ซุนนานบุรุษข้ามมิติในร่างเด็กน้อยมันถอนหายใจเฮือกใหญ่ วันนี้แม่แปดซุนเฟิ่งย่าช่างกลั่นแกล้งมันจริงๆ เล่นเอาจิตใจมันหวั่นไหววูบวาบไปไม่น้อยเลย โชคดีที่บุรุษสดซิงไม่เคยผ่านมือสตรีเช่นมัน เมื่อก่อนเป็เช่นไรวันนี้ก็เป็เช่นนั้น เก็บทุกสิ่งอย่างไว้เพียงในใจ สิ่งใดควรไม่ควรล้วนห้ามใจได้ทั้งสิ้น
ครั้งนี้มันเดินเข้ามาในถ้ำเร้นลับ มันไม่กล้าประมาทอีก จึงแอบเดินไปยังมุมนอนของท่านแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านที่นอนอยู่ข้างๆ เ้าอ้วนน้อยซุนผู เมื่อเห็นใบหน้าเรียวงดงามของแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านหลับสนิทดีและเ้าซุนน้อยก็ไม่มีทีท่าจะตื่นนอน มันจึงสบายใจเดินไปอีกมุมหนึ่งของถ้ำซึ่งเป็ที่ของตัวมันเอง
ขนาดของถ้ำนี้แม้ไม่นับว่าใหญ่โต หากแต่่ความลึกความกว้าง ของมันเหมือนมีห้องอยู่หลายสิบห้อง แม้แต่ละห้องแม้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตมากนักก็ตาม ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ 7 ใน 10 ส่วนในตอนนี้ ถูกบิดามันขนข้าวของจำเป็ของตระกูลซุนมาวางไว้ที่นี่หมดแล้ว ดังนั้นจึงเหลือพื้นที่โล่งว่างจริงๆ เพียง 4 มุมถ้ำ แต่ละถ้ำกว้างยาวพอให้เดินได้ประมาณ 5 ถึง 10 ก้าวใหญ่ๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เหล่ามารดาทั้งสองของตัวมันจึงมอบห้องที่ใหญ่สุดให้มัน
หากแต่เมื่อมันคิดดีๆ ก็พบว่าเมื่อท่านแม่ทั้งสองของมันยังคงเคารพซึ่งตัวบิดาของมัน เคารพซึ่งตระกูลซุนอยู่ ยามนี้เมื่อไร้บิดามันซุนก่างและแม่ใหญ่ซุนลี่หรูไปแล้ว ตัวมันก็นับเป็ผู้สืบทอดตระกูลซุนอย่างชอบธรรม แม้ตัวมันจะไม่มีสายเืตระกูลซุนเลยก็ตาม
เมื่อกลับถึงมุมถ้ำส่วนตัว ซุนนานตัวมันก็นึกถึงสมบัติฟ้าดินทันที มันคล้ายรู้สึกว่า การใช้งานของสมบัติชิ้นนี้น่าจะไม่มีเพียงแค่ซึมซับพลังปราณอย่างไร้ขีดจำกัดเท่านั้น หากมันสามารถล่วงรู้ความลับอื่นๆ ได้อีก วันหน้าหากแม้ตัวมันต้องตกตาย หากมอบสิ่งนี้ให้เ้าอ้วนน้อยซุนผูได้ก็นับความคุ้มค่าแล้ว วันหน้าตระกูลซุนแม้จะไม่มีมัน หากแต่วันหน้าก็มีโอกาสกลับมายิ่งใหญ่ได้แล้ว
มันจึงรีบหยิบสมบัติฟ้าดินขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในครั้งนี้มันไม่ได้มองเพียงผ่านๆ หากแต่มองอย่างละเอียดและตั้งใจอย่างแท้จริง คาดหวังในใจลึกๆ ว่ามันจะเหมือนนิยายต่างโลก ที่ภายในมีกลไกอะไรสักอย่างและภายในซ่อนคัมภีร์หรือสมบัติลึกลับที่แสนจะยอดเยี่ยมไว้
