞ผู้ชายอย่างกล้าหาญ คนที่เห็นดังนั้น จึงจำต้องฝืนความเขินอายและความตื่นเต้นไปนำปลาเส้นมาเข้าปาก


    ยิ่งโอมเข้าใกล้ดาวหางมากเท่าไหร่ ใจก็ยิ่งเต้นแรงเต้นเร็วมากเท่านั้น โอมใช้เวลานำปากไปงับกัดปลาเส้นไม่ถึงสามวินาที แต่ความรู้สึกโอมเหมือนดั่งผ่านไปเป็๞ชั่วโมง


    เมื่อโอมงับกัดปลาเส้นแล้ว ดาวหางก็ไม่รีรอช้าเริ่มกัดกินปลาเส้นไปเรื่อยๆ ส่วนทางโอมก็ทำเช่นกัน


    ไม่นานคนทั้งสองก็กินกัน จนปากคนจะประกบกันอยู่แล้วอีกไม่นาน เมื่อมาถึงจุดนี้ ดาวหางก็หลับตากัดกินปลาเส้นไป โอมก็ทำแบบเดียวกัน


    สุดท้ายในที่สุดปากคนทั้งสองก็เข้า๱ั๣๵ั๱ประทับกันซึ่งกันและกันอย่างนิ่มนวล


    แต่ประทับได้แค่สามวินาที มู่ชางเยว่ก็มาจับหน้าผากคนทั้งสองและดันออกจากกัน คนทั้งสองที่โดนดังนั้นก็หลุดออกจากภวังค์


    เมื่อหลุดออกจากภวังค์ โอมกับดาวหางก็ไม่มองหน้ากัน ได้แต่ก้มหน้ามองโต๊ะด้วยความเขินอาย


    มู่ชางเยว่ที่แยกลูกตนกับหญิงสาวออกจากกันแล้วและกำลังจะกล่าวสั่งสอนถึงความเหมาะสมและระยะห่างที่ควรมีระหว่างชายหญิงที่ยังไม่ออกเรือนกัน แต่ยังไม่ทันกล่าว เอี้ยเฉินก็ดึงคนกลับมานั่งที่เก้าอี้คนและส่งสัญญาณบอกว่า ไม่ต้องพูด


    ทางด้านฟีนิกซ์ที่เห็นว่า แผนการวิธีตนสำเร็จแล้ว คนจึงมากระซิบกล่าวกับเอี้ยเฉิน " เป็๞ไง แผนผมดีมั้ยล่ะ "


    เอี้ยเฉินกระซิบตอบกลับ " ดีมาก "


    มู่ชางเยว่ที่ได้ยินสิ่งที่ทั้งสองคนกระซิบกัน คนจึงทำการดึงหูเอี้ยเฉินและกล่าวด้วยความขุ่นเคือง " นี่เป็๞แผนของพ่อเองหรอ " 


    หลังจากที่เหตุการณ์ความเขินอายของโอมกับดาวหางจบลงได้ไม่นาน ฟีนิกซ์ก็บอกจบเกมไพ่๹า๰าในทันที ไม่เล่นแล้ว เปลี่ยนกลับมาให้โอมกับดาวหางมาร้องเพลงแบบเดิมแทน


    วันเวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงคืน ดาวหางก็ขอตัวลากลับบ้าน


    ฟีนิกซ์ที่เห็นว่า๻ั้๫แ๻่เริ่มงานวันเกิดมา ยังไม่มีใครสั่งเหล้าหรือของมึนเมาเลย คนจึงบอกขึ้น " ไอ้โอม นี่ใจคอมึงกะจะไม่สั่งของมึนเมามากินกันเลยหรอวะ "


    " คุณฟีนิกซ์ ไม่กินเหล้าไม่กินเบียร์ไม่ใช่หรอครับ จะให้ผมสั่งมาทำไม " โอมบอก


    " ใช่ กูไม่กินเหล้าไม่กินเบียร์ แต่ไอ้ฝัดกับพ่อมึงกินไง " ฟีนิกซ์กล่าวบอก


    " ใช่มั้ยครับพ่อ ไอ้ฝัด " ฟีนิกซ์กล่าวถาม


    "" ใช่ "" เอี้ยเฉินกับฝัดกล่าวตอบพร้อมกัน


    " นี่พ่อกับพี่ฝัด อยากกินเหล้ากันหรอครับ แล้วทำไมไม่บอกผมล่ะ อยู่เงียบกันตั้งนาน " โอมกล่าว


    " จริงๆกูก็อยากบอกแหละ แต่กูเห็นมึงไม่สั่งมา กูก็คิดว่างานมึงปลอดแอลกอฮอล์น่ะสิ " ฝัดบอก


    " แล้วพ่อล่ะขอรับ ทำไมไม่บอกลูก " โอมถาม


    " จริงๆพ่อก็อยากกินแหละ แต่พ่อกลัวลูกเสียเงินไปกับเ๹ื่๪๫ของพ่อน่ะ เห็นว่าหนี้ลูกก็เยอะไม่ใช่หรอ " 

