อิสระไปเยี่ยมหาน้องสาวที่มาเช่าตึกขายข้าวแกงอยู่ใกล้แฟลตตำรวจเพื่อสอบถามถึงความเป็ไปของญาติพี่น้องเพราะั้แ่หนีแยกออกมาอยู่ตัวคนเดียวก็ไม่ได้ติดต่อหรือส่งข่าวให้ใครรู้เลย
เล็ก ที่เป็คนสุดท้องในจำนวนพี่น้องเจ็ดคนได้ตักข้าวราดแกงให้ พอว่างจากลูกค้าหล่อนก็มานั่งเล่าเื่ราวของคนอื่น ของลูกตนและหลานแต่ละคนให้ฟัง ซึ่งทุกคนก็ล้วนอยู่สุขสบายกันตามอัตภาพ
ขณะที่ฟังนั้นเขาก็คิดว่าควรจะย้ายกลับไปอยู่บ้านนอกกับพี่สาวดีไหมโดยนำเงินที่ได้จากลูกชายของ
ผดุงเกียรติไปขอซื้อที่สักผืนหนึ่ง ปลูกบ้านทำแปลงผักสวนครัวใช้ชีวิตสมถะพอเพียงกับญาติใกล้ชิด เผื่อมีอะไรจะได้ดูแลกัน เกิดเขาเจ็บป่วยไม่สบายอย่างวันนั้นก็จะได้มีหลานช่วยดูแลแทนรุ้งขวัญ
รุ้งขวัญ...ทำไมเขาถึงต้องหาทางหลบหนีจากเธอด้วย...เขากลัวอะไรกัน?
ชายหนุ่มสะบัดหน้าไล่ความคิดหนีความจริงที่ไม่กล้ายอมรับทิ้ง ลุกขึ้นจะกลับ แต่ก่อนจากก็ได้ทิ้งเบอร์โทรของตนไว้เผื่อใช้ติดต่อกันจะได้ไม่มีใครเป็ห่วงตนอีก และยังแบ่งเงินให้เล็กใช้ รวมถึงฝากส่งไปถึงพี่น้องคนอื่นด้วย
เขากลับโดยเลือกใช้วิธีการเดินด้วยสองขาแม้อากาศจะร้อนและระยะทางจะไกล แต่ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านหรือเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใดเดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอย่างใจลอย หาคำตอบว่ารุ้งขวัญชอบเขาจริงหรือเปล่าและชอบเขาที่ตรงไหน
แม้ตนจะถูกผู้หญิงรุมตอมอยู่เป็ประจำแต่ส่วนมาก มักจะเป็คนที่แก่กว่าหรือมีอายุรุ่นราวคราวเดียวที่ไม่ต่างกันนัก กับเด็กสาวที่ห่างกันถึงยี่สิบปีเพียงนี้จนพอเป็พ่อลูกกันได้ ช่างมีความเป็ไปได้น้อยเหลือเกิน
นอกจากสังขารของตัวเองที่เปลี่ยนไปจากสมัยวัยหนุ่มความรู้ยังต่ำ ฐานะยากจนแล้วก็มีประวัติด่างพร้อยอีกต่างหาก เรียกได้ว่าไม่มีอะไรดีเหมาะสมคู่ควรกันเลยสักนิดเดียว
คิดว่าเธอคงแค่ติดอกติดใจกับภาพลักษณ์เก่าๆ ของเขาในอดีตเสียมากกว่า ที่เคยขับร้อง ร่ายรำและเปล่งประกายเฉิดฉายอยู่บนเวทีเลยเกิดนิยมชมชอบขึ้นมาเหมือนการคลั่งไคล้ศิลปินทั่วไป เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ตัดข่าวของเขาเก็บสะสมไว้เป็แฟ้มหรอก
ฮึ่ย!
ขายาวหวดเตะกระป๋องเบียร์ที่เกะกะอยู่บนสะพานทิ้งแล้วหันไปะโใส่ผืนน้ำเบื้องล่างและแผ่นฟ้าเบื้องบนด้วยความอึดอัดใจ
โว้ยยยย!
