โจวซิ่วหลันออกมาจากห้องในทันที ก่อนจะเดินออกไปหาเด็กทั้งสองที่เห็นแผ่นหลังไวไวเดินไปทางด้านหลังบ้าน เมื่อเดินออกมาก็ชะโงกหน้าดูตรงประตูห้องครัว เห็นว่าทั้งสองเดินไปยังส่วนที่ใช้เป็ห้องเก็บฟืน เธอจึงได้เดินเข้าไปหาเด็กทั้งสองที่กำลังก้มๆ เงยๆ เอาฟืนเก็บเข้าที่
ที่แท้เด็กสองคนนี้ก็ออกไปหาฟืนนี่เอง
"พี่สะใภ้"
เสียงของเด็กหญิงดังขึ้นแ่เบายามเมื่อหันมาเห็นเธอ ก่อนจะเดินไปหลบด้านหลังของผู้เป็พี่ชายที่ยืดตัวขึ้นในทันที มือเล็กของเด็กน้อยคว้าจับชายเสื้อของผู้เป็พี่ชายเอาไว้แน่น แววตากลมโตมองมาที่เธออย่างตื่นกลัว ทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น
ส่วนเด็กผู้ชายนั้นก็คล้ายจะกางปีกปกป้องน้องสาวในทันที ทั้งยังใช้สายตาจ้องมองเธอเขม็ง สายตาของเด็กคนนั้นที่มองมากำลังเอ่ยกับเธอว่า
คิดจะมาหาเื่อะไรอีก
เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับเด็กทั้งสอง ความทรงจำเกี่ยวกับทั้งสองคนก็ผุดเข้ามาในหัวของโจวซิ่วหลัน
เด็กหญิงเฉินซินยี่ผู้นั้นหวาดกลัวเธอมาก เพราะตัวเธอในอดีตมักจะเกรี้ยวกราดใส่อีกฝ่ายเสมอ ทั้งยังทุบตีด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย
ส่วนเด็กผู้ชาย เฉินสือฮัน คือไม้เบื่อไม้เมาของเธอ เด็กคนนี้ไม่ชอบหน้าเธอมาั้แ่แรกที่แต่งเข้ามาในบ้านตระกูลเฉิน เพราะเขามองออกว่าเธอนั้นเสแสร้ง เธอเป็คนไม่ดี และเขาก็คิดไม่ผิดจริงๆ
เฉินสือฮัน เป็คนเดียวที่กล้าต่อต้านเธอ เขาคอยปกป้องแม่กับน้องมาตลอด และมักจะใช้สายตามองเธออย่างคับแค้นใจ แต่ประโยคเดียวที่ทำให้เด็กชายยอมลงให้เธอเสมอคือ
หากแกยังอวดดีกับฉัน ฉันจะตีน้องแกให้ตาย
โจวซิ่วหลันกวาดตามองเด็กทั้งสองแล้วเม้มปากแน่น ไม่รู้ว่าจะจัดการกับเด็กสองคนนี้อย่างไรดี
เธอไม่ได้ไม่ชอบเด็ก แต่เธอก็ไม่เคยคิดที่จะเข้าใกล้หรือให้ความสนิทสนม เพราะมันจะทำให้เธอคิดถึงน้องๆ ทั้งสองที่ตายไป
เด็กสองคนนี้ทำให้เธอคิดถึงน้องๆ ของเธอทั้งสองคนที่อายุสั้น
สภาพของเด็กทั้งสองทำให้เธอพูดไม่ออกบอกไม่ถูก เพราะมันแทบจะดูไม่ได้ เนื้อตัวสกปรกมอมแมมเต็มไปด้วยคราบดินโคลน ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าสีมอซอนั้นมีรอยปะชุนเต็มไปหมด บ่งบอกว่าพวกเขาถูกละเลยมากแค่ไหน
