“นั่นไงทางออก เมอบิอุส”
จิ้งจอกสาวรีบวิ่งไปทันทีที่เห็นแสงอาทิตย์ที่ปลายถ้ำ เธอคิดถึงป่ามายาเหลือเกินป่าแห่งนี้มีต้นไม้สีฟ้าและหิ่งห้อยสีเขียวที่บินวนรอบต้นไม้เป็เอกลักษณ์ถูกโดยเผ่าพันธุ์ของเธอ เผ่าจิ้งจอกเทพนั่นเองแต่ภาพที่กูมิโฮเห็นนั้นน่าใจนต้องเอามือป้องปากไว้ทันที
“เกิดอะไรขึ้นเหรอมิโฮ”
เมอบิอุสที่เดินตามมาอยู่ข้างหลังเมื่อเห็นจิ้งจอกสาวทำท่าผิดปกติเขาก็รีบวิ่งมาดูทันที ชายหนุ่มพบว่าถ้ำแห่งนี้ได้เชื่อมต่อกับหน้าผาเตี้ยๆบริเวณริมป่าด้านทิศใต้เมอบิอุสก็ใไม่แพ้กันเมื่อเห็นภาพตรงหน้าตอนนี้ป่ามายาด้านทิศตะวันตกได้ถูกปกคลุมไว้ด้วยหมอกสีเหลืองต้นไม้ทุกต้นที่อยู่ในหมอกสีเหลืองนี้ล้วนแต่แห้งเหี่ยวและยืนต้นตาย โชคดีที่ส่วนที่ต้นไม้ยังสมบูรณ์ดีอยู่นั้นเป็ด้านทิศตะวันออกซึ่งก็คือบ้านของกูมิโฮที่เล่าให้เขาฟังระหว่างทางในถ้ำแห่งโชคชะตา
“เมอบิอุสรีบไปบ้านเรากันเถอะ”
จิ้งจอกสาวที่มีท่าทีร้อนใจอย่างชัดเจนวิ่งนำเมอบิอุสไปยังบ้านของเธอทันทีระหว่างทางที่มีหมอกสีเหลืองปกคลุมอยู่นั้นไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่เลยบรรยากาศของมันทำให้ทั้งสองรู้สึกว่านี่เป็ป่าที่ตายแล้วจนทั้งสองวิ่งเข้าใกล้เขตที่ยังเป็ป่าที่สมบูรณ์อยู่ ก็เห็นม่านพลังบางๆที่กั้นไม่ให้หมอกสีเหลืองเข้าไปได้
เมื่อจิ้งจอกสาวััม่านพลังนั้นก็รับรู้ถึงพลังที่คุ้นเคยพลังของผู้นำของเผ่าจิ้งจอกเทพนั่นคือแม่ของเธอ อินาริ แถมพลังที่ััได้ยังอ่อนลงไปมากอีกด้วยทั้งสองจึงรีบรุดหน้าไปยังที่จุดหมายทันที
“แม่ แม่ค่ะ”
จิ้งจอกสาววิ่งจนมาหยุดที่ตีนูเาที่อยู่สุดทางของทิศตะวันออกบริเวณนั้นเป็ลานกว้างที่โดนล้อมรอบไว้ด้วยถ้ำที่สร้างตามทางลาดของูเาเป็ทางวกวนไปสู่้าแต่ตอนนี้ทั้งหมู่บ้านไม่มีหมาจิ้งจอกอยู่เลยแม้แต่ตัวเดียวกูมิโฮจึงรีบวิ่งขึ้นเขาตามทางที่ทำไว้เพื่อไปเขตศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าจิ้งจอกเทพ
“มิโฮรอด้วย”
ด้วยความที่จิ้งจอกสาวรีบมาก เมอบิอุสจึงโดนทิ้งไว้ข้างหลังเล็กน้อยเมื่อเขาวิ่งขึ้นเขาตามคู่หูของเขาขึ้นมาแล้ว ภาพที่เห็นคือ ฝูงจิ้งจอกสีทองประมาณ30 ตัวนั่งล้อม จิ้งจอกสีทองขนาดใหญ่มากที่มีเก้าหางอยู่ตรงกลางส่วนพวกที่หางน้อยกว่าก็รอบกันเอาไว้เป็ชั้นๆ มีหมาจิ้งจอกบางส่วนสลบอยู่ด้วย
