ตูนค่อย ๆ สะลึมสะลือลืมตาตื่น ทันทีที่ได้สติ เขาก็ได้เบิกตากว้างและลุกพรวดขึ้นมา ก็พบว่าตอนนี้ตัวของเขานั้นกำลังอยู่ในห้องที่ดูเหมือนจะเป็ห้องทำงานของใครซักคน ภายในห้องประกอบไปด้วยโซฟาและราคาแพง ทีวีขนาด 75 นิ้วใหญ่เต็มตา แอร์ที่เปิดเย็นฉ่ำ และของใช้ของประดับห้องที่ดูหรูหราอีกมากมาย เขาทั้งงงและหวาดระแวง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองบ้างในตอนที่สลบบอยู่
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาอย่างช้า ๆ เด็กหนุ่มมองไปที่ประตูนั้นอย่างไม่ละสายตา และคนที่เปิดประตูเข้ามาก็คือเด็กสาวหน้าตาสะสวยสุดคุ้นตาที่เคยโผล่มาแล้วในตอนที่ 1 ที่มีชื่อว่าเพียงดาว
“อ่าว ตื่นแล้วเหรอ?”
“มะ...แม่นาง...”
หลายคนคงสงสัยว่าทำตูนถึงเรียกเพียงดาวว่า แม่นาง ส่วนหนึ่งก็เป็เพราะนิสัยเบียวของเขาที่เวลาเจอกับผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตาที่ดีเอามาก ๆ ตัวของเขาจะเรียกเธอคนนั้นออกมาว่า แม่นาง โดยอัติโนมัติ
“แม่นางอะไรของนายล่ะ ฉันชื่อเพียงดาวย่ะ! ดูหนังจีนมากไปรึเปล่าเนี่ย!” เด็กสาวเดินเข้ามากลางห้องและนั่งลงบนโซฟา “เรียกฉันว่า ดาว เฉย ๆ ก็ได้ อยู่ห้อง ม.3/1 ห้องที่นายกำลังยืนอยู่นี้เป็ห้องของสภานักเรียน เป็ห้องฉันเอง เอานั่งสิ! จะมัวยืนอยู่ทำไม”
เด็กหนุ่มนิ่งเงียบและค่อย ๆ เดินไปนั่งโซฟาฝั่งตรงข้ามของอีกฝ่าย
ทั้งคู่นิ่งเงียบไปซักพักหนึ่ง และตูนก็เริ่มถาม
“นะ-นี่ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไ-”
“พวกนายนี่จริง ๆ เลยน้า ทำไมถึงชอบมีเื่กันนักล่ะห้ะ!? พอมีเื่ทีไรก็เดือดร้อนสภานักเรียนอยู่เรื่อย อย่าคิดว่าฉันจำนายไม่ได้นะ! ฉันรู้นะว่านายนายไปมีเื่กับนักเลงในห้องน้ำั้แ่เปิดเทอมวันแรกน่ะ! และก็ดันยังไปมีเื่กับพวกที่โดนไล่ออกไปแล้วอีก คิดว่าใครกันน่ะห้ะที่คอยปิดข่าวไม่ให้เื่พวกนี้แพร่พรายออกไปไม่ให้โรงเรียนเสียชื่อเสียงน่ะ ก็สภานักเรียนอย่างพวกฉันนี่ไง...! นี่ยังไม่ได้พูดถึงเื่ตึกร้างกับเื่ค่ายมวยของไอ่เสี่ยอะไรนั่นเลยนะ หลายกระทงแล้วนะนายเนี่ย!”
ตัวของตูนในตอนนี้รู้สึกเหมือนราวกับว่าพี่สาวของเขากำลังนั่งอยู่ตรงหน้ายังไงยังงั้น ขี้บ่นเหมือนกันเปี๊ยบ!
“โชคดีนะที่ฉันได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังออกมาจากข้างในสนามบาสน่ะ ตอนแรกก็ว่าจะไม่สนใจแล้ว แต่มันอดไม่ได้ ก็เลยขอแอบดูซักหน่อย ตอนแรกนึกว่ามีภารโรงกำลังซ่อมอะไรสักอย่างอยู่ แต่กลับเจอไอ่เด็กตัวเล็กที่ไหนไม่รู้คนเดียวกำลังมีเื่ชกต่อยกับคนเป็สิบ ยี่สิบเลยมั้งน่ะ นี่เขาเรียกใจถึงหรือว่าบ้ากันแน่ฮะ?”
