หลังจากทำความสะอาดถ้วยชามรามไหเสร็จเรียบร้อยแล้ว หยางซูฉีจึงได้เดินไปดูมู่ชิงหรงจัดการกับกวางที่ล่ามาได้ เห็นเขาจัดการเลาะหนังแยกเนื้อและกระดูกออกจากกันอย่างคล่องแคล่วแล้วหยางซูฉีก็ได้แต่แอบยกนิ้วโป้งชมเชยเขาอยู่ในใจ ท่วงท่าการจับมีดของมู่ชิงหรงดูไปแล้วคล่องแคล่วกว่าเธอที่ผ่านการฝึกจากหน่วยรบพิเศษมาเสียอีก หากจะบอกว่าเขาเป็นักฆ่าระดับพระกาฬหยางซูฉีก็พร้อมจะเชื่อ
มู่ชิงหรงก้มหน้าก้มตาจัดการกับกวางที่ล่ามาได้อย่างขะมักเขม้น จวบจนมู่ชิงหรงจัดการงานตรงหน้าเสร็จจึงได้รู้ตัวว่ามีสาวน้อยกำลังนั่งจ้องมองเขาอยู่ด้วยดวงตาวาววับ เขาหันไปมองหยางซูฉีด้วยสีหน้าราบเรียบแต่ในใจก็อดครุ่นคิดไม่ได้ สายตาที่หยางซูฉีใช้มองเขาช่างแตกต่างไปจากผู้อื่นอย่างบอกไม่ถูก จะว่าชื่นชมก็ไม่ใช่จะว่าชื่นชอบก็ไม่เชิงคล้ายกับว่าเลื่อมใสในสิ่งที่เขาทำเป็อย่างมาก แต่สายตาของนางกลับสาดประกายความอยากเอาชนะอย่างบอกไม่ถูก
“เ้าไม่มีสิ่งใดให้ทำแล้วหรือ” มู่ชิงหรงตัดสินใจเอ่ยถามด้วยความกระอักกระอ่วนใจ เขาไม่ชอบให้นางมานั่งจ้องเขาเช่นนี้
“ก็ไม่มีน่ะสิ งานบ้านฉัน เอ้ย ข้าทำเสร็จหมดทุกอย่างแล้ว ก็เลยมานั่งดูเ้าชำแหละเนื้อกวางนี่แหละ” หยางซูฉีตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มมู่ชิงหรงจึงทำได้แค่เพียงส่ายหน้าอย่างระอา เขาจัดเก็บเนื้อหนังและกระดูกเป็ส่วนๆเพื่อแยกเอาไว้ไปขาย เก็บไว้กิน และแบ่งให้เพื่อนบ้าน ตั้งใจว่าจะเดินไปล้างเนื้อล้างตัวก็ต้องยืนอึ้งอยู่ข้างอ่างน้ำใบใหญ่
“เ้าใช้น้ำจนหมดเลยหรือ” มู่ชิงหรงหันมาถามหยางซูฉีด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
“ใช่ ข้ากลัวว่าจะล้างจานชามไม่สะอาดจึงล้างซ้ำๆอยู่หลายน้ำจนน้ำหมดอ่างเลย” หยางซูฉีตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ในใจก็อดคิดถึงน้ำยาล้างจานไม่ได้ ไม่มีน้ำยาสำหรับล้างจานทำให้เธอต้องใช้เวลาในการทำความสะอาดมากเป็พิเศษ มู่ชิงหรงทำได้แค่เพียงถอนหายใจออกมาเสียงดังแล้วจึงเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เช่นนั้นเ้าก็ตามข้ามา” เขาพูดจบแล้วก็เดินไปหยิบถังน้ำใบใหญ่สองใบแล้วเดินตรงไปทางด้านหลังของบ้านหลังน้อย เมื่อเดินพ้นซุ้มกอไผ่หลังบ้านไปแล้วหยางซูฉีก็พบว่ามีลำธารสายใหญ่อยู่ทางด้านหลังของชายป่าไผ่ ดูจากระยะทางของลำธารกับตัวบ้านแล้วแม้ว่าจะไม่ไกลกันมากนักแต่การต้องคอยมาลำเลียงน้ำไปใส่อ่างใบใหญ่ขนาดนั้นทุกวันน่าจะเป็การกินแรงอยู่ไม่น้อย หยางซูฉีลอบพิจารณาระยะทางระหว่างบ้านหลังน้อยและลำธารอยู่เงียบๆ เมื่อหันกลับไปทางลำธารอีกทีก็เห็นว่ามู่ชิงหรงเปลือยอกล่ำบึกเดินลงลำธารไปเรียบร้อยแล้ว
“ทำอะไรน่ะ” หยางซูฉีเอ่ยถามออกไปด้วนอาการตกตะลึงเล็กน้อยในใจก็อดชมเขาไม่ได้หุ่นดีชะมัด!