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ดวงเนตรของซุนนานตัวมันคล้ายค่อยๆ จมลึกไปในล่องลอยของอักขระประหลาดรอบลูกบาศก์เหล็กดำทรงกลมนี้ ความรู้สึกนึกคิดของมันซุนนานช่างรู้สึกเหมือนตอนอ่านอักษริญญายิ่งนัก หากแต่มันดื่มด่ำยิ่งกว่า
ในใจซุนนานพลันเริ่มคิดได้ "หรือนี่จะคืออักษริญญา หากมันเป็อักษริญญา แปลว่าภายในนี้หากข้าอ่านมันออกได้ ไม่ช้าข้าก็คงจะไขความลับของมันออกได้" ซุนนานแย้มยิ้มด้วยความดีใจ
มันนึกถึงหลักการในการอ่านอักษริญญาอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้ตัวอักษริญญานั้นไม่ใช่การท่องจำหากแต่เป็การใช้พลังิญญาััตัวอักษร ยิ่งััได้ลึกซึ้งมากเท่าไหร่ไม่ช้าก็จะเข้าใจความหมายของอักษรนั้นๆ
เมื่อก่อนตัวมันไม่เคยฝึกใช้วิธีแบบนี้เท่าไหร่ เพราะอักษริญญาส่วนใหญ่ของดินแดนนี้มันล่วงรู้ความหมายอยู่แล้วในใจ หากแต่เป็อักษรลึกลับอื่นๆ แม้มันจะไม่ได้ฝึกฝนจริงจัง หากแต่มันก็ฝึกอ่านอักษริญญาเ่าั้กับแม่สองของมันไม่น้อย
ตอนนี้ตัวซุนนานค่อยๆ ส่งจิตของรีบจมลึกไปในอักษรโดยไม่ขัดขืน ความรู้สึกนึกคิดมันค่อยๆ ล่องลอยโบยบินอย่างรวด ลวดลายอักขระประหลาดนั้นค่อยๆ ขยายตัวขึ้นเป็เส้นแสงพร้อมพาร่างมันพุ่งตัวไปอย่างไม่หยุด ข้ามผ่านห้วงมิติ เข้าสู่ห้วงจักรวาลอันยิ่งใหญ่อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็แหวกผ่านมิติแล้วมิติเล่า จักรวาลแล้วจักรวาลเล่า
สุดท้ายก็เหมือนกับมหาจักรวาลกำลังะเิแตกออกจากกัน รอบกายมันพลันปรากฏว่าเป็ความว่างเปล่าและขาวโพลนไปหมด
ประสบการณ์อ่านอักษริญญาที่น่าตื่นตะลึงเช่นนี้ตัวมันซุนนานมิเคยพบเจอมาก่อนแม้แต่น้อย มันจ้องมองร่างของมันที่ลอยเคว้งอยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก ร่างกายของมันประดุจร่างิญญาที่มีพลังแฝงที่กำลังหมกไหม้เป็เพลิงสีขาวเงินและโปร่งใส
จากนั้นมันก็สำรวจโดยรอบ ณ ที่แห่งนี้มันราวกับหาจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดไม่ได้ สติของมันค่อยๆ เลือนราง หากแต่มันรู้ดีว่าความรู้สึกนี้คืออะไร มันเป็อาการ [ถูกอักษรกลืนกิน] ว่ากันว่าในยามที่เหล่านักอักษรได้พบเจอตัวอักษริญญาที่มันไม่รู้จัก ยามที่มันััอักษรนั้นแล้วจมเข้าไปในโลกิญญาของอักษร หากเมื่อใดสติไม่แจ่มชัดหรือเริ่มรู้สึกเหมือนกับว่าจะหลับใหล เหล่านักอักษรจะออกจากโลกิญญาของอักษรทันที
เพราะนั่นคืออาการของการ [ถูกอักษรกลืนกิน] เบื้องหน้าก็มีเพียงความตายรออยู่เท่านั้น
หากแต่ถ้าเลือกจะออกจากการ [ถูกอักษรกลืนกิน] ตลอดชีวิตก็จะไม่มีโอกาสรู้อักษรนั้นๆ ได้อีกตลอดไป ดังนั้นทำให้ตลอดเส้นทางของนักอักษริญญาจึงต้องเตรียมพร้อมเสมอ พร้อมที่จะยอมแลกชีวิตกับอักษร เพื่อแลกกับความรู้ภายในนั้น ว่ากันว่าในโลกของนักอักษริญญาตัวอักษรนั้นถูกแบ่งออกเป็ 3 ระดับ [ระดับต้นอักษริญญา] [ระดับกลางอักษรสลักจิตและอักษรชีวิต] [ระดับสูงอักษร์]