“แม่นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
มิโฮตระโกนถามจิ้งจอกตัวใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง เนื่องจากเห็นเมอบิอุสมาด้วยอินาริจึงแปลงร่างเป็มนุษย์เพื่อจะได้พูดให้เมอบิอุสรู้เื่แม่จิ้งจอกในร่างมนุษย์นั้นเป็หญิงสาวสวยที่ดูแล้วเหมือนอายุ 20-22 ปีใส่กิโมโนสั้นคล้ายของกูมิโฮแต่คอของมันนั้นกว้างจนเกือบถึงไหล่ขาวนวลทำให้เมอบิอุสต้องเลี่ยงการมองไปทางเธอตรงๆ
เพราะตาสายของเขามันพาลแต่จะจ้องไปที่คอเสื้อของอินาริอยู่เรื่อยเธอมีผมสีทองยาวถึงกลางหลัง มองไปก็เหมือนกูมิโฮแบบเป็สาวเต็มตัวแต่ที่ต่างออกไปคือ อินาริมีตาสีทองในขณะที่กูมิโฮมีตาสีเขียวมรกตนั้นเอง
“หลังจากลูกส่งเสี่ยวฉวนกลับมาไม่นาน ไอ้พวกกลุ่มคนพวกนั้นก็กลับมาอีกคราวนี้พวกมันเอาต้นไม้พิษมากับมันด้วยเป็มอนสเตอร์ระดับบอสที่มาจากอีกทวีปชื่อ กีก้ารัพเฟอเซีย (GigaRafflesia)น่ะ” อินาริอธิบายด้วยเสียงเหนื่อยอ่อน
“ต้นไม้แค่ต้นเดียวไม่น่าที่จะทำให้ป่าตายได้นี่ครับ”
เมอบิอุสพิจารณาถึงความเป็ไปได้ก่อนจะถามอินาริต่อ
“ใช่แล้วแต่ปัญหามันอยู่ที่พวกมนุษย์นั้นเอาต้นไม้พิษไปปลูกบนบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ทางตะวันตกของป่าที่เป็เหมือนแห่งพลังงานให้ต้นไม้ของป่ามายา”
อินาริตอบเธอคิดไม่ถึงเลยว่าคนเ่าั้จะทำกันถึงขนาดนี้ลักพาตัวเสี่ยวฉวนไปยังไม่พอ ยังมาทำให้ป่าที่เธออาศัยอยู่เป็แบบนี้อีกรอบจากต้นไม้นั่นจะดูดเอาพลังชีวิตของป่าไปแล้ว มันยังปล่อยเกรสพิษออกมาด้วยเมื่ออินาริคิดมาถึงจุดนี้ เธอก็มองทั้งสองคนที่เพิ่งมามาใหม่อย่างแปลกใจ
“ต้นไม้นั้นยังปล่อยเกรสสีเหลืองที่มีพิษร้ายแรงออกมาด้วยนี่ลูกผ่านมันมาได้โดยไม่เป็อะไรเลยเหรอ”
อินาริมองทั้งสองคนอย่างแปลกใจ ขนาดเธอที่มีระดับมากที่สุดในเผ่ายังไม่สามารถทนพิษของเกสรสีเหลืองนั้นได้เลย
“เอ่อ...พอดีพวกเรามีภูมิต้านทานพิษน่ะครับ”
เมอบิอุสนึกได้ทันทีว่าต้องเป็เพราะโจ๊กสุดเร้าใจที่กูมิโฮทำให้เขาแน่คิดไม่ถึงเลยว่าโจ๊กชามนั้นกลับช่วยชีวิตของพวกเขาทั้งสองคนเอาไว้ได้โดยบังเอิญ
“ถ้าเป็อย่างนั้นคงต้องรบกวนให้ทั้งสองคนไปจัดการต้นไม้พิษนั้นแล้ว...”
