"เฮือก!! แฮ่กๆๆๆๆ"
ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างหอบหายใจเร็วแรง มือขวากุมอก เหงื่อเต็มหน้า หน้าเรียวซีดเซียวอย่างทรมาณ พอเริ่มหายใจได้คล่องก็ค่อยๆผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ จึงมองสำรวจรอบๆข้างก็ต้องขมวดคิ้ว ที่นี่ที่ไหน ตาคมสวยมองร่างกายที่แต่งตัวประหลาด เธอนั่งคิดว่าตอนสุดท้ายที่รับรู้คือเธอโดนจับถ่วงบ่อน้ำโดยศัตรูที่เธอโดนหักหลังนี่ พอนึกได้เธอก็กำมือแน่นด้วยความเจ็บใจ ตาแข็งกร้าวอย่างเดือดดาล ไม่คิดว่าคนที่ไว้ใจที่สุดจะเป็งูที่แว้งมากัดเราได้ เธอสลัดความคิดออกแล้วจึงทำความเข้าใจใหม่
"อย่าบอกนะว่าเรามาอยู่ในร่างคนอื่น"
เธอรีบวิ่งไปที่กระจกสีเหลืองนั้นอย่างเร็วที่เธอเห็นบนข้างๆที่นอน พอยกขึ้นส่องก็ตาโตเพราะหน้าตาไม่ใช่เธอคนเดิม เป็หน้าของเด็กสาวประมาณสิบสามปี ผิวขาว หน้าเรียวรูปไข่ แก้มเยอะๆ เธอคนนี้ไม่ได้ออกว่าสวยมากแต่ออกจะน่ารักมากๆเลยล่ะ
"นี่เรากำลังฝันหรอว่ะ" เธอตบหน้าตนเอง เพรี๊ยะ!
"เออก็เจ็บนิ"
เธอนั่งคิดจนปวดหัวก็ถอนหายใจอย่างปลงๆ สรุปคือเธอมาอยู่ในร่างของใครไม่รู้น่าจะเป็คนจีนเพราะลักษณะแต่งตัวคล้ายคนโบราณ เธอที่เหนื่อยล้าก็ต้องฟุบหลับไปก่อน เช้าค่อยว่าอีกที
ยามเฉิน(07.00-08.59)
เธอลืมตาตื่นในตอนเช้าที่เธอคิดว่าสายสำหรับเธอแล้วเพราะความเคยชินที่ต้องตื่นเช้ามาฝึกร่างกาย แต่อยู่ๆหัวเธอปวดหนักขึ้นเรื่อยๆเพราะภาพทรงจำต่างๆมากมายที่คิดว่าเป็ของร่างนี้ที่ไหลเข้าหัวจนเวียนหัวจะอ้วก ทำให้เธอรู้ว่า ร่างนี้ชื่อว่า ฮวาหลิน ตระกูลฮวา เธอเป็เด็กน้อยอายุ13ปี อยู่กับยายสองคน และความจนทำให้พวกเขาทั้งคู่ตกระกำลำบาก ฮวาหลินต้องหางานทำเพื่อประทังชีวิตของนางและยาย จนวันหนึ่งด้วยความที่ยายของฮวาหลินป่วยหนักและโดนพิษจากต้นหมอกเมฆ ที่มีพิษร้ายแรงและเป็ต้นที่หายากมาก ซึ่งตอนนั้นยายกับนางออกหาสมุนไพรเพื่อนำมาขายจึงเดินทางมาไกลและด้วยความไม่ระวังไปจับมันเข้า ซึ่งต้นหมอกเมฆจะเก็บมันได้ต้องไม่จับมันด้วยมือเปล่า