รุ้งขวัญจะชอบตนแค่นั้นจริงๆ หรือ มันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเขาเลยสักหน่อย เป็แค่เพียงการแสดงและภาพมายาเพ้อฝันเท่านั้นเองหากเธอชอบเขาเพราะเหตุนั้นนั่นก็หมายความว่า คำรักที่หญิงสาวพูดออกมามันก็ไม่ต่างจากคำรักของโสมวดีของ
นงคราญ หรือของใครต่อใครหลายคนที่หลงใหลในตัวเขาตอนเป็เทพพิทักษ์ เพชรบุษยา
ฉาบฉวย...เปลือก...ปลอม
พูดออกปากมาแสนง่ายได้กันแล้วก็จบข่าวพอสุขสมใจที่ได้นอนกับคนที่แอบชอบแอบปลื้มเสร็จแล้วก็แยกย้ายทางใครทางมันเหมือนวันไนต์สแตนด์ของวัยรุ่นสมัยนี้ แค่นั้นเองไม่ได้มีค่ามีความหมายอะไรต่อกันเลยสักนิดเดียว
จริงอยู่ว่าเขาเป็ผู้ชายไม่มีอะไรเสียหายแต่มันก็เบื่อแสนเบื่อ
เบื่อกับคำรัก...คำลวง...คำน้ำเน่าที่หลอกล่อใจคนเหมือนแมลงเม่าทำให้เขากลายเป็คนเห็นแก่ตัวไปโดยปริยายฉกฉวยโอกาสโดยการใช้ความรักใคร่เสน่หาของผู้หญิงเ่าั้แลกกับเงินทองของนอกกายสุดท้ายแล้วเหมือนเขาจะเป็ฝ่ายได้ แต่กลับไม่ได้อะไรเลยแม้แต่ความจริงใจ
เมฆาบอกว่าเคยอิจฉาตนแต่เขาก็ไม่เคยบอกรุ่นน้องว่าตัวเองนั้นกลับเป็ฝ่ายรู้สึกอิจฉาเมฆาเสียมากกว่า ที่ได้เจอเนื้อคู่ได้สมรสรักกับคนรู้ใจ มีคู่คิดคู่ชีวิตที่อยู่เคียงข้างสามารถพูดคุยปรับทุกข์ระบายเื่ราวทุกอย่างให้แก่กันและกันฟังได้ ที่สำคัญยังมีลูกน้อยกลอยใจเป็ส่วนเติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์ผิดกับเขาที่ไม่มีอะไรเลย ความมีเสน่ห์ในอดีตก็ร่วงโรยเลือนหายไปตามกาลเวลา ปัจจุบันก็กลายเป็เพียงแค่ไอ้แก่ที่โดดเดี่ยวเดียวดายต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังอย่างน่าสงสาร
หนุ่มใหญ่นั่งเหม่อพิงเสาศาลาท่าน้ำ กำลังใช้ความคิดหนักอย่างต่อเนื่อง ถึงเื่ที่ได้รู้จักกับรุ้งขวัญและกลายมาสนิทสนมกันจนเกิดเป็ความสัมพันธ์ที่ขยับขยายไปไกลถึงจุดที่สุ่มเสี่ยงต่ออันตราย
ที่ผ่านมาเพราะเขาเคยเจอแต่คนที่พร้อมนอนทอดกายถวายตัวให้เชยชมอย่างง่ายดายจึงไม่เคยรักหรือปรารถนาผู้หญิงคนไหนเป็พิเศษก็เลยทำให้ไม่รู้ว่าความรู้สึกแท้จริงที่มีต่อรุ้งขวัญนั้นเป็อย่างไรทั้งยังไม่มั่นใจในตัวเอง เพราะไม่เคยมีความสัมพันธ์จริงจังฉันท์คนรักแบบนี้มาก่อนเคยแต่เป็ฝ่ายได้รับอย่างเดียวจนเคยชิน ถึงต้องมานั่งคิดตรึกตรองใคร่ครวญอยู่อย่างนี้
เธอเป็คนแรกที่เปิดประตูเข้ามาในสถานที่แห่งนี้เข้ามาทำให้ชีวิตเหงา ๆ เฉา ๆ เปลี่ยนไป เข้ามาทำให้โลกส่วนตัวใบเล็กนี้มีสีสันสดใสเข้ามาเปิดหัวใจที่เคยปิดตายแ่าจากผู้คนรอบข้างไม่เพียงแค่บรรยากาศรอบกายที่มีชีวิตชีวาขึ้น มันยังแผ่ขยายไปถึงหัวใจเหี่ยว ๆโทรม ๆ ดวงนี้อีกด้วย จนยากจะปฏิเสธว่าเขาเองไม่ได้รู้สึกดี รู้สึกพิเศษกับการมีหญิงสาวเข้ามายุ่งวุ่นวายในชีวิต