อินาริพูดยังไม่จบก็เข่าอ่อนซุดนั่งลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อนก่อนจะอธิบายว่าทำไม
“เผ่าจิ้งจอกเทพทุกตัวช่วยกันสร้างม่านพลังเพื่อไม่ให้เกสรพิษเข้ามาได้แล้วยังต้องแบ่งพลังชีวิตให้กับสิ่งมีชีวิตในป่าด้วยพวกลูกต้องรีบจัดการก่อนที่ทั้งเผ่าจะหมดแรงนะ”
สิ้นคำพูดของอินาริ กูมิโฮก็นึกอะไรได้บางอย่าง
“เมอบิอุส เอาน้ำยาหลากสีออกมาเร็ว”
กูมิโฮเร่งให้เมอบิอุสเทของที่จะช่วยเผ่าของเธอได้ชั่วคราวออกมาเมอบิอุสหยิบน้ำยาหลากสีออกมาวางอย่างรวดเร็วซึ่งน้ำยาเหล่านี้เขาและมิโฮช่วยกันเก็บมาตลอดทางโดยมีน้ำยาสีแดง 100 ขวด สีฟ้า140 ขวด สีเหลือง 120 ขวดเมอบิอุสยังเรียงน้ำยาไม่ทันเสร็จกูมิโฮก็เอาน้ำยาสีฟ้าและเหลืองให้แม่ของเธอทันที
“อ่า... อร่อยจังเลยมิโฮนี่มันน้ำอะไร โอ๊ะ!!แม่รู้สึกว่าพลังเวทย์มันเพิ่มขึ้นแล้วก็หายเหนื่อยด้วยขออีกหลายๆขวดเลยได้ไหม”
อินาริทำท่าเหมือนมิโฮเวลาที่ได้ของกินที่ถูกใจ เมอบิอุสได้แต่ยิ้มให้พวกเธอเนื่องจากแม่ลูกคู่นี้ดูเหมือนกันไม่มีผิดจากนั้นเขากับกูมิโฮก็เอาน้ำยาหลากสีไปแจกจิ้งจอกที่มีหน้าที่ช่วยสร้างม่านพลังเพื่อปกป้องป่า
ตอนนี้สภาพของเผ่าจิ้งจอกเทพดูดีขึ้นมากแต่นี่เป็แค่การแก้ปัญหาชั่วคราวเท่านั้น ถ้าน้ำยาเพิ่มพลังหมดก็คงกลับไปสู่สภาพเดิมอีกครั้บเมอบิอุสรู้สึกโกรธแค้นกับการกระทำของสหพันธ์ชิลด์แอนด์ซอร์ดมากที่ใช้วิธีแบบนี้เพื่อจับตัวเผ่าจิ้งจอกเทพไปขายทั้งเผ่าทำให้เขาเพิ่มเป้าหมายการล้างบางสหพันธ์ชิลด์แอนซอร์ดลงไปเพิ่มในสิ่งที่เขาอยากทำด้วย
“มิโฮอยู่ดูแลแม่ที่นี่ละกันเดี๋ยวเราจะไปจัดการต้นไม้นั้นเอง”
เมอบิอุสที่เห็นคู่หูของเขาเป็ห่วงแม่มากๆอาจจะดีกว่าที่จะให้เธอดูแลแม่ของเธอ
“ไม่ได้เมอบิอุสไม่ว่ายังไงเราก็จะไปด้วย”
กูมิโฮหันกลับมาตอบเมอบิอุสทันที แล้ววิ่งเข้าไปจับมือของเมอบิอุสไว้จากท่าทีของลูกสาวทำให้ อินาริ ถึงกับยิ้มออกมา
“จากความช่วยเหลือของลูกเมอบิอุสตอนนี้ยังไม่ต้องรีบก็ได้พักผ่อนกันสักวันก่อนค่อยไป ถ้ามันมืดแล้วจะลำบาก”
อินาริกล่าว พร้อมกับเอาน้ำยาสีฟ้าขึ้นจิบเหมือนเวลาที่ลูกสาวชอบทำ
“เอ่อ จะดีเหรอครับคุณอินา...”
เมอบิอุสใกับคำที่อินาริเรียกเขามากแต่ยังไม่ทันพูดจบแม่จิ้งจอกก็เอาใบหน้าหวานของเธอ มาใกล้หน้าของเมอบิอุสแล้วเอานิ้วชี้แตะริมฝีปากของชายหนุ่มอย่างแ่เบา
“ต้องเรียกว่าท่านแม่สิจ้ะลูกเมอบิอุส”
อินาริมองด้วยสายตาเ้าเล่ห์ที่ทำให้เธอดูเซ็กซี่มากๆก่อนจะให้เหตุผลต่อ
“เมอบิอุสมีฐานะเป็คู่หูของลูกมิโฮของแม่ไม่ใช่เหรอจ้ะก็ต้องเรียกว่าท่านแม่สิ แม้มีฐานะมากกว่าคู่หูก็ต้องเรียกมาท่านแม่อยู่สิ ฝึกเรียกไว้ให้ชินดีกว่านะจ้ะลูก~เมอ~บิ~อุส ”
เมอบิอุสได้แต่ทำตา ปริบ ปริบพร้อมกับรู้แล้วว่าเหตุผลแปลกๆที่มิโฮชอบใช้นั้นมาจากใคร
“ครับ...ท่านแม่”
