“ยะ…อย่าเข้ามานะ!”
ซนมินกิพูดตะกุกตะกักพลางถอยหลังด้วยความตื่นตระหนกเขายังพอมีสติอยู่จึงโยนกับดักตาข่ายใยแมงมุมออกไปทันที
กลิ่นของยาฟื้นฟูจากสารสกัดดอกข้าวโอ๊ตนั้นจะคงอยู่ราวหนึ่งนาทีกว่าตอนนี้เขาใช้ไอเท็มสามชิ้นในมือไปกับยูซังฮุนหนึ่งครั้งจึงเหลือโอกาสอีกเพียงสองครั้งเท่านั้นทว่ากับดักตาข่ายใยแมงมุมจะตรึงไรโนเซรอนไว้ได้เพียงห้าวินาทีเท่านั้นดังนั้นหลังจากผ่านไปสิบวินาทีซนมินกิจะต้องเล่นซ่อนหากับสัตว์อสูรโดยมีชีวิตเป็เดิมพัน
เหลืออีกสี่นาทีกว่าบาเรียจะคลายตัวซนมินกิไม่มีทางยื้อได้นานขนาดนั้นแน่
ถึงเวลาใช้ไม้ตายแล้ว
ตอนนี้สถานะของไรโนเซรอนเป็ยังไงบ้างนะ
[ตรวจสอบข้อมูลของเอเนมี ‘ไรโนเซรอน’]
[ชื่อเอเนมี : ไรโนเซรอน หมายเลข 13]
[ระดับความหายาก : R+]
[ฉายา : สัตว์อสูรประเภทสัตว์เลี้ยง, บริวารเผ่าหมี]
[พรคุ้มครอง : เ้านายสั่งว่า ‘ทำลายทุกสิ่งให้ราบคาบ’]
[สถานะ : เชื่อฟังอย่างสมบูรณ์ (ไม่สามารถยกเลิก),ความสามารถในการรับรู้ลดลง, ประสาทััลดลง,เพิ่มการตื่นตัวของสัญชาตญาณ, ค่าความถึกลดลง-12, ค่าพละกำลังลดลง -15, พลังป้องกันลดลง-8, พลังเวทลดลง -6, ค่าความต้านทานเวทมนตร์ลดลง-9, ความว่องไวลดลง -6 และค่าความต้านทานการโจมตีพิเศษลดลง -13]
[ศักยภาพโดยรวม : Lv.19]
[สกิล : พุ่งชนเต็มกำลัง Lv.3]
…
...
...
สมแล้วที่เป็บาเรียเวทมนตร์ที่ได้รับการเสริมความทนทานโดยคณาจารย์อันทรงเกียรติของโรงเรียนม.ปลายอึนกวังและบรรพตระกูล
เป็ไปตามคาดไรโนเซรอนได้รับผลจากสถานะผิดปกติที่ทับซ้อนกันนับเจ็ดสิบอย่างแม้บาเรียสนามสอบจะไม่สร้างความเสียหายโดยตรงแต่สามารถทำให้เกิดสถานะผิดปกติทับซ้อนกันได้
ถึงศักยภาพโดยรวมจะลดลงไปเกือบครึ่งแต่มันก็ยังแข็งแกร่งพอที่จะกวาดเด็กม.ต้นพวกนี้ทั้งหมด
ค่าศักยภาพโดยรวมของไรโนเซรอนอยู่ที่เลเวล19 ขณะที่ฉันอยู่แค่เลเวล 10
แม้ค่าศักยภาพโดยรวมจะไม่ใช่ตัวตัดสินผลแพ้ชนะตรงๆเพราะยังชดเชยได้ด้วยกลยุทธ์และสกิล ทว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่มนุษย์แถมยังเป็สัตว์อสูรที่มีสกิลต่อสู้ที่เลเวลสูงกว่า
ทำได้สิ...ฉันทำได้...
