บทที่ 29 [NC] เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพราะเฉินเซิง
เฉินเซิงไม่รู้จะตอบคำถามนี้ของเมิ่งเหยายังไง เขาจึงหันไปมองทางอื่น และบังเอิญเห็นซ่างกวนเยียนที่เพิ่งลงจากรถ รูปร่างผอมเพรียวและแข็งแรง
เมื่อเห็นรูปร่างที่งดงามไร้ไขมันส่วนเกินของอีกฝ่าย เฉินเซิงก็ยิ้มออกมา จริงๆ แล้วเขาเองก็หวังว่าจะเป็นอย่างที่เมิ่งเหยาพูด คือมีความสัมพันธ์แบบลับๆ กับซ่างกวนเยียนแบบที่เจ้านายกับเลขาฯ ส่วนใหญ่มักเป็นกัน เวลาว่างๆ ก็จะได้กอดเอวของหญิงสาวสวยคนนี้ไว้
แต่จนถึงตอนนี้ เขาก็ได้แต่นึกฝันถึงซ่างกวนเยียนเท่านั้น ไม่กล้าลงมือทำอะไร
เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเดิมกับฮวาปู้ลั่ว หากอยากจะได้เธอมาครอบครอง เขาต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อน
จากนั้น เฉินเซิงกับเมิ่งเหยาก็เลือกทำเลที่ตั้งของอาคารสำนักงานสำหรับบริษัทใหม่ ทั้งสองคนลงทุนคนละเกือบแปดสิบล้านหยวนเพื่อก่อตั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ไห่เทียน
ตามคำร้องขอของเฉินเซิง เขาถือหุ้นของบริษัท 60% ส่วนเมิ่งเหยาถือหุ้น 40% ที่เหลือ
เมิ่งเหยามีบริษัทลงทุนมากมาย บริษัทใหม่นี้เป็นเพียงหนึ่งในบริษัทมากมายที่เธอลงทุน แต่สำหรับเฉินเซิงแล้ว บริษัทนี้คือทั้งหมดของเขา บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่งก่อตั้งใหม่นี้ มีน้ำหนักในใจของทั้งสองคนต่างกันโดยสิ้นเชิง
เฉินเซิงเป็นคนที่มีความต้องการควบคุมสูง เขาจึงยืนกรานที่จะถือหุ้นใหญ่ในบริษัทใหม่
เมิ่งเหยาเองก็เป็นคนเข้มแข็งเช่นกัน ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ประสบความสำเร็จในวัยเพียงเท่านี้ เพราะเธอให้ความสำคัญกับตัวเฉินเซิง เธอจึงยอมตกลงตามข้อเสนอให้เฉินเซิงถือหุ้นใหญ่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก
หลังจากที่ตกลงกันได้ในเรื่องการถือหุ้นซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่สุดแล้ว ทั้งสองคนก็พูดคุยกันอย่างมีความสุข เฉินเซิงจึงตัดสินใจพักค้างคืนที่บ้านของเมิ่งเหยา
หลังจากส่งเฉินเซิงที่บ้านของเมิ่งเหยาแล้ว ซ่างกวนเยียนก็ขับรถกลับไปที่หมู่บ้านเล่อหยวนอย่างรู้กาลเทศะ
ก่อนจากไป เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่าคืนนี้จะทำอาหารให้หลิวเหมียวเหมี่ยว และจะดูแลเธอเป็นอย่างดี
เมื่อนึกถึงอาหารสุดสยองที่ซ่างกวนเยียนทำ เฉินเซิงก็รู้ว่าหลิวเหมียวเหมี่ยว หนูน้อยน่ารักคงจะต้องร้องไห้อีกแน่ๆ แต่เมื่อนึกถึงเรื่องสนุกๆ ในค่ำคืนนี้ เขาก็หันมาสนใจเมิ่งเหยาแทน
ในตอนเย็นทั้งสองคนทานอาหารค่ำใต้แสงเทียนแสนโรแมนติกด้วยกัน
หลังจากดื่มไวน์แดงไปได้ครึ่งแก้ว ใบหน้าสวยของเมิ่งเหยาก็แดงระเรื่อเล็กน้อย ความง่วงก็เข้ามาเยือน เธอจึงไปอาบน้ำคิดว่าอาบน้ำเสร็จแล้วจะได้พักผ่อนเร็วๆ
เมิ่งเหยาเพิ่งจะถอดเสื้อผ้าออกแล้วอาบน้ำในห้องน้ำได้ไม่นาน ประตูก็ถูกผลักเปิดออก
เมื่อเห็นเฉินเซิงเดินเข้ามาโดยไม่ได้สวมใส่อะไรเลย อีกทั้งส่วนนั้นของเขายังแข็งขึงน่ากลัว เมิ่งเหยาก็อายจนพูดไม่ออก “ทำไมถึงเข้ามาตอนที่ฉันกำลังอาบน้ำล่ะ เสื้อผ้าก็ไม่ใส่ น่าเกลียดที่สุด!”