แต่ละระดับจะมีความสามารถส่งต่อการรับรู้และเชื่อมโยงถึงพลังธรรมชาติในระดับต่างกัน แน่นอนอักษริญญานั้นเป็ระดับต่ำสุด โดย [อักษริญญานั้นสามารถเข้าถึงพลังธรรมชาติได้ 1 ถึง 2 ใน 10 ส่วน หากแต่ข้อดีของมันก็คือเขียนง่าย ศึกษาง่ายและจดจำง่าย เหล่าสรรพชีวิตและเผ่าพันธุ์ต่างๆ ทั่วมหาจักรวาลสามารถเข้าถึงมันได้ทุกผู้คน แต่ความสามารถในการรับรู้ของอักษรนั่นเป็เพียงห้วงอารมณ์แห่งการตระหนักรู้]
หากแต่เมื่อเป็อักษรระดับกลางอย่างอักษรสลักจิตและอักษรชีวิตมันกลับมีขั้นตอนที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น [อักษรสลักจิต - สามารถเข้าถึงพลังธรรมชาติ 3 ถึง 4 ใน 10 ส่วน สามารถฝั่งจิตสำนึกไว้ภายในอักษรเป็ดังภาพเื่ราวในห้วงแห่งความฝัน] [อักษรชีวิต - เข้าถึงพลังทำชาติ 7 ใน 10 ส่วน ใช้พลังชีวิตและอายุขัยของตัวเองแลกมาซึ่งการสลักอักษรแต่ละตัว สามารถฝั่งไว้ซึ่งจิตสำนึกและปณิธาน และเศษเสี้ยวหนึ่งของจิติญญาตัวเองได้นี่คืออักษรชีวิต]
ส่วนระดับสูงสุดคือ [อักษร์ ไม่มีการเขียนอรรถาธิบายบอกกล่าวมากนักนอกจากเพียงอัศจรรย์ยิ่งนัก เป็อักษรของเหล่าทวยเทวะอย่างแท้จริง ดึงใช้พลังธรรมชาติ บัญชาฟ้าดินได้อย่างสมบูรณ์]
หากแต่ยามนี้ตัวมันซุนนานที่เริ่มสติเลือนราง ยามนั้นมันพลันนึกถึงหญิงชรา มารดาผู้เฒ่าของตัวมันที่ตัวมันมิอาจจะได้เลี้ยงดูแทนคุณตัวนาง จากนั้นไม่ช้าก็มีภาพของแม่สามซุนจางหงปรากฏยามนางปอกผลไม้ป้อนปากมันและภาพเื่ราวนั้นก็ค่อยๆ จางหาย ไม่ช้าภาพเื่ราวใหม่ก็ปรากฏเป็การตายของแม่สามซุนจางหง ซึ่งได้ปรากฏตรงหน้าของมันซุนนานอีกครั้ง ภาพนี้ช่างสมจริง ความเ็ปในใจมันก็ยังดุจเดิม จากนั้นภาพของนางก็ดุจเมฆหมอกหายไปในที่สุด สุดท้ายเมฆเมฆาแห่งฝันอีกหนึ่งก็ปรากฏ มีหนึ่งสตรีผู้งดงามยิ่งปรากฏ โดยด้านข้างของนางมีมันซุนนานในร่างทารกน้อยอยู่ข้างกายนางไม่ห่าง สตรีนางนั้นหยอกล้อกับทารกน้อย ซุนนานในร่างทารกน้อยช่างมีความสุขเหลือเกิน "แม่ใหญ่" ซุนนานกล่าวเรียกหามารดาผู้จากไปของมันในภาพที่ราวกับความฝัน มันรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาดยิ่ง
จากนั้นไม่นานภาพ่สุดท้ายของชีวิตของแม่ใหญ่ซุนลี่หรู มารดาผู้แสนอ่อนโยนผู้เป็ที่รักยิ่งของมันก็ปรากฏอีกครั้ง ภาพร่างของเด็กน้อยกำลังเช็ดโลหิต ภาพของนางยามสิ้นลมกำลังปรากฏต่อหน้ามันอีกครั้ง
"ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" เสียงกรีดร้องของซุนนานดังก้องในห้วงจิติญญามันในไม่ช้า โลกสว่างสีขาวพลันแตกออกกลายเป็ความมืดมิด มีมหาจักรวาลล้อมรอบกายมัน ไม่ช้าตัวมันก็ตระหนักรู้ถึงความหมายของตัวอักษรที่สลักไว้ ณ ลูกบาศก์เหล็กกลมสีดำทมิฬนั้น
คำหนึ่งคำปรากฏขึ้นในจิตใจมัน
[*** มารสำราญรม ***]
จากนั้นไม่ช้าในห้วงมหาจักรวาลก็มีเสียงที่ยิ่งใหญ่ดังก้อง
["สวัสดีหนุ่มน้อยผู้พิการ ผู้มีวาสนาผู้เข้าถึงอมฤตโชคนี้... หรืออาจจะผู้โชคร้ายที่จะได้กลายเป็ซากตายในโลกแห่งความฝัน จงเลือกเอาเองเถอะ หนึ่งเลือกรับบททดสอบเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากข้า หากแต่ในการทดสอบนี้จะมีเพียงแค่หนึ่งได้รับอมฤตโชควาสนาหรือกลายเป็ซากตายดับสูญซึ่งชีวิตและจิติญญา สองตัวเ้าจงกลับไปเสียให้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและเห็นนี้เป็เพียงความฝันตลอดไป หากแต่ตัวเ้าก็จะได้มีชีวิตรอดกลับไป"]
["จงเลือก"] ไม่ช้าน้ำเสียงอันยิ่งใหญ่ก็หายไป
ซุนนานะโถามเสียงนั้นว่าอมฤตโชคนั้นคืออะไร มันมีอะไรซ่อนอยู่ ถ้ามันทำบททดสอบสำเร็จแล้วมันจะได้อะไร หากแต่มันก็ไม่ได้รับคำตอบกลับใดๆ กลับมาเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าเสียงที่ยิ่งใหญ่นี้หาได้สนใจใดๆ มันไม่ หากแต่สิ่งหนึ่งที่ตัวซุนนานรู้ ในคำกล่าวที่น้ำเสียงอันยิ่งใหญ่เปล่งออกมา เห็นได้ชัดว่ามันรับรู้ได้ในทันทีว่าร่างของตัวมันนั้นพิการแก่นกำเนิด น้ำเสียงที่ยิ่งใหญ่นี้ไม่ใช่ขอบเขตการรับรู้ทั่วไป... มันอาจจะ...
ในห้วงจิตใจของซุนนานมันพลันมีความหวังอย่างแปลกประหลาด ความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
เพราะหากมันสามารถมีชีวิตต่อไปได้ มันจะสามารถแก้แค้นไอ้พวกบัดซบที่ทำให้มันต้องจากลากับมารดาที่มันรักมากที่สุด และบิดาที่มันเคารพมากที่สุด
สำหรับมันแล้วการมีชีวิตต่อไปอีกนิดโดยที่รู้ว่าอีกไม่นานตัวมันเองต้องตายโดยไม่สามารถทำอะไรได้ มันไม่ต่างกับว่า ตัวมันนั้นแท้จริงได้ตายไปแล้ว นับั้แ่วันที่ได้สูญเสียท่านแม่ใหญ่ไป ในใจมันราวกับว่าใช้ชีวิตไปวันต่อวันเสมือนผู้ดับสูญซึ่งจิติญญาไปแล้ว หากตอนนี้ข้างกายมันไม่มีแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่าน แม่แปดซุนเฟิ่งย่า และเ้าอ้วนทารกตัวน้อยซุนผู มันคงคิดว่าความตายนี้คงทำให้มันมีความสุขมากกว่าการมีชีวิตมากนัก
.
.
.
และเมื่อมันเป็เช่นนั้น
ความตายจะมีปัญหากับตัวมันได้อย่างไรเล่า
"ข้าขอเลือกรับบททดสอบขอรับ" ซุนนานกล่าวตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพ ในใจมันคิดต่อให้ทางข้างหน้ามีอะไร ต่อให้เป็ความตายมันก็จะหวาดกลัวไม่ เพราะอย่างมากที่สุดตัวมันก็แค่ [ตาย]