ฉันเปลี่ยนการ์ดให้กลายเป็มีดพับของมือสังหารฝึกหัดที่ใบมีดยาวเพียงราวๆหกเิเ ทว่าศัตรูคือสัตว์อสูรที่แค่ยืนสี่ขาก็สูงกว่าสองเมตรแล้วใครบ้างจะไม่กลัว
คนอย่างฉันที่เคยเอาแต่ก้มหน้าก้มตาจ้องโทรศัพท์มือถือและรอคอยความตายไปวันๆคิดจะพุ่งเข้าใส่สัตว์อสูรอย่างนั้นเหรอ
รู้สึกเหมือนหัวใจจะหลุดออกทางปาก
ถึงจะหยิบมีดออกมาแต่สองเท้ากลับไม่ขยับ มือข้างที่ถือมืดกำลังสั่นระริกการต่อสู้โดยต้องคิดกลยุทธ์ไว้ในหัวช่างต่างกับเกมที่เล่นผ่านหน้าจออย่างสิ้นเชิง
“อะ...อ๊าาา ชะ...ช่วยฉันด้วย! ไม่นะ!”
ระหว่างที่ฉันยังเอาแต่ยืนนิ่งเวลาสิบวินาทีของซนมินกิหมดลงแล้ว และสิบวินาทีทองสำหรับฉันเองก็ผ่านไปแล้วเช่นกัน
ไรโนเซรอนหลุดจากกับดักใยแมงมุมแล้วพุ่งเข้าหาซนมินกิทันทีแม้เ้าตัวจะพยายามหนี แต่ก็ถูกสัตว์อสูรไล่ทันอย่างง่ายดาย
ฉึก! กร๊อบ!
“อ๊ากกกกก—!”
ฉันได้ยินบางอย่างกำลังหักแต่ไรโนเซรอนยังไม่หยุด มันกระหน่ำใช้นอแทงซนมินกิอยู่อย่างนั้น
ฉึก! ฉึก!
ไม่นานนักซนมินกิก็หยุดส่งเสียงกรีดร้องนั่นยิ่งทำให้ความกลัวในใจฉันเพิ่มขึ้นทวีคูณ
ถ้าไม่เป็ไปตามแผน...ฉันนี่แหละจะเป็รายต่อไป
ฉันพยายามสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆแต่เท้าก็ยังคงไม่ขยับ เพราะถ้าฉันโจมตีไรโนเซรอนที่ไม่ได้ถูกตรึงไว้มันอาจเปลี่ยนเป้าหมายแล้วหันมาโจมตีฉันแทนซนมินกิก็ได้
ขยับสิได้เวลาวิ่งแล้ว!
ฉันเห็นยูซังฮุนที่ก่อนหน้านี้เอาแต่ยืนนิ่งเริ่มวิ่งเต็มฝีเท้าหลังจากได้ยินเสียงกรีดร้องโดยมีจางนัมอุกที่อยู่ข้างๆ คอยช่วยพยุง ถึงจางนัมอุกยังพอมีแรงเหลืออยู่บ้างเขาอาจจะรอดไปได้ แต่คงเป็ในสภาพร่อแร่ อวัยวะก็อาจเหลือไม่ครบสามสิบสอง
ส่วนยูซังฮุนไม่รอดแน่
หลังจากจบบทฝึกสอนเกมก็จะแสดงภาพสามมิติซึ่งประกอบด้วยรูปทรงเรขาคณิตเป็ภาพ NPC ที่ตายแล้วก่อนจะแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ และนั่นคือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสองคนนั้น
พอคิดถึงจุดนั้นฉันก็เริ่มวิ่งเข้าใส่สัตว์อสูร
[สกิล ‘สารพันศัสตรา’ ถูกเปิดใช้งาน]
มือของฉันขยับไปเอง
ฉันเปลี่ยนท่าจับมีดที่เคยกำแน่นประหนึ่งถือค้อนให้อยู่ในองศาที่เป็ธรรมชาติแล้วกระหน่ำแทงสัตว์อสูรที่กำลังโจมตีซนมินกิ
เมื่อฉันเริ่มโจมตีหลอดพลังชีวิตสีแดงก็ปรากฏขึ้นเหนือร่างสัตว์อสูรแต่ไม่ว่าจะโจมตีสักกี่ครั้งก็ไม่มีวี่แววว่าจะลดลง
หนึ่งครั้งสองครั้ง สามครั้ง...