“ไม่ต้องอายหรอกน่า คุณไม่ได้เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรกเสียหน่อย อีกอย่างที่นี่ก็มีแค่เราสองคน ใส่เสื้อผ้าให้มากเรื่องทำไมแบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ?” ดวงตาของเฉินเซิงเป็นประกาย เมื่อเห็นเรือนร่างที่เย้ายวนของอีกฝ่ายหลังจากที่เปียกน้ำ
เมื่อเห็นเฉินเซิงเดินเข้ามากอดเอวของเธอ แล้วเอื้อมมือมาจับหน้าอกคู่สวยที่สั่นไหวของเธอ เมิ่งเหยาก็อายจนหน้าแดง
เธอผลักเฉินเซิงออกไปเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ฉันยังอาบน้ำไม่เสร็จ ถ้าอยากซุกซน รอฉันอาบน้ำเสร็จแล้วค่อยว่ากันในห้องนอน”
“แต่ผมว่าทำตรงนี้มันเร้าใจกว่านะ มาสิ ปล่อยให้ผมปรนเปรอคุณตรงนี้... อืม แบบนี้แหละ... ยกสะโพกขึ้นอีกหน่อย กางขาออกอีกนิดนะ”
“ไอ้บ้า รู้จักแต่หาวิธีแกล้งฉัน... อ๊า…”
ภายในห้องน้ำที่เต็มไปด้วยไอน้ำ ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังมีความสุขร่วมกัน
เสียงครางของผู้หญิงดังเล็ดลอดออกมาจากห้อง เสียงหอบหายใจหนักหน่วงของผู้ชาย และเสียง 'เพี๊ยะๆ' อันชัดเจนที่เกิดจากร่างกายของทั้งสองแยกออกจากกันแล้วกระทบกันอย่างรุนแรง
...
เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น
เมิ่งเหยาที่นอนเปลือยกายอยู่ในอ้อมแขนของเฉินเซิงลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “น่ารำคาญจริงๆ เมื่อคืนก็เล่นฉันทั้งคืนไม่พอ พอฉันหลับไปได้สักพัก คุณก็มายุ่งกับโทรศัพท์อีก เอาโทรศัพท์ไปทิ้งเลยไป”
“เงียบก่อน” เฉินเซิงทำท่าทางให้เมิ่งเหยาเงียบ เมื่อเห็นว่าบนหน้าจอโทรศัพท์เป็นเบอร์ของหลิวซือซือ อาจารย์ประจำชั้นสุดสวย
ในใจของเขาหลิวซือซือเป็นเหมือนพี่สาวของเขา ช่วงปิดเทอมนี้ เธอคอยเตือนเขาเรื่องการเรียนอยู่หลายครั้ง และเป็นห่วงเป็นใยเขามาก เขาไม่อยากให้หลิวซือซือรู้ว่าเมื่อคืนเขาไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น เดี๋ยวเธอจะคิดว่าเขาเป็นเด็กไม่ดี
“เวลาคุยก็เบาๆ หน่อย ฉันจะนอนต่อ” เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเฉินเซิง เมิ่งเหยาก็ดึงผ้าห่มมาคลุมใบหน้าของเธอ
เฉินเซิงพูดขณะสวมเสื้อผ้า “อาจารย์หลิว โทรมาแต่เช้า มีอะไรรึเปล่าครับ”
“วันนี้เป็นวันกีฬาสีประจำปีของมหาวิทยาลัย เธอบอกว่าจะมาไม่ใช่เหรอ? ฉันกลัวว่าเธอจะลืมเลยโทรมาเตือนก่อนเวลา”
หลิวซือซือเว้นวรรคไปครู่หนึ่งราวกับนึกอะไรบางอย่างได้ ก่อนจะพูดต่อว่า “หลี่ซานซานเสนอว่าจะแข่งขันความสามารถพิเศษกับเธอต่อหน้าทุกคน ถ้าเธอแพ้หลี่ซานซานเธอก็ต้องตั้งใจเรียนให้ดีๆ อย่าเพิ่งรีบร้อนออกไปทำงานในสังคมแบบนี้…”
หลังจากเกิดใหม่ หัวใจของเฉินเซิงก็ไม่ได้อยู่ที่การเรียนแล้ว ถ้าไม่ติดว่าหลิวซือซือคอยดูแลเขาเป็นอย่างดี เขาคงไม่อยากก้าวเข้าไปในมหาวิทยาลัยอีก
เพราะเคยรับปากหลิวซือซือไว้ เขาจึงต้องไปพบเธอให้ได้
ส่วนที่หลี่ซานซานจะมาท้าทายเขาในงานกีฬาสีนั้น เขาก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน
เขาคิดว่าเขาสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อตัดขาดจากอดีตได้ ถ้าหากเขาชนะหลี่ซานซานในการแข่งขันได้ หลิวซือซือก็จะไม่มีข้ออ้างที่จะมายุ่งกับอิสรภาพของเขาอีกต่อไป ในอนาคตเขาจะไปมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงก็ต่อเมื่อเขาอยากไปเท่านั้น ไม่ต้องถูกกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยควบคุมอีกต่อไป
เมื่อมาถึงห้องนั่งเล่น เฉินเซิงจึงโทรหาซ่างกวนเยียนบอกให้เธอขับรถมารับเขาที่บ้านของเมิ่งเหยาเพื่อไปที่มหาวิทยาลัย
ในฐานะที่เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งรวมตัวของบรรดาลูกหลานข้าราชการและทายาทเศรษฐีจำนวนมากที่พากันมาที่นี่ก็เพราะต้องการมาเพิ่มบารมีให้กับตัวเอง เหล่านักศึกษาที่มีฐานะดีต่างพาผู้ช่วยและบอดี้การ์ดมาด้วยจนกลายเป็นเทรนด์ไปแล้ว
การที่เฉินเซิงพาซ่างกวนเยียน สาวสวยคนนี้ไปที่มหาวิทยาลัยด้วยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
การพาซ่างกวนเยียนไปด้วยนั้น เฉินเซิงก็แอบมีความคิดเล็กๆ น้อยๆ ในใจว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่ฆ่าคน ขับรถ และพูดภาษาต่างประเทศได้หลายภาษาเท่านั้น ความสวยของเธอยังเทียบได้กับดาวมหาลัยหลายคน
การมีผู้หญิงสวยๆ แบบนี้เคียงข้างย่อมเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจอย่างแน่นอน
การกลับไปมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ เฉินเซิงที่ทั้งหล่อและรวย ก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับการกลับบ้านเกิดอย่างมีเกียรติ
การขับรถหราราคานับล้าน พาหญิงสาวที่สวยที่สุดกลับไปโรงเรียน ก็ถือเป็นการกระทำที่ตอบโต้บรรดาเพื่อนร่วมชั้นที่เคยดูถูกเหยียดหยามเขามาก่อน แต่ตอนนี้กลับสู้เขาไม่ได้
เฉินเซิงเพิ่งจะลงจากรถที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย ก็ได้พบกับหลี่ซานซาน หนึ่งในสิบของดาวมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงที่โด่งดังเรื่องความอึ๋ม เธอคือผู้หญิงสวยที่จะมาท้าทายเขาในงานกีฬาสีที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นนี้เอง
หน้าอกของหลี่ซานซานนั้นใหญ่โตมโหฬาร แม้สัดส่วนจะสู้หน้าอกคู่สวยของหลิวซือซือไม่ได้ แต่หน้าอกคู่โตที่สั่นไหวราวกับลูกวอลเลย์บอลของเธอนั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้หญิงคนอื่นๆ ในรุ่นเดียวกันต้องอาย
ถึงแม้ว่าเฉินเซิงจะเรียนเก่ง แต่เธอก็ไม่เคยมองเขาในสายตา ทั้งสองคนไม่ค่อยได้คุยกัน
แต่ครั้งนี้เมื่อได้พบกับเฉินเซิง หลี่ซานซานกลับเปลี่ยนไป เธอเดินเข้ามาขวางทางของเฉินเซิงแล้วพูดว่า “ได้ยินมาว่านายทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จนร่ำรวยเป็นกอบเป็นกำ แถมยังได้คู่หมั้นเป็นคุณหนูไฮโซอีก ฉันนึกว่านายจะไม่มาเตรียนอีกแล้วซะอีก ไม่นึกว่านายจะมาเข้าร่วมงานกีฬาสีของมหาวิทยาลัยด้วย แถมยังมาเช้าขนาดนี้อีก”
ก่อนหน้านี้หลี่ซานซานแค่ไม่ค่อยชอบหน้าเฉินเซิง แต่หลังจากที่คบกับฮวาปู้ลั่ว เฉินเซิงก็ได้ใช้ความสามารถและความสำเร็จของตัวเองมาทำให้อดีตแฟนของเธอขายหน้า ในฐานะแฟนสาวของฮวาปู้ลั่ว เธอก็พลอยขายหน้าไปด้วย
ด้วยความโกรธหลี่ซานซานจึงบอกเลิกกับฮวาปู้ลั่วทันที
ต่อมาฮวาปู้ลั่วก็ไปเที่ยวที่สถานอาบอบนวด แล้วถูกหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ข้างกายเฉินเซิงทำให้กลายเป็นคนพิการ ไม่สามารถมีความสัมพันธ์ทางเพศได้อีกต่อไปเจียงเฉิง
หลังจากที่ได้ยินข่าวลือว่าพ่อของหลี่ซานซานกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองนายกเทศมนตรี ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรฮวาปู้ลั่วก็พยายามตื้อขอคืนดีกับเธอ
ในฐานะที่เป็นสาวสวยชื่อดังของมหาวิทยาลัยเจียงเฉิง หลี่ซานซานย่อมไม่กลับไปคบกับผู้ชายที่กลายเป็นขันทีอย่างแน่นอน เธอถูกฮวาปู้ลั่วตื้ออยู่หลายครั้ง จนทำให้เธอคิดว่าสาเหตุที่เธอต้องมาเจอกับเรื่องน่าอายแบบนี้ก็เป็นเพราะเฉินเซิง
สำหรับสาวสวยที่หยิ่งทะนงและอ่อนไหวง่ายอย่างหลี่ซานซาน จิตใจของเธอนั้นบอบบางและชอบคิดมาก แถมยังผูกใจเจ็บได้ง่ายอีกต่างแม้ว่าสิ่งที่เฉินเซิงทำลงไปจะไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเธอ แต่ในใจของเธอก็ เกลียดเฉินเซิงเข้ากระดูกดำไปแล้ว
การที่ทั้งสองคนมาพบกันที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย ก็เหมือนกับหนีเสือปะจระเข้ หลี่ซานซานจึงเข้าไปขวางทางเฉินเซิงและพูดจาดูถูกเขาอย่างไม่ไว้หน้า