เฉินซินยี่อยู่ในชุดเสื้อตัวใหญ่หลวมโคร่ง มีหนังยางมัดตรงคอเสื้อเอาไว้ ส่วนกางเกงตัวสั้นนั้นก็คงจะรัดเอาไว้ด้วยหนังยางเช่นกัน เพราะเธอสังเกตเห็นว่าชายกางเกงนั้นสูงต่ำไม่เท่ากัน ร่างเล็กๆ นั้นผอมมากจนมองเห็นกระดูกทุกส่วนได้อย่างชัดเจน
เฉินสือฮันก็ผอมไม่ต่างจากน้องสาว แต่เขานั้นตัวสูงโปร่ง เขาสวมเสื้อพอดีตัวแต่มันค่อนข้างที่จะสั้น กางเกงขายาวที่สวมนั้นลอยขึ้นมาเหนือตาตุ่ม และตรงเอวก็มีเชือกผูกพยุงเอาไว้
นี่มันน้องชายน้องสาวของนายทหารจริงๆ หรือ เวลาเพียงหกเดือนเหตุใดเด็กทั้งสองจึงได้ดูย่ำแย่ถึงเพียงนี้
โจวซิ่วหลันอดที่จะรู้สึกเวทนาพวกเขาไม่ได้ แต่ใครล่ะที่ทำให้พวกเขาต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ไม่ใช่เธอหรอกหรือ
แต่ในขณะที่ความรู้สึกผิดกำลังกัดกินใจ สายตาก็เหลือบไปเห็นปลาตัวใหญ่สองตัวในตะกร้าสะพายหลังที่วางอยู่ด้านข้างของเด็กทั้งสอง หญิงสาวก็เอ่ยถามเสียงเย็นทันที
เธอพึ่งจะเข้าใจคำว่าไม้เรียวในมือสั่นเป็ยังไงก็วันนี้
"พวกเธอไปไหนกันมา"
"ก็ไปหาฟืนมาอย่างไร"
เป็เฉินสือฮันที่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย แม้จะรู้สึกสะดุดหูกับคำว่าพวกเธอ ไม่ใช่ พวกแก
"แล้วปลาพวกนี้ล่ะ นายได้มันมายังไง"
เฉินสือฮันมองตามอีกฝ่ายที่เดินเข้ามาคว้าตะกร้าปลาไปถือเอาไว้ ก่อนจะหันไปมองน้องสาวที่มองปลาเ่าั้ตาละห้อย พวกเขาจะไม่ได้กินมันอีกแล้วใช่หรือไม่ ความรู้สึกไม่ยินยอมก่อตัวขึ้นมาทันที เมื่อคิดว่ามารดาและน้องสาวจะไม่ได้กินปลาที่เขาอุตส่าห์จับมันมา จึงเอ่ยกับอีกฝ่ายเสียงแข็ง
"ปลาพวกนี้เป็ของพวกเรา พี่ไม่มีสิทธิ์"
"ฉันถามว่านายได้มันมายังไง"
"ก็จับมันมาน่ะสิ มันคงไม่โง่ถึงขนาดว่ายเข้ามาในตะกร้าเองหรอกมั้ง"
โจวซิ่วหลันถลึงตาใส่เ้าเด็กตัวเหม็นที่ส่งสายตาไม่พอใจมาให้เธอ ทั้งยังตอบกลับเธออย่างยียวนกวนประสาท
ปลาตัวใหญ่ขนาดนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกเขาคงจะไปจับปลาที่อ่างกักเก็บน้ำของหมู่บ้าน ซึ่งอ่างเก็บน้ำแห่งนั้นมีความลึกที่ไม่ธรรมดาเลย
