หากคังบุกมีสถานีตำรวจจงโน ที่คังนัมก็มีสถานีตำรวจคังนัม
ทั้งสองแห่งเป็สถานีตำรวจที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเกาหลี
หากสถานีตำรวจจงโนสามารถขยายพื้นที่ได้เพราะมีสถาบันระดับชาติที่สำคัญรวมถึงทำเนียบรัฐบาลตั้งอยู่ ดังนั้นที่เขตคังนัมเมื่อเงินที่เป็บ่อเกิดของความโลภรวมอยู่ที่นี่ความวุ่นวายต่าง ๆ ก็ตามมา รัฐจึงต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่นี้เป็พิเศษ จึงต้องมีกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรม
“หัวหน้า ฟังอยู่หรือเปล่าครับ”
มินจองฮัก หัวหน้าทีม 1 เอ่ยถามระหว่างการประชุม เพราะหัวหน้าพัคอินซอบไม่มีสมาธิกับการประชุมหัวหน้าแผนกได้เหมือนปกติ
“หือ? อ่อ หัวหน้าทีมมิน ว่าถึงไหนแล้วนะ”
"ั้แ่เมื่อกี้แล้ว เหม่ออะไรอยู่ครับเนี่ย"
“ไม่มีอะไรหรอก ต่อเลย ๆ”
“ครับ”
มินจองฮักกดรีโมตเครื่องฉายโปรเจคเตอร์เพื่อไปหน้าต่อไป ในหน้าจอนั้นมีภาพสถานที่เกิดเหตุคดีชเวชิลซังเสียชีวิต
“อย่างที่เห็น มือขวาของคังชินแจ ชเวชิลซังก็ถูกพบเป็ศพเช่นกันด้วยเหตุนี้ จางควอนอิล ชินจุงวอน ไปจนถึงชเวชิลซัง การเสียชีวิตอย่างต่อเนื่องของสมาชิกแก๊งัดำถูกสงสัยว่าเป็ฝีมือของฆาตกรต่อเนื่อง"
จากนั้นหน้าจอก็เปลี่ยนไปและโปรไฟล์ของฮันซอลอาก็ปรากฏขึ้น
“อย่างที่ทราบกันดี ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมของฮันซอลอา โสเภณีที่เสียชีวิตเมื่อสองสัปดาห์ก่อนคิมชอนซูยังอยู่ภายใต้การสอบสวน และด้วยสถานการณ์แบบนี้ดูเหมือนว่าความเป็ไปได้ที่จะเป็ผลงานของโอฮยอนโจ ก็ไม่สามารถปัดตกไปได้ครับ”
“เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นมุ่งเป้าไปทางฝั่งคังชินแจ?”
“ครับ ข้อมูลเกี่ยวกับคดีเครื่องปั้นมูซองที่ได้มาก็บอกเช่นนั้นครับ การที่โรงกำจัดศพถูกเปิดเผยออกมาคาดว่าเงินทุนของแก๊งัดำจะลดลง ดังนั้นคังชินแจเสียเปรียบมากกว่าโอฮยอนโจครับ"
"สำหรับตอนนี้ นี่คือสถานการณ์ที่เป็ไปได้มากที่สุด..."
พัคอินซอบประสานมือเท้าไว้ใต้คาง
“ถึงอย่างนั้น ผลที่ออกมามันดูลำเอียงเกินไป เป็โอฮยอนโจจริง ๆ เหรอ”
เนื่องจากเขาเป็หนึ่งในผู้มีอำนาจในเขตนี้ จึงรู้เกี่ยวกับแนวโน้มนิสัยของคังชินแจและโอฮยอนโจถ้าคดีนี้เป็คดีฆาตกรรมจริง ๆ ดูเหมือนจะเป็วิธีการของคังชินแจมากกว่า
"หัวหน้าชา"
เขาเรียก ชาดงอุค หัวหน้าทีมสืบสวน 2
"ครับ"
“ไปสืบเื่ฮันซอลอาเป็ไงบ้าง ไม่มีหลักฐานที่โยงไปหาคิมชอนซูเลยเหรอ”
“ไม่ครับหัวหน้า ผมคิดว่าไม่ใช่คิมชอนซูครับ ตอนที่เขาถูกสอบสวน เขาบอกว่าควรจะฆ่าเธอก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำยิ่งเก็บไว้ยิ่งไร้ประโยชน์”
"ไอ้ชาติชั่ว"
ตอนที่พัคอินซอบได้รับทำคดีฆาตกรรมของฮันซอลอา เขาก็นึกถึงเื่นั้นทันที
คดีสถานเด็กกำพร้าบ้านรอยยิ้มที่เขาดูแลอยู่ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ในความทรงจำของพัคอินซอบเขาจำได้ว่าคิมชอนซูเป็พวกโรคจิต
"ผลชันสูตรศพของคุณฮันซอลอาจะออกมาเมื่อไหร่"
“ผมเช็กกับทางนิติเวชแล้ว เขาบอกว่าผลจะออกมาพรุ่งนี้ครับ”
“หัวหน้าชา พรุ่งนี้ไปกับผม”
“หัวหน้าจะไปเองเลยเหรอครับ”
"รู้สึกผูกพันน่ะ เฮ้อ..."
