“คุณสั่งอะไรมาฉันก็กินด้วยได้ทั้งนั้นค่ะ”
อันที่จริงนี่ไม่ใคร่จะเป็เวลากินนัก แต่คืนนี้เสียแรงจากการแบกลูกสาวเ้านายไปมากเลยหิว จิณณวัตรแอบชื่นชมในความไม่เื่มากของยัยถั่วงอกอยู่ในใจ แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
นอกจากกดเบอร์ร้านแล้วสั่งรายการที่อยากกินไม่กี่อย่าง จากนั้นก็เดินตามเ้าของห้องไปนั่งลงกับชุดรับแขกด้วยท่าทีอ่อนแรง
“ขอบคุณนะสำหรับเื่วันนี้ ถ้าไม่ได้คุณผมคงจะแย่”
เขาเอ่ยเป็การเป็งานออกมาในที่สุด ด้วยซาบซึ้งในการกระทำของยัยถั่วงอก ยิ่งคิดถึงตอนที่สายตรวจรับน้องลงจากหลังเ้าหล่อนแล้ว
ยิ่งอยากขอบคุณสักพันครั้ง คงมีเลขาไม่กี่คนหรอกที่จะทำอะไรเพื่อเ้านายได้ขนาดนี้ แถมไม่คิดจะเอาความดีความชอบใส่ตัวด้วยการไม่แพร่งพรายให้รู้อีกต่างหาก
“ไม่เป็ไรค่ะ เป็ใครก็คงจะต้องแบบเดียวกับฉันนี่ล่ะ”
“รวมทั้งเอายัยแอ๊นตัวโตๆ เนื้อแน่นๆ ขี่หลังด้วยหรือเปล่า ผมเดาไม่ออกเลยว่าคุณเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนมันไกลจากบ้านหลังที่เกิดเหตุหลายร้อยเมตรเลยนะ”
เขาส่งยิ้มบางๆ ให้ แต่อาทิตยาไม่ได้ตอบอะไร เพราะไม่อยากจะอวดความดีตัวเองด้วยการพูดโน่นเล่านี่ให้ลูกเ้านายฟัง
“แล้วเราจะเอายังไงต่อไปดีล่ะ ผมคิดไม่ออกเลยนะ คุณแม่คุณพ่อจะถามหายัยแอ๊นหรือเปล่าในระหว่างนอนอยู่โรงพยาบาล”
นี่คือสิ่งที่เขากำลังกังวล เพราะไม่รู้จะปิดได้อีกนานแค่ไหน และทำยังไงถึงจะไม่มีใครถามหาน้อง ที่น่าจะใช้เวลาในโรงพยาบาลหลายวัน ทว่าอาทิตยากลับไม่เห็นเป็เื่ใหญ่อะไร จึงตอบออกไปโดยไม่ต้องคิดนาน
“เราจะบอกว่าคุณแอ๊นไปเข้าค่ายสักอาทิตย์หนึ่งค่ะ แต่กว่าจะมีใครนึกขึ้นได้ก็คงจะอีกไม่น้อยกว่าสามวัน แปลว่าเรามีเวลาประมาณสิบวัน ซึ่งจะเป็การดีเพื่อให้คุณแอ๊นได้ไปพักฟื้นที่คอนโดคุณหลังออกจากโรงพยาบาลแล้ว ่นั้นฉันจะพาน้องสาวคนเล็กไปอยู่เป็เพื่อน คนวัยเดียวกันรู้จักกันมาก่อนบ้าง น่าจะช่วยเป็ทีระบายให้คุณแอ๊นได้ดีกว่าเราสองคน หรือคุณว่าไงคะ”
“ผมคิดไม่ออก คุณรู้จักคนในบ้านดีกว่าผมซะอีก วิธีของคุณคงจะเข้าท่าไม่น้อย เป็อันว่าเอาตามนี้ก่อนก็แล้วกัน มีปัญหาใหม่ๆ ขึ้นมาก็ค่อยแก้กันไป”
ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ออดหน้าห้องก็ดังขึ้น เขารีบไปเปิดเพราะคิดว่าเป็คนส่งอาหาร แต่กลับผิดคาด เพราะคนที่ยืนอยู่เป็เอมิกาแทน