“ล้างเนื้อล้างตัวน่ะสิ เนื้อตัวข้าเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเืหากไม่ล้างคงเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว” มู่ชิงหรงเอ่ยตอบกลับพลางมองหยางซูฉีด้วยสายตาเหยียดหยาม หยางซูฉีจึงได้รู้สึกตัวว่าเมื่อครู่นี้คำถามของเธอดูเหมือนคนเบาปัญญาอยู่เล็กน้อยจนเธอต้องแอบตำหนิตัวเองอยู่ในใจ ซูฉี! แค่ได้เห็นหน้าอกเปลือยเปล่าแค่นี้เธอจะมาทำตัวเป็คนสติหลุดไม่ได้นะ ก่อนหน้านี้เห็นของเพื่อนร่วมงานจนชินตา แค่เวลาผ่านไปไม่กี่วันตอนนี้เธอจะมาทำเป็กระมิดกระเมี้ยนเป็สาวน้อยในยุคโบราณอย่างนี้ไม่ได้
อากาศยังมีความหนาวเย็นอยู่บ้างมู่ชิงหรงจึงใช้เวลาทำความสะอาดร่างกายไม่นานเท่าใดนัก เมื่อเขาขึ้นมาจากลำธารก็คว้าถังน้ำมาตักน้ำจนเต็มทั้งสองถัง ส่วนเสื้อที่เปรอะเปื้อนเืกวางเขาก็ทำการซักล้างโดยใช้เมล็ดของฝักเ้าเจี่ยวมาแช่ในน้ำจนเกิดฟองแล้วใช้ซักทำความสะอาดเสื้อผ้า เห็นหยางซูฉีมองเมล็ดฝักเ้าเจี่ยวด้วยความสนใจเขาจึงได้อธิบายนางด้วยน้ำเสียงกระด้าง
“ข้าเก็บเมล็ดเ้าเจี่ยวตากแห้งเอาไว้บริเวณอ่างน้ำเ้าใช้ได้ตามสบาย” แม้ว่าเขาจะใช้น้ำเสียงห้วนๆมาอธิบายแต่หยางซูฉีกลับไม่ได้รู้สึกไม่พอใจเลยสักนิด แววตาของเธอสาดแสงเปล่งประกายออกมาด้วยความยินดี ฝักเ้าเจี่ยวเธอรู้จักดีแถมยังรู้วิธีนำมาประยุกต์ใช้เพื่อทำความสะอาดสิ่งต่างๆได้อีกมากมายทั้งใช้ทำสบู่ ใช้สระผมและทำใช้ความสะอาดสิ่งของและเครื่องใช้ ถ้าก่อนหน้านี้เธอรู้ว่ามีเ้าเจี่ยวอยู่ในบ้านเมื่อครู่ตอนที่เธอล้างจานก็คงไม่ต้องเสียเวลาถึงปานนั้น
“ให้ข้าช่วยท่านยกน้ำนะ” หยางซูฉีเห็นมู่ชิงหรงทำท่าจะยกถังน้ำถังสองถังขึ้นเธอจึงคิดจะช่วยเขา โดยเดินไปยกถังน้ำด้านซ้ายของเขาขึ้นแต่กลับไม่สามารถยกขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าจะพยายามใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดของเธอแล้วก็ตาม หยางซูฉีได้แต่ต้องทอดถอนใจออกมาอย่างปลงตกร่างนี้ของเธออ่อนแอเกินไปแล้ว หากเป็ร่างเดิมของเธอป่านนี้เธอคงจะยกน้ำสองถังนี้ขึ้นมาแล้วเดินไปจนเกือบถึงบ้านอย่างสบายๆแล้ว