เมอบิอุสได้แต่ทำตามเหตุผลนั้นแต่ก่อนจะตั้งตัว อินาริก็พุ่งเข้ามากอดเมอบิอุสพร้อมกับลูบหัวของเขาไปด้วยเมอบิอุสรู้สึกมีความอบอุ่นที่โยนอ่อนผ่านมือที่ลูกหัวของเขาเหมือนว่าััแบบนี้เขาเคยได้รับจากที่ไหนสักแห่ง จากใครสักคนที่สำคัญกับเขามากๆคนที่เขาจำไม่ได้ว่าเป็ใคร
ทันใดนั้นมือที่ลูบหัวของเมอบิอุสอยู่ก็หยุดลงที่ทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัว เนื่องจากเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาครั้งนึงแล้ว เขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปแม่จิ้งจอกที่กอดเขาอยู่และพบว่าเธอมองเขาด้วยสายตาถูกใจแต่เป็สายตาถูกใจแบบนี้กูมิโฮเห็นของกินที่ถูกใจไม่มีผิด
“เหวอ...อย่ากินผมนะครับผมไม่อร่อยหรอก”
ชายหนุ่มพยายามดิ้นไปมาอย่างแรงในอ้อมกอดของอินาริแน่นอนว่ามีหรือที่เรี่ยวแรงของเขาจะไปสู้แม่จิ้งจอกที่มีศักดิ์เป็ถึงผู้นำของเผ่าจิ้งจองเทพได้ก่อนจะนิ่งสนิทเมื่อถูกสาวสวยเลียที่หน้าของเขาเบาๆเพื่อ “ชิม”เหยื่อตรงหน้านั่นเอง
“เป็ไงบ้างท่านแม่อร่อยใช่ไหมล่ะ มิโฮเอามาฝากท่านแม่เลยน้า”
กูมิโฮวิ่งเข้ามาด้วยความร่าเริงที่ทำให้เมอบิอุสต้องพยายามเอาตัวรอดทันที
“เอ่อ...ถ้ากินผมแล้วผมจะไปช่วยป่ามายาได้ยังไงล่ะครับ”
คำพูดของเมอบิอุสทำให้อินาริรู้สึกตัวเธอยอมปล่อยตัวของเขาในที่สุด ก่อนจะกัดนิ้วตัวเองด้วยความเสียดายที่ไม่ว่ามองมุมไหนก็เหมือนที่กูมิโฮเคยทำไม่มีผิด ก่อนจะพูดกับอีกฝ่าย
“นั้นสินะ...เสียดายจังทั้งๆที่อร่อยขนาดนี้”
ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ดูเหมือนว่าสาวสวยตรงหน้าจะไม่กินเขาแล้ว ซึ่งนับว่าเป็โชคดีของเขาเพราะว่าถ้าอินาริที่เป็หัวหน้าเผ่าไม่ลงมือก่อนจิ้งจอกตัวอื่นก็จะกินเขาไม่ได้เหมือนกัน ทำให้ชีวิตน้อยๆของเขายืนยาวออกไปอีก
“ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะถึงเมอบิอุสอร่อยขนาดไหนแม่ก็ไม่กินจริงๆหรอก แต่ถ้าแค่ชิมก็อีกเื่นึงนะ”
อินาริยิ้มแล้วโบกมือของเธอไปมาแน่นอนถึงแม้เธอจะเสียดายก็ตาม แต่เมอบิอุสเป็คู่หูของกูมิโฮแล้วก็เปรียบเสมือนคนในครอบครัวของเธอเช่นกัน จึงต้องยอมอดอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะหรี่ตาลงและมองเมอบิอุสอย่างมีเสน่ห์
“นี่ๆท่านแม่ของกินน่ะถ้าแบ่งกันกินจะอร่อยขึ้นใช่แล้วแล้วของชิมถ้าแบ่งกันชิมจะอร่อยขึ้นไหมค่ะ”
กูมิโฮเอียงคอถามแม่ของเธอด้วยความน่ารักแน่นอนว่าของชิมนั้นต้องหมายถึงคู่หูของเธออยู่แล้ว
“นั่นสินะแม่ก็ไม่เคยชิมอะไรเหมือนกัน สงสัยว่า...”
อินาริเอียงคอของเธอขณะที่ใช้ความคิดไปด้วยคำสอนเื่การแบ่งกันกินนั้นเธอเป็คนคิดขึ้นมาเองแน่นอนว่าจิ้งจอกอยากพวกเธอนั้นกินก็ต้องกินเลย ไม่ค่อยชิมกันสักเท่าไหร่แต่เมอบิอุสที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างแม่ลูกจิ้งจอกทั้งสองนั้นรู้สึกมีรางสังหรณ์แปลกๆไม่น้อนก่อนมันจะเป็จริงเมื่อแม่จิ้งจอกเติมเต็มคำพูดของเธอ
“แบบนั้นคงต้องชิมทำดูแล้วล่ะแบ่งกันชิมเนี่ย...”