จากนั้นฮวาหลินก็ใมากและรีบนำยายกลับบ้านเพื่อรักษาแต่ด้วยไม่มีเงินก็ทำให้ได้แค่ซื้อยาประทังชีวิต แม้ตนเองจะชำนาญด้านสมุนไพร แต่เพราะพิษนั้นมันไม่มีวิธีแก้นอกจากคนที่แก้นั้นต้องมีระดับลมปราณจักรพรรดิขึ้นไป ทำให้ยายของนางเสียมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว ฮวาจนทนลำบากอยู่คนเดียว ร้องไห้ทุกวันจนสิ้นใจตายเพราะจิตใจหม่นหมองจนกลั้นใจตายเพราะอยู่ไม่ไหว
ฉันได้รับรู้เื่ราวของนางก็สลดลงช่างเหมือนเธอนักที่ครอบครัวไม่มีแต่เธอก็ไม่โง่ที่จะปล่อยให้ความเศร้ามาทำให้ตนเองไร้ค่าแบบนี้ เธอหาเลี้ยงตนเองจนได้เป็ทหาร และทำงานเป็สายลับ จนได้ดิบได้ดีเพราะผลงานมากมาย แต่ก็มาเสียท่าให้ไอ้เลวทรามที่ไว้ใจได้ คิดแล้วเธอก็เจ็บใจ
"เฮ้อ ต่อไปนี้ฉันคงต้องยืมร่างเธอแล้วละฮวาหลิน"เธอเดินออกไปด้านนอกบ้านที่เก่าทรุดโทรมหลังเล็กๆห่างไกลบ้านหลังอื่นมากนัก แต่ก็สงบดีเธอชอบ แต่ว่าตอนนี้เธอหิว ทำไงดี ที่นี่ก็ไม่เห็นมีไรกินเลย เธอมองหารอบๆบ้านเจอมีดทำครัวก็เดินเข้าป่าใกล้เคียงไป เพื่อหาสัตว์ป่า
"เฮ้อ กว่าจะหาได้เล่นเอาฉันเหนื่อยเลยนะไอ้ไก่บ้า"เธอมองไก่สองตัวที่โดนจับมาปาดคอตาย อย่างหิวๆ ก็เดินกลับบ้านทันทีแต่ระหว่างทางก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ด้วยความเป็สายลับฝึกมาอย่างดีหูไวตาไวจนชิน เธอะโขึ้นต้นไม้ฉับพรันเพื่ออำพรางตนไม่ให้ใครรู้
"นั้นมันตัวอะไร"เธอมองลงไปด้านล่างที่มีสัตว์ห้าตัวที่คล้ายหมา หรือจะเป็หมาจิ้กจอก ทำไมตัวใหญ่จัง แถมมันโผล่มาตั้งห้าตัว แล้วยังยืนเล่นกันไม่ไปไหนที่ใต้ต้นไม้นางอยู่อีก ซวยแล้วไง หิวก็หิวไอ้หมาบ้าออกไปเส่! เธอคิดหาทางออกก็ยิ้ม
"ลองเนื้อจิ้กจอกเป็ไงเรา"เธอะโลงอย่าแ่เบาจิ้งจอกห้าตัวที่ใหญ่เท่าคนขนสีดำสนิทตาสีแดงนั้นช่างน่าขนลุก เธอลงมาก็วางไก่ป่าลงโคนต้นไม้ใหญ่นั้นทันที พร้อมกระชับมีดไว้ที่มืออย่างตื่นเต้น
"เฮ้ไอ้ลูกหมา มาให้ฉันลิ้มลองเนื้อแกหน่อย"พวกมันที่กำลังจะพักผ่อนที่เดินทางมาไกลก็ต้องหันไปมองต้นเสียงทันที พวกมันมองร่างมนุษย์อย่างกระหาย แล้วขู่ร้อง
กรรร!! กรรร!!
