Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 19


    ชายคนนั้นเดินเข้ามา พร้อมกับโค้งก้มหัวให้กับเขา ก่อนที่ชายคนนั้นจะกล่าวออกมา “สวัสดีครับ ท่านผู้แทน ข้าพเจ้า ร้อยเอกพิสุทธิ์ แสงสิทธิวงค์ ข้ารับใช้ของท่านเองครับ” นทีที่ดูงงกับคำพูดของชายคนนี้ แต่เมื่อชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมา นทีก็เริ่มที่จะจำได้ ตอนนี้บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนและแปลกไป ภรรยาของพิสุทธิ์ก็งงกับสามีของเธอว่าทำไมต้องไปก้มหัวให้กับเด็กหนุ่มคนนั้น พนักงานและหมอเองก็คิดเช่นนั้น ทางด้านพ่อกับแม่ของนทีที่กำลังตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า ตั้งแต่ที่ลูกของพวกเขาเดินออกมาเมื่อจะมาปกป้องพวกเขาแล้ว ท่ามกลางความเงียบอยู่นั่นเอง เสียงของนทีก็ดังขึ้นมา “นายจำฉันได้?” พิสุทธิ์ก็เอยกล่าวตอบ “แน่นอนครับคุณท่าน ผมจำหน้าของท่านได้ไม่มีลืม ... ว่าแต่คุณท่านเป็นอะไรถึงได้มารักษาที่โรงพยาบาลครับ ระดับท่านแล้วไม่น่าจะ..ขออภัยด้วยนะครับ ยังไงเรียนเชิญคุณท่านทางนี้ครับ” พวกเขาเดินมายังห้องรับรองทีดูหรูหรา พ่อกับแม่นทีเองก็เริ่มรู้สึกเกรงๆ และทำตัวไม่ถูก พวกเขานั่งลงที่โซฟาที่ดูแพงก่อนที่ภรรยาของพิสุทธิ์จะเริ่มไม่ไหวจึงเอยกับสามีของตัวเอง “คุณพี่ไม่ทราบว่าพวกเขาเป็นใครคะ” เขาก็หันกลับมาตอบเพียงแค่ “ผมไม่สามารถบอกคุณได้ แต่ผมขอร้องคุณให้ช่วยเหลือคุณท่านในทุกๆทางที่จะเป็นไปได้” นทีที่เห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมาก่อนจะพูดว่า “นายก็บอกภรรยานายไปสิ ฉันอนุญาต แต่ไปบอกไกลๆตรงนี้หน่อย” พิสุทธิ์เองก็ตอบรับแล้วชวนภรรยาเดินออกไปยังอีกห้องหนึ่งเพื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น นทีเองก็มีเรื่องที่จะต้องอธิบายกับพ่อและแม่ของเขาอยู่ นทีนั้นอธิบายกับพ่อแม่ของเขานิดเดียวว่า เขาได้ช่วยชีวิตของนายทหารคนหนึ่งที่เดินโซเซออกมาจากซอยข้างหอพักหลังจากการปะทะกับผู้ก่อการร้ายเมื่อ 2-3 วันก่อน ซึ่งมันก็คือชายคนที่พ่อกับแม่เห็น พ่อกับแม่ที่เป็นคนบ้านนอกคอกนาก็เข้าใจ เพราะคนบ้านนอกมักจะนับถือคนที่ช่วยเหลือชีวิตดังบุพการี มาทางด้านของพิสุทธิ์กับภรรยาที่ตอนนี้อยู่กันสองคนในห้องรับรองอีกฝั่งหนึ่ง เขาไล่ให้คนอื่นออกไปทั้งหมด เขาเดินไปยังหน้าต่างเพื่อปิดหน้าต่างทั้งหมด และเดินไปเช็คสุดมุมของห้อง ห้องน้ำ ห้องขนมของว่าง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดี เขาก็เดินมานั่งที่โซฟา แกนดาก็มองไปมองมาว่าคุณพี่ของเธอทำอะไร ทำไมมันต้องระเอียดขนาดนั้น จนในที่สุดคุณพี่ของเธอก็มานั่ง เธอจึงเปิดปากเพื่อที่จะถามออกไป “มันเป็นความลับมากขนาดนั้นเลยหรอคะคุณพี่” “เรื่องนี้แม้แต่พ่อของฉันก็ยังไม่สามารถที่จะรับรู้ได้ มีผู้คนน้อยยิ่งกว่าน้อยที่จะรู้ เธอเองเมื่อรู้แล้วก็ควรปิดปากให้เงียบที่สุด เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ คุณจะรับปากกับผมได้ไหม” เธอที่เห็นสีหน้าจริงจังของสามี เธอก็พยับหน้าและเอยกล่าว “น้องรับปากคะคุณพี่” “ผมไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ....มันน่าจะเริ่มจากปฏิบัติการล่าสุด ในขณะที่พวกเราหน่อยหมาป่ากำลังจะถอยทัพออกไปยังจุดนัดพบที่หนึ่ง ผู้ก่อการร้ายได้ยิง RPG มาทางผมกับไอ่ทิดลูกน้อยคนสนิท ผมจึงใช้แรงทั้งหมดที่มีอยู่ตอนนั้นโยนไอ่ทิดออกไปให้ไกลที่สุด” “อุ๊ฟ” แกนดาอุทานออกมา แล้วนำมือมาปิดปากเอาไว้ พิสุทธิ์เห็นดังจึงเล่าต่อไป “จริงๆในตอนนั้นจะเรียกว่าผมได้ตายไปแล้วก็ไม่ต่างอะไร แต่คุณท่านเดินมาทางผม แล้วกล่าวกับผมว่าอยากมีชีวิตอยู่ต่อไหม แต่สิ่งที่ผมต้องแลกมันคือ การเป็นยมทูตพิเศษคอยนำพาวิญญาณหลังจากที่ผมตาย” “ผมที่คิดถึงคุณ คิดถึงลูกน้องของผม ผมจึงตอบตกลงไปในที่สุด คุณท่านให้ผมกินเม็ดยาเม็ดหนึ่งไม่นานร่างกายที่ผมบาดเจ็บก็หายดีเป็นปิดทิ้งในเวลาไม่นาน และผมยังรู้สึกว่าโรคปวดหัวที่มีมานานได้หายไปเช่นกัน” “หลังจากนั้น ผมได้พบกับยมทูตที่ดูเหมือนจะเป็นลูกน้องของท่านอีกที เธอคนนั้นอธิบายเรื่องกฎต่างๆเกี่ยวกับเรื่องวิญญาณให้ผมฟังและมันเป็นสิ่งที่ผมต้องทำตาม และยังมีสิ่งที่คุณต้องรู้คือผมเห็นวิญญาณ” เขาพูดจบเขาก็ถอดหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่เขาได้ระบายอะไรบางอย่างออกไปบ้าง “และผมยังรู้มาอีกในภายหลังว่า ท่านยังเป็นเทพองค์หนึ่งที่ลงมาจุติยังโลกมนุษย์ มันเลยไม่ได้เป็นเรื่องที่เราสามารถล้นเล่นได้เลย มันเหมือนว่าผมได้ขายวิญญาณของผมให้กับคุณท่านไปแล้ว” “ฉันเชื่อคะคุณพี่ แม้เงื่อนไขจะดูโหดร้ายไปหน่อย แต่ถ้าต้องแลกน้องก็ขอแลกด้วยคนหนึ่งได้ไม น้องจะไม่ยอมปล่อยให้คุณพี่ต้องเดียวดาย น้องจะเป็นเหมือนอย่างคุณพี่” เธอพูดออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ พิสุทธิ์ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะไปขอกับคุณท่านยังไงดี “คุณจำเรื่องเม็ดยาที่ผมพูดไปเมื่อกี้ได้ใช่ไม ถ้าผมไม่ได้สติไม่ดี เม็ดยาเม็ดนั้นผมว่ามันสามารถช่วยเหลือลูกคนเล็กของเราได้” “จริงหรอคะคุณพี่ แล้วเราจะขอให้คุณท่านช่วยยังไงดีคะ” “เห้อ เอาเป็นว่าตอนนี้เราไปหาคุณท่านก่อนก็แล้วกัน ท่านรอมานานแล้ว” คุณหญิงหรือหมอกานดาก็พยักหน้ารับ แล้วเดินตามสามีของเธอไป เมื่อมาถึงห้องพวกเขาก็คุยกันเล็กน้อย และนทีก็บอกว่ามาฝากท้องให้กับคุณแม่ของเขา บัตรวีไอพีอันดับ 1 ถูกออกมาทั้งหมดสามใบทัน บัตรใบนี้พิสุทธิ์ได้อธิบายว่ามันเปรียบเสมือนเจ้าของโรงพยาบาลมาเองให้กับทั้งนทีและพ่อแม่ของเขา พวกเขาเข้าไปยังห้องตรวจครรภ์ พูดคุยกับหมอที่เก่งที่สุดในโรงพยาบาล อัลตร้าซาวด์ดูเด็กภายในครรภ์ แต่ในตอนนี้ยังไม่ทราบเพศที่แน่ชัด ทำเอาผู้เป็นพ่อถึงกับเซง ในวันนี้ครอบครัวแสงสิทธิวงค์ของเป็นเจ้ามือในการเลี้ยงข้าว หลังจากตรวจครรภ์เสร็จ พวกเขาพากันมากันมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียง พิสุทธิ์เปิดห้อง VIP ในทันทีที่มาถึง ด้านพ่อแม่ของนทีที่ยังรู้สึกเกรงใจไม่หายได้แต่จ้องเมนูอาหารที่มีราคาหลักพัน