พัคอินซอบรู้สึกเสียใจ
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าตอนนั้นเขาไม่ยอมรับข้อเสนอของรุ่นพี่และรายงานตามจริงว่ามันเป็การฆาตกรรมที่ถูกวางแผนไว้ อย่างน้อยฮันซอลอาอาจถูกตัดสินจำคุกมากกว่าห้าปีและคิมชอนซูอาจจะลืมเธอไปก็ได้อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือเธอถูกตัดสินจำคุก 2 ปี 6 เดือนในข้อหาฆาตกรรมโดยมิได้เจตนา เวลาแค่นี้สั้นเกินไปที่คิมชอนซูจะลืมความรู้สึกอยากแก้แค้นเธอได้
สุดท้ายหลังจากที่ได้รับการปล่อยตัว คิมชอนซูบังคับให้เธอเข้าสู่วงการโสเภณีทั้งใช้งานทั้งขูดรีดเธอ
เพราะความสงสารของเขา ทำให้เธอเจอเื่เลวร้ายกว่าเดิม
พัคอินซอบมองพวกหัวหน้าทั้งหมดแล้วพูดขึ้น
“หัวหน้ามิน”
“ครับ”
“ทั้งหมดที่ออกมาในตอนนี้คือการฆ่าตัวตาย การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และการเสียชีวิตอย่างกะทันหันเหรอก่อนอื่นรวบรวมหลักฐานการฆาตกรรมให้ได้ แล้วรายงานอีกที”
"ได้ครับ"
"หัวหน้าชา"
"ครับ"
“ถึงแม้สถานการณ์ตอนนี้จะบอกว่าโอฮยอนโจเป็คนลงมือ แต่คิมชอนซูไอ้เวรนั่น ขุดจนกว่ามันจะบอก ขุดออกมาให้หมด ทั้งธุรกิจที่มันดูแล ทรัพย์สินทุกอย่าง”
"ครับ"
"ทีม 3 โอฮยอนโจ ทีม 4 ประกบคังชินแจ ส่วนทีม 5 รอสนับสนุนทีมอื่นอยู่ที่นี่มีคำถามไหม"
"ไม่มีครับ"
“ไปบอกเด็ก ๆ ให้ตื่นตัวไว้ ถ้าแก๊งัดำเริ่มสู้กันจริงมันจะไม่จบแค่เืคนสองคนหรอก”
เมื่อเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำและหนักหน่วง หัวหน้าทีมทุกคนรู้สึกประหม่า
"รับทราบครับ!"
“ประชุมเท่านี้แหละ หัวหน้าชา ทิ้งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคุณฮันซอลอาไว้ให้ด้วย”
เมื่อหัวหน้าทีมทั้งหมดออกจากห้องประชุม พัคอินซอบก็เปิดเอกสารดู เป็เอกสารคำให้การของผู้ที่พบศพของฮันซอลอาเป็คนแรกและเป็ผู้เกี่ยวข้องกับฮันซอลอาด้วยถึงจะได้ยินมาแล้วตอนประชุม แต่ก็ต้องทบทวนอีกครั้ง
“ยอมซอกฮุน... ก่อนเปลี่ยนชื่อคือ ยอมบยองฮัน”
เขายังจำได้ เพราะเป็ชื่อที่ไม่ปกติทั่วไปและเป็เด็กที่อยู่ในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมเมื่อ15 ปีที่แล้ว
“จากคดีผู้อำนวยการ คราวนี้มาอยู่ในที่เกิดเหตุคดีการฆาตกรรมฮันซอลอาเื่บังเอิญเหรอ หรือเพียงเพราะแค่สนิทกับฮันซอลอา?”