โจวซิ่วหลันหลับตาลงพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกระงับความขุ่นมัวและความวูบโหวงภายในใจ พยายามที่จะใจเย็นกับเด็กทั้งสองคน
เธอไม่รู้หรอกว่าพวกเขาใช้วิธีไหนจึงจับมันมาได้ แต่การที่เด็กอย่างพวกเขาไปในสถานที่แห่งนั้นมันอันตรายมาก เธอมีความทรงจำที่ไม่ดีเกี่ยวกับน้ำ น้องชายและน้องสาวของเธอเคยตกน้ำในวัยเด็ก เธอที่เป็พี่สาวกลับไม่อาจช่วยเหลือพวกเขาได้เพราะในตอนนั้นเธอก็ยังเด็กเช่นกันและยังว่ายน้ำไม่เป็อีกด้วย แต่โชคดีที่มีคนช่วยเอาไว้ได้ทัน แต่ในที่สุดพวกเขาก็จากเธอไปเพราะอุบัติเหตุอยู่ดี
"ฉันขอสั่งห้ามพวกเธอไม่ให้ไปที่อ่างเก็บน้ำนั่นอีก เข้าใจไหม"
เฉินสือฮันยืนเม้มปากแน่น รู้สึกไม่ยินยอม จึงทำราวกับไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายพูด จะไม่ให้ไปอีกได้อย่างไร เขาพึ่งค้นพบว่าที่นั่นเป็แหล่งอาหารที่ดีเลยทีเดียว ต่อไปแม่และน้องสาวจะได้กินเนื้อปลาบำรุงร่างกายทุกวัน
"อาฮัน อายี่ เข้าใจที่พูดหรือเปล่า"
โจวซิ่วหลันเอ่ยถามย้ำเสียงดัง เมื่อเห็นความดื้อรั้นของอีกฝ่าย
"เข้าใจแล้วค่ะ พี่สะใภ้"
เฉินซินยี่นั้นถึงกับสะดุ้ง ตกปากรับคำอีกฝ่ายเสียงสั่น มือเล็กนั้นยังกระตุกชายเสื้อของพี่ชายยิกๆ เร่งให้พี่ชายที่ยืนอ้าปากค้างรีบรับปากพี่สะใภ้ก่อนที่จะถูกตีอีก
"ขะ เข้าใจแล้ว แค่นี้ใช่ไหม พวกเราจะได้ไปเสียที"
เฉินสือฮันเอ่ยออกมาเสียงตะกุกตะกัก เขาไม่ได้ใที่อีกฝ่ายเสียงดัง แต่ใในคำพูดเ่าั้มากกว่า
อาฮัน อายี่หรือ มันต้องเป็ ไอ้พวกเด็กเหลือขอ หรือไอ้พวกเด็กสารเลว มากกว่าไม่ใช่หรือไร
นี่มันจะแปลกประหลาดเกินไปแล้ว พี่สะใภ้ของเขาเผลอหกล้มจนหัวฟาดพื้นมาหรืออย่างไรกัน
เฉินสือฮันเผลอจ้องมองพี่สะใภ้ของตัวเองด้วยความประหลาดใจ แววตาของอีกฝ่ายแปลกไปจริงๆ ก่อนจะหันไปจับจูงมือน้องสาวเพื่อออกไปจากตรงนี้ เมื่อไม่อาจบอกได้ถูกว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปที่ตรงไหน
"เดี๋ยว"
"อะไรของพี่อีก"
เฉินสือฮันจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์ทันที ปลาก็เอาไปแล้ว ยังจะเอาอะไรจากพวกเขาอีก
"ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วกินข้าวเสีย ฉันเก็บเอาไว้ให้แล้ว อยู่บนโต๊ะในครัวนั่นแหละ"
"...."
"...."