ฉันทั้งแทงทั้งฟันซ้ำแล้วซ้ำเล่าโจมตีสัตว์อสูรอย่างคล่องแคล่วโดยไม่ให้มือต้องรับภาระหนักทว่ากลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังใช้มีดที่ทำจากแก้วจ้วงแทงก้อนหินอย่างไรอย่างนั้น
ราวกับิัของเ้าไรโนเซรอนห่อหุ้มด้วยเหล็กกล้าฉันไม่อาจสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนบนตัวมันได้เลย
ทั้งคุณภาพของมีดและค่าสถานะของฉันที่ต่ำกว่าศัตรูมากดังนั้นต่อให้โจมตีอีกหลายสิบครั้งหลอดพลังชีวิตของไรโนเซรอนก็คงไม่ลดลงสักเปอร์เซ็นต์
“โจอึยชิน…!”
จางนัมอุกที่เห็นเหตุการณ์จากที่ไกลๆเผยสีหน้ากังวลชัดเจนเพราะเพลเยอร์ที่น่าจะมีสกิลสายวิเคราะห์อย่างเขาคงมองออกว่าการโจมตีนั้นแทบมีค่าเท่ากับศูนย์
แต่ถ้าหยุดตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมาจะสูญเปล่าทันทีฉันต้องรีบทำให้จบระหว่างที่สัตว์อสูรยังคงโจมตีซนมินกิด้วย
ทว่า…
กลิ่นหอมของดอกข้าวโอ๊ตจางหายไปแล้วถูกแทนที่ด้วยกลิ่นเนื้อเน่าของสัตว์อสูรที่ร่างกายชุ่มไปด้วยเืมันเริ่มพุ่งความสนใจมาที่ฉันโดยไม่สนใจซนมินกิอีก
อยากหนีจังเลยโว้ย…!
ความกดดันในตอนนี้เทียบไม่ได้เลยกับตอนเล่นเกมผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถืออีกไม่นานฉันอาจมีสภาพเดียวกับซนมินกิก็ได้
โออออ—!
ทว่าเ้าสัตว์อสูรกลับกู่ร้องลั่นแล้วเมินฉันไปเสียอย่างนั้นอาจเป็เพราะการโจมตีของฉันไม่สามารถสร้างความเสียหายให้มันได้เลยแม้แต่น้อยจึงถูกมองว่าไม่มีพิษมีภัย บริวารของบรรพตระกูลจึงไม่โจมตีฉันตรงๆ แต่หันไปทำตามคำสั่งจากพรคุ้มครองที่ระบุว่า‘ทำลายทุกอย่างให้ราบคาบ’ แทน
[คำเตือน : เอเนมี ‘ไรโนเซรอน’ เตรียมใช้สกิล ‘พุ่งชนเต็มกำลัง’]
ไรโนเซรอนเริ่มปล่อยไอสีแดงออกจากร่างซึ่งเป็เอฟเฟกต์ขณะที่เกิดขึ้นเมื่อเอเนมีใช้สกิลในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าร่างของฉันคงไม่พ้นถูกบดขยี้จนกลายเป็ผงด้วยคลื่นกระแทกที่เกิดจากการสกิลของมัน
เร็วขึ้น
เร็วขึ้นอีก!
ฉันกระหน่ำแทงต่อไปโดยไร้ความลังเล
“ไม่ต้องแล้ว…! พอเถอะ รีบหนีไป! โจอึยชิน!”
เสียงะโของจางนัมอุกดังมาจากที่ไกลๆแต่ฉันยังคงรัวมีดใส่ร่างที่กำลังปล่อยไอสีแดงออกมาไม่ยั้ง
บี๊บ!
[ค่าความชำนาญอาวุธเพิ่มถึง 100%]
เสียงของระบบดังขึ้น
สำเร็จ!