ฝนตกโปรยปรายลงมาในเวลาฟ้ามืด คนที่รุ้งขวัญเรียกติดปากว่าคุณลุงกำลังนอนตะแคงบนที่นอนบางฟังเสียงฝนเปาะแปะกระทบหลังคาเป็จังหวะ
กี่ปีมาแล้วนะที่ต้องนอนกอดตัวเองอยู่อย่างนี้
แม้ที่ผ่านมาจะเคยอยู่คนเดียวได้แต่ตอนนี้ชักรู้สึกอยากมีใครสักคนอยู่ข้างกายเพื่อมอบไออุ่นให้แก่กันและกันเสียแล้วสิจะมีไหมนะคน ๆ นั้น และจะเป็ไปได้ไหมหากเป็คนที่กำลังทำให้เขาคิดมากอยู่ในขณะนี้
หนุ่มใหญ่วัยกลางคนนอนเบิกตาโพลงอยู่ในห้องแคบที่มืดสนิทอย่างเศร้าใจพยายามข่มตาเพื่อให้ผ่าน่เวลากลางคืนที่แสนทรมานนี้ไปได้โดยง่าย พอใกล้จะเคลิ้มหลับหูก็แว่วคล้ายยินเสียงฝีเท้าย่ำฝ่าสายฝนเดินย่องขึ้นบันไดมา
ประตูถูกผลักออกอย่างช้าๆ นำพาสายลมเย็นและกลิ่นไอดินพัดกรูเข้ามาด้วย ร่มถูกทิ้งไว้ข้างนอก บานประตูงับปิดอย่างเงียบเชียบคนตัวเล็กขยับกายแนบชิดอิงแอบแผ่นหลัง เขาจึงพลิกกายกลับมาหาคนที่นอนสั่นระริกใกล้ชิดบนฟูกนอนเดียวกันแล้วโน้มไปจุมพิตหน้าผากแ่เบา โอบวงแขนกอดกระชับ ดึงผ้าห่มผืนบางขึ้นมาคลุมกาย แล้วพากันนิทราภายใต้บรรยากาศชื่นฉ่ำของสายฝนพรำ
ฝนหยุดตกก่อนเวลาย่ำรุ่งไม่กี่ชั่วโมงดวงตะวันทอแสงสาดส่องเข้ามาภายในห้องรังหนูแสนเล็กและคับแคบที่มีชายคนหนึ่งถือครองอยู่เพียงผู้เดียว
เขาผุดลุกขึ้นมามองพื้นที่ว่างเล็กข้างกาย
รุ้งขวัญไม่อยู่แล้ว…..
ไม่ใช่ไม่อยู่ แต่เธอไม่ได้มาที่นี่เลยเมื่อคืนเขาแค่หลับฝันไปเท่านั้นเอง
อิสระนั่งกอดเข่าทอดอาวรณ์อยู่ปากประตูห้อง มองที่ดินเล็กๆ ผืนนี้ที่ถือวิสาสะเข้ามาโดยพลการหากวันหนึ่งวันใดเ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาสำรวจพบและไล่ เขาก็คงไม่มีที่อยู่อีก
ในชีวิตนี้มีอะไรบ้างที่เป็ของเขาจริงๆ บ้าง แม้แต่หัวใจก็ย้ายสิทธิ์ไปอยู่ในมือของสาวน้อยคนนั้นแล้ว เพิ่งรู้ตัวว่ารุ้งขวัญเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตให้มีสีสันแตกต่างไปจากเดิมมากเขามีความสุขที่ได้เห็นหน้าเธอ ได้ยินเสียงเธอ ได้แกล้งเธอเล่น และได้ดูแลเธอ
รุ้งขวัญเองก็เถอะเธอก็คงมีความสุขไม่ต่างกัน หากใจคนสองคนตรงกันขนาดนี้ก็สมควรจะเปิดเผยพูดความในใจออกมาอย่างตรง ๆ ตนไม่ควรปล่อยโอกาสอันดีอย่างนี้หลุดลอยไปเพราะมันอาจจะเป็โอกาสครั้งเดียวครั้งสุดท้ายในชีวิต ที่ฟ้าประทานพรมาเยียวยาให้กับคนอาภัพเช่นเขา
ดูอย่างเมฆากับภรรยาที่เป็อดีตนางรองลิเกคนนั้นสิหมอนั่นยังกล้าหาญ กล้าจีบ และกล้าเจ็บ ไม่กลัวความผิดหวังถึงได้มีวันที่มีความสุขอย่างนี้แล้วเขาเล่าจะกลัวอะไรนักหนา รู้จักเชื่อมั่นและศรัทธาในรักดูบ้าง