พัคอินซอบรู้สึกเคลือบแคลงใจ เรียกได้ว่าเป็เซนส์ของนักสืบรู้สึกมั่นใจว่าต้องมีอะไรบางอย่าง
“ชเวมียอน ผู้หญิงคนนี้ก็เป็ผู้เกี่ยวข้อง”
เจอกันครั้งแรกในรอบสิบห้าปีและหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดคดีฆาตกรรม อาจเป็เพราะพวกเขาอยู่วงการเดียวกันแต่ทำไมถึงเพิ่งมาเจอกันตอนนี้ และจู่ ๆ ก็ถูกฆาตกรรม?
จะบอกว่าเป็เื่บังเอิญก็ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันนักสืบจะต้องสงสัยอยู่ตลอด และจะต้องมีสักอย่างหนึ่งที่ติดอยู่ในใจ
“คุณฮันซอลอา เกิดอะไรขึ้นกันแน่...”
พัคอินซอบไม่สามารถสลัดความคิดที่ว่าชีวิตของเธอช่างโชคร้ายจริงๆ
คังชินแจไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เพิ่งได้ยินมาว่าชินจุงวอนเสียชีวิตเมื่อคืนวานนี้แต่ตอนเช้ายังได้ยินว่ามีคนตายเพิ่มอีกคน
“ใครตายอีก”
ซนจองมันตอบคำถามของเขาด้วยสีหน้ากลุ้มอกกลุ้มใจ
“ชิลซังถูกพบว่าเสียชีวิตครับ”
“สาเหตุ...คืออะไร"
“ตายเพราะขาดอากาศหายใจขณะที่นอนหลับในโรงแรมครับ"
“ขาดอากาศหายใจ? ใครฆ่าเขา”
“ได้รับการยืนยันว่าขาดอากาศเนื่องจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับครับ”
“นี่มันเื่บ้าอะไรแค่ชั่วข้ามคืน จุงวอนเก็บเงินเสร็จก็วิ่งไปให้รถบรรทุกชนตายส่วนชิลซังก็นอนกรนจนตายไปงั้นรึ เป็แก จะเชื่อไหม ทำอะไรกันอยู่วะ! ไม่เช็กให้มันรอบคอบหน่อยรึ!”
โดนตะคอกมาเช่นนั้น ซนจองมันเหงื่อท่วมและตอบว่า
“ดูเหมือนว่าเขาจะกินยานอนหลับขณะเมาถึงจะหายใจไม่ออกก็ไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้ครับ”
“ยานอนหลับ? ทำไมชิลซังถึงกิน”
“ได้ยินมาว่าปกติแล้วเขามีอาการนอนไม่หลับเลยได้ยามาครับ”
“แม่ง...แม่งเอ๊ย ไหนบอกว่ากินเหล้าไงมันก็ต้องง่วงแล้วสิ ทำไมถึงกินยานอนหลับอีกล่ะ นั่นยาแก้หวัดรึไงถึงต้องกินทุกวัน?”
“ที่จริงดูเหมือนว่าพวกเด็ก ๆก็รู้สึกะเืใจเพราะจัดการไอ้พวกค้ายาเมื่อสองคืนก่อน ชิลซังเองก็คงเป็เหมือนกันจึงไม่ได้กินยานอนหลับตอนนั้น เลยมากินเอาตอนนี้ครับ”
- ตึง!
เขาฟาดโต๊ะอย่างแรงและจ้องไปที่ซนจองมัน
“ช่างแม่ง! แกแน่ใจนะ?ว่าไม่ได้ถูกใครฆ่า”
“ผมตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งหมดแล้วไม่มีใครเข้ามาในห้องที่ชิลซังพักอยู่ ถ้ามีคนฆ่าเขา คงทำลายกล้องวงจรปิดไปแล้วแต่ไม่มีร่องรอยอะไรเลยครับ”
“ไม่ ฮยอนโจเป็คนทำ ไอ้เวรนั่นมันแกล้งฉันอยู่”
“ลูกพี่ ใจเย็นก่อนครับ อย่าลงมือโดยไม่มีหลักฐานสิครับ”
คังชินแจเหลือบมองซนจองมันและหยิบบุหรี่ออกมาคาบไว้ที่ปากเอนตัวลงบนเก้าอี้
“เฮ้อ จองมัน”
"ครับ ลูกพี่"
“ฉันเชื่อใจแกได้ใช่ไหม”
"......!"