เด็กหนุ่มนั่งนิ่ง เถียงไม่ออก
“แต่ก็ช่างมันเถอะ ปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะ ฉันโทรเรียกสภานักเรียนให้ไปเก็บกวาดข้างในนั้นเรียบร้อยแล้วล่ะ ส่วนเ้าพวกนั้นที่ทำร้ายนายก็วิ่งหนีหายไปทันทีเลยที่สภานักเรียนไปถึง”
"ฉะ-ฉันสลบไปนานแค่ไหนแล้ว"
หลังจากที่ดาวได้ยินคำถาม เธอก็เริ่มทำหน้านิ่วคิ้วขมวดราวกับกำลังนึกคำตอบที่มันถูกฝังรากลึกลงไปในส่วนลึกของสมองส่วนซีรีบรัม และทันใดนั้นเองเธอก็ได้ยิ้มแฉ่งออกมาเป็สัญญาณว่าเธอนึกออกแล้วพร้อมกับชี้นิ้วไปที่อีกฝ่าย
“3 เดือน!!"
“ห๋าาาาา!!!!!" ตูนถึงกับเสียงหลงออกมาจนไม่เป็ผู้เป็คน
“5555+ ฉันล้อเล่นน่ะ ราว ๆ 2 ชั่วโมงได้มั้ง นายนี่ตลกจัง"
เด็กหนุ่มรู้สึกเสียหน้าที่โดนล้อเล่นเป็เด็กแบบนี้ จึงเริ่มรู้สึกยั๊วะและลุกพรวดขึ้นมาทันที
“หนอย...! นี่มันใช่เื่ล้อเล่นงั้นเหรอ!”
ฝ่ายญิงไม่พอใจที่โดนเสียงดังใส่จึงลุกพรวดตามขึ้นมา
“แล้วมันจะทำไมห้ะ!! ฉันอุตส่าห์ช่วยนายไว้นะ หัดสำนึกบุณคุณกันซะบ้าง! นี่!”เธอพูดจบประโยคพร้อมกับใช้นิ้วจิ้มไปที่แผลของตูนเบา ๆ และนั่นมันก็ทำให้ตูนรู้สึกเจ็บแปล๊บจนต้องลงไปนอนดิ้นชักแด่ว ๆ อยู่บนพื้น
“โฮ้~ โฮ่ ๆ ๆ ฉันยังไม่ทันได้ออกแรงเลยด้วยซ้ำก็ลงไปนอนดิ้นซะแล้ว นายนี่อ่อนแอจริง ๆ เลยน้าา แล้วยังจะมาทำซ่ากับฉันอีก เดี๋ยวปัดเหนี่ยว!”
เด็กหนุ่มยอมรับความพ่ายแพ้และค่อย ๆ พยุงตัวเองขึ้นมาบนโซฟา
“แล้วเพื่อนของฉันล่ะ คนจากชมรมมวยไทยน่ะ”
“ไม่รู้สิ ได้ยินแว่ว ๆ มาว่าเริ่มได้สติกันแล้วมั้ง แต่ก็ยังขยับตัวมากไม่ได้อยู่ดี ก็แหงล่ะ ดันไปมีเื่กับคนที่เป็ถึงอัจฉริยะของโรงเรียนแบบนั้น ที่จริงนาน ๆ ทีจะมีนะคนที่เป็อัจฉริยะของโรงเรียน แต่ส่วนมากจะอยู่ระดับชั้นที่ต่างกันไป แต่รอบนี้พวกอัจฉริยะดันอยู่ม.3 เท่ากันหมด แถมยังอยู่คนละห้องอีกต่างหาก ม.3 มีทั้งหมด 6 ห้อง มีอัจฉริยะไปแล้ว 5 ห้อง เหลือห้องสุดท้าย” เด็กสาวพูดพลางชำเลืองมองมาที่ตูนและยิ้มอย่างมีเลศนัย จากนั้นเธอก็ได้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มพร้อมยื่นข้อเสนอ
“แล้วนายสนใจจะได้รับเลือกว่าเป็อัจฉริยะประจำโรงเรียนคนที่ 6 ไหมล่ะ? อัจฉริยะทางด้านมวยกุนขแมร์น่ะ 555 หยอก ๆ นะ 555555+”
แพ้ทางเข้าอย่างจัง ตูนไม่มีอะไรที่สามารถสู้กับผู้หญิงคนนี้ได้เลย เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นมาและเดินกระเผลกออกไป
“นี่นายจะไปไหนน่ะ!? ยังไม่หายดีเลยนะ! ถ้าโดนทำร้ายอีกจะทำยังไงห้ะ!!?”