เขาถอนใจแรงทิ้งความกังวล แล้วสูดอากาศกลับเข้าไปใหม่เพื่อเรียกพลังยิ้มกว้างออกมาอย่างตัดสินใจได้ และขณะเดียวกันนั้นก็มีสายโทรเข้ามาก็ยิ่งดีใจนักที่จะได้ยินเสียงหวานของเธออีกครั้ง
เขาจะเรียกเธอมาที่นี่เพื่อขอโทษปรับความเข้าใจกันต่อหน้า และเอ่ยปากบอกความรู้สึกในใจให้ได้ทราบ คาดว่ารุ้งขวัญเองก็คงจะดีใจไม่น้อยและเลิกร้องไห้ขี้มูกโป่งเสียที
“คุณลุงคะ...หนูขอโทษค่ะ”
เอ่ยเสียงเบาอย่างระงับความสั่นสุดฤทธิ์
“ที่ทำเื่มากมายให้ไม่พอใจอย่าถือสาหนูเลยนะคะ หนูอาจยังเด็กไม่รู้จักคิดอย่างที่คุณลุงว่าจริง ๆแต่หนูจะปรับปรุงตัวใหม่ค่ะ เพื่อไม่ให้คุณลุงต้องลำบากใจอีก ขอเวลาหนูหน่อยนะคะอย่าโกรธหนูเลย”
เธอบอกพร้อมกับน้ำตาไหลหยดยกมือขึ้นปิดปากควบคุมเสียงสั่นเครือ ฝืนกลืนก้อนจุกแข็งลงคออย่างชอกช้ำ เมื่อกำลังพยายามทำอย่างที่ใจคิดมาแล้วทั้งคืนส่วนคนปลายสาย พอได้ฟังจบประโยคก็ถึงกับอึ้งงันพูดไม่ออก คำที่เตรียมจะบอกก่อนหน้ากลายเป็หมันค้างเติ่งอยู่ในอกไม่คิดว่าสถานการณ์จะพลิกผันไปอย่างนี้
ก็เพราะตัวเขาเองนั่นแหละมัวแต่เป็กังวลคิดมาก ฟอร์มเยอะ เล่นตัวจัดแถมยังมีหน้าไปขู่หญิงสาวให้กลัวอีกด้วย เธอก็เลยนึกได้และตัดสินใจถอยห่าง
“อืม...ก็ดีนะเราอาจเกิดอารมณ์หวั่นไหวชั่ววูบเพราะความเยาว์และความใกล้ชิดคิดทบทวนใหม่ก็ดีแล้ว ลองให้โอกาสตัวเองได้รู้จักคบหากับคนที่อายุใกล้เคียงกันมันอาจจะดีกว่าเอาอนาคตมาทิ้งกับคนแก่อย่างลุง”
น้ำเสียงราบเรียบไม่บอกอารมณ์แสร้งเล่นละครหลอกรุ้งขวัญและหลอกใจตัวเองต่อไปเหมือนอย่างที่ตั้งใจจะทำั้แ่ทีแรก
“ค่ะหนูจะลองทำตามคำแนะนำของคุณลุง”
ตัดสายทิ้งซบหมอนนอนร้องไห้ส่วนผู้ชายปากแข็งก็พึมพำแต่คำว่า ดีแล้ว...ดีแล้ว…เป็อย่างนี้ก็ดีแล้ว
ก็ดีแล้วหนิ! ตอนแรกทำข่มขู่อยากจะพิสูจน์ลองใจพอตอนนี้เธอไปจริง ๆ ก็เพิ่งจะมานึกได้ว่าปล่อยโอกาสให้หลุดลอยมือไปเสียแล้วสมน้ำหน้าตัวเองนัก นอนเหงาโดดเดี่ยวมานาน อ้อนวอนอยู่ในใจลึก ๆว่า้าใครสักคนเข้ามาทำให้ชีวิตสมบูรณ์ พอฟ้าส่งตามคำขอมาให้ก็ดันเททิ้งเสียนี่อยากโง่เองก็นอนเ็ปใจไปอย่างนี้แล้วกัน
รุ้งขวัญหายออกไปจากสถานที่แห่งนี้ไม่มีแม้แต่เงาได้ราวหนึ่งเดือน
วิมานชายโสดเงียบเหงาชีวิตของเขากลับมาเป็เฉกเช่นเมื่อนานมาแล้ว สงบ ราบเรียบ เงียบเหงา และก็เหงามากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วย
บางครั้ง ใจก็พาสองขาเดินไปจดจ้องยังรูโหว่ที่หญิงสาวมักใช้ลอดผ่านเป็ประจำ
รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่คิดถึงคะนึงหา ส่งสายตาอาวรณ์ข้ามรั้วไปแต่มันก็ไม่ถึง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูชื่อที่บันทึกไว้ต่างหน้าแล้วก็ถอนหายใจอยู่อย่างนั้น สักวันคิดว่าตนคงจะต้องเจ็บป่วยเพราะตรอมใจเป็แน่และไม่สบายคราวนี้คงไม่มีพยาบาลส่วนตัวมาคอยเอาใจใส่ดูแลเหมือนอย่างคราก่อน
อิสระนำผักไปส่งให้แผงของยายลุนที่ตลาด
แม้แกจะรับซื้อจากพ่อค้าขายส่งมาแล้วแต่ก็ยังรับผักจากเขาอยู่โดยให้ราคาน้อยหน่อย ซึ่งเขาก็ไม่ว่าอะไร อย่างไรเสียยังดีกว่าปลูกเองขายเอง แล้วยังต้องมาเสียค่าเช่าที่อีก ได้แค่ไหนก็แค่นั้นไม่เื่มากอยู่แล้ว
พอรับเงินมาก็จะแบ่งส่วนหนึ่งสำหรับซื้อของใส่บาตรพระซึ่งเขาทำอย่างนี้อยู่เป็ประจำสม่ำเสมอ แต่ไม่เคยไปถือศีลนั่งฟังเทศน์ฟังธรรมที่วัดเลยเพราะมุ่งแต่ทำงานและส่วนหนึ่งคือไม่อยากเหยียบย่างไปในสถานที่ที่ทำให้นึกถึงอดีต ที่ต้องเร่ร่อนไม่เป็หลักแหล่งั้แ่อยู่คณะรำวงแล้วก็ย้ายหนีไปอยู่กับคณะลิเก
เมื่อใส่บาตรเสร็จเขาก็เห็นรุ้งขวัญเดินถือถุงกับข้าวมาใส่บาตรพระเยื้องห่างออกไปจากอาการเงอะงะนั้นคิดว่าคงจะเป็ครั้งแรกของเธอ แล้วเขาก็ยืนมองอยู่อย่างนั้นไม่วางตาพร้อมกับดอกไม้ที่เบิกบานในหัวใจ จากนั้นวันรุ่งขึ้น รวมถึงวันต่อ ๆ ไป ทั้งคู่ก็จะหาจังหวะใส่บาตรพระพร้อมกันแต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย ตอนที่นั่งรับศีลรับพรอยู่นั้น เขาก็จะลอบชำเลืองมองเสี้ยวหน้าหวานด้วยความคิดถึงแต่แล้ววันหนึ่ง
ลุงหนูก็เกิดหายตัวไปเฉย ๆ
มันเริ่มมาจากวันที่เขาได้เข้าไปช่วยซ่อมหลอดไฟในบ้านให้ตอนที่รุ้งขวัญไม่อยู่แล้วป้าอรก็พูดคุยสัพเพเหระเรื่อยเปื่อยไปจนถึงที่ว่า หมู่นี้มีผู้ชายมาติดพัน
ใจเขาเ็ปนัก หญิงสาวมีเพื่อนใหม่แล้ว
เป็เพื่อนชายที่เรียนอยู่ด้วยกัน บ่อยครั้งยังเห็นมารับมาส่งเขามักจะออกไปยืนแอบมองอยู่เสมอยามได้ยินเสียงรถเคลื่อนมาจอดท้ายซอย ยิ่งมองรถสปอร์ตสีดำราคาแพงยับก็ยิ่งตอกย้ำให้ตัวเองเจ็บใจหนักเข้าไปอีก
สมน้ำหน้า! ก็เป็คนผลักเธอออกห่างแล้วยังจะมาหวังอะไรเงียบ ๆ ผู้ชายคนนั้นก็คงจะเป็คนที่กำลังคบหาดูใจกันเพื่อมาแทนที่ตนวัยเท่ากัน ความรู้เท่ากัน หน้าตาก็หล่อเหลาเหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยก ซึ่งเข้าท่ากว่าตนเป็ไหนๆ ที่เดินไปก็มีแต่คนเข้าใจผิดว่าเป็พ่อ-ลูก เป็ลุง-หลาน
ความรู้สึกเ็ปตอกย้ำเกินจะทานไหว ที่อยู่ใกล้แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยเขาจึงหลบหนีกลับไปเลียแผลใจยังบ้านนอก และมองหาที่ทางใหม่เพื่อจะย้ายหนีความจริงอันสุดชอกช้ำ