“ใช่แล้ว !!! ท่านแม่ฉลาดที่สุดเลย”
กูมิโฮพยักหน้าถี่ๆแสดงความเห็นด้วยเต็มที่ส่วนเมอบิอุสก็ได้แต่คิดเื่ฟุ้งซ่านอยู่คนเดียวท่ามกลางเสียงหัวเราะของอินาริที่ยกแขนเสื้อขึ้นมาปิดปากของเธอเอาไว้
“คิกคิกคิก”
ค่ำคืนในหมู่บ้านของเผ่าจิ้งจอกเทพช่างเงียบสงบตอนนี้อินาริได้ให้จิ้งจอกเทพที่มี 8 หางสามตัวรับ่สร้างม่านพลังต่อจากเธอทั้งสามตัวยินดีที่จะได้รับหน้าที่นี้เพราะจะได้กินน้ำสีฟ้าและสีเหลืองอย่างเต็มที่นั่นเองจากนั้นเมอบิอุสได้เข้าไปในบ้านของมิโฮเป็ครั้งแรก ดูภายนอกเหมือนเป็ถ้ำธรรมดาแต่พอเข้าไปพบว่าข้างในถ้ำเป็พื้นที่เรียบมันวาว
เพดานเป็ทรงโค้งมนมีผลึกธาตุแสงแบบเดียวกับในถ้ำแห่งโชคชะตาประดับไว้อย่างสวยงามบ้านของมิโฮมีแค่ห้องเดียวเท่านั้นคือห้องนอนที่มีเตียงขนาดใหญ่มากวางอยู่เขาคิดว่าคงเพราะส่วนมากจิ้งจอกเทพจะชอบรวมกลุ่มกันล่าเหยื่อไม่ก็นั่งเล่นกันข้างนอกมากกว่า และปัญหาของเขาก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาเห็นภาพจิ้งจอกสองแม่ลูกในร่างมนุษย์กลิ้งไปมาบนเตียงใหญ่นั้นก่อนจะเว้นที่ตรงกลางไว้ให้เขาที่กำลังยืนอยู่
“เอ่อ...ผมว่าทั้งสองแปลงร่างนานๆคงจะเหนื่อยกลับเป็ร่างหมาจิ้งจอกแล้วค่อยนอนดีไหมครับ”
เมอบิอุสบอกด้วยสีหน้าจนใจทำให้สองแม่ลูกคิกคักใส่กัน
“หนูบอกแม่แล้วว่าเมอบิอุสน่ะไว้ใจได้เอาล่ะได้เวลาแบ่งกันชิมแล้ว ขอหนูชิมก่อนนะ”
กูมิโฮและอินาริแปลงร่างเป็จิ้งจอกก่อนที่กูมิโฮจะเอาหางไปม้วนตัวเมอบิอุสที่ยืนอยู่ปลายเตียงเหมือนที่เคยทำในโรงแรมในเมือง และลากชายหนุ่มที่ไม่สามารถขัดขืนได้เลยให้เข้าหาตัวเธอ
“มิโฮเคยชิมมาแล้วไม่ใช่เหรอให้แม่ชิมก่อนสิ”
อินาริพูดก่อนจะแปลงร่างเป็จิ้งจอกเช่นเดียวกันแล้วหางสีทองเส้นใหญ่กว่าคว้าตัวเมอบิอุสได้ก่อนหางของกูมิโฮอินาริส่งสายตาของผู้ชนะให้กับลูกสาวก่อนที่าแย่งขนมที่ชื่อเมอบิอุสจะบังเกิดขึ้น หัวของเมอบิอุสที่ส่ายไปมาเหมือนลูกเทนนิสที่ถูกตีด้วยความเร็วสูงจากแรงเหวี่ยงของแม่ลูก
แม้ว่าเขาจะคิดว่าใครจะได้เขาไปก็เหมือนกันเพราะอีกคนก็ได้ชิมอยู่ดีก็ตามแต่สุดท้ายทั้งสองแม่ลูกก็หลับไปก่อนจะได้ชิมตัวเขา ในขณะที่เขาเอาก็หลับอยู่ตรงกลางเหมือนกันแต่เป็ในสภาพของมัมมี่ที่พันไว้ด้วยหางสีทอง