"มาเลยไอ้ตาแดง"ตัวที่หนึ่งไม่รอช้ามันวิ่งอ้าปากจะงับเด็กน้อยที่ทำเหมือนว่าพวกมันเป็ของเล่นอย่างโมโห เธอที่มองการเคลื่อนไหวที่ช้าก็กรอกตา
"ช้าไป ไม่เร้าใจเลย"ฉับ!!เธอย่อลงแล้วเล็งจุดตายที่หัวใจมันก็เสียบลงทันที
"เสร็จไปหนึ่ง"
กรรร!!!!!!!ตัวที่สองที่เห็นพวกมันตายไปก็ขาดสติวิ่งใส่อย่างบ้าคลั่งแต่ก็โดนเหมือนตัวแรกไม่เกินห้าวิ
"หึ หัดใช้สติบ้างนะไอ้หมาน้อย"เธอเช็ดเืออกจากมีดทำครัวที่เป็ประโยชน์มากๆอย่างพึงพอใจ เป็มีดที่ยาวแค่สามสิบเซน สีดำทั้งเล่ม เธอหมุนมันอย่างรู้สึกถูกใจ เปลี่ยนมาเป็อาวุธก็ดูเท่ดีนะ
พวกมันที่เหลือมองมนุษย์ตัวจิ๋วก็กล้าๆกลัวเพราะพวกมันตายไปสองรายแล้ว ไม่คิดว่านางจะจัดการได้เร็วขนาดนี้ มีอีกตัวที่วิ่งออกมาทันทีแล้วเสกลมปราณใส่เธอที่ไม่ได้ตั้งตัวเพราะมัวแต่ชื่นชอบมีด แต่ขอโทษนะน้องหมา พี่ประสาทััดีลอบกัดไม่ได้หรอก
พริ้ววววววววว พรึ่บ
"โอ้ มีพลังด้วย แต่เป็พลังแบบไหนนะ อ่าดูเหมือนจะเคยดูหนังจีนที่มีลมปราณอะไรสักอย่างละมั้ง แปลว่าโลกนี้ก็มีวิชายุทธ์น่ะสิ อ่าช่างน่าสนุกแล้วสิ"เธอคิดอย่างตื่นเต้นถ้ามีลมปราณตัวเธอก็น่าจะทำได้ ไว้ไปศึกษาทีหลังละกันตอนนี้หิวขอจัดการหมาพวกนี้ก่อน
"เสียเวลาไปมากแล้วกับพวกแก"เธอวิ่งใส่พวกมันเพื่อหววังจะฆ่าให้ไวๆ พวกมันใก็กระจายกันหนีแล้วเสกลมปราณใส่ไม่หยุด เธอหลบไปมาจนได้เหงื่อ ทำไมพวกมันไม่เหมือนสองตัวแรกเนี่ย เหนื่อยนะเว้ย เธอจึงเขวี้ยงมีดไปใส่ตัวด้านซ้าย
ฉึก! ตัวที่สามตาย เธอก็ะโหลบ แล้วเอี้ยวตัวหลบอีกตัวแล้วตีลังกาสามตลบก็จับมีดที่ปักหลังตัวที่สามตายอยู่ แล้วดึงออกก็เขวี้ยงใส่อีกตัวที่มีช่องฆโหว่ให้นางเขวี่ยงไป
ฉึก!! เสร็จไปตัวที่สี่ เหลือตัวสุดท้ายที่ยังสาดลมปราณใส่เธอไม่หยุดเธอหลบได้บ้างหลบไม่ได้บ้าง โดนกระแทกใส่ต้นไม้บ้างจนจุก เพราะต้องหลบพลังบ้านั้นเอาเป็เอาตาย ถ้าเธอไม่ได้เป็ทหารของอเมริกาที่ฝึกอย่างเอาเป็เอาตายมาก่อนนะ เธอคงโดนมันฆ่าตายแต่แรกแล้ว
"ไอ้หนู ตายซะ!"ฉึก!! ตัวสุดท้ายล้มลงเพราะโดนจุดสำคัญ หลังจากเธอตีลังกาะโไกลบนหลังมันที่มันเผลออยู่ก็จัดการทันที