“ยกไม่ไหวก็ช่างเถิด ข้าจะยกน้ำไปใส่อ่างไว้ให้เ้าเอง ต่อไปนี้เ้ามีหน้าที่แค่ดูแลบ้านและทำอาหารก็พอ” มู่ชิงหรงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแล้วหิ้วถังน้ำสองถังนั้นเดินตัวปลิวนำหน้าเธอไป หยางซูฉีก้มมองดูรูปร่างอันผอมบางของตัวเองแล้วก็ต้องตั้งปณิธานให้กับตัวเองใหม่ เธอจะต้องพยายามเอาตัวรอดในโลกแห่งนิยายนี้ให้ได้ สิ่งแรกที่เธอต้องทำเพื่อความอยู่รอกดก็คือพยายามทำให้ร่างกายนี้แข็งแรงให้มากกว่านี้ ถึงแม้จะไม่แข็งแรงได้เทียบเท่ากับร่างกายของเธอในอดีตแต่ไม่ก็ควรจะไร้เรี่ยวแรงแม้จะฆ่าไก่สักตัวก็คงไม่สามารถทำได้สำเร็จเช่นนี้
เมื่อหยางซูฉีเดินดูบริเวณรอบๆของลำธารสายนี้แล้วจึงได้รู้ว่าบ้านหลังน้อยของมู่ชิงหรงอยู่ห่างจากบ้านหลังอื่นพอสมควร รอบๆบริเวณนี้เต็มไปด้วยป่า แทบจะไม่มีร่องรอยของผู้คนหรือชาวบ้านคนอื่นๆเลย หยางซูฉีได้แต่ทอดถอนใจออกมาด้วยความปลงตก ไม่แปลกที่ในนิยายบรรยายเอาไว้ว่าหยางซูฉีคุณหนูรองจวนแม่ทัพตระกูลหยางแต่งงานไปกับชาวบ้านผู้ยากจนคนนั้นได้เพียงไม่นานก็ล้มป่วยจนถึงขั้นเสียชีวิต สาวใช้คอยปรนนิบัติสักคนก็ไม่มี อีกทั้งยังต้องอาศัยอยู่ท่ามกลางป่าเขาห่างไกลผู้คนถึงเพียงนี้ แล้วคุณหนูจากตระกูลใหญ่จะทนใช้ชีวิตลำบากอย่างนี้ได้อย่างไรกัน
ตอนนี้เธอกลายเป็หยางซูฉีคุณหนูรองคนนั้นแล้ว ต่อไปเธอจะต้องล้มป่วยแล้วก็ตายจากไปอย่างรวดเร็วแบบที่ในนิยายบรรยายเอาไว้หรือไม่ ถ้าเธอตายไปแล้วเธอจะได้กลับไปยังโลกใบเดิมของเธออีกไหม หรือว่าเธอจะตายไปเลยหยางซูฉีได้แต่คิดด้วยความหวาดหวั่น ไม่เธอยังตายไม่ได้เธอยังใช้ชีวิตไม่คุ้มเลย
ถ้าหากตายในหน้าที่ก็ยังพอทำใจให้ยอมรับได้ แต่ถ้าเธอต้องมาตายเพราะอาการป่วยไข้แบบที่ในนิยายบรรยายเอาไว้ เธอยากจะทำใจรับได้จริงๆ หยางซูฉีได้แต่คิดในใจด้วยความมุ่งมั่นว่าในเมื่อเธอยังไม่อยากตายสิ่งแรกที่เธอต้องพยายามฝ่าฟันก็คือ เธอห้ามล้มป่วยจนตายไปแบบที่นิยายเขียนไว้อย่างเด็ดขาด