“ก็ตอนนี้ มันไม่ใช่เื่น่าสงสัยแล้วมันเห็นได้ชัดว่าฮยอนโจกำลังเล่นงานฉันอยู่ แต่แกมาบอกให้ฉันอยู่เฉย ๆ ลองคิดดู เมื่อก่อนฮยอนโจเรียกหา แกก็กระดิกหางเข้าไปหามัน... แล้วมันบอกว่าจะให้ตึกในคังนัมด้วยนี่ใช่ไหม”
ซนจองมันรู้สึกราวกับถูกตีที่หัวด้วยค้อนหนักๆ
ลูกพี่สงสัยในตัวเขา อยู่ด้วยกันมานานนับหลายสิบปีแม้แต่เื่ตึก ตอนที่ดื่มด้วยกันเขาก็เป็คนเล่าให้ฟังเองตั้งหลายครั้ง แต่ไม่คิดไม่ฝันว่าคำพูดเ่าั้จะกลับมาเป็หอกแทงตัวเอง
“ทนไว้... ตอนนี้ลูกพี่ไม่มีสติมากพอ”
ซนจองมันคิดว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการทะเลาะครั้งนี้ได้แล้วจึงเอ่ยปากออกไปว่า
“ลูกพี่ เชื่อผมเถอะครับผมจะลากโอฮยอนโจมาไว้ตรงหน้าลูกพี่เอง”
"......"
แววตายังคงไม่คลายความสงสัย ซนจองมันกัดริมฝีปากจนเืออกและก้มศีรษะลง
“ช่างเถอะ ไม่มีหลักฐานว่าแกทำอะไรสักหน่อยไม่ต้องทำงานอย่างอื่นแล้ว จัดการแค่เื่ทำให้ไอ้ชอนซูไม่โดนจับขังให้ไวที่สุดก็พอ”
"ครับ..."
ซนจองมันเดินไหล่ตกออกมาจากห้องทำงานคังชินแจมองไปยังประตูที่เขาเดินออกไปและพึมพำเบา ๆ
“ถ้าไม่มีหนอน ก็คงไม่มีคนตายไปเรื่อย ๆ แบบนี้ แต่ก็ไม่มีหลักฐานเหลือไว้แม้แต่ชิ้นเดียว”
คนใกล้ชิดที่คอยดูแลข้อมูลภายใน คนทรยศที่มีความสามารถพอที่โอฮยอนโจจะใช้ที่คังชินแจรู้ คนคนนั้นมีแค่ซนจองมัน
นิติเวช
ชื่อทางการคือสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แห่งชาติ
ผมไปที่นั่นกับจอนมินซองและชเวมียอนเพราะผลชันสูตรออกมาแล้ว ต้องขอบคุณอำนาจความเป็อัยการของจอนมินซองทำให้เขาสามารถมาฟังผลได้ด้วยตนเองเช่นนี้
“เธอมาทำไมเนี่ย”
คำพูดคล้ายจะจับผิดของจอนมินซอง ทำให้ชเวมียอนโกรธจนตาเขียว
“ฉันมาไม่ได้หรือไง ฉันมาฟังผลการชันสูตรศพของพี่สาวฉันจ้า ถามมาได้มาทำไร มาทำไม”
“ไว้ฟังทีหลังก็ได้ มากวนเปล่า ๆ”
เมื่อเห็นทั้งสองคนทะเลาะกันอยู่ข้าง ๆ เป็ผมนี่แหละที่หงุดหงิดกว่าใคร
มาสร้างความรำคาญขึ้นไปอีก
“หยุดทะเลาะกันแล้วเข้าไปสักทีเถอะครับ”
ผมเดินผ่านพวกเขาเข้าไปทางประตูหน้าของสถาบันนิติเวช
“เฮ้ย ๆ ฉันต้องเข้าไปก่อนสิ”
จอนมินซองรีบเดินนำ บอกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรงทางเข้า ถึงจุดประสงค์ที่มาแสดงบัตรยืนยันตัวตน รับบัตรผ่าน สแกนบัตรตรงทางเข้า ผ่านเครื่องตรวจจับโลหะรวมทั้งตรวจข้าวของต่าง ๆ เหมือนด่านตรวจที่สนามบิน
