Seek A Star : ดาวนำทาง

    บทที่ 12 เบื้องหลังแผนร้าย [Re]

    บทที่ 12 เ๤ื้๵๹๮๣ั๹แผนร้าย






    ทะเลสาบอวี้ตั้งอยู่ ณ ใจกลางหุบเขา โอบล้อมด้วยเทือกเขาลดหลั่นสลับซับซ้อน แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องกระทบผิวน้ำเป็นสีมรกตระยิบระยับ รังสรรค์ทิวทัศน์ประหนึ่งเป็นสรวงสวรรค์ฤดูร้อนในนิยายปรัมปรา 
    ทีมไดร์วิ่งเซฟการ์ดคอยท่ากันอยู่ที่ทะเลสาบอวี้ ตั้งแต่ระบุเจาะจงให้หน้าผาทะเลสาบอวี้เป็นจุดกระโดดในซีนที่ 37 ซีน ‘กระโดดน้ำ’ เมื่อเดือนที่ผ่านมา เจิ้งข่ายปรึกษากับทีมนักประดาน้ำเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของการแสดงในซีนนี้เรียบร้อยแล้ว
    ทีมนักประดาน้ำยืนยันความปลอดภัย น้ำที่ก้นทะเลสาบอวี้ใสแจ๋ว ไม่เป็นปัญหาต่อการจำแนกทิศทางเมื่อดำดิ่ง มีความลึกมากพอจะรองรับการพุ่งหลาวลงจากหน้าผา ไม่มีหินโสโครกหรือวัชพืชใต้น้ำที่บดบังวิสัยทัศน์หรือทำให้เกิดอันตราย กระแสน้ำก็สงบนิ่งไม่มีคลื่นลมแรง
    หากปัจจัยภายนอกเหล่านั้นล้วนไม่สำคัญเท่าทักษะของนักแสดง ผู้ต้องกระโดดจากหน้าผาสูงกว่า 20 เมตรลงสู่ผืนน้ำ 
    มู่เสวี่ยกับจางลี่เซียนยืนที่ริมหน้าผา ไม่ใช่บนระยะความสูง 20.5 เมตร แต่เป็นชั้นรองลงมาซึ่งมีความสูง 6 - 7 เมตรจากผิวน้ำ 
    “คุณจางจะกระโดดน้ำด้วยกันหรือคะ” มู่เสวี่ยสงสัย
    “เหอะ ฉันมาฟังเป็นวิทยาทานต่างหาก” จางลี่เซียนวางโต “ฉันเป็นนักแสดงมืออาชีพคนหนึ่ง ต้องมาตรวจสอบสแตนด์อินตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดสิ ถ้าเธอทำไม่ได้หรือแสดงท่าทางน่าเกลียดจนฉันรับไม่ได้ ฉันจะได้แจ้งจับเพื่อนเธอไง”
    “อ้อ งั้นคุณจางไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะคะ ฉันจะพยายามทำงานสุดความสามารถค่ะ”
    “ใครห่วงหล่อนมิทราบยะ!” ดาราสาวตอกกลับอย่างเหลืออด อัดอั้นตันใจกับดวงตาใสซื่อคู่นั้นมาก เธอสบประมาทคู่สนทนา “คำพูดลอย ๆ ใครก็พูดได้ พอเจอสถานการณ์จริงไม่รู้จะปากดีอย่างที่พูดหรือเปล่า กระโดดน้ำที่ฉันหมายถึงคือกระโดดน้ำจากจุดบนสุด ยี่สิบกว่าเมตรนั่นนะ ไม่ใช่เธอมาเล่นลิ้นกระโดดที่ความสูงไม่กี่เมตรแล้วหวังให้ฉันยกโทษให้เพื่อนเธอ แบบนั้นฉันไม่นับ”