ฉันเล็งมีดที่กำลังส่องแสงแล้วเสียบไปที่ไรโนเซรอนเต็มแรง
[ระดับความหายากของอาวุธเพิ่มจาก N- เป็ N]
ใบมีดถูกห่อหุ้มด้วยเอฟเฟกต์พิเศษจากการยกระดับความหายาก
มีดในมือของฉันทะลวงฝ่าไอสีแดงที่แผ่กระจายออกจากร่างของไรโนเซรอนแล้วเสียบลึกลงไปที่ร่างของสัตว์อสูรราวกับการโจมตีที่ไม่อาจสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนก่อนหน้านี้เป็เื่โกหก
ใบมีดแทงทะลุจุดตายของสัตว์อสูรอย่างแม่นยำ
ฉึก!
[การโจมตีพิเศษ ‘สิ้นชีพชั่วพริบตา’ แสดงผล]
ในที่สุดเสียงเอฟเฟกต์โจมตีพิเศษและเสียงระบบที่ฉันเฝ้ารอก็ดังขึ้นพร้อมร่างของไรโนเซรอนที่ทรุดลงกับพื้น
โออออ!
ไรโนเซรอนคำรามเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะทิ้งตัวกระแทกพื้นโดยไม่เหลือเรี่ยวแรงให้ต่อต้านแม้เ้าสัตว์อสูรจะล้มลงแล้ว แต่ฉันก็ยังคงยืนถือมีดจ้องมันอยู่พักใหญ่จนมั่นใจว่ามันแน่นิ่งไปแล้ว
ฉันล้มมันได้แล้ว…!
ฉันหายใจโกยอากาศเข้าปอดพลางจ้องร่างของสัตว์อสูรที่นิ่งไปแล้วขืนช้ากว่านี้อีกนิด มีหวังได้ลงเอยแบบเดียวกับซนมินกิ
แม้มือที่ถือมีดจะหยุดสั่นแล้วแต่ในหัวยังคงรู้สึกวิงเวียน
“โจอึยชิน!”
จางนัมอุกกับยูซังฮุนะโเรียกฉันแล้วปรี่เข้ามาหาอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าตอนวิ่งหนีเสียอีก
ภาพนั้นทำให้ฉันคลายความตึงเครียดลงแล้วหัวเราะออกมา
“จอดสนิท…ทำได้ดีมาก โจอึยชิน!”
“เฉียดฉิวเลยนะ…หรือว่านายตั้งใจ?”
จางนัมอุกทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ส่วนยูซังฮุนระบายยิ้มกว้าง ดูเหมือนร่างกายกำลังหลั่งอะดรีนาลินและกลบความเ็ปไปยูซังฮุนที่สีหน้าซีดเซียวถึงได้มีแรงมาพูดเล่น
“ตั้งใจที่ไหนกัน…พวกนายก็ทำได้ดีไม่แพ้กันนะ”
ฉันตบบ่าจางนัมอุกที่กำลังหลั่งน้ำตาให้ฮึบเอาไว้ถึงจะเป็เด็กม.ต้นแต่การร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นก็อาจกลายเื่ที่เมื่อนึกย้อนมาแล้วรู้สึกอับอายทีหลัง
ฉันตบบ่าเขาแรงขึ้นอีกนิดถึงจะเจ็บแต่จางนัมอุกก็คลี่ยิ้มออกมา
“ยูซังฮุน เืหยุดไหลแล้วเหรอ”
“เป็เพราะยาฟื้นฟูที่ไอ้เวรซนมินกิสาดมาน่ะตอนนี้แผลดีขึ้นนิดหน่อยแล้วล่ะ”
แม้เืจะหยุดไหลแล้วแต่ถ้าเคลื่อนไหวมากไป แผลก็อาจปริแตกอีกรอบสำหรับคนอย่างยูซังฮุนที่ต่อให้ใกล้ตายก็ไม่เคยโอดครวญ
ต่อให้อาการสาหัสกว่านี้เขาก็คงไม่ยอมบอกอยู่ดี