เฉินสือฮันมั่นใจแล้วว่าอีกฝ่ายผิดปกติ เขาหรี่ตามองพี่สะใภ้ของตัวเองอย่างไม่ไว้วางใจ โดยไม่คิดที่จะปกปิดแววตาและความรู้สึกเลยสักนิด
คิดจะมาไม้ไหนอีกยัยปีศาจ
นั่นคือความคิดของเขา จากนั้นก็ดึงมือน้องสาวที่ยกนิ้วมือขึ้นแคะหูราวกับคิดว่าเมื่อครู่นี้เป็เธอที่ฟังผิดไป ซึ่งเขาเข้าใจน้องสาวเป็อย่างดีว่ากำลังรู้สึกอย่างไร
โจวซิ่วหลันค้อนใส่แผ่นหลังเ้าเด็กอวดดีปะหลับปะเหลือก
น้องชายยังขนาดนี้ พี่ชายจะขนาดไหนกัน
จากนั้นจึงเดินถือตะกร้าที่มีปลาตัวใหญ่อยู่ด้านในไปยังลานซักล้าง มื้อเย็นวันนี้เธอจะทำน้ำแกงปลาและปลาสามรสแสนอร่อย
ส่วนสองพี่น้องที่พากันเดินกลับเข้ามาในบ้านเพื่ออาบน้ำล้างคราบสกปรก กำลังมองความเปลี่ยนแปลงภายในบ้านอย่างตื่นตะลึง ภายในบ้านนั้นสะอาดสะอ้านจนทั้งสองต้องยกมือขึ้นขยี้ตาตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะหันมามองหน้ากันอย่างโง่งม
"เกิดอะไรขึ้นหรือพี่รอง"
เฉินซินยี่เอ่ยถามพี่ชายอย่างไม่อาจเก็บความสงสัยได้อีกต่อไป มันแปลกั้แ่เื่ของพี่สะใภ้แล้ว
"พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน"
สองพี่น้องมองหน้ากันอีกครั้ง ก่อนจะพากันเดินเข้าไปเปิดประตูห้องของตัวเอง ปรากฏว่ามันเป็เช่นดังที่พวกเขาคิดจริงๆ ภายในห้องของพวกเขาล้วนถูกทำความสะอาดอย่างดี ทุกอย่างถูกจัดเก็บเข้าที่อย่างเรียบร้อย แต่เครื่องนอนของพวกเขานั้นหายไป และเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างปรากฏว่ามันถูกซักจนสะอาดและตากเอาไว้ รวมทั้งเสื้อผ้าของพวกเขาด้วย
หรือว่าจะเป็มารดาของพวกเขาที่ทำสิ่งเหล่านี้ คิดได้ดังนั้นสองพี่น้องก็พุ่งตรงไปยังห้องนอนของมารดาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะชอบที่เป็เช่นนี้ แต่หากต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยของผู้เป็แม่ก็ให้มันเป็เช่นเดิมดีกว่า แต่เมื่อเปิดประตูห้องของผู้เป็แม่ ทุกอย่างภายในนั้นยังคงอยู่ในสภาพเดิม จนพวกเขาฉงน แต่เมื่อเห็นว่าผู้เป็แม่นั้นกำลังนอนหลับสบาย ซึ่งหาได้ยากยิ่ง จึงได้แต่พากันถอยออกมาอย่างเงียบเชียบ โดยไม่ทันได้สังเกตว่าบริเวณขาของผู้เป็แม่นั้นมีบางอย่างที่ผิดปกติ
"พี่ว่าเรารีบไปอาบน้ำแล้วกินข้าวกันก่อนดีกว่า เสี่ยวยี่หิวมากแล้วไม่ใช่หรือ จากนั้นค่อยกลับมาถามคุณแม่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถึงตอนนั้นคุณแม่คงจะตื่นแล้ว"
เฉินสือฮันเอ่ยกับน้องสาวอย่างอ่อนโยน
เฉินซินยี่เองก็พยักหน้ารับคำพูดของพี่ชายอย่างว่าง่าย ถึงแม้ว่าอาหารที่ว่านั้นจะเป็เพียงข้าวต้มใสๆ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้กินอะไรเลย ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำ แต่เพราะห้องน้ำที่สะอาดและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้เธอเผลออาบน้ำนานไปหน่อย ปล่อยให้พี่ชายนั่งรอจนเผลอหลับไป