    มู่เสวี่ยแหงนหน้ามองยอดผาและหลุบตามองใต้ผืนเท้า ผิวน้ำของทะเลสาบส่องประกายแวววับสะท้อนแสงอาทิตย์ บนหน้าผาชั้นบนความสูงจากริมผาจรดผิวน้ำไม่ใช่น้อย เพียงมองตาเปล่าในท้องก็ปั่นป่วนเมื่อจินตนาการภาพตอนร่วงหล่น 
    เธอยืนยันคำตอบ “ได้ค่ะ”
    เชอะ โอหังนัก! ทั้งยัยนี่ ทั้งเพื่อนมัน จางลี่เซียนเบ้ปาก
    “ก่อนผมเริ่มอธิบายหลักการในการเตรียมตัวกระโดดน้ำ พวกคุณว่ายน้ำแข็งกันแล้วใช่ไหมครับ” นักประดาน้ำขัดจังหวะสองสาว เห็นพวกเธอพยักหน้า เขาเข้าประเด็นทันที
    “งั้นเรามาลองกระโดดผาจากจุดนี้ก่อน ความสูงหกเมตรกำลังพอดีสำหรับมือใหม่ จะได้ไปต่อหรือไม่ผมขอทดสอบพวกคุณจากการกระโดดครั้งนี้ก่อน” เขาว่า “ผู้กำกับเจิ้งมอบสิทธิอำนาจในการตัดสินใจให้แก่ผมเพียงผู้เดียว ดังนั้นความปลอดภัยของพวกคุณต้องมาเป็นอันดับแรก ผมจึงต้องการประเมินความเสี่ยงของแต่ละคนตามวิธีของผมนะครับ
    “ในการกระโดดน้ำจากหน้าผา หลัก ๆ มือใหม่ต้องซักซ้อมคือ ‘ท่า’ เวลาลงน้ำ ซึ่งเราจะเลือกใช้ท่า Pencil Drive ที่ง่ายที่สุดนะครับ” ผู้เชี่ยวชาญอธิบาย “ยิ่งสูง คุณยิ่งต้องจัดระเบียบร่างกายตนเองให้ดีเพื่อลดแรงปะทะเวลาลงสู่ผิวน้ำ ปลายเท้าเหยียดตรง ห้ามไม่ให้มีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายยื่นออกมา ต้องพุ่งลงสู่ผืนน้ำเป็นแนวเส้นตรง ไม่ขวาง ไม่เอียง ไม่นอนนะครับ มิฉะนั้นคุณอาจได้รับบาดเจ็บสาหัส
    “นอกจากนี้ พอลงน้ำ คุณต้องเตรียมใจรับแรงกระแทกและการดำดิ่ง อย่าลืมหายใจออกก่อนแล้วค่อยถีบตัวขึ้นมา” เขาสาธิตท่าทางกับวิธีการอย่างละเอียด “สิ่งสำคัญที่ต้องจำใส่ใจให้ดีคือ อย่าตื่นตระหนก นอกเหนือจากการฝึกซ้อมที่ช่วยสร้างเคยชินและความมั่นใจทางกาย การเตรียมใจให้นิ่งก็เป็นสิ่งจำเป็น
    “เอ้า มาลองยืนเล่นตรงนี้ดูนะครับ” 
    เขากวักมือเรียกพวกเธอ ผลักสองสาวยืนประชิดริมผา แค่หนึ่งก้าวก็จะร่วงลงไปแล้ว แสงแดดวันนี้จ้ามาก แต่สองสาวรู้สึกมือไม้เย็นเยียบเพราะสามารถสัมผัสกระแสลมแรงซึ่งพัดจากพื้นเบื้องล่างมาปะทะหน้าตนอย่างชัดเจน ใต้เท้าเห็นผืนน้ำทะลุก้นสระ แค่คิดว่าตนต้องกระโดดลงไป ขนอ่อนบริเวณต้นคอก็พากันลุกชัน
    “ความรู้สึกมวนท้องแบบนี้ต้องทำใจให้ชินและใช้ความนิ่งสยบนะครับ ไม่มีทางอื่นอีกแล้ว”
    จางลี่เซียนอยากเป็นลม เตรียมใจให้นิ่งบรรพบุรุษนายสิ!