เพื่อป้องกันไว้ก่อนฉันจึงถอดเสื้อแจ็กเก็ตเครื่องแบบนักเรียนของยูซังฮุนออกแล้วกรีดด้วยมีดพับเพื่อทำเป็ผ้าพันแผลชั่วคราว จากนั้นก็นำมาพันรอบอกของยูซังฮุน
ฉันเปลี่ยนมีดให้กลับเป็การ์ดแต่ในวินาทีนั้นก็เห็นว่าข้อมูลไอเท็มเกิดการอัปเดต
[เรียกดูข้อมูลไอเท็ม]
[ชื่อไอเท็ม: มีดพับของมือสังหารฝึกหัด]
[ประเภท: อาวุธ]
[ระดับความหายาก: N]
[ค่าความชำนาญ: 102%]
[คุณสมบัติ: เพิ่มโบนัสค่าประสบการณ์ความชำนาญ +10%, ความว่องไว +2.5, พละกำลัง +0.5]
[คุณสมบัติเพิ่มเติม : มีโอกาสต่ำที่จะทำให้ศัตรูเสียชีวิตทันที]
[คำอธิบาย: อาวุธคุณภาพต่ำที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดซึ่งเปี่ยมด้วยความอาฆาตของเ้าของเดิม—ิญญาอาฆาตและมือสังหารฝึกหัดิญญาอาฆาตดวงนี้ฝึกฝนทักษะของตนอย่างไม่หยุดพักเพื่อแทงทะลุลำคอศัตรูหากไม่ละทิ้งความพยายาม การโจมตีก็อาจประสบความสำเร็จ]
ในการเผชิญหน้ากับเอเนมีที่เลเวลแตกต่างกันเกินไปแม้ความเสี่ยงจะสูง แต่ผลตอบแทนก็สูงตามเช่นกัน
หนึ่งในนั้นคือค่าความชำนาญอาวุธหรือที่เรียกว่าค่าประสบการณ์
ถึงมีดเล่มนี้จะมีระดับความหายากต่ำสุดแต่ก็มาพร้อมโบนัสเพิ่มค่าความชำนาญดังนั้นจึง้าค่าความชำนาญไม่มากนักในการเลื่อนระดับขอแค่ใช้มันโจมตีศัตรูที่มีเลเวลสูงๆ ก็จะสามารถเพิ่มระดับได้อย่างรวดเร็วและในตอนที่เกิดการเลื่อนระดับ อาวุธก็จะได้รับเอฟเฟกต์พิเศษเพิ่มเติมซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ‘สิ้นชีพชั่วพริบตา’
ถึงจะมีเอฟเฟกต์สังหารศัตรูแต่เงื่อนไขในการปลิดชีพก็ยุ่งยาก โอกาสสำเร็จน้อย แถมยังเป็อาวุธระดับต่ำท้ายที่สุดก็เป็เพียงไอเท็มขยะในเกมที่ไม่มีใครใช้
แต่ถ้าตรงหน้ามีบาเรียที่เสริมความแข็งแกร่งโดยบรรพตระกูลและสร้างสถานะผิดปกติได้ผลลัพธ์ก็จะต่างออกไป
เพราะในหน้าต่างแสดงข้อมูลของไรโนเซรอนเผยให้เห็นว่าหนึ่งในสถานะผิดปกติจากบาเรียคือการลดค่าความต้านทานการโจมตีแบบพิเศษ
ถือว่าโชคช่วย
แม้ว่าดวงในการสุ่มไอเท็มจะห่วยแตกก็เถอะ
หากได้รับอาวุธระดับความหายากสูงหรือดีกว่านี้การเอาตัวรอดให้ครบสิบห้านาทีก็ไม่ใช่เื่ยากเย็น
ถึงอย่างนั้นหากไม่ได้สกิลพลังแห่งโชคชะตาละก็คงมีใครบางคนต้องสังเวยชีวิตเพราะแผนของซนมินกิแน่ๆ
“โจอึยชิน…มันไม่แน่นไปหน่อยเหรอ”
“อดทนไว้ก่อน ปกติการห้ามเืเขาก็ต้องกดแผลไว้แน่นๆ ไง”