“ต้องขอเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากช่องปาก กรุณาอ้าปากด้วยครับ”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินเข้ามาหาพร้อมกับสำลีก้าน
"ทำทำไมเหรอครับ"
"ถ้าจะเข้ามาในสถาบันนิติเวช คุณจะต้องเก็บยีนไว้ก่อนครับ ทั้งของกลางและยีนของคนที่เข้ามาอาจปะปนกันได้ครับ"
มีเื่แบบนี้ด้วยสินะ
ผมรู้สึกไม่เต็มใจ แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องให้ความร่วมมือ
หลังจากเก็บตัวอย่างแล้ว จอนมินซองก็หยุดตรงหน้าห้องที่มีเครื่องหมาย"ห้องตรวจ"
“รอตรงนี้แป๊บหนึ่งนะ ฉันจะไปรับผลชันสูตรแล้วออกมา”
หลังจากที่เขาเข้าไปข้างในแล้ว ผมกับชเวมียอนก็นั่งลงบนเก้าอี้ตรงโถงทางเดินเพื่อรอเขา
ผ่านไปนานแค่ไหนแล้วนะ
- ตึก ตึก
ผมเห็นชายสองคนร่างกายกำยำกำลังเดินมาทางนี้ ถ้าบอกว่าเป็พนักงานของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์แห่งชาติก็ดูจะไม่เหมาะกับพวกเขา คิ้วของพวกเขาเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองมาที่เราราวกับเจอคนรู้จัก
“พวกคุณก็มาด้วยเหรอครับ”
ผมและชเวมียอนต่างมองหน้ากัน และส่งสายตาเป็การถามว่าใช่คนรู้จักของตนไหมแต่ทว่าพวกเขาเป็คนที่เราไม่รู้จักเลย
"คุณคือใครครับ"
“โอ้ คุณรู้จักนักสืบคิมชอลโฮไหมครับ”
“ครับ เป็นักสืบที่รับผิดชอบคดีของพี่ซอลอา”
ตอนนั้นผมได้พบกับนักสืบตอนที่ให้ปากคำเพราะเป็ผู้พบเห็นเหตุการณ์คนแรกเราแลกนามบัตรกัน ผมเลยจำชื่อได้
“นักสืบคิมเป็ลูกน้องผมเองครับ ผมชาดงอุค หัวหน้าหน่วยสืบสวนสอบสวนทีมที่2 สถานีตำรวจคังนัมครับ ส่วนท่านนี้ เป็หัวหน้ากองบังคับการปราบปรามอาชญากรรม พัคอินซอบ ครับ”
“อ่า ครับ สวัสดีครับ ผมยอมซอกฮุนครับ”
"ชเวมียอนค่ะ"
หลังจากที่เราทักทายกัน ชายที่เป็หัวหน้ากองปราบปรามก็ถามผมว่า
“พวกคุณสองคนมาที่นี่ทำไมครับ หรือว่าทราบว่าผลชันสูตรออกก็เลยมากันหรือเปล่าครับ”
"ครับ"
พัคอินซอบมองไปที่หัวหน้าทีมข้าง ๆ เขาและถาม
“หัวหน้าชา อะไรเนี่ย”
“ไม่รู้สิครับ นักสืบคิมไม่ได้บอกอะไรเลย”
จากนั้นชเวมียอน ก็ก้าวไปข้างหน้าและพูดว่า
“ฉันไม่ได้ยินมาจากตำรวจหรอกค่ะ คนรู้จักทางฝั่งอัยการเขาบอกมาค่ะ”
“คนรู้จักทางฝั่งอัยการเหรอครับ”
-แกร๊ก
ตายยากเสียจริง
จอนมินซองเปิดประตูออกมา
“หือ? หัวหน้าพัค หัวหน้าชา มาเมื่อไหร่ครับเนี่ย มาตรวจเอกสารการชันสูตรศพกันเองเลยเหรอครับ”
จากคำถามของเขา ทั้งสองถามพร้อมกันราวกับนัดกันไว้
“คนรู้จักของคุณคืออัยการจอนเหรอครับ”
อะไรนะ รู้จักกันหรอกเหรอ