เขาเดินกระเผกจนมาถึงมาประตูและหยุดลง
“เงียบไปเลย ยัยอควา เป็แค่เทพธิดาเครื่องกรองน้ำไร้ประโยชน์แท้ ๆ ฉันจะไปหาเพื่อนของฉัน” (อควา : konosuba)
เด็กหนุ่มเอามือจับกลอนประตูและกำลังจะเปิดออกไป
“ดะ-เดี๋ยวก่อนสิ ส่งมือถือมา!!”
“...?”
“ก็บอกให้ส่งมือถือมายังไงเล่า!! มีอะไรเข้าใจยากฮะ! ขอยืมแปปเดียว ถ้าเสร็จแล้วนายจะไปไหนก็เชิญ!”
ตูนหยิบมือถือขึ้นมาและยังไม่ทันจะยื่นออกไป อีกฝ่ายก็ได้ฉกมือถือของเขาและเริ่มละเลงนิ้วลงไปอย่างเมามันทันที ใช้เวลาเพียงแปปเดียว เธอก็ยื่นมือถือคืนมา
“นะ-นี่เบอร์ของฉันเอง มีอะไรให้ช่วยก็โทรมาได้นะ พะ-เพราะว่าสภานักเรียนพร้อมที่จะช่วยเหลือนักเรียนทุกคนอยู่แล้ว รับไปสิ”
เด็กหนุ่มมองไปที่หน้าของฝ่ายหญิงและก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงต้องหน้าแดง
และเขาก็ได้หยิบมือถือคืนและออกจากห้องไป
“นี่ทำไมเธอคนนั้นถึงหน้าแดงล่ะ”
ไม่รู้สิ อากาศร้อนมั้ง เพราะประเทศไทยเป็เมืองร้อน
“แน่ใจ?”
แน่ใจ....
“แล้วตูนเย็นกับตูนร้อนหายไปไหน ไม่โผล่มาหลายตอนแล้วนะ คนอ่านเขาลืมไปกันหมดแล้วมั้ง”
เขาไม่ว่างน่ะ พอดีติดธุระ แต่พวกเขากลับมาแน่ไม่ต้องห่วง
“ถ้างั้นก็โอเค”
แวะพูดคุยกันซักเล็กน้อยระหว่างที่ตูนกำลังเดินไปห้องพยาบาล จนในที่สุดตูนก็ได้มาถึงที่หมาย เมื่อเขามองเข้าไปก็พบกับต้าและเติ้ลที่ได้สติกลับมาครบถ้วนแล้วและกำลังพักรักษาตัวอยู่บนเตียง เด็กหนุ่มดีใจจนลืมความเ็ป วิ่งปรี่เข้าไปหา 2 คนนั้นทันที
“ต้า! เติ้ล! เป็ไงบ้าง มีตรงไหนที่าเ็หนักไหม”
พวกเขาชูสองนิ้วและยิ้มกลับมา ดูเหมือนว่าจะไม่เป็อะไรมาก
“พวกเราไม่เป็ไร สบายมาก พักไม่กี่วันก็หายแล้ว” ต้าตอบกลับ
“แล้วนายล่ะเป็ไงบ้างตูน ฉันได้ข่าวว่านายไป... กับพวกมันที่ในสนามบาส...” เติ้ลนึกจะถามดีหรือไม่ถามดี
“สบายมาก ๆ พวกนั้นต้องไปฝึกการใช้ ริวโอ ฮาคิเกราะขั้นสูงมาก่อนถึงจะทำให้ฉันรู้สึกเจ็บได้น่ะ ของแค่สบายมาก ฮ่า ๆ ๆ ” (One Piece)
จากนั้นพวกเขาพูดคุยกันอย่างสนุกนาน จนเวลาได้ล่วงเลยผ่านไป ต้าและเติ้ลก็ได้ตัดสินใจที่จะบอกอะไรบางอย่างให้ตูนรู้ไว้
“นี่ตูน...”