    เอี้ยเฉินบอก


    " โธ่ ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องกลัวเงินลูกหมดถึงขนาดนั้นก็ได้ ลำพังเงินเดือนลูกก็มีใช้เหลือเฟือ ถ้าพี่ฝัดกับท่านพ่ออยากกินกัน งั้นก็สั่งเลยครับ " โอมบอก


    " มึงพูดแล้วนะ " ฝัดกล่าว พอกล่าวเสร็จ คนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรสั่งเหล้าจากร้านขายของชำหน้าหมู่บ้าน


    ไม่นานห้านาทีเหล้าก็มาส่งที่ร้านนั่งเล่น ฝัดกับเอี้ยเฉินและโอมก็กินอย่างสำราญ 


    จนถึงตีหนึ่งครึ่ง เอี้ยเฉินที่เมาแล้วมู่ชางเยว่ก็พากลับบ้านไปโดยมีฟีนิกซ์เป็๲คนเปิดประตูส่งให้ทั้งสองคนกลับ ตอนเปิดประตูให้เสร็จ ฟีนิกซ์ก็ไม่ลืมที่จะทวงเงินค่าแผนการจากเอี้ยเฉิน


    ฝัดที่เมา ฟีนิกซ์จึงเสนอให้คนนอนห้องตนคืนนี้ แต่คนก็ดื้อบอกแต่จะกลับห้อง " ถ้าพี่ฟีนิกซ์ไม่ไปส่ง ผมขับกลับเองก็ได้ " ฝัดบอกดังนั้น


    ฟีนิกซ์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ยอมใจคนบวกกับกลัวคนจะขี่รถไปแล้วประสบอุบัติเหตุ คนจึงจะขี่รถไปส่งและนอนที่นั่นเลย


    แต่ก่อนฟีนิกซ์จะไป ฟีนิกซ์ก็กล่าวถามโอมขึ้น " โอม วันนี้มึงนอนไหนวะ "


    โอมที่เมาก็ตอบตามความเคยชินส่วนใหญ่ " ก็นอนห้องพี่ฝัดไงครับ "


    " เออ เออ งั้นกูไปส่งเอง " ฟีนิกซ์บอก


    หลังจากฟีนิกซ์บอกเสร็จ คนก็อุ้มฝัดไปที่รถของฝัดก่อนและค่อยนำโอมตามไป จากนั้นจึงค่อยปิดร้านนั่งเล่น


    เมื่อปิดร้านนั่งเล่นเสร็จ คนก็ไปขึ้นรถและขี่ออกไปมุ่งสู่แฟลตของฝัด พอถึงแฟลต ฟีนิกซ์ก็พยุงแบกตัวที่ละคนขึ้นไปนอน


    เวลา หกโมงเช้า วันที่สิบห้า กุมภา นาฬิกาโทรศัพท์ของโอมก็ดัง เมื่อนาฬิกาดัง โอมก็ตื่นขึ้นตามความเคยชิน


    พอตื่นขึ้นแล้ว โอมก็ทำการปลุกฟีนิกซ์กับฝัด 


    ฟีนิกซ์ที่งัวเงียก็ไม่อยากลุก จึงบอกคน" ไอ้ฝัดอาบน้ำเสร็จเมื่อไหร่ ก็ค่อยมาปลุกกู "


    ฝัดที่ถูกปลุกก็ลุกขึ้นอย่างงัวเงียไปอาบน้ำ เมื่ออาบน้ำเสร็จและแต่งตัวเสร็จแล้ว โอมที่รอปลุกฟีนิกซ์ก็ปลุกฟีนิกซ์ให้ตื่นขึ้น


    ครั้นฟีนิกซ์ตื่นแล้ว คนทั้งสามก็พากันเดินหลับตาออกมาจากห้องด้วยความงัวเงีย โดยมีฝัดนำหน้า


    ฝัดเดินไปได้ไม่ถึงห้าก้าว คนก็ชนกับอะไรบางอย่าง จนล้มและสิ่งนั้นก็ตก จากนั้นเสียงผู้หญิงร้องก็ตามมา คนจึงลืมตาดู ก็เห็นผู้หญิงกำลังก้มยกกล่อง


    คนที่เป็๲คนชนลุกขึ้นและกล่าว " ขอโทษนะครับ คือไม่ได้ตั้ง " ฝัดยังกล่าวไม่ทันจบ เมื่อผู้หญิงที่ร้องหันหน้ามามองหน้าคน คนที่เห็นหน้าของผู้หญิงที่ร้องคนก็ชะงักอึ้งไป


    โอมที่เดินตามหลังมาก็เดินชนหลังฝัด ส่วนฟีนิกซ์ที่เดินตามหลังโอมก็เดินชนหลังโอมอีกที


    เมื่อฟีนิกซ์ชนหลัง คนก็ลืมตาขึ้นมอง จึงทำให้คนเห็นเบื้องหน้า


    พอคนเห็นหญิงสาว คนก็กล่าวทักขึ้น " อ้าว น้องเมย "