“อุ๊บ!!! มี่มาผิดเวลาอีกแล้วเหรอคะ พอดีมี่หิวเลยจะมาจิ๊กของกินยัยเพื่อนสักหน่อยค่ะ”
เอมิการีบโกหกเป็ตุเป็ตะทันที ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วอยากจะมาคุยกับเพื่อนมากกว่า จิณณวัตรรีบเบี่ยงตัวให้อย่างสุภาพบุรุษ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ย
“ผมกำลังสั่งอาหารมา คุณมี่จะกินด้วยกันก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมจะสั่งเพิ่มอีกสักสองอย่างคงพอ”
“ไม่เอาค่ะคุณจิณ มี่กำลังรักษาหุ่น แค่ผลไม้นิดๆ หน่อยๆ ก็พอค่ะ”
เอมิกาตอบไปเปิดตู้เย็นสำรวจไป
“แอ้ปเปิ้ลเขียวลูกเดียวแค่นี้ค่ะ ไม่กวนแล้วนะเพื่อนไปล่ะ”
แล้วโบกมือให้เพื่อนเป็การสั่งลา ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวไปหาหน้าประตู แต่ไม่วายหันไปส่งยิ้มอย่างมีเลศนัยให้เพื่อนอย่างคนอารมณ์ดี ทั้งๆ ที่จริงในใจนั้นมีเื่กลัดกลุ้มอยู่แท้ๆ แน่นอนว่าอาทิตยาอ่านสายตาเพื่อนออก
แต่ตอนนี้ตัวเองก็ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอที่จะเป็ศิราณีให้ได้ เอาไว้วันหลังถึงจะตามไปถาม ถ้าให้เดาก็คงเื่หัวใจกับหนุ่มเมียเผลอกระมัง
“คราวนี้คงเป็อาหารแล้วล่ะนะ”
จิณณวัตรยิ้มน้อยๆ เมื่อเสียงออดดังอีกครั้ง และเป็จริงอย่างที่เขาคิดไว้ จากนั้นในห้องก็เงียบจากเสียงพูด มีเสียงช้อนกระทบจานชามเข้ามาแทนที่เท่านั้น
“ขอบคุณค่ะ”
อาทิตยามีโอกาสได้เอ่ยคำนี้ออกมาสามสี่ครั้งในระหว่างนั่งกินด้วยกัน เพราะเอาแสดงความเป็สุภาพบุรุษด้วยการตักอาหารมาใส่จานให้ รินน้ำให้ แถมเก็บโต๊ะล้างถ้วยชามตามด้วยชงชาร้อนๆ มาให้อีก ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่จะเห็นคุณชายเนี้ยบทำแบบนี้
“แล้วเื่ไอ้เด็กนั่น คุณคิดว่าเราควรจะทำยังไง”
เขาเอ่ย แม้ในใจจะมีคำตอบให้ตัวเองอยู่แล้วก็ตามที อาทิตยาลืมเื่นี้ไปเสียถนัด และคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง แต่ถ้าจะให้ตอบก็คงจะ
“ถ้าเป็ฉันคิดล่ะก็ อย่าไปตอแยเสียดีกว่าค่ะ เื่จะได้จบๆ ตอนนี้เราต้องคิดถึงความรู้สึกของคุณแอ๊นมาก่อนเป็อันดับแรก ชื่อเสียงของพวกคุณเป็เื่ต่อไป ฉันเชื่อในผลกรรมว่าใครทำอะไรก็จะต้องได้สิ่งนั้น จะช้าหรือเร็วเท่านั้น”