อีกฝ่ายเผยสีหน้าบูดบึ้งแต่ก็ไม่ได้พูดว่าเจ็บ ส่วนจางนัมอุกที่อยู่ข้างๆ ยูซังฮุนที่กำลังเก็บอาการก็เอาแต่บ่นโน่นบ่นนี่ไม่หยุด
ฉันก็รู้สึกเหมือนได้ัักับเศษเสี้ยวหนึ่งของแฮปปี้เอ็นดิ้งที่เคยวาดหวังไว้ในขณะที่กำลังจะตาย
ถึงอย่างไรชีวิตเก่าของฉันก็มีเวลาจำกัดอยู่แล้ว ไม่มีอนาคตอะไรให้คาดหวังถ้าสามารถทำให้ได้เห็นตอนจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งในโลกนี้ได้ มันก็คงไม่เลวร้ายอะไรนัก
ทว่าปริศนาเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ฉันกำลังเผชิญก็ยังคงอยู่
แต่ว่าตอนนี้…
นี่คือเวลาแบ่งปันความยินดีร่วมกับพวกพ้องที่เอาชีวิตรอดจากบทฝึกสอนมาได้
เพราะพวกเราคือกลุ่มแรกและกลุ่มสุดท้ายที่เคลียร์‘บทฝึกสอนของตัวประกอบไร้นาม’ ของเกมนี้ได้สำเร็จ
“นายช่วยไอ้สารเลวนั่นทำไม”
ยูซังฮุนเหลือบมองซนมินกิที่นอนเือาบด้วยหางตาแม้จะรักษาสภาพร่างโดยรวมไว้ได้แต่ก็าเ็สาหัสไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาแค่หมดสติหรือตายไปแล้ว
น่าจะยังไม่ตายนะ
ใกล้ๆซนมินกิ มีซาก ‘การเสียสละของหุ่นไล่กายัดนุ่น’ ไอเท็มที่ยูซังฮุนยกให้ฉัน กระจัดกระจายอยู่สี่ชิ้น
“ไอเท็มช่วยลดดาเมจสินะ”
ดูเหมือนจางนัมอุกจะมองออกเพราะสกิลวิเคราะห์
ในตอนที่ผลของตาข่ายกับดักใยแมงมุมหมดลงฉันใช้การเสียสละของหุ่นไล่กายัดนุ่นเพื่อช่วยซนมินกิ
“ฉันใช้ไปเพราะอยากช่วยชีวิตเขาไว้ ค่าสถานะของไรโนเซรอนลดลงแล้วถ้าลดความเสียหายลงได้ ถึงจะพิการแต่ก็ยังพอมีชีวิตรอด”
เพลเยอร์ที่มีพลังพิเศษจะแข็งแกร่งกว่าคนปกติมากทีเดียวย่อมไม่ตายง่ายๆถ้าเทียบเลเวลของเพลเยอร์กับคนธรรมดาค่าศักยภาพโดยรวมของฉันซึ่งเป็นักเรียนม.ต้นปีสามและเพลเยอร์ฝึกหัดน่าจะอยู่ราวๆ เลเวลสิบ
ในกรณีของคนทั่วไปอาจแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคลซึ่งส่วนใหญ่ก็จะอยู่ใน่เลเวลหนึ่งถึงห้าหากแขนขาถูกทำลายจนแหลกละเอียดพร้อมกันก็อาจเกิดอาการช็อกเสียชีวิตในทันทีทว่าซนมินกิคือเพลเยอร์ฝึกหัดที่มุ่งมั่นจะเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนม.ปลายชั้นนำของประเทศดังนั้นเขาย่อมไม่ตายง่ายๆ แบบนั้นแน่
“ฉันให้ไอเท็มนั้นกับนายที่ต้องรับหน้าที่เสี่ยง ไม่ใช่ไอ้สารเลวจอมหักหลัง”
“ฉันรู้”
“แล้วนายก็ยังจะช่วยคนที่พยายามฆ่านายอีกน่ะเหรอ”
“ไม่หรอก”
ใบหน้ายูซังฮุนบูดเบี้ยวราวกับกำลังเคี้ยวส้มเน่า