"เฮ้อ เล่นเอาเหนื่อยเลย"เธอหาเครือไม้ที่เหนียวมาผูกขาจิ้งจอกห้าตัวอย่างชำนาญและไก่ เธอจึงยกแบกขึ้นพาดหลังทั้งห้าตัวที่หนักประมาณประมาณ100กิโลว่าได้ แต่ที่เธอทำได้เพราะตัวเธอเคยฝึกแบกหินปูน500กิโลสูงสุดมาแล้ว เป็การฝึกที่ทรหดมากใช่ไหมล่ะ ร่างเล็กเดินแบกสัตว์อย่างไม่รู้สึกมาถึงบ้านก็ทิ้งลงเพื่อแร่ และเนื้อไก่ต้มใส่เกลือ และแร่เนื้อจิ้งจอกตากแห้งทั้งหมด แล้วเลือกขาตัวหนึ่งมาย่างไฟจนสุกหอม ผ่านไป2ชั่วยาม(4ชั่วโมง)เพราะแร่เนื้อตากด้วยจึงนานพอควรและอาบน้ำมาตั้งโต๊ะกินข้าว
"หิวๆแบบนี้คงอร่อยละมั้ง เครื่องปรุงไม่มีเลย"เธอกินขาจิ้งจอกย่างกัดไปปคำหนึ่งก็ตาโตเนื้อฉ่ำมากมันๆหวานนิดๆไม่คาวเลย ทั้งที่เธอไม่โรยเกลือนะเนี่ย เธอก็หันไปซดน้ำซุปไก่ที่ปรุงแค่เกลือกับยอดตำลึงที่เห็นในป่าจึงเก็บมาหมด ฉูดดดดดดดดด
"อ้าาา ว้าวใช้ได้แฮะ"เธอยิ้มแล้วจึงกินต่อ จนหมด
ผ่านไป 1ชั่วยาม(2ชั่วโมง)เธอมานั่งในห้องของเธอมองก้อนผลึกอะไรสักอย่างเป็สีแดงๆทั้งห้าก้อนเพราะเธอเจอในร่างจิ้งจอกนั้นอย่าง งงๆว่ามันคืออะไร ก่อนจะวางมันลงรวมไว้ที่มุมหนึ่ง แล้วทบทวนเื่ราวของร่างเดิมว่าเป็ยังไง โดยเฉพาะเื่ลมปราณซึ่งเธอพึ่งเค้นมาหมาดๆ ร่างเดิมนั้นมีลมปราณแค่ขั้นเวทย์ ขั้นต้น ซึ่งทั้งหมดมีอยู่หลายขั้น
-ผู้ฝึก
-เวทย์
-จอมเวทย์
-ปราชญ์
-จอมปราชญ์
-จอมทัพ
-นภา
-จักรพรรดิ
-า ซึ่งระดับมี ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย หากจะให้ลมปราณเลื่อนระดับมั่นเดินลมปราณบ่อยๆและฝึกวรยุทธ์อย่างสม่ำเสมอ และหากอยากเลื่อระดับอย่างรวดเร็วกินยาเพิ่มลมปราณ จะช่วยได้ดีกว่าฝึกเอง และสิ่งที่เพิ่มได้เหมือนกันนอกจากยาก็เป็แก่นแท้ของสัตว์อสูร ซึ่งต้องกินระดับสีแดงขึ้นเท่านั้นสัตว์อสูรแต่ระดับแบ่งเป็สี
-สีดำ
-สีเหลือง
-สีเทา
-สีขาว
-สีแดง
-สีคราม
-สีส้ม
-สีรุ้ง ซึ่งั้แ่สีแดงขึ้นไปกินแล้วจะเพิ่มระดับทันที แต่นอกจากนั้นก็ต้องรอสามวันซึ่งเป็วิธีที่คนในโลกนี้ไม่นิยมทำกันเพราะมันทรมานบ้างคนไม่มีสติก็ตกตายไปหลายรายจนคนในโลกนี้ไม่เสี่ยงวิธีนี้
เธอรู้ว่าสัตว์ทุกตัวในโลกนี้จะมีแก่นแท้เธอรีบคว้าเอาก้อนผลึกสีแดงนั้นมาทันที อย่าบอกนะว่านี่คือแก่นแท้ แถมระดับสีแดงพอดีด้วย แล้วทำไมระดับสีแดงถึงวรยุทธพวกมันไม่ได้เก่งล่ะ ตั้งระดับ5น่าจะเก่งมาก หรือพวกมันไม่เก่งการต่อสู้หรอ ใช้แต่ลมปราณเป็ เฮ้อคิดแล้วก็ปวดหัว
"ลองกินจะเป็ไงนะ"เธอบีบก้อนผลึกแล้วกรอกลงปากที่มีน้ำเหลวสีแดงทั้งห้าตัวจนลืมไปว่าต้องกินที่ละตัว ไม่งั้นจะปวดแสบปวดร้อนหรือขั้นตกตายไปเลย