จิณณวัตรไม่ว่าอะไร เมื่อได้คำตอบแน่ชัดแล้ว นอกจากยกกาแฟของตัวเองขึ้นจิบจนหมด แล้วเตรียมตัวกลับ เพราะเดาได้ว่าเ้าของห้องคงจะเหนื่อยไม่น้อย
“พรุ่งนี้คุณลาป่วยกับคุณแม่ดีกว่ามั้ย ท่าทางคุณจะไม่ไหวแล้วนะ”
จึงตัดสินใจเอ่ยบอก
“ไม่ได้หรอกค่ะ พรุ่งนี้ฉันต้องรีบจัดเตรียมเอกสารและสถานที่สำหรับประชุมสามัญของมูลนิธิ ปีนี้คุณผู้หญิงรับมาทำคนเดียวทั้งหมด เสร็จจากนี้เราก็จะขึ้นดอยไปแจกผ้าห่มกัน”
แม้อยากจะพักแต่ก็ทำไม่ได้
“เลื่อนไม่ได้เลยเหรอ หรือจะให้ผมส่งคนมาช่วยมั้ยล่ะ”
จิณณวัตรเองก็เห็นใจไม่น้อย
“ไม่เป็ไรค่ะ งานแค่นี้สบายมาก คืนนี้ฉันนอนพักก็ได้แรงแล้วล่ะค่ะ”
“งั้นผมกลับก็แล้วกัน คุณจะได้พักผ่อน เดี๋ยวผมยกไปเก็บให้”
ว่าแล้วเขาก็จัดการยกถ้วยชากาแฟเดินเข้าครัว เปิดน้ำล้างให้เรียบร้อย ทำเอาเ้าของห้องอดยิ้มน้อยๆ ออกมาไม่ได้ ที่นานทีปีหนจะเห็นคุณชายเนี้ยบทำงานพวกนี้สักครั้ง
“ว่าแต่พรุ่งนี้คุณไปทำงานไหวแน่นะ”
จิณณวัตรไม่วายหันมาถามอีก แม้ตัวจะเดินพ้นประตูแล้วก็ตาม และนี่ก็ดูเหมือนจะเป็รอยยิ้มอย่างจริงใจที่อาทิตยาส่งไปหาเขาแทนคำขอบคุณที่อย่างน้อยๆ ก็ยังอุตส่าห์ห่วงใยถามไถ่ออกมา ก็คงจะดีกว่าคนเป็แม่ของเขาที่น้อยครั้งเต็มทีจะห่วงใยเลขาที่ทำงานหัวไม่วางหางไม่เว้นให้
“แล้วนี่คนบ้านฉันหายไปไหนกันหมดล่ะ ทำไมถึงไม่มีใครลงมากินอะไร ยัยแอ๊นก็ไม่เห็นหลายวันแล้ว”
จิณณวัตรกำลังยกกาแฟขึ้นจิบหันไปมองเลขาแม่เป็คนแรก เห็นยิ้มน้อยๆ ออกมาแต่ไม่รู้สาเหตุว่ามาจากเื่ไหนกันแน่ ระหว่างอ่านใจแม่เขาถูกเผง
เพราะนี่ก็เข้าวันที่สี่แล้วที่น้องเขานอนอยู่โรงพยาบาล หรือเื่ที่ทำไมแม่เขาถึงทำงานสังคมมากจนลืมหันมามองความเป็อยู่ของคนในบ้านเสียสนิท
“คุณแอ๊ฟยังไม่ตื่นค่ะ คุณเจไปค้างบ้านเพื่อนเมื่ออาทิตย์ก่อน ส่วนคุณแอ๊นบอกว่าไปเข้าค่ายค่ะคุณผู้หญิง”
อาทิตยายิ้มบางๆ ออกมา เมื่อยกหน้าที่โกหกซึ่งๆ หน้าให้ผ่อนรับไปเต็มๆ และทำผลงานได้ดีเยี่ยมตลอดมา โดยเฉพาะตอนนี้ที่คุณผู้หญิงไม่สงสัย ไม่ถามอะไรต่อเลยนอกจากนั่งกินมื้อเช้าด้วยความหิว เพราะเพิ่งจะผ่านโปรแกรมลดน้ำหนักมาเมื่อวาน ตื่นเช้ามาจึงหิวกว่าใครเพื่อน
“เื่แจกเครื่องกันหนาวมีอะไรขาดตกอีกหรือเปล่าตะวัน แล้วก่อนเราไปต้องเตรียมอะไรให้ใครบ้างอย่าลืมจัดการให้เรียบร้อยนะ ฉันไม่ชอบให้ใครโทรตามเวลาเดินทาง รำคาญ!”