“ถ้าเขาสำนึกผิดขึ้นมาก็คงพอว่ากันได้ แต่ฉันว่าเขาคงทำไม่ได้หรอกเพราะงั้นไม่เป็ไรหรอกน่า”
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะช่วยชีวิตไอ้สวะนั่นอยู่แล้ว
แต่จะปล่อยให้ซนมินกิตายที่นี่ไม่ได้
ถ้าหากโรงเรียนม.ปลายอึนกวังโรงเรียนม.ปลายอันทรงเกียรติของเกาหลีใต้มีนักเรียนตายไปหนึ่งคนระหว่างสอบเข้าด้วยฝีมือบริวารของเผ่าหมีโดยที่อีกสามคนรอดชีวิต ลูกศรจะเพ่งเล็งมาที่โรงเรียนและสามผู้รอดชีวิตทันทีถึงฉันจะเป็คนลงมือ แต่สองคนนี้ก็จะโดนหางเลขไปด้วย
ตัวฉันน่ะไม่เป็ไรหรอกแต่เด็กม.ต้นพวกนี้จะรับมือกับชีวิตประจำวันที่พังทลายได้หรือเปล่า
ถ้าเป็ไปตามที่ฉันคิด…ซนมินกิไม่มีทางสำนึกผิดต่อให้รอดชีวิตมาได้ก็ตาม
วิกฤติแห่งความตายไม่อาจเปลี่ยนแปลงสันดานมนุษย์สิ่งที่ฉันได้เห็นใน่เวลาแห่งความเป็ความตายนั่นแหละคือธาตุแท้ของซนมินกิ
“ก็ได้”
ท้ายที่สุดยูซังฮุนก็เป็ฝ่ายที่ยอมลงให้ก่อนบรรยากาศพลันกระอักกระอ่วนขึ้นทันใดจางนัมอุกสังเกตท่าทีของฉันกับยูซังฮุนครู่หนึ่ง ก่อนจะพาเปลี่ยนเื่คุย
“เอ๊ะ…ว่าแต่ฉันให้การ์ดน้ำยานายไปสองใบเหรอ ฉันนึกว่ามีแค่สี่ใบซะอีกเลยพลาดไปแต่สุดท้ายก็ค่อยยังชั่วนะ…”
บึ้ม!
ความพยายามในการเปลี่ยนบรรยากาศของจางนัมอุกพลันไร้ความหมายทันทีเขาพูดยังไม่ทันขาดคำ ประตูโรงยิมก็ถูกทำลายพร้อมกับเสียงะเิดังสนั่น
ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งนาทีก่อนที่บาเรียจะถูกปลดนี่นา…
ผู้ที่สามารถทำลายบาเรียของบรรพตระกูลได้ย่อมต้องเป็ตัวตนที่มีระดับฝีมือใกล้เคียงกับบรรพตระกูล
ฉันจางนัมอุก และยูซังฮุน ต่างมองไปที่ต้นเสียงอย่างระแวดระวัง
อะไรน่ะ…
เมื่อเห็นภาพตรงหน้าสมองของฉันพลันว่างเปล่าไปชั่วขณะ
ตรงหน้าประตูโรงยิมที่ถูกทำลายมีคนคนหนึ่งยืนอยู่พร้อมถือดาบใหญ่สีขาวเจิดจ้า ฉันรู้จักดาบใหญ่เล่มนั้นดี
เขี้ยวขาวสะบั้นเมฆาเฉือนผ่าอัสนี
เป็ดาบที่เล่าลือกันว่าเป็เขี้ยวของเสือขาวที่หากเหวี่ยงขึ้นฟ้าก็สามารถตัดสายฟ้าผ่าก้อนเมฆให้ขาดได้
แบคโฮกุน…!
ต่อให้ไม่เห็นดาบแค่เห็นเงาฉันก็จำเขาได้แล้วแบคโฮกุนคือตัวละครสุดท้ายที่ยังยืนหยัดอยู่ในการต่อสู้ฉากสุดท้ายเขาคือตัวละครหลักที่ฉันใช้เวลาปั้นและใช้งานมายาวนานที่สุด
ทว่า…
แบคโฮกุนไม่ควรจะปรากฏตัวในอีเวนต์นี้…
โลกใบนี้มีบางอย่างผิดเพี้ยนไปจากเกมที่ฉันรู้จัก