"อึก ร้อนๆๆ อะไรเนี่ย"อยู่ๆความคิดหนึ่งก็พุ่งเข้ามาว่าหลังจากกินแล้วต้องรีบเดินลมปราณเพื่อไม่ให้มันปั่นป่วนร่างกายเรา ต้องสกัดกั้นให้มันสงบ เธอจนขยับตัวอย่างฝืนทนเพราะตอนนี้เหมือนร่างกายโดนไฟลวกไปหมด
อร้าก!! เธอนั่งสมาธิหลับตาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว เดินลมปราณหาจุดตันเทียนก็เจอทันทีเธอส่งจิตไปแล้วรวบรวมพลังที่บ้าคลั่งนั้น ใบหน้ารูปไข่ซีด กระอักเืมาสองสามครั้ง เหงื่อไหลจนท่วมตัว เพราะความร้อน
เปาะ เปาะ เปาะ เปาะ เปาะ
อึก!เธอที่เลื่อนระดับเร็วจนมาถึงระดับจอมเวทย์ขั้นปลายแต่ก็ยังกระอักเืมาอีกครั้งเพราะร่างกายยังเด็กจนทนรับไม่ไหวกับลมปราณระดับสูงเกินกว่าอายุนี้ ยังดีนะที่เธอเป็คนที่มีความอดทนสูงจึงไม่มีผลกระทบหนักมากมาย แค่เสียเืไปเยอะ
"จอมเวทย์ขั้นปลายเลยหรือ ว้าวพิเศษมากไอ้ก้อนนี้ข้าต้องหามันเยอะๆซะแล้ว"เธอนั่งมองคราบสีดำที่ขับออกจากิัซึ่งเธอนึกว่ามันเป็เหงื่อซะอีกพอเห็นสภาพก็น่าขยะแขยงมากแถมมีกลิ่นด้วย
"ข้าพึง่อาบน้ำนะเว้ย"เธอทำหน้าซังกะตาย ก่อนจะลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
ผ่านไป1เค่อ(15นาที)
เธอมานั่งบริเวณด้านหลังบ้านที่มีหลุมศพยายของฮวาหลินอยู่พร้อมกับป้ายชื่อ เธอที่คิดว่าจะออกเดินทางไปที่เมืองเพราะถ้าอยู่แบบนี้เธอคงอดตายแน่ เธอขุดดินเพื่อสร้างหลุมใหม่ข้างๆหลุมของยายฮวาหลินก็นำเสื้อผ้าที่ฮวาหลินใส่ตอนฮวาเสียตอนที่เธอตื่นมาตอนนั้นทั้งชุด เพื่อให้ยายกับหลานจะได้อยู่ด้วยกัน เธอนำป้ายเขียนชื่อของฮวาหลินแล้วปัดลงไปที่หลุมเล็กๆนั้น ก่อนจะมองอย่างเศร้าๆ
"ฮวาหลิน ข้าไม่มีอะไรตอบแทนที่เ้าให้ร่างกายนี้กับข้า แต่วันข้างหน้าข้าจะทำให้ตระกูลฮวายิ่งใหญ่ขึ้น จงหลับให้สบายนะ"เธอกล่าวก็ทำความคารพหลุมศพทั้งสองแล้วเดินเข้าบ้าน
2เดือนผ่านไป
"แหวนมิตินี้พิเศษมาก ข้าชอบนัก "ฮวาหลินคนใหม่ มองแหวนมิติอย่างทึ่งๆเพราะเธอค้นหาเสื้อผ้าที่ใส่ได้ก็เจอกับกล่องใบเล็กที่มีกำไลและแหวนสองอัน พอเค้นความทรงจำจึงได้รู้ว่ามันคือแหวนมิติแถมยังมีเงินในนี้อีก100เหรียญเงินซึ่งน่าจะเป็เงินเก็บของฮวาหลินและกำไลรูปร่างคล้ายัเลื้อยสีขาวขุ่นเป็สมบัติตระกูลฮวาที่สืบทอดกันมา คล้ายๆของรางนั้นแหละไม่มีประโยชน์อะไร เธอจึงขออนุญาตฮวาหลินคนเก่านั้นเพื่อเป็ประโยชน์บ้าง ไว้ตนเองมีเงินซื้อใหม่นางจะรีบเอาคืน แต่เธอไม่รู้เลยว่า กำไลัสีขาวขุ่นนั้นมีแสงสีขาวนวลเปร่งประกายออกมาตอบรับผู้เป็นายมันที่สวมใส่ก็ดับไป