    เกิดมากีฬาผาดโผนที่สุดที่เธอเคยเล่นคือกีฬาขี่ม้า ส่วนกีฬาทางน้ำที่น่าหวาดเสียวที่สุดสำหรับเธอคือการเล่นสไลเดอร์ในสวนน้ำระดับความสูงประมาณ 10 เมตร ทว่าไถลตัวลงสไลเดอร์กับกระโดดลงน้ำ 20 เมตรมันคนละเรื่องกัน
    มองเด็กสาวบ้านป่าข้างกาย มู่เสวี่ยเพียงตั้งใจฟังอาจารย์พูด ไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง 
    กลัวจนสมองฝ่อแล้วมั้ง! ไม่ได้เรื่องเลย!
    “ความสูงหกเมตรไม่เป็นอันตรายมาก พวกเรามีทีมช่วยเหลือเต็มรูปแบบหากกรณีไม่คาดฝันเกิดขึ้น”  นักประดาน้ำชี้ไปยังเพื่อนร่วมทีมซึ่งลอยคอไม่ไกลจากบริเวณจุดกระโดดน้ำ “ปัจจุบันสถิติโลกมีคนกระโดดผาลงน้ำได้ที่ความสูงห้าสิบกว่าเมตร ทว่าระดับความสูงยี่สิบถึงสามสิบเมตรคือเส้นระยะความปลอดภัยในการลงน้ำ ดังนั้นความสูงระดับยี่สิบเมตรจึงสุ่มเสี่ยงสำหรับมือใหม่ ที่จริงส่วนตัวผมไม่สนับสนุนความคิดนี้ของผู้กำกับเจิ้งนัก ดังนั้นก่อนจะไต่ถึงระดับความสูงยี่สิบเมตรบนยอดผา พวกคุณต้องซ้อมกระโดดน้ำไม่ต่ำกว่าสิบรอบนะครับ” 
    “ว่าไงนะ สิบรอบ!”
    “ไม่ต่ำกว่าสิบรอบครับ”
    “หา จะบ้าเหรอยะ ใครจะมากระโดดกับคุณเป็นสิบยี่สิบรอบ” จางลี่เซียนแดกดัน ผินมองผู้กำกับเจิ้งกับเหล่าทีมงานเบื้องล่าง พวกเขานั่งจิบน้ำชาสบายอารมณ์ขณะที่เธอต้องกระโดดน้ำเล่น 10 กว่ารอบ ยุติธรรมจริงเชียว!
    “หากเป็นคนเล่นกีฬา Cliff Diving ตัวจริง พวกเขาต้องซ้อมเยอะกว่านี้อีกครับ” นักประดาน้ำอธิบายอย่างใจเย็น “ถ้าไม่ซ้อมให้ดี จังหวะลงน้ำคุณอาจหน้ากระแทก ฟันหัก จมูกยุบ กระดูกทะลุ กะโหลกร้าวได้เลยนะครับ นี่ไม่ใช่การละเล่นของเด็ก ๆ ที่ซ้อมไม่กี่ทีแล้วสามารถทำได้ง่าย ๆ ผมไม่อยากให้พวกคุณมาล้อเล่นกับความตายถึงต้องเคี่ยวเข็ญคุณฝึกซ้อม”
    จางลี่เซียนผวาเมื่อฟังคำเตือนเขา
    “เอ๊ะ ไม่ใช่ว่าคุณจางแค่มาตรวจตรางานฉันหรือคะ” มู่เสวี่ยแทรกถาม
    ไม่ทันดาราสาวปฏิเสธ
    “ใช่ที่ไหน ผู้กำกับเจิ้งบอกว่าคุณหนูจางอาสาแสดงเอง แถมเขายังกำชับผมให้ดูแลคุณเป็นพิเศษด้วย” 
    “เดี๋ยว ฉันยัง...” ไม่ได้บอกว่าจะกระโดดเองเลย
    “คุณหนูจางไม่ต้องเครียดครับ แค่กระโดดลงไปง่าย ๆ เดี๋ยวพอชินหน่อยคุณจะพบว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด” นักประดาน้ำไม่ปล่อยให้คุณหนูจางปฏิเสธ เขาพยักพเยิดมาทางมู่เสวี่ย “ถ้าคุณยังไม่สบายใจ งั้นให้เด็กคนนี้มาลองกระโดดให้ดูก่อนละกัน จากนั้นคุณหนูจางค่อยลองทำตามหลัง เธอโอเคไหม”