“หืม?”
“ดูเหมือนว่าพวกมันจะยังไม่หยุดเพียงแค่นี้นะ ตอนที่พวกฉันโดนรุมยำและกำลังจะหมดสติน่ะ พวกมันก็ได้ฝากคำพูดทิ้งท้ายเอาไว้...”
‘ฮ่า ๆ ถ้าอยากแก้แค้นล่ะก็ คืนสุดท้ายของวันกีฬาสี ไปเรียกไอ่เคลูกพี่ของพวกแกให้มาเจอเราที่ เดอะไดมอนด์คลับ ถ้าไม่มาล่ะก็ บอกลาอาชีพนักมวยและขาทั้ง 2 ข้างของพวกแกได้เลย’
“พวกมันพูดมาแบบนั้น แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าเคจะกลับมาทันรึเปล่า ถ้าเคไม่ไปตามนัด ไม่ใช่แค่พวกเราที่จะต้องโดน แต่ชมรมมวยไทยอาจจะต้องถูกยุบไปด้วย ถ้ามันทำอย่างที่บอกจริง ๆ เราอาจจะไม่ถึงกับพิการแต่จะไม่สามารถใช้ขาได้อย่างเต็มที่และไม่สามารถเข้าชมรมมวยไทยได้อีก เพราะอย่างน้อยในชมรมต้องมีสมาชิก เท่ากับหรือ 3 คนขึ้นไป ถ้าไม่ครบ ชมรมต้องถูกยุบแน่นอนถึงแม้ว่าจะมีชื่อเสียงมากแค่ไหนก็ตาม ซึ่งเคต้องไม่ยอมให้เป็แบบนั้นแน่ ๆ”
บรรยากาศแสนสนุกสนานเมื่อครู่ได้เปลี่ยนเป็ความตรึงเครียดทันที พวกเขาทั้ง 3 นั่งนิ่งไปซักพัก ก่อนที่ตูนจะยิ้มและพูดออกมาทำลายความตรึงเครียดนั้น
“ไม่ต้องห่วง ชมรมมวยไทยจะต้องไม่ถูกยุบแน่นอน และเคก็จะมาทันด้วย เชื่อฉันสิ!”
ตูนพูดอย่างมีความหวัง พลังด้านบวกถูกส่งเข้าไปที่ 2 คนนั้นเต็ม ๆ จนพวกเขาต่างมีกำลังใจตามไปด้วย
“ฉันว่าฉันมีธุระต้องไปทำน่ะ แล้วเจอกันนะ”
ตูนบอกลาต้าและเติ้ลและแยกตัวออกมา ดูเหมือนว่าอาการกะเผลกของเขาจะหายแล้ว เป็เด็กที่ฟื้นตัวเร็วจริง ๆ ตอนนี้สีหน้าแววตูนได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาทำหน้าจริงจังในแบบที่ว่าไม่เคยเป็มาก่อนั้แ่ย้ายเข้ามาที่โรงเรียนนี้
- บริเวณหน้าโรงเรียน -
นักเรียนส่วนหนึ่งที่ไม่มีธุระที่โรงเรียนแล้วก็ค่อย ๆ ทยอยกันกลับบ้าน เฉกเช่นกับเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มโลกส่วนตัวสูงคนนี้ เด็กสาวเพียงคนเดียวในชมรมคอสเพลย์ที่ใส่หูฟังอยู่ตลอดเวลา กำลังจะเดินออกโรงเรียน แต่ทว่าเธอก็ต้องหยุดลงเมื่อมีเด็กหนุ่มร่างเล็กคนหนึ่งได้มายืนรอที่หน้าประตูและดูเหมือนว่ามีเื่สำคัญจะคุยด้วย
“พลอย... ฉันมีเื่ที่ต้องให้เธอช่วย”
บางตอนอาจจะสั้นจะยาวไม่ค่อยเท่ากันหน่อยนะครับต้องขออภัยด้วย -/\- แต่ถ้าถึง่ไคลแมกซ์เมื่อไหร่ได้อ่านยาวจุใจแน่นอน ขอขอบคุณทุกหัวใจและทุกติดตามที่กดกันเข้ามาด้วยนะครับ ขอบคุณมาก ๆ จากใจจริงครับ ^w^