"2เดือนแล้วสินะที่ข้าอยู่บ้านหลังนี้ แล้วยังเพิ่มระดับจากเดิมอีกสองระดับ"ฮวาหลินใช้เวลานั้นทั้งเดือนอยู่ที่ป่าเพื่อล่าสัตว์อสูรพร้อมกับฝึกร่างกายด้วยวิชาต่อสู้ที่พ่อนางสอนตอนนางอายุ7ปีจนถึง10ปี แล้วพวกท่านก็จากไป ฮวาหลินล่าสัตว์จนแทบจะหมดป่าได้มาตั้ง500ตัวซึ่งทั้งหมดก็เก็บใส่แหวนมิติไว้เพื่อนำไปขายในเมืองเพราะจากความทรงจำของฮวาหลิน โดยนางล่าเฉพาะตัวที่มีลมปราณสีแดงขึ้นเท่านั้น โดยนางล่ามาได้สูงสุดสีส้มสองตัว ซึ่งเป็ตัวที่ทำเอาสลบไปหนึ่งอาทิตย์ถ้าเธอไม่วางกับดักไว้ไม่งั้นนางคงตายแน่แถมยังเสียเวลาไปมากแต่เพราะได้สู้กับระดับสีส้มเนี่ยแหละเธอถึงเลื่อนระดับได้รวดเร็วทั้งที่ยังไม่กินแก่นแท้ด้วยซ้ำ นางแยกแก่นแท้ออกมาจนหมดเพื่อเอาไว้ใช้ประโยนช์ เพราะั้แ่กินแก่นแท้ทีเดียวห้ารวดเธอก็ไม่อยากเสี่ยงตายแบบนั้นอีกจึงไว้กินตอนที่ปลอดภัยกว่านี้ เพราะที่ป่าสัตว์อสูรเยอะมาก
"ลองแก่นสีส้มจะเป็ยังไงนะ"นางเอาแก่นสีส้มก่อนจะบีบแล้วกลืนกินแล้วรีบนั่งเดินลมปราณทันที
อึก!!อรา้ก!!ทำไมมันร้อนกว่าสีแดงอีกเนี่ยทั้งที่กินก้อนเดียวเองนะ นางสลัดความคิดแล้วตั้งสติสมาธิอย่างทรมาน
เปาะ! เปาะ! เปาะ! ผ่านไป3ชั่วยาม(6ชั่วโมง)นางก็ลืมตาขึ้นเพราะสิ้นสุดของระดับแล้ว ซึ่งตอนนี้นางก็อยู่ในระดับจอมปราชญ์ขั้นกลาง ก็ยกยิ้มอย่างรู้สึกภูมิใจ แต่ก็แปลกใจเพราะมันไม่เร็วไปหน่อยหรอ นางเห็นสภาพร่างกายที่มีกลิ่นจนชินแล้ว ก็ลุกไปอาบน้ำทันที อย่างรู้สึกสดชื่นร่างกายเหมือนมันเบามากๆ เบาจนคิดว่าถ้าตนเองลอยได้คงลอยไปแล้ว
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป
"ได้เวลาแล้วสินะ"นางแบกผ้าที่ห่อเสื้อผ้าของนางไว้สองสามชุด เดินมาหน้าบ้านแล้วหันไปมองมัน อย่างรู้สึกเหงาๆ เพราะนางต้องออกเดินทางเข้าเมืองและไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่
"ฮวาหลิน คุณยายไว้ข้าจะกลับมาเยี่ยมขอบคุณสำหรับบ้านหลังนี้ที่ให้ข้าอาศัย"นางเอ่ยแล้วเดินจากไปไม่มองกลับหลังอีก ชีวิตคนเราก็ต้องอยู่ต่อไป แต่สิ่งที่จะช่วยให้ชีวิตอยู่ได้คือความแข็งแกร่งเท่านั้น และจะแข็งแกร่งขึ้นและทำให้ตระกูลฮวาที่เคยล่มสลายของฮวาหลินกลับมายิ่งใหญ่รอก่อนนะฮวาหลินคุณยาย