    “โอเคค่ะ” 
    แม้มู่เสวี่ยจะได้รับการปฏิบัติอย่างลำเอียง เธอไม่ได้ใส่ใจสักนิด จะกระโดดก่อนหรือหลังก็ไม่ต่างกัน
    ขณะเดียวกัน จางลี่เซียนมองมู่เสวี่ยเดินไปริมผาอย่างไร้ความกริ่งเกรง ในใจเธอคิดว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่ดีเลย… ไม่ดีเลยสักนิด เธอเป็นไอดอลสาวแถวหน้าระดับประเทศเชียวนะ งานเสี่ยงตายพรรค์นี้ทำไมเธอต้องทำด้วยตัวเองเล่า 
    ...ถ้าหากเมื่อวานเธอไม่วางยาถ่ายในอาหารมื้อกลางวันของสตันท์ดับเบิ้ลเพื่อจงใจก่อความเดือดร้อนให้ยัยเฉินอิ๋งอิ๋งคงดี ไหนเลยต้องมารับกรรมกระโดดน้ำเสี่ยงตายเช่นนี้?
    ช่างขว้างงูไม่พ้นคอ[1]  จริง ๆ !



    ในขณะที่ฝั่งนักแสดงสาวเนื้อตัวเปียกปอนมะล่อกมะแล่กเพราะเทียวกระโดดน้ำลงมาจากหน้าผาไม่หยุดมาตลอด 2 ชม. ทางฝั่งผู้กำกับอาวุโสและนักแสดงหนุ่มกลับเอนตัวบนเก้าอี้สนาม จิบชาร้อน มองสาว ๆ ผุดว่ายดำน้ำในทะเลสาบอวี้อย่างสบายใจ
    “จริงสิครับ เมื่อสักครู่ผู้จัดการคุณหนูจางเพิ่งวานให้ผมช่วยเกลี้ยกล่อมอาจารย์แทนเธอหน่อย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่อาจารย์จะหายโกรธเธอและคุณหนูจาง เธอหวังว่าอาจารย์จะใจเย็นลง และไม่เลิกถ่ายหนังเอาดื้อ ๆ” หมิงฮ่าวกล่าว “อ้อ มีเห็ดหลินจือบดผงละเอียดมอบให้ผมกับอาจารย์ด้วยนะ”
    “มีกระทั่งผงบดละเอียดด้วย?” เจิ้งข่ายกลั้วหัวเราะ ถามด้วยน้ำเสียงสนิทสนม  “แล้วเธอตอบเขากลับว่าอย่างไรล่ะ อาหมิง”
    “อืม ผมบอกเขาว่าต่อให้คุณผู้จัดการไม่ไหว้วานผม ผมย่อมต้องออกหน้าแทนคุณหนูจางแน่นอน เพียงแต่อาจารย์เจิ้งโกรธเสี่ยวจางเพราะอะไร และเสี่ยวจางทำอะไรลงไป ผมต้องรู้สาเหตุก่อนถึงสามารถช่วยเธอได้ อาจารย์เจิ้งเป็นคนมีเหตุมีผล ไม่เคยหยุดถ่ายทำภาพยนตร์กลางคันสักเรื่อง ผมไม่อยากแหย่เสือหลับอย่างไม่รู้กาลเทศะ” 
    คนถูกเรียกเป็นเสือเท้าคางฟังอย่างสนใจ
    “เธออมพะนำอยู่นาน ค่อยเล่าว่าเมื่อกี้นี้ตอนตนคุยกับอาจารย์เจิ้ง ปรากฏว่ามีโทรศัพท์จากโรงพยาบาลชุมชนโทรหาอาจารย์พอดี หลังจากนั้น จู่ ๆ อาจารย์ก็โกรธและประกาศว่าจะเลิกทำหนัง เธอเลยคิดว่าต้องมีเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาการป่วยของสตันท์แมนสาวแน่ 