เมื่อคิดอะไรได้ก็หันไปถามทันที แต่ก็เหมือนไม่้าคำตอบใดๆ เพราะรู้แล้วว่าเลขาทำงานได้ดีไม่มีบกพร่อง กระนั้นอาทิตยาก็ตอบออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และนอบน้อมเสมอมา
“เรียบร้อยทุกอย่างค่ะ วันนี้ตะวันจะไปแบงก์แล้วเตรียมจ่ายเงินเดือนก่อน และตะวันจะนั่งทำงานที่ร้านทั้งวันเลยนะคะ ถ้าคุณผู้หญิงจะให้ทำอะไรก็รีบบอกก่อนตะวันจะออกไปค่ะ”
“ไม่มีหรอก แต่บ่ายๆ จะไปสปาหน่อย นั่งประชุมจนเมื่อยไปหมดแล้ว เธอจะทำอะไรก็ตามสบายเถอะ”
นั่นถือเป็เื่ดี เพราะเช้านี้ต้องไปรับจิรฐาจากโรงพยาบาล แล้วพาไปคอนโดจิณณวัตร โดยมีรัตติกาลน้องคนเล็กคอยไปช่วยเหลือตามคำขอร้องของพี่แล้ว จิณณวัตรเองก็รีบเคลียร์งานบนโต๊ะให้เสร็จ เพื่อจะได้มาทันจัดการเื่ค่าใช้จ่ายของน้อง
“ยอดสามแสนสองค่ะ ฉันถอนมาเผื่อแล้ว แต่คุณต้องตีเช็คจ่ายคืนให้บ่ายนี้ เพราะต้องเบิกไปไว้จ่ายเงินเดือนคนในบ้านกับที่ร้าน”
อาทิตยารีบแจ้งเมื่อเขาเดินไปหาบนห้องพัก เขาไม่ได้อิดออดอะไรในเื่นี้ นอกจากตรงไปช่วยพยุงน้องสาวให้ลงจากเตียงไปนั่งวิลแชร์ได้ถนัดๆ เท่านั้น
“รัตน์อยู่ช่วยคุณแอ๊นเก็บของบนนี้ก่อนนะ พี่จะลงไปจ่ายเงินข้างล่าง”
อาทิตยาหันไปหาน้องที่ว่านอนสอนง่ายด้วยน้ำเสียงนุ่ม ก่อนจะออกจากห้องไป จิณณวัตรตามหลังไม่ห่าง สองนาทีก็ยืนอยู่หน้าห้องรับยแล้ว เลยบังเอิญเห็นสี่หนุ่มตัวต้นเหตุทำให้จิรฐาต้องมารักษาตัวอยู่นี่
ดูเหมือนคนพวกนี้ก็กำลังเจ็บไม่ต่างกันนัก ใบหน้าแต่ละคนบวมเบ่ง เขียวช้ำไปตามๆ กัน แถมพอเห็นอาทิตยากับจิณณวัตรเพียงท่านั้น ทั้งสี่หนุ่มรีบหลบหน้างุดๆ อย่างเกรงกลัวทันที
เลยสงสัยใคร่อยากรู้จนต้องหันไปหาคนข้างๆ ถึงได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของเขากำลังยิ้มเยาะเย้ยให้พวกนั้นอย่างคนมีชัย ก็เดาออกทันทีว่าเขาคงมีส่วนรู้เห็นแน่
“ผมก็แค่กลัวกรรมจะเดินช้าเท่านั้นเอง เลยขอท่านสารวัตรจัดชุดใหญ่ให้พวกมันแลกกับชีวิตหลานผมน่ะ”
เขาแก้ตัวพร้อมจูงมือบางเดินไปเมื่อได้ยาแล้ว อาทิตยาไม่วายหันกลับไปมองสี่ใบหน้าเขียวปูและบูดเบี้ยวด้วยความขำปนสะใจนิดๆ ปนสะใจหน่อย และเพื่อให้แน่ใจว่าจิรฐาจะไม่เจอคนพวกนี้ หญิงสาวเลยพาเลี่ยงออกทางด้านหลังโรงพยาบาลแทน
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