    “เธอบอกว่า จริงอยู่ที่เมื่อวานเธอเป็นคนแจกจ่ายขนมที่นำมาจากเมืองหลวงแก่ทีมงานทุกคนด้วยความหวังดี แต่ใครจะไปคาดว่าขนมกล่องนั้นจะทำให้สตันท์แมนสาวท้องเสียถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล เธอเองก็ท้องไส้ปั่นป่วนไม่ต่างกัน แต่เมื่อเช้าไม่กล้าบอกความจริงเพราะกลัวอาจารย์เจิ้งเข้าใจผิดว่าตนเจตนาวางยาสตันท์แมนสาว ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจทำ แต่อาจารย์ไม่ให้โอกาสเธออธิบายเลย เธอเลยบากหน้ามาขอให้ผมช่วยออกหน้าแทนเธอ น่าสงสารนะครับ ไม่รู้ถูกอาจารย์แกล้งด้วยวิธีไหน”
    “แกล้งอะไร? ฉันแค่บอกว่าไม่ทำหนังมันแล้ว และเดินออกมาเลย แค่นั้นเอง”
    “คนร้อนตัวยิ่งร้อนใจสินะครับ” ชายหนุ่มกอดอก โคลงเคลงศีรษะอย่างขบขัน “ผมเลยบอกเธอว่าความเข้าใจผิดนี้ผมเคลียร์ให้เอง เพียงแต่อาจใช้เวลาหน่อยกว่าอาจารย์เจิ้งจะคลายโมโห คงต้องขอให้คุณหนูจางทนลำบากกระโดดน้ำสักหลายรอบเพื่อแสดงความจริงใจในฐานะนักแสดงมืออาชีพให้เขาเห็น ไม่เช่นนั้นถ้าไม่ยอมกระทั่งทุ่มสุดตัวเพื่อกระโดดน้ำ แม้แต่หนังเรื่องนี้และอาชีพนักแสดงของของคุณหนูอาจไม่มีอีกเลยก็ได้ นี่เป็นหนทางที่ดีที่สุดที่ผมสามารถช่วยได้แล้ว”
    หมิงฮ่าวอมยิ้ม ตาเปล่งประกายระยิบระยับ “อาจารย์เจิ้ง ผมจัดการเรื่องนี้ได้ดีพอไหมครับ”
    “ดี ดีมากพอ” เจิ้งข่ายเหยียดยิ้ม 
    จางลี่เซียนกับผู้จัดการสาวคิดว่าตนเฉลียวฉลาดจึงวางตัวยโสและเล่นละครตบตาผู้คน หารู้ไม่ว่าตนดันลวงคนแสร้งเป็นหมูหลอกกินเสือ[2] 
    เจิ้งข่ายทราบแต่ทีแรกแล้วว่า ‘อุบัติเหตุกลสลับรองเท้า’ และ ‘อาการอาหารเป็นพิษของสตันท์ดับเบิ้ลสาว’ เป็นแผนร้ายของดาราสาว
    เขามาเอะใจตอนตรวจจับข้อเท้าจางลี่เซียน ปรากฏว่าสีแดงช้ำบนข้อเท้าเธอแดงติดนิ้วเขามาด้วย พร้อมกับปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายเธอฟ้องว่าทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ปกติคนข้อเท้าพลิกไหนเลยไม่สะดุ้งตัวโยนเมื่อถูกกำรอบข้อเท้า? คนเส้นเอ็นอักเสบไหนเลยเหงื่อไม่ออกทั้งไม่ร้องโอดครวญ? คนเจ็บไหนเลยกระโดดจากพื้นราวกับเหาะเวหาไปตบตีผู้คนได้?
    จางลี่เซียนคงลืมไปกระมังว่าต้นกำเนิดแรกเข้าวงการบันเทิงของเจิ้งข่ายรับบทในละครแอ็กชั่น และกว่าครึ่งชีวิตเขาแสดงฉากต่อสู้ผาดโผนด้วยตัวเอง 
    อาการบาดเจ็บไหนบ้างเขาไม่เคยเจอ? 
    ข้อเท้าพลิก ข้อมือซ้น แขนหัก ไหล่หลุด หลังกระแทก หัวแตก เขาล้วนพบเจอมาหมด
    อีกหนึ่งประการคือความบังเอิญอย่างพอดิบพอดีที่สตันท์แมนสาวเพียงคนเดียวของกองถ่ายต้องแอดมิทเข้าโรงพยาบาล พอโทรสอบถามอาการคนไข้กับหมอ คำวินิจฉัยระบุว่าไม่ใช่โรคจากลำไส้อักเสบ กลับคล้ายท้องร่วงท้องเสีย ใกล้เคียงกับการกินยาระบายฤทธิ์แรงมากกว่า
    ไฉนเลยเจิ้งข่ายจะคาดเดาละครปาหี่นี้ไม่ได้?
    ดังนั้นเขากับหมิงฮ่าวจึงเล่นละครตามน้ำอย่างเยือกเย็น ตั้งใจมอบบทเรียนอันล้ำค่าแก่จางลี่เซียนเป็นการตอบแทนที่เด็กสาวสร้างความวุ่นวายแก่กองถ่ายภาพยนตร์
    กระโดดน้ำสัก 10 - 20 รอบทีจะเป็นไร? 
    ปล่อยให้น้ำเย็น ๆ ได้ชะล้างปัญญาโง่เขลาของเด็กสาวบ้าง ว่าแค่มีเส้นสายใหญ่โต โลกแห่งวงการบันเทิงใช่อยู่ง่ายซะที่ไหน?
    คนทุกคนมีขีดจำกัดแห่งความอดทน และเส้นด้ายแห่งความอดทนของเจิ้งข่ายคือเรื่อง ‘งาน’ 
    ...ดังนั้นจะหาว่าผู้เฒ่าคนนี้ใจร้ายไม่ได้
    “ตกลงอาจารย์จะให้เด็กสองคนนั้นกระโดดลงจากยอดผาชั้นบนจริงหรือครับ” หมิงฮ่าวถาม
    “เรื่องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตฉันรับผิดชอบไม่ไหวหรอก” เจิ้งข่ายมองสองสาวที่ปีนขึ้นหน้าผาชั้นรอง เปียกชุ่มน้ำไปทั้งตัวอย่างน่าสงสาร เขาขยับยิ้มอย่างพึงพอใจ “แต่ถ้าแค่กระโดดน้ำจากความสูงหกเมตรไปเรื่อย ๆ ฉันรับผิดชอบเรื่องค่าพยาบาลเล็ก ๆ น้อย ๆ ไหว”
    “อาจารย์เจิ้งปราดเปรื่องนัก ศิษย์โง่เขลาขอคารวะ” หมิงฮ่าวยกกระบอกน้ำพลาสติกใส่น้ำชาคารวะล้อเลียน “ถ้าอย่างนั้นฉากกระโดดน้ำจากยอดผาต้องทำยังไงครับ รอจนสตันท์แมนสาวออกจากโรงพยาบาลเลยหรือ เสียเวลาแย่”
    “จะยากอะไร เลือกไดร์วิ่งเซฟการ์ดผู้ชายตัวเล็ก ๆ ผอม ๆ สักคนมาใส่ชุดนางเอกสิ เน้นเก็บภาพจากระยะไกลก็คงพอได้กระมัง”
    “ง่ายอย่างนั้นเชียว”
    เจิ้งข่ายถอนหายใจ “ฉันมีทางเลือกหรือ ฉันไม่ใช่คนคุมบังเหียนนี่ รอถึงหนังเรื่องหน้าที่ฉันมีสิทธิ์กุมอำนาจเองเมื่อไหร่ ถึงคราวนั้นฉันไม่มีทางปล่อยผ่านรายละเอียดพวกนี้แน่”
    “หนังที่อาจารย์กำลังเกลาบทอยู่หรือครับ” หมิงฮ่าวแปลกใจ “เรื่องนี้ไม่ใช่เขียนมาเกือบสองปีเห็นจะได้แล้วหรือ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสงครามชนเผ่าทางตอนเหนือของหัวเซี่ยถูกไหมครับ ผมน่าจะจำไม่ผิดนะ”
    “ไม่ผิดหรอก เพียงแต่ว่าพอเขียนเองแล้วติดปัญหาเยอะแยะ ฉันแสวงหาความสมบูรณ์แบบ บทเลยยังไม่ลงตัวสักที เพราะงั้นตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะทำเป็นหนังหรือซีรี่ย์ดี อีกอย่างฉันตั้งใจใช้เงินส่วนตัวลงทุนเพื่อจะได้สิทธิขาดในการกำกับ เลยยิ่งต้องวางแผนให้รอบคอบ”
    “อาจารย์อย่าลืมเรียกผมแคสติ้ง[3] นะครับ ขอแค่ผมได้ร่วมงานกับอาจารย์ก็ถือเป็นเกียรติสูงสุด”
    เจิ้งข่ายรับคำ ไม่วายสัพยอกชายหนุ่ม “เธอนี่ปากหวานเป็นอาจิณ แต่ทีพอให้ช่วยตลบหลังยัยหนูจางกลับรับคำว่องไว ไม่รู้หรือไงว่าทางนั้นเขาพิศวาสตัวเธออยู่ ถึงได้จ้องระรานเด็กแซ่เฉินคนนั้นจนเป็นเรื่องไง”
    “เขาสนใจหรือไม่สนใจผมก็เป็นเรื่องของเขา ผมมีหน้าที่ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี เป็นดาราที่ดี มันก็เท่านั้น” หมิงฮ่าวยักไหล่ มองเด็กสาวเจ้าของหัวข้อสนทนาแต่ไกล ตัวเปียกปอน หน้าขาวซีด พร้อมล้มทุกเมื่อ “นี่ก็กระโดดน้ำกันมาเกือบสิบรอบ ผมว่าสาว ๆ ใกล้ไม่ไหวแล้วนะครับ”
    “อีกสองรอบค่อยพอละกัน” เจิ้งข่ายเปลี่ยนใจ “ไม่สิ ก่อนจะหยุด ลากเสี่ยวจางไปยืนกินลมชมวิวชั้นบนสุดริมผาก่อน ค่อยบอกให้นักประดาน้ำห้ามเธอวินาทีสุดท้าย ลิ้มรสความกลัวตายบ้างก็ดี”
    บางที ชื่อเสียงแห่งความโหดเหี้ยมของผู้กำกับเจิ้งก็ไม่ใช่ไม่มีที่มาที่ไป…
    หมิงฮ่าวเหลือบมองเด็กสาวร่างสูงโปร่งอีกคนข้างจางลี่เซียน เขาพึมพำ “จะว่าไปก็น่าสงสารเด็กที่ชื่อเสี่ยวมู่นะครับ ตอนเช้าแสดงดีไม่เลว แต่ต้องพลอยมารับเคราะห์ร่วมกับเสี่ยวจาง ทั้งที่ต้นเหตุทั้งหมดมาจากเพื่อนเธอที่ชื่อเสี่ยวเฉิน”
    “ถูกของเธอ” เจิ้งข่ายลูบปลายคางตน “อันที่จริงซีนที่ 37 ซีน ‘ไล่ล่า’ ตื่นตาตื่นใจกว่าแพลนเดิมก็เพราะเด็กคนนี้ คุณสมบัติทางร่างกายเธอไม่เลวจริง ๆ ปกติเหล่าหวงไม่ค่อยชมใคร ยังออกปากชมเด็กคนนี้หลายหนึ่ง ถ้ายังไงฉันจะลองหาหนทางชดเชยให้เธอ จะได้ไม่ติดค้างซึ่งกันและกัน”
    “เพียงแต่อยู่ไกลปืนเที่ยงไปหน่อย ไม่เช่นนั้นผมอาจช่วยอาจารย์หาบทเล็ก ๆ ให้เธอได้สักบท” หมิงฮ่าวมองหาร่างใครบางคนซึ่งกระโดดลงจากหน้าผาอย่างง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ “น่าเสียดาย”
    “หากมีวาสนาต่อกันคงได้พานพบอีกครั้ง” เจิ้งข่ายตบไหล่หมิงฮ่าว ลุกยืน “ไปเถอะ ไปดูละครฉากสุดท้ายกันสักหน่อย”





    ทว่าพอพวกเขาไปถึงตีนผาแถวทะเลสาบอวี้อันเป็นจุดรวมตัวของทีมงานซึ่งมีรองผู้กำกับหวงคอยกำกับการถ่ายทำอย่างใกล้ชิด เสียงระเบ็งเซ็งแซ่ของผู้คนพลันดังสนั่น พวกเขาล้วนแหงนหน้ามองขึ้นไปยังจุดสูงสุดของหน้าผา 
    แสงอาทิตย์เจิดจ้าจนแผ่นหลังบอบบางของใครคนหนึ่งเป็นภาพย้อนแสงยืนอยู่ ณ ปลายสุด
    ผู้กำกับเจิ้งกับดาราหนุ่มเร่งฝีเท้าจนเข้าใกล้อย่างสังหรณ์ใจไม่ดี ก่อนชะงักงัน ตาเบิกโพลง 
    ร่างของใครบางคนร่วงหล่นลงสู่ผิวน้ำจากความสูง 20.5 เมตร
    ตูม !!!!!






    เชิงอรรถ บทที่ 12
    [1] ขว้างงูไม่พ้นคอ (难 逃 其 责) : หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ


    ภาพแรงบันดาลใจ
    ทะเลสาบอวี้ จากสถานที่จริง El Nidoerror loaded
    พิมพ์คำอธิบายที่นี่ (Picture credit to https://www.7continents1passport.com/el-nido-one-of-the-most-beautiful-places-in-the-world/)

    Cliff Diving Dream Beach cliff jumperror loaded
    พิมพ์คำอธิบายที่นี่(Picture credit to https://www.journeyera.com/dream-beach-nusa-lembongan-bali/)
    เป็นกีฬาผาดโผนประเภทหนึ่ง ซึ่งต้องใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญในระดับหนึ่ง ***ต้องมีการฝึกฝนและฝึกซ้อมอย่างถูกวิธีก่อนจึงจะสามารถกระโดดจากผาลงน้ำได้นะคะ*** จริง ๆ ตัว Cliff diving มีมากมายทั่วทุกมุมโลกตามจุดท่องเที่ยวชื่อดัง เพียงแต่ว่าไม่ค่อยมีสถานที่ไหนส่งเสริมการโปรโมทนี้ เพราะเป็นกีฬาที่เสี่ยงอันตราย
    ยกตัวอย่างง่าย ๆ สำหรับมือใหม่ ความสูงประมาณ 6 เมตรเป็นความสูงในเส้นระยะความปลอดภัยที่แนะนำ ทว่าหากคุณกระโดดลงจากหน้าผาสูง 6 เมตรลงน้ำ ความเร็วในการตกของคุณจะอยู่ที่ 40 กม./ชม. ซึ่งแรงกระแทกนั้นแรงพอจะบีบกระดูกสันหลังหักได้เลย และยิ่งหากคุณลงน้ำผิดท่าเป็นท่าลงแนวนอน คุณก็เหมือนกระโดดลงกับคอนกรีตเลยด้วยซ้ำ 
    และเพราะมีความเสี่ยงสูงมาก ๆ สหพันธ์ดำน้ำระดับสูงแห่งโลก (the World High Diving Federation) จึงไม่แนะนำให้ใครก็ตามกระโดดน้ำจากความสูงเกิน 20 ม. (65.6 ฟุต) โดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญหรือนักดำน้ำมืออาชีพช่วยเหลืออยู่ใต้น้ำ เพราะความร้ายแรงของการลงผิดท่าหรืออุบัติเหตุอาจก่อให้เกิดบาดแผลร้ายแรง มีสิทธิ์เป็นอัมพาต และยังถึงแก่ความตายได้









    